สูงวัยไทย
เช็กลิสต์ตั้งค่าเสียงมือถือผู้สูงอายุ ที่ทุกคนในบ้านควรช่วยกันตรวจ
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
เช็กลิสต์ตั้งค่าเสียงมือถือผู้สูงอายุ ที่ทุกคนในบ้านควรช่วยกันตรวจ
เช็กลิสต์แบ่งบทบาทให้ผู้สูงอายุและคนในครอบครัวช่วยกันตรวจสอบการตั้งค่าเสียงมือถือเป็นประจำ ลดโอกาสพลาดสายสำคัญและช่วยสังเกตสัญญาณการได้ยินที่เปลี่ยนไป
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Vodafone x Rankin everyone.connected / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การตรวจสอบเสียงมือถือผู้สูงอายุไม่ควรเป็นหน้าที่ของคนเดียว ควรแบ่งให้ผู้สูงอายุ ผู้ดูแลหลัก และลูกหลานที่อยู่ไกลช่วยกันตรวจคนละจุด
- เช็กลิสต์นี้ไม่ใช่แค่ตรวจว่าเสียงดังพอ แต่รวมถึงตรวจว่าตั้งค่าถูกต้องหลังเหตุการณ์สำคัญ เช่น เปลี่ยนเครื่องใหม่ อัปเดตระบบ หรือออกจากโรงพยาบาล
- ควรมีจุดตรวจที่ทำได้ทันทีวันนี้ และจุดที่ต้องนัดหมายผู้เชี่ยวชาญแยกจากกันให้ชัดเจน
- ถ้าตรวจตามเช็กลิสต์แล้วยังพบว่าไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าแม้ดังสุด ต้องยกระดับไปตรวจการได้ยิน ไม่ใช่วนตรวจซ้ำการตั้งค่าเดิม
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้ดูแลหลายคนผลัดกันดูแลผู้สูงอายุ และต้องการมาตรฐานเดียวกันในการตรวจเสียงมือถือ
- เหมาะกับลูกหลานที่อยู่คนละบ้านหรือคนละจังหวัด และอยากมีจุดตรวจสอบระยะไกลผ่านโทรศัพท์
- เหมาะกับช่วงหลังเปลี่ยนมือถือใหม่ อัปเดตระบบ หรือหลังผู้สูงอายุออกจากโรงพยาบาล ซึ่งการตั้งค่าเดิมอาจเปลี่ยนไปโดยไม่มีใครสังเกต
- ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยการได้ยิน เป็นเพียงจุดตรวจสอบเบื้องต้นก่อนตัดสินใจว่าควรนัดพบแพทย์หรือไม่
สิ่งที่ควรรู้
บทบาทของผู้สูงอายุเองในการตรวจสอบ
ผู้สูงอายุที่ยังดูแลตัวเองได้ควรมีส่วนร่วมตรวจสอบเสียงของตัวเอง ไม่ใช่ให้ลูกหลานตั้งค่าให้เสร็จแล้วไม่เคยถามความเห็นอีก การถามตรง ๆ ว่าได้ยินเสียงเรียกเข้าชัดหรือไม่ในแต่ละห้องที่ใช้ชีวิตประจำวัน ช่วยให้ตั้งค่าตรงกับความต้องการจริงมากกว่าการเดาจากภายนอก
การให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมยังช่วยรักษาความรู้สึกว่าตนเองยังควบคุมการใช้ชีวิตได้ ไม่ใช่ถูกจัดการทุกอย่างแทน ซึ่งสอดคล้องกับการรักษาความสามารถด้าน IADL (กิจวัตรที่ซับซ้อนกว่าการดูแลตัวเองพื้นฐาน เช่น การใช้โทรศัพท์และการจัดการนัดหมาย) ที่ควรเป็นสิ่งที่ทำเองได้นานที่สุดเท่าที่ปลอดภัย
บทบาทของผู้ดูแลหลักที่อยู่บ้านเดียวกัน
ผู้ดูแลหลักควรเป็นคนตรวจสอบภาพรวมของการตั้งค่า เช่น ระดับเสียงเรียกเข้า การสั่น และเสียงเฉพาะสำหรับเบอร์สำคัญ พร้อมสังเกตพฤติกรรมประกอบ เช่น ผู้สูงอายุเริ่มพลาดรับสายบ่อยขึ้นหรือต้องเปิดเสียงทีวีดังขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการได้ยินเสื่อมตามวัย (presbycusis) มากกว่าปัญหาการตั้งค่าเครื่อง
ผู้ดูแลควรจดวันที่ตรวจและระดับเสียงที่ใช้ไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง เพื่อเปรียบเทียบได้ว่าการได้ยินเปลี่ยนไปจริงหรือแค่รู้สึกไปเอง เมื่อถึงเวลาต้องเล่าให้แพทย์ฟังจะได้มีข้อมูลที่ชัดเจนกว่าความจำลอย ๆ
บทบาทของลูกหลานที่อยู่คนละบ้าน
ลูกหลานที่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันสามารถช่วยตรวจสอบทางไกลได้ด้วยการโทรทดสอบในเวลาที่คาดว่าผู้สูงอายุน่าจะอยู่คนเดียว แล้วสังเกตว่ารับสายเร็วแค่ไหน หรือรับสายแล้วฟังไม่ทันขอให้พูดซ้ำบ่อยหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ดูแลหลักที่อยู่ใกล้ชิดทุกวันอาจมองข้ามเพราะเคยชิน
การประสานงานระหว่างลูกหลานหลายคนควรมีจุดกลางในการบันทึกผล เช่น กลุ่มไลน์ครอบครัว เพื่อไม่ให้ต่างคนต่างตรวจแล้วข้อมูลไม่ตรงกัน หรือคิดว่าอีกคนตรวจแล้วจนไม่มีใครตรวจจริง
เมื่อใดควรตรวจซ้ำทั้งบ้านพร้อมกัน
มีบางช่วงเวลาที่การตั้งค่าเสียงมีโอกาสเปลี่ยนไปโดยไม่มีใครตั้งใจ เช่น หลังอัปเดตระบบมือถือ หลังเปลี่ยนเครื่องใหม่ หลังผู้สูงอายุออกจากโรงพยาบาลซึ่งอาจมีการเปลี่ยนยาที่ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนผลต่อความตื่นตัว หรือหลังย้ายห้องนอนใหม่ที่ระยะห่างจากตัวเครื่องเปลี่ยนไป ช่วงเวลาเหล่านี้ควรมีการตรวจซ้ำทั้งระบบ ไม่ใช่รอจนพลาดสายสำคัญก่อนถึงจะรู้ตัว
การตรวจพร้อมกันทั้งบ้านยังช่วยลดความขัดแย้งเรื่องใครควรเป็นคนดูแลเรื่องนี้ เพราะทุกคนรับรู้ตารางตรวจร่วมกันตั้งแต่ต้น

รูปภาพโดย Andrea Piacquadio / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ตรวจตอนตั้งเครื่องใหม่หรือหลังอัปเดตระบบ
ทุกครั้งที่เปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่หรือเครื่องมีการอัปเดตระบบใหญ่ ให้ตรวจเสียงเรียกเข้า การสั่น และเสียงแจ้งเตือนแอปสำคัญใหม่ทั้งหมด เพราะการอัปเดตมักรีเซ็ตค่าที่เคยปรับไว้กลับเป็นค่าเริ่มต้นของโรงงาน
- ทดสอบเสียงเรียกเข้าทันทีหลังตั้งเครื่องใหม่
- ตรวจว่าเสียงเฉพาะสำหรับเบอร์ครอบครัวยังตั้งอยู่หรือหายไปหลังอัปเดต
- บันทึกวันที่ตรวจไว้ในปฏิทินครอบครัวหรือกลุ่มไลน์
ตรวจหลังออกจากโรงพยาบาลหรือเปลี่ยนสถานที่นอน
หลังผู้สูงอายุออกจากโรงพยาบาล ควรตรวจการตั้งค่าเสียงใหม่ทั้งหมด เพราะช่วงพักฟื้นอาจมีทั้งความเหนื่อยล้าที่ทำให้ตอบสนองต่อเสียงช้าลงชั่วคราว จึงควรทดสอบเสียงเรียกเข้าซ้ำในช่วงนี้แม้เคยตรวจผ่านมาก่อนหน้าแล้วก็ตาม
- ทดสอบเสียงเรียกเข้าใหม่ภายในสัปดาห์แรกหลังกลับบ้าน
- สังเกตว่าตอบสนองต่อเสียงช้าลงกว่าปกติหรือไม่
- แจ้งผู้ดูแลทุกคนให้รับรู้การเปลี่ยนแปลงที่พบ
ตรวจตามฤดูกาลและเมื่อย้ายตำแหน่งวางเครื่อง
ควรกำหนดรอบตรวจสอบเป็นประจำ เช่น ทุกสามถึงหกเดือน หรือทุกครั้งที่ย้ายเฟอร์นิเจอร์ ย้ายห้องนอน หรือเปลี่ยนที่ชาร์จมือถือ เพราะระยะห่างระหว่างตัวผู้สูงอายุกับเครื่องที่เปลี่ยนไปมีผลต่อว่าเสียงที่เคยพอดีจะยังได้ยินชัดหรือไม่
- กำหนดรอบตรวจสอบทุกสามถึงหกเดือน
- ตรวจซ้ำทุกครั้งที่ย้ายตำแหน่งวางเครื่องหรือที่ชาร์จ
- ทดสอบเสียงในช่วงเวลาที่มักอยู่คนเดียว เช่น กลางคืนหรือช่วงกลางวันที่บ้านเงียบ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าปล่อยให้การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของคนคนเดียวในบ้านโดยไม่มีการส่งต่อข้อมูล
- อย่าลืมตรวจซ้ำหลังอัปเดตระบบมือถือ เพราะการตั้งค่าที่เคยปรับไว้อาจถูกรีเซ็ต
- อย่าใช้การเดาแทนการทดสอบจริง เช่น คิดว่าดังพอแล้วโดยไม่เคยโทรทดสอบจากห้องอื่น
- อย่าเก็บผลการตรวจไว้คนเดียว ควรบันทึกในที่ที่ทุกคนในครอบครัวเข้าถึงได้
- อย่าตีความว่าพลาดรับสายเพราะดื้อหรือไม่สนใจ ก่อนตรวจสอบว่าได้ยินเสียงจริงหรือไม่
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุไม่ตอบสนองต่อเสียงหรือการเรียกใด ๆ เลยร่วมกับซึมลงหรือปลุกไม่ตื่น เพราะอาจไม่ใช่ปัญหาการได้ยิน แต่เป็นภาวะฉุกเฉินทางระบบประสาทหรือร่างกาย
- ติดต่อโรงพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากพบว่าไม่ได้ยินเสียงกะทันหันหลังเพิ่งเปลี่ยนยาหรือหลังบาดเจ็บที่ศีรษะหรือหู
- นัดพบแพทย์หูคอจมูกในเร็ว ๆ นี้ หากผลตรวจตามเช็กลิสต์หลายรอบพบว่าต้องเร่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง
- นัดทบทวนรายการยากับแพทย์หรือเภสัชกร หากเริ่มมีปัญหาการได้ยินพร้อมกับเริ่มยาใหม่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเชื่อมโยง
- เฝ้าสังเกตและบันทึกผลการตรวจตามเช็กลิสต์นี้ไว้ทุกรอบ หากยังไม่มีสัญญาณรุนแรง เพื่อนำข้อมูลเปรียบเทียบไปพบแพทย์เมื่อถึงนัดถัดไป
เช็กลิสต์สรุป
- ผู้สูงอายุทดสอบและให้ความเห็นเรื่องความดังของเสียงเรียกเข้าด้วยตนเอง
- ผู้ดูแลหลักตรวจเสียง การสั่น และเสียงเฉพาะเบอร์ครอบครัวทุกเดือน
- ลูกหลานที่อยู่ไกลโทรทดสอบเป็นระยะและบันทึกผลในกลุ่มไลน์ครอบครัว
- ตรวจซ้ำทันทีหลังตั้งเครื่องใหม่หรืออัปเดตระบบ
- ตรวจซ้ำภายในสัปดาห์แรกหลังออกจากโรงพยาบาล
- ตรวจซ้ำทุกครั้งที่ย้ายตำแหน่งวางเครื่องหรือห้องนอน
- กำหนดรอบตรวจสอบประจำทุกสามถึงหกเดือน
- บันทึกวันที่และผลตรวจไว้ในที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้
คำถามที่พบบ่อย
ใครควรเป็นคนหลักที่รับผิดชอบเช็กลิสต์นี้
ควรเป็นผู้ดูแลหลักที่อยู่ใกล้ชิดผู้สูงอายุมากที่สุด แต่ทุกคนในครอบครัวควรมีส่วนร่วมอย่างน้อยหนึ่งจุด เช่น ลูกหลานที่อยู่ไกลช่วยโทรทดสอบเป็นระยะ เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่ที่คนเดียว
ควรตรวจสอบบ่อยแค่ไหนถึงจะพอดี
แนะนำให้มีรอบตรวจประจำทุกสามถึงหกเดือน และตรวจเพิ่มทันทีเมื่อมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง เช่น เปลี่ยนเครื่องใหม่ อัปเดตระบบ ออกจากโรงพยาบาล หรือย้ายห้องนอน
ถ้าตรวจแล้วพบว่าเสียงดังพอแต่ผู้สูงอายุยังไม่รับสาย ควรทำอย่างไร
ควรแยกให้ชัดว่าเป็นปัญหาการได้ยิน หรือเป็นความไม่มั่นใจในการใช้ปุ่มรับสาย โดยถามตรง ๆ ด้วยความเข้าใจ หากพบว่าได้ยินแต่ไม่มั่นใจการใช้งาน อาจต้องฝึกใช้ปุ่มรับสายซ้ำ ๆ มากกว่าปรับเสียงเพิ่ม
จำเป็นต้องบันทึกผลตรวจทุกครั้งจริงหรือ
การบันทึกช่วยให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่ความจำคนในบ้านอาจจำไม่แม่นเท่าบันทึกจริง และเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากเมื่อต้องเล่าอาการให้แพทย์ฟัง ไม่จำเป็นต้องละเอียดมาก แค่วันที่และผลสั้น ๆ ก็เพียงพอ
เช็กลิสต์นี้ใช้แทนการตรวจการได้ยินกับแพทย์ได้ไหม
ใช้แทนไม่ได้ เช็กลิสต์นี้เป็นเพียงจุดสังเกตเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน หากพบสัญญาณว่าการได้ยินเปลี่ยนไปมาก ต้องนัดตรวจกับแพทย์หูคอจมูกเพื่อประเมินอย่างเป็นทางการ
ลูกหลานที่อยู่ไกลจะช่วยตรวจสอบได้อย่างไรบ้าง
สามารถโทรทดสอบในช่วงเวลาที่คาดว่าผู้สูงอายุอยู่คนเดียว สังเกตว่ารับสายเร็วแค่ไหนและฟังชัดหรือไม่ แล้วบันทึกผลไว้ในกลุ่มไลน์ครอบครัวเพื่อให้ผู้ดูแลหลักที่อยู่ใกล้ชิดนำไปเปรียบเทียบ
สรุป
- การตรวจสอบเสียงมือถือผู้สูงอายุควรเป็นงานที่แบ่งบทบาทกันในครอบครัว ไม่ใช่ภาระของคนเดียว
- ควรมีรอบตรวจที่ชัดเจนทั้งตามเหตุการณ์ เช่น เปลี่ยนเครื่องหรือออกจากโรงพยาบาล และตามระยะเวลา เช่น ทุกสามถึงหกเดือน
- การบันทึกผลตรวจไว้ช่วยแยกได้ว่าการได้ยินเปลี่ยนไปจริงหรือเป็นแค่ความรู้สึก และเป็นข้อมูลสำคัญเมื่อต้องพบแพทย์
- ถ้าตรวจตามเช็กลิสต์แล้วยังพบสัญญาณของการได้ยินที่เปลี่ยนไปมาก ต้องยกระดับไปพบแพทย์หูคอจมูก ไม่ใช่วนตรวจการตั้งค่าเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ
แหล่งข้อมูล
- มาตรการดูแลผู้สูงอายุและครอบครัว — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- Deafness and hearing loss — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ตรวจการตั้งค่าเสียงโทรศัพท์ผู้สูงอายุ ตรวจครั้งเดียวไม่พอต้องตรวจซ้ำเมื่อไหร่
เช็กลิสต์ตรวจการตั้งค่าเสียงเรียกเข้า การสั่น และไฟกะพริบของโทรศัพท์ผู้สูงอายุ พร้อมกำหนดรอบตรวจซ้ำที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยต่อเนื่อง

วิธีตั้งค่าเสียงมือถือให้ผู้สูงอายุได้ยินชัดโดยไม่เสี่ยงอันตราย
คู่มือทีละขั้นตอนสำหรับตั้งค่าเสียงเรียกเข้าและเสียงแจ้งเตือนในมือถือให้ผู้สูงอายุได้ยินชัดเจน พร้อมข้อควรระวังเรื่องเสียงดังเกินไปและสัญญาณที่ควรตรวจการได้ยิน

อ่านตัวอักษรในมือถือไม่ถนัด ควรเลือกตั้งค่าตัวอักษรใหญ่แบบไหนให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่บ้าน
คู่มือช่วยตัดสินใจสำหรับครอบครัวที่ต้องเลือกวิธีขยายตัวอักษรบนมือถือให้ผู้สูงอายุอ่านง่ายขึ้น โดยไม่ทำให้แอปสำคัญใช้งานยากขึ้น พร้อมจุดที่ควรพบจักษุแพทย์ก่อนปรับเครื่อง