สูงวัยไทย
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพตอนเกษียณ คงเงิน โอน หรือรับออกมาดี
พิมพ์เมื่อ 21 กันยายน 2026
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพตอนเกษียณ คงเงิน โอน หรือรับออกมาดี
แนวทางตัดสินใจสำหรับพนักงานเอกชนที่ใกล้เกษียณและเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ว่าควรคงเงินไว้ในกองทุนเดิม โอนไปกองทุนใหม่ หรือรับเงินออกมาทั้งหมด พร้อมปัจจัยด้านภาษีและการบริหารความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ
เผยแพร่เมื่อ 20 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Jakub Zerdzicki / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- เมื่อเกษียณจากงานที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) โดยทั่วไปมีสามทางเลือกหลักคือ คงเงินไว้ในกองทุนเดิมต่อไประยะหนึ่ง โอนเงินไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่รองรับเงินโอนจาก PVD หรือรับเงินทั้งหมดออกมาเป็นเงินก้อน แต่ละทางมีผลต่อภาษีและการบริหารความเสี่ยงต่างกัน
- ปัจจัยหลักที่ควรใช้ตัดสินใจคือภาระภาษีที่จะเกิดขึ้นหากรับเงินออกมาทันที ความสามารถในการบริหารเงินลงทุนด้วยตัวเองหากโอนออกไปกองทุนอื่น และความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนทันทีเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น ปิดหนี้หรือใช้จ่ายจำเป็น
- บทความนี้ไม่ระบุตัวเลขอัตราภาษีหรือผลตอบแทนที่เจาะจง เพราะขึ้นกับอายุงาน จำนวนปีที่เป็นสมาชิก และนโยบายของแต่ละกองทุน ต้องตรวจสอบข้อมูลจริงจากบริษัทจัดการกองทุนของตนเองและกรมสรรพากร
- การตัดสินใจเรื่องนี้ควรทำก่อนวันพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างจริง เพราะบางทางเลือกมีกรอบเวลาที่ต้องแจ้งความประสงค์ภายในระยะเวลาที่กำหนด
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับพนักงานเอกชนที่ใกล้เกษียณและเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่นายจ้างจัดตั้งขึ้น กำลังต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเงินก้อนนี้เมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
- เหมาะกับผู้ที่ต้องการกรอบคิดเปรียบเทียบระหว่างคงเงิน โอนเงิน และรับเงินออกมา ก่อนไปปรึกษาบริษัทจัดการกองทุนหรือฝ่ายบุคคลของบริษัทต้นสังกัด
- ไม่เหมาะกับข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. เพราะเป็นคนละระบบที่มีกฎเกณฑ์และหน่วยงานกำกับดูแลต่างกัน
สิ่งที่ควรรู้
คงเงินไว้ในกองทุนเดิม ทางเลือกที่ไม่ต้องรีบตัดสินใจ
หลายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเปิดให้สมาชิกที่พ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างเนื่องจากเกษียณอายุ สามารถคงเงินไว้ในกองทุนเดิมต่อไปได้ระยะหนึ่งโดยไม่ต้องรับออกมาทันที ข้อดีคือได้เวลาคิดทบทวนแผนการเงินโดยไม่ต้องรีบตัดสินใจภายใต้ความกดดันของวันเกษียณ และเงินยังคงได้รับการบริหารจัดการโดยมืออาชีพตามนโยบายการลงทุนเดิม
ข้อจำกัดคือสมาชิกที่คงเงินไว้มักไม่สามารถสมทบเงินเพิ่มเข้ากองทุนได้อีก และบางกองทุนมีระยะเวลาสูงสุดที่อนุญาตให้คงเงินไว้ได้ก่อนต้องตัดสินใจขั้นสุดท้าย ควรสอบถามเงื่อนไขที่แน่นอนจากบริษัทจัดการกองทุนของตนเองว่าคงเงินได้นานเท่าไรและมีค่าธรรมเนียมส่วนใดที่ยังคงเรียกเก็บอยู่หรือไม่
โอนเงินไปกองทุนอื่น เพื่อบริหารต่อเนื่อง
อีกทางเลือกคือโอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือกองทุนประเภทอื่นที่กฎหมายอนุญาตให้รองรับเงินโอนลักษณะนี้ได้ ข้อดีคือยังคงรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับเงินก้อนนี้ไว้ต่อเนื่อง และเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะกับช่วงวัยหลังเกษียณได้เอง
การโอนเงินมีขั้นตอนและเอกสารเฉพาะที่ต้องดำเนินการภายในกรอบเวลาที่กำหนด หากดำเนินการไม่ทันหรือไม่ถูกขั้นตอน อาจถูกนับเป็นการรับเงินออกมาทันทีซึ่งมีผลต่อภาระภาษีต่างไปจากที่ตั้งใจ ควรปรึกษาบริษัทจัดการกองทุนทั้งฝั่งต้นทางและปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง
รับเงินออกมาทั้งหมด ต้องเข้าใจภาระภาษีก่อน
การรับเงินสะสมและเงินสมทบทั้งหมดออกมาเป็นเงินก้อนทันทีเมื่อเกษียณ มีหลักเกณฑ์ทางภาษีเฉพาะที่แตกต่างจากเงินได้ทั่วไป โดยเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมักเกี่ยวข้องกับจำนวนปีที่เป็นสมาชิกกองทุนและอายุของสมาชิกในวันที่พ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง รายละเอียดที่แน่นอนต้องตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือฝ่ายบัญชีของบริษัทจัดการกองทุน
ก่อนตัดสินใจรับเงินออกมาทั้งหมด ควรประเมินก่อนว่าจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้ทันทีจริงหรือไม่ เพราะการรับออกมาแล้วนำไปฝากหรือลงทุนเองอาจไม่ได้ประโยชน์ทางภาษีเท่ากับการคงเงินหรือโอนเงินในบางกรณี ควรเปรียบเทียบให้ครบทุกทางเลือกก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

รูปภาพโดย Towfiqu barbhuiya / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนวันพ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
ควรเริ่มศึกษาทางเลือกล่วงหน้าก่อนวันเกษียณจริงอย่างน้อยหลายเดือน เพื่อให้มีเวลาตัดสินใจและเตรียมเอกสารครบถ้วน
- ขอรายงานยอดเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์สะสมจากบริษัทจัดการกองทุนของตนเอง
- สอบถามฝ่ายบุคคลของบริษัทว่ากองทุนที่ตนเองสังกัดมีทางเลือกคงเงิน โอนเงิน หรือรับเงินออกมาแบบใดบ้าง
- สอบถามกรอบเวลาที่ต้องแจ้งความประสงค์เลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งภายในกี่วันหลังพ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
- ประเมินความจำเป็นในการใช้เงินก้อนนี้ทันที เทียบกับความสามารถในการรอและบริหารต่อในระยะยาว
ขั้นตอนเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย
หลังได้ข้อมูลครบแล้ว ให้เปรียบเทียบทั้งสามทางเลือกอย่างเป็นระบบก่อนแจ้งความประสงค์กับบริษัทจัดการกองทุน
- เทียบภาระภาษีโดยประมาณของแต่ละทางเลือกกับฝ่ายบัญชีของบริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
- เทียบค่าธรรมเนียมการบริหารกองทุนที่ยังคงเรียกเก็บหากเลือกคงเงินหรือโอนเงิน
- พิจารณาความสามารถของตนเองในการติดตามและบริหารนโยบายการลงทุนหากเลือกโอนเงินไปกองทุนอื่น
- ปรึกษาคู่สมรสหรือสมาชิกครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับแผนการเงินหลังเกษียณก่อนตัดสินใจ
ขั้นตอนดำเนินการและติดตามผลหลังตัดสินใจ
เมื่อเลือกทางใดทางหนึ่งแล้ว ต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างครบถ้วนและติดตามผลจนแน่ใจว่าเสร็จสมบูรณ์
- ยื่นแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ตามที่บริษัทจัดการกองทุนกำหนดภายในกรอบเวลาที่ระบุ
- เก็บสำเนาเอกสารการแจ้งความประสงค์และหลักฐานการดำเนินการทุกฉบับไว้เป็นหลักฐาน
- ติดตามผลการโอนเงินหรือรับเงินจนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าเสร็จสมบูรณ์ตามที่แจ้งไว้
- หากเลือกรับเงินออกมา ให้วางแผนจัดสรรเงินก้อนนี้ทันทีตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ปล่อยไว้เฉย ๆ โดยไม่มีแผน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าปล่อยให้พ้นกำหนดเวลาแจ้งความประสงค์โดยไม่ได้ตัดสินใจ เพราะบางกองทุนจะดำเนินการตามทางเลือกเริ่มต้นที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการ
- อย่าตัดสินใจรับเงินออกมาทั้งหมดเพียงเพราะอยากได้เงินก้อนในมือ โดยไม่เปรียบเทียบภาระภาษีกับทางเลือกอื่นก่อน
- อย่าเลือกโอนเงินไปกองทุนใหม่โดยไม่ศึกษานโยบายการลงทุนและค่าธรรมเนียมของกองทุนปลายทางให้เข้าใจก่อน
- อย่าละเลยการเก็บเอกสารยืนยันทุกขั้นตอน เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดในการโอนเงินภายหลัง จะต้องใช้เอกสารเหล่านี้ในการตรวจสอบ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากไม่แน่ใจภาระภาษีของแต่ละทางเลือก ควรปรึกษากรมสรรพากรหรือฝ่ายบัญชีของบริษัทจัดการกองทุนก่อนตัดสินใจ
- หากมีข้อพิพาทเรื่องสิทธิของตนเองในฐานะลูกจ้างที่พ้นสภาพเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ควรติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อขอคำปรึกษา
- หากกำลังตัดสินใจระหว่างหลายทางเลือกและรู้สึกไม่มั่นใจ ควรปรึกษาผู้วางแผนการเงินอิสระที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับบริษัทจัดการกองทุนใดกองทุนหนึ่ง
- หากพบว่ายอดเงินหรือระยะเวลาที่กองทุนแจ้งไม่ตรงกับที่คาดไว้ ควรติดต่อบริษัทจัดการกองทุนเพื่อขอตรวจสอบโดยเร็วก่อนพ้นกำหนดเวลาแจ้งความประสงค์
เช็กลิสต์สรุป
- ขอรายงานยอดเงินสะสมและเงินสมทบจากบริษัทจัดการกองทุน
- สอบถามทางเลือกคงเงิน โอนเงิน และรับเงินออกมาที่กองทุนของตนเองเปิดให้ทำได้
- เปรียบเทียบภาระภาษีของแต่ละทางเลือกกับผู้เชี่ยวชาญ
- ประเมินความจำเป็นในการใช้เงินก้อนนี้ทันทีเทียบกับการรอ
- ยื่นแบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ภายในกรอบเวลาที่กำหนด
- เก็บสำเนาเอกสารทุกฉบับและติดตามผลจนเสร็จสมบูรณ์
- วางแผนจัดสรรเงินทันทีหากเลือกรับเงินออกมาเป็นก้อน
คำถามที่พบบ่อย
คงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเดิมได้นานแค่ไหน
แต่ละกองทุนกำหนดระยะเวลาสูงสุดที่อนุญาตให้คงเงินไว้ต่างกัน ควรสอบถามเงื่อนไขที่แน่นอนจากบริษัทจัดการกองทุนของตนเองโดยตรง เพราะเป็นข้อมูลที่ต่างกันในแต่ละกองทุนและอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ
โอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปกองทุนอื่นแล้ว เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือไม่
โดยทั่วไปการโอนเงินไปยังกองทุนประเภทที่กฎหมายรองรับให้โอนได้ มักช่วยรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนไว้ต่อเนื่อง แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่ถูกต้อง หากดำเนินการผิดขั้นตอนอาจถูกนับเป็นการรับเงินออกมาทันทีซึ่งมีผลต่อภาษีต่างไป ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือบริษัทจัดการกองทุน
รับเงินก้อนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกมาทั้งหมด ต้องเสียภาษีเท่าไร
อัตราภาษีขึ้นกับจำนวนปีที่เป็นสมาชิกกองทุน อายุของสมาชิกในวันที่พ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง และหลักเกณฑ์ปัจจุบันของกรมสรรพากร ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน ควรสอบถามการคำนวณจริงจากฝ่ายบัญชีของบริษัทจัดการกองทุนหรือกรมสรรพากรโดยตรง
ถ้าไม่แจ้งความประสงค์ภายในกำหนดเวลา จะเกิดอะไรขึ้น
แต่ละกองทุนมีนโยบายจัดการเงินที่ไม่มีการแจ้งความประสงค์ภายในกำหนดต่างกัน บางกองทุนอาจดำเนินการตามทางเลือกเริ่มต้นที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง จึงควรแจ้งความประสงค์ภายในกรอบเวลาที่กำหนดเสมอ
ควรเลือกคงเงิน โอนเงิน หรือรับเงินออกมา ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้เงินทำอะไร
หากยังไม่มีแผนใช้เงินชัดเจน การคงเงินไว้ในกองทุนเดิมชั่วคราวมักเป็นทางเลือกที่ให้เวลาคิดทบทวนโดยไม่ต้องตัดสินใจเร่งด่วน แต่ควรตรวจสอบระยะเวลาสูงสุดที่คงเงินได้และค่าธรรมเนียมที่ยังคงเรียกเก็บอยู่ก่อนเลือกทางนี้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างจาก กบข. อย่างไร
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เป็นระบบสำหรับพนักงานเอกชนที่นายจ้างจัดตั้งขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ส่วน กบข. เป็นระบบเฉพาะสำหรับข้าราชการภายใต้กฎหมายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ทั้งสองระบบมีกฎเกณฑ์ หน่วยงานกำกับดูแล และทางเลือกการรับเงินที่แตกต่างกัน ไม่สามารถใช้กฎเกณฑ์ของระบบหนึ่งไปเทียบกับอีกระบบหนึ่งได้โดยตรง
สรุป
- การตัดสินใจคงเงิน โอนเงิน หรือรับเงินออกมาจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน ขึ้นกับภาระภาษี ความจำเป็นในการใช้เงิน และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของแต่ละคน
- ควรศึกษาเงื่อนไขและกรอบเวลาแจ้งความประสงค์จากบริษัทจัดการกองทุนของตนเองให้ชัดเจนก่อนวันพ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
- หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือผู้วางแผนการเงินอิสระก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพราะการเปลี่ยนแปลงภายหลังมักทำได้ยาก
แหล่งข้อมูล
- แนวทางกำกับดูแลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ — สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- สิทธิของลูกจ้างเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง — กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- การหักภาษี ณ ที่จ่ายเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ — กรมสรรพากร (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

กบข. ตอนเกษียณ ข้าราชการเลือกรับเงินแบบไหนดี
แนวทางทำความเข้าใจทางเลือกการรับเงินจาก กบข. ตอนเกษียณอายุราชการ ทั้งแบบบำเหน็จ บำนาญ และเงินสะสมส่วนเพิ่ม พร้อมปัจจัยที่ควรใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนยื่นเรื่อง ไม่มีตัวเลขผลตอบแทนที่เจาะจง เพราะขึ้นกับฐานเงินเดือนและอายุราชการของแต่ละคน

ได้รับเงินก้อนบำเหน็จตอนเกษียณ ควรแบ่งจัดสรรอย่างไรไม่ให้หมดเร็วเกินไป
แนวทางจัดสรรเงินก้อนที่ได้รับครั้งเดียวตอนเกษียณ เช่น เงินบำเหน็จหรือเงินชดเชย ให้แบ่งเป็นสัดส่วนที่รองรับทั้งค่าใช้จ่ายจำเป็นระยะยาวและเหตุฉุกเฉิน แตกต่างจากการวางแผนรายได้รายเดือนตามปกติ

บริหารเงินก้อนตอนเกษียณ แบ่งเงินตามหน้าที่ ไม่ใช่ตามอารมณ์
กรอบคิดแบ่งเงินก้อนที่ได้รับตอนเกษียณออกเป็นสามส่วนตามหน้าที่ใช้งาน ได้แก่ เงินสำรองฉุกเฉิน เงินใช้จ่ายระยะใกล้ และเงินเพื่อการเติบโตระยะยาว โดยไม่ระบุชื่อกองทุนหรือผลตอบแทนที่เจาะจง

เงินก้อนหลังเกษียณจะพอใช้กี่ปี ขึ้นอยู่กับตัวแปรอะไรบ้าง
คำตอบว่าเงินเก็บหลังเกษียณจะพอกี่ปีไม่ใช่ตัวเลขเดียว แต่ขึ้นกับอัตราการถอน ผลตอบแทน และเงินเฟ้อ บทความนี้สอนวิธีคิดและวิธีจำลองหลายสถานการณ์ ไม่ใช่คำแนะนำลงทุนหรือผลตอบแทนเฉพาะเจาะจง