สูงวัยไทย

วิธีตั้งค่าเสียงมือถือให้ผู้สูงอายุได้ยินชัดโดยไม่เสี่ยงอันตราย

คู่มือทีละขั้นตอนสำหรับตั้งค่าเสียงเรียกเข้าและเสียงแจ้งเตือนในมือถือให้ผู้สูงอายุได้ยินชัดเจน พร้อมข้อควรระวังเรื่องเสียงดังเกินไปและสัญญาณที่ควรตรวจการได้ยิน

12 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

A sleek portable Bluetooth speaker next to a smartphone on a wooden table, emphasizing modern technology.

รูปภาพโดย Akshay Shende / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • เริ่มจากเพิ่มเสียงเรียกเข้าและปรับรูปแบบเสียงให้ชัด ก่อนไปเพิ่มเสียงสื่อหรือเสียงแจ้งเตือนอื่น เพราะเสียงเรียกเข้าคือสิ่งที่พลาดแล้วเสี่ยงไม่รับสายสำคัญ
  • เปิดใช้การสั่นควบคู่กับเสียง แทนการเร่งเสียงเพียงอย่างเดียวจนดังเกินไปในบ้านที่มีคนอื่นอยู่ด้วย
  • ถ้าต้องเร่งเสียงสูงสุดตลอดเวลาถึงจะได้ยิน อาจเป็นสัญญาณว่าการได้ยินเปลี่ยนไป ควรตรวจสอบสาเหตุ ไม่ใช่แค่ปรับมือถือแล้วจบ
  • แยกเสียงเรียกเข้าของเบอร์คนในครอบครัวให้ต่างจากเบอร์ไม่รู้จัก ช่วยลดความสับสนเมื่อได้ยินเสียงดังกะทันหัน
  • ตรวจสอบว่าเสียงแจ้งเตือนไม่ดังจนทำให้ตกใจเดินเร็วผิดปกติ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้มในบ้าน

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่เริ่มไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังจนพลาดสายจากลูกหลานบ่อยครั้ง
  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องตั้งค่าเสียงให้ผู้สูงอายุที่อยู่คนละห้องหรืออยู่คนเดียวในบ้านบางช่วงเวลา
  • เหมาะกับบ้านที่มีทั้งผู้สูงอายุและเด็กเล็กหรือคนนอนกลางวัน ต้องหาสมดุลระหว่างเสียงดังพอได้ยินกับเสียงที่ไม่รบกวนคนอื่น
  • ไม่เหมาะเป็นทางแก้ปัญหาถ้าผู้สูงอายุไม่ได้ยินแม้เร่งเสียงสูงสุดแล้ว เพราะนั่นคือสัญญาณที่ต้องตรวจการได้ยิน ไม่ใช่ปัญหาการตั้งค่า

สิ่งที่ควรรู้

การได้ยินที่เปลี่ยนไปตามวัยกับผลต่อการใช้โทรศัพท์

การได้ยินเสื่อมตามวัยหรือ presbycusis เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นค่อยเป็นค่อยไปในผู้สูงอายุจำนวนมาก มักเริ่มจากการได้ยินเสียงความถี่สูงลดลงก่อน เช่น เสียงกริ่งโทรศัพท์บางรูปแบบหรือเสียงพูดของผู้หญิงและเด็ก ทำให้บางคนได้ยินเสียงทีวีหรือคนคุยกันปกติ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้ามือถือที่เป็นเสียงแหลม

ความเข้าใจนี้สำคัญเพราะการแก้ปัญหาไม่ใช่แค่เร่งเสียงให้ดังขึ้น แต่ควรเลือกรูปแบบเสียงเรียกเข้าที่เป็นโทนต่ำหรือมีจังหวะชัดเจนแทนเสียงแหลมความถี่สูง ซึ่งบางครั้งช่วยให้ได้ยินง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเร่งเสียงจนดังรบกวนทั้งบ้าน

แยกเสียงเรียกเข้า เสียงแจ้งเตือน และเสียงสื่อออกจากกัน

มือถือส่วนใหญ่แยกระดับเสียงเป็นหลายส่วน ได้แก่ เสียงเรียกเข้าและแจ้งเตือน (Ringtone and Notifications) เสียงสื่อหรือเสียงเล่นวิดีโอ (Media Volume) และบางรุ่นมีเสียงปลุกแยกต่างหาก การเร่งเพียงปุ่มเดียวข้างเครื่องอาจไม่ได้ปรับทุกส่วนพร้อมกัน ทำให้บางบ้านเข้าใจผิดว่าเร่งเสียงสุดแล้วแต่ยังไม่ได้ยินเสียงโทรเข้า

ควรเข้าไปตรวจในเมนูตั้งค่าเสียงโดยตรงแทนการใช้ปุ่มข้างเครื่องอย่างเดียว เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งเสียงเรียกเข้า เสียงข้อความ และเสียงแจ้งเตือนแอปสำคัญอย่าง LINE ถูกปรับให้ดังพอพร้อมกันทั้งหมด

เสียงดังเกินไปก็เป็นความเสี่ยง ไม่ใช่แค่เสียงเบาเกินไป

ครอบครัวมักโฟกัสที่ปัญหาเสียงเบาจนได้ยินไม่ชัด แต่การเร่งเสียงเรียกเข้าดังสุดขีดในบ้านที่เงียบก็สร้างความเสี่ยงได้เช่นกัน เสียงดังกะทันหันอาจทำให้ผู้สูงอายุตกใจ ลุกเร็วผิดจังหวะ หรือเดินรีบไปรับสายจนสะดุดพื้นต่างระดับหรือพรม โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือขณะเพิ่งตื่นนอน

จุดสมดุลที่ดีคือเสียงดังพอได้ยินจากห้องถัดไป แต่ไม่ดังจนสะดุ้ง และควรเปิดการสั่นควบคู่ด้วยเสมอ เพื่อให้ผู้สูงอายุรับรู้ได้อีกทางหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งเสียงอย่างเดียว

เมื่อเร่งเสียงสุดแล้วยังไม่พอ อาจไม่ใช่ปัญหาการตั้งค่า

ถ้าตั้งค่าเสียงเรียกเข้าไว้ดังสุดแล้ว ยังต้องนั่งใกล้เครื่องมากถึงจะได้ยิน หรือได้ยินเสียงเรียกเข้าแต่ฟังไม่ออกว่าใครโทรมา อาจไม่ใช่เรื่องมือถือแล้ว แต่เป็นสัญญาณของการได้ยินที่เปลี่ยนไปมากพอที่ควรตรวจอย่างจริงจัง

การได้ยินลดลงบางครั้งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความจำไม่ดีหรือความสับสน เพราะผู้สูงอายุอาจตอบคำถามผิดจากที่ฟังไม่ชัด ไม่ใช่จากลืมหรือสับสนจริง จึงควรแยกให้ออกก่อนสรุปว่าเป็นปัญหาความจำ โดยเฉพาะถ้าอาการเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ใช่เพิ่งเปลี่ยนแบบฉับพลัน ซึ่งอาการเปลี่ยนแบบฉับพลันร่วมกับซึมลงต้องแยกเป็นภาวะสับสนเฉียบพลัน (delirium) ที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ ไม่ใช่ปัญหาการได้ยินธรรมดา

A hand adjusting sliders on a professional audio mixing console in a dimly lit studio setup.

รูปภาพโดย Elvis KAMBIRE / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ตรวจว่าได้ยินจริงหรือแค่ไม่ทันสังเกตเสียง

ก่อนปรับอะไร ให้ทดลองโทรเข้าเครื่องขณะอยู่คนละห้อง แล้วสังเกตว่าผู้สูงอายุได้ยินตั้งแต่กี่วินาทีแรก หันมองหาที่มาเสียงถูกทิศหรือไม่ และรับสายทันหรือไม่

  • โทรทดสอบจากห้องถัดไปในระดับเสียงปกติของบ้าน
  • สังเกตว่าตอบสนองต่อเสียงกริ่งหรือแค่เห็นไฟหน้าจอสว่าง
  • ถามตรง ๆ ว่าได้ยินเสียงกี่ครั้งกว่าจะรับสาย

ปรับระดับเสียงและรูปแบบเสียงเรียกเข้าแยกจากกัน

เข้าเมนูเสียง แล้วปรับเสียงเรียกเข้าและแจ้งเตือนให้ดังพอได้ยินจากห้องถัดไป จากนั้นลองเปลี่ยนรูปแบบเสียงเรียกเข้าเป็นโทนต่ำหรือจังหวะซ้ำชัดเจน แทนเสียงแหลมสั้น ๆ ที่บางคนได้ยินยากกว่า

เปิดการสั่นควบคู่กับเสียงเสมอ และถ้าเครื่องรองรับให้ตั้งไฟกะพริบหรือหน้าจอสว่างตอนมีสายเข้าเป็นตัวช่วยเสริมสำหรับคนที่ได้ยินไม่ชัด

  • เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าเป็นโทนต่ำหรือจังหวะซ้ำที่ฟังง่าย
  • เปิดการสั่นควบคู่กับเสียงเสมอ
  • ตั้งไฟกะพริบหรือจอสว่างเมื่อมีสายเข้าถ้าเครื่องรองรับ

ตั้งเสียงเฉพาะสำหรับคนในครอบครัวและทบทวนตามตำแหน่งเครื่อง

ตั้งเสียงเรียกเข้าเฉพาะให้กับเบอร์ลูกหลานหรือผู้ดูแลหลัก ให้ต่างจากเบอร์ทั่วไป เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้ทันทีว่าเป็นสายสำคัญ ไม่ต้องเดาหรือรอฟังชื่อผู้โทรบนจอที่อาจอ่านไม่ทัน

ทบทวนระดับเสียงซ้ำทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนห้องนอนหรือย้ายที่วางมือถือ เพราะระยะห่างจากตัวเครื่องเปลี่ยนไป เสียงที่เคยพอดีอาจไม่พอในตำแหน่งใหม่

  • ตั้งเสียงเรียกเข้าเฉพาะสำหรับเบอร์คนในครอบครัว
  • ทบทวนระดับเสียงใหม่ทุกครั้งที่ย้ายตำแหน่งวางเครื่อง
  • ทดลองฟังจริงในช่วงเวลาที่มักอยู่คนเดียว เช่น กลางคืน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าเร่งเสียงเรียกเข้าดังสุดขีดโดยไม่ทดลองก่อนว่าทำให้ตกใจเดินเร็วผิดจังหวะหรือไม่
  • อย่าปรับแค่ปุ่มเสียงข้างเครื่องแล้วสรุปว่าปรับครบแล้ว เพราะเสียงสื่อกับเสียงเรียกเข้าอาจเป็นคนละส่วนกัน
  • อย่าปิดการสั่นเพราะคิดว่าเสียงอย่างเดียวพอแล้ว การสั่นช่วยเป็นสัญญาณสำรองเมื่อเสียงไม่ชัด
  • อย่าสรุปว่าไม่ตอบสายเพราะดื้อหรือไม่สนใจ โดยไม่ตรวจก่อนว่าได้ยินเสียงจริงหรือไม่
  • อย่าปล่อยให้เร่งเสียงดังสุดเป็นทางแก้ถาวร หากดังสุดแล้วยังไม่พอ ต้องตรวจการได้ยิน ไม่ใช่รอเปลี่ยนมือถือรุ่นใหม่ที่เสียงดังกว่า

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากหูอื้อหรือหูดับข้างใดข้างหนึ่งกะทันหันภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน โดยเฉพาะร่วมกับเวียนศีรษะรุนแรงหรือพูดไม่ชัด เพราะอาจเป็นภาวะฉุกเฉินทางระบบประสาท ไม่ใช่ปัญหาการได้ยินจากอายุทั่วไป
  • ติดต่อโรงพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากมีอาการปวดหูรุนแรง มีของเหลวไหลออกจากหู หรือได้ยินลดลงกะทันหันหลังบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • นัดพบแพทย์หูคอจมูกในเร็ว ๆ นี้ หากต้องเร่งเสียงมือถือดังสุดอยู่เป็นประจำ ต้องให้คนอื่นพูดซ้ำบ่อยขึ้น หรือรู้สึกว่าได้ยินแย่ลงชัดเจนภายในไม่กี่เดือน
  • นัดตรวจสมรรถภาพการได้ยินหากไม่เคยตรวจมาก่อน หรือเครื่องช่วยฟังที่ใช้อยู่เดิมเริ่มไม่พอกับสถานการณ์ปัจจุบัน
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้หากพลาดรับสายเป็นครั้งคราวโดยไม่มีรูปแบบชัดเจน แล้วนำข้อมูลไปเล่าให้แพทย์ฟังหากเริ่มถี่ขึ้น

เช็กลิสต์สรุป

  • ทดลองโทรเข้าจากห้องถัดไปเพื่อทดสอบเสียงเรียกเข้าจริง
  • ปรับเสียงเรียกเข้าและแจ้งเตือนแยกจากเสียงสื่อในเมนูตั้งค่า
  • เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าเป็นโทนต่ำหรือจังหวะซ้ำที่ฟังง่ายกว่าเสียงแหลม
  • เปิดการสั่นควบคู่กับเสียงเสมอ
  • ตั้งเสียงเรียกเข้าเฉพาะสำหรับเบอร์คนในครอบครัว
  • ทบทวนระดับเสียงใหม่ทุกครั้งที่ย้ายตำแหน่งวางเครื่องหรือย้ายห้องนอน

คำถามที่พบบ่อย

เสียงเรียกเข้าดังสุดแล้วแต่ผู้สูงอายุยังไม่ได้ยิน ควรทำอย่างไรต่อ

ให้ลองเปลี่ยนโทนเสียงเป็นแบบความถี่ต่ำและเปิดการสั่นควบคู่ก่อน ถ้ายังไม่ได้ยินชัดในระยะห่างปกติของบ้าน ควรพาไปตรวจการได้ยินกับแพทย์หูคอจมูก เพราะอาจไม่ใช่ปัญหาที่มือถือแก้ได้อีกต่อไป

ทำไมผู้สูงอายุได้ยินเสียงทีวีปกติแต่ไม่ได้ยินเสียงมือถือ

เพราะเสียงเรียกเข้ามือถือหลายแบบเป็นเสียงความถี่สูงหรือเสียงแหลม ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่การได้ยินเสื่อมตามวัยมักลดลงก่อน การเปลี่ยนเป็นเสียงโทนต่ำมักช่วยให้ได้ยินง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเร่งเสียงดังมาก

เร่งเสียงมือถือดังมากอันตรายไหม

การเร่งเสียงเรียกเข้าดังมากไม่ได้ทำร้ายหูโดยตรงเหมือนฟังเสียงเพลงดังนาน ๆ ผ่านหูฟัง แต่เสียงดังกะทันหันอาจทำให้ตกใจ ลุกเร็วผิดจังหวะ หรือเดินรีบจนเสี่ยงหกล้ม จึงควรปรับให้ดังพอได้ยินโดยไม่ดังจนสะดุ้งทุกครั้ง

ควรตั้งเสียงแจ้งเตือนไลน์ให้ดังเท่าเสียงเรียกเข้าไหม

ไม่จำเป็นต้องดังเท่ากัน เพราะข้อความไม่ต้องรีบรับทันทีเหมือนสายเรียกเข้า แนะนำให้เสียงเรียกเข้าดังชัดที่สุด ส่วนเสียงแจ้งเตือนข้อความปรับให้ได้ยินแต่ไม่รบกวนจนเกินไป

ผู้สูงอายุไม่รับสายบ่อย เป็นเพราะไม่ได้ยินหรือไม่อยากคุยกันแน่

ควรแยกให้ชัดก่อนตัดสิน ให้ทดลองโทรจากห้องถัดไปเพื่อดูว่าได้ยินเสียงจริงหรือไม่ ถ้าได้ยินแต่ไม่รับสาย อาจมีสาเหตุอื่น เช่น ไม่มั่นใจในการใช้ปุ่ม ควรถามตรง ๆ ด้วยความเข้าใจ ไม่ด่วนสรุปว่าดื้อหรือไม่สนใจ

การได้ยินไม่ชัดกับความจำไม่ดีต่างกันอย่างไร

บางครั้งผู้สูงอายุตอบคำถามผิดเพราะฟังไม่ชัด ไม่ใช่ลืมหรือสับสน จึงควรทดสอบการได้ยินก่อน หากพูดซ้ำชัด ๆ ใกล้ ๆ แล้วยังตอบสับสนต่อเนื่องหรือเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ควรพบแพทย์เพื่อแยกภาวะสับสนเฉียบพลันออกจากปัญหาการได้ยิน

สรุป

  • ปัญหาไม่ได้ยินเสียงมือถือของผู้สูงอายุมักเกี่ยวข้องกับการได้ยินเสื่อมตามวัยที่เริ่มจากเสียงความถี่สูง ไม่ใช่แค่เรื่องระดับเสียงเบา
  • การแก้ที่ดีคือเลือกโทนเสียงให้เหมาะ เปิดการสั่นควบคู่ และตั้งเสียงเฉพาะสำหรับคนสำคัญ มากกว่าการเร่งเสียงดังสุดขีดเพียงอย่างเดียว
  • เสียงดังเกินไปก็มีความเสี่ยง ทั้งทำให้ตกใจหรือรบกวนคนอื่นในบ้าน จึงต้องหาจุดสมดุล ไม่ใช่ยิ่งดังยิ่งดี
  • ถ้าเร่งเสียงสุดแล้วยังไม่พอ ต้องตรวจการได้ยินกับแพทย์ ไม่ใช่พึ่งการตั้งค่าเครื่องต่อไปเรื่อย ๆ

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

โทรศัพท์เสียงไม่ได้ยิน ปรับอย่างไรให้ผู้สูงอายุรับสายและคุยได้จริง
health-body

โทรศัพท์เสียงไม่ได้ยิน ปรับอย่างไรให้ผู้สูงอายุรับสายและคุยได้จริง

แนวทางปรับเสียงเรียกเข้า เสียงสนทนา และเลือกอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์ให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่หูเริ่มไม่ไว รวมถึงวิธีแยกปัญหาการได้ยินออกจากปัญหาสัญญาณหรือเครื่องเสีย

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
อ่านตัวอักษรในมือถือไม่ถนัด ควรเลือกตั้งค่าตัวอักษรใหญ่แบบไหนให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่บ้าน
tech-safety

อ่านตัวอักษรในมือถือไม่ถนัด ควรเลือกตั้งค่าตัวอักษรใหญ่แบบไหนให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่บ้าน

คู่มือช่วยตัดสินใจสำหรับครอบครัวที่ต้องเลือกวิธีขยายตัวอักษรบนมือถือให้ผู้สูงอายุอ่านง่ายขึ้น โดยไม่ทำให้แอปสำคัญใช้งานยากขึ้น พร้อมจุดที่ควรพบจักษุแพทย์ก่อนปรับเครื่อง

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 15 นาที
เช็กลิสต์ตั้งค่าเสียงมือถือผู้สูงอายุ ที่ทุกคนในบ้านควรช่วยกันตรวจ
tech-safety

เช็กลิสต์ตั้งค่าเสียงมือถือผู้สูงอายุ ที่ทุกคนในบ้านควรช่วยกันตรวจ

เช็กลิสต์แบ่งบทบาทให้ผู้สูงอายุและคนในครอบครัวช่วยกันตรวจสอบการตั้งค่าเสียงมือถือเป็นประจำ ลดโอกาสพลาดสายสำคัญและช่วยสังเกตสัญญาณการได้ยินที่เปลี่ยนไป

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที