สูงวัยไทย
เตรียมบัญชีธนาคารของพ่อแม่สูงอายุอย่างไร ไม่ให้เสี่ยงกลายเป็นบัญชีม้า
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
เตรียมบัญชีธนาคารของพ่อแม่สูงอายุอย่างไร ไม่ให้เสี่ยงกลายเป็นบัญชีม้า
คู่มือช่วยตัดสินใจว่าบ้านของคุณควรเลือกวิธีป้องกันบัญชีม้าแบบไหน ตามจำนวนบัญชี ความถี่ในการใช้แอปธนาคาร และคนที่แวดล้อมผู้สูงอายุในบ้าน ก่อนที่จะมีใครมาขอยืมบัญชี
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Adventure Studio / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- ไม่มีวิธีป้องกันบัญชีม้าแบบเดียวที่เหมาะกับทุกบ้าน สิ่งที่ควรทำต่างกันตามจำนวนบัญชีที่ผู้สูงอายุมี ความถี่ในการใช้แอปธนาคาร และจำนวนคนที่เข้าถึงตัวท่านหรือเอกสารส่วนตัวได้ในชีวิตประจำวัน
- บ้านที่มีผู้สูงอายุใช้บัญชีเดียวเป็นประจำ ควรเน้นตั้งวงเงินโอนต่อวันและเปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมทุกครั้ง มากกว่าการปิดบัญชี
- บ้านที่มีบัญชีเก่าที่เปิดไว้นานแล้วไม่ได้ใช้งาน ควรตัดสินใจระหว่างปิดบัญชีนั้นอย่างถูกต้อง กับคงไว้แต่ตั้งวงเงินเป็นศูนย์และตรวจสอบเป็นประจำ
- บ้านที่มีหลานหรือญาติสนิทแวะเวียนมาบ่อย ควรตกลงกฎในบ้านล่วงหน้าว่าจะไม่มีใครยืมบัญชี บัตร หรือรหัส OTP กันเองแม้เป็นคนคุ้นเคย เพราะคดีบัญชีม้าจำนวนมากเริ่มจากคนใกล้ตัว ไม่ใช่คนแปลกหน้า
- การเตรียมบัญชีให้ปลอดภัยไม่ใช่การจำกัดอิสระของผู้สูงอายุ แต่เป็นการวางระบบร่วมกันก่อนมีใครมาขอความช่วยเหลือแบบเร่งด่วนหรือดูไม่มีพิษภัย
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่ยังไม่เคยมีเหตุการณ์บัญชีถูกใช้เป็นบัญชีม้า และต้องการวางระบบป้องกันไว้ก่อนล่วงหน้า
- เหมาะกับบ้านที่มีบัญชีธนาคารมากกว่าหนึ่งบัญชี หรือมีบัญชีเก่าที่ไม่แน่ใจว่ายังเปิดใช้งานอยู่หรือไม่
- ไม่เหมาะกับผู้ที่สงสัยอยู่แล้วว่าบัญชีถูกใช้เป็นบัญชีม้าไปแล้ว บทความนั้นมีขั้นตอนติดต่อธนาคารและแจ้งความโดยเฉพาะ ควรอ่านคู่มือรับมือเมื่อสงสัยบัญชีม้าแทน
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการชวนพ่อแม่คุยเรื่องนี้แบบไม่ใช้อารมณ์ กลัว หรือทำให้รู้สึกถูกจับตามอง
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมการป้องกันต้องเลือกตามสถานการณ์ของบ้าน ไม่ใช่สูตรเดียว
การจัดการเงินเป็นหนึ่งใน IADL หรือกิจวัตรที่ซับซ้อนกว่าการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน หมายถึงความสามารถในการวางแผน ตัดสินใจ และจัดการเงินของตัวเอง ผู้สูงอายุแต่ละคนมีระดับความสามารถด้านนี้ต่างกันมาก บางท่านยังจัดการบัญชีเองได้คล่องแคล่วทุกวัน บางท่านเริ่มเหนื่อยกับขั้นตอนหลายชั้นของแอปธนาคารจนอยากให้คนอื่นช่วย การป้องกันบัญชีม้าที่ดีจึงต้องเริ่มจากถามว่าผู้สูงอายุในบ้านยังทำ IADL ด้านการเงินได้แค่ไหน แล้วจึงเลือกวิธีป้องกันที่เสริมจุดที่ขาด ไม่ใช่ยึดบัญชีไปทำแทนทั้งหมดโดยไม่ถาม
อีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงคือจำนวนบัญชีและความถี่ในการใช้งานจริง บัญชีที่เปิดไว้นานแล้วไม่ได้แตะต้องเลยมีความเสี่ยงต่างจากบัญชีที่ใช้รับเงินบำนาญทุกเดือน เพราะมิจฉาชีพมักเลือกบัญชีที่เจ้าของไม่ค่อยตรวจสอบ ยิ่งบัญชีเงียบนาน ยิ่งเป็นเป้าหมายที่สะดวกสำหรับการขอยืมหรือถูกแอบอ้าง
แยกให้ออกระหว่างบัญชีที่ใช้ประจำ บัญชีที่ไม่ได้ใช้งาน และบัญชีที่ไม่แน่ใจว่ามีอยู่กี่บัญชี
หลายบ้านไม่เคยรวบรวมรายชื่อบัญชีธนาคารของผู้สูงอายุไว้ในที่เดียว บางท่านเปิดบัญชีไว้หลายธนาคารตั้งแต่ยังทำงาน บางบัญชีเปิดไว้เพื่อรับสวัสดิการเฉพาะเรื่องแล้วไม่ได้ใช้อีกเลย การตัดสินใจว่าจะป้องกันอย่างไรจึงต้องเริ่มจากการรวบรวมให้ครบก่อนว่ามีกี่บัญชี ธนาคารใดบ้าง และบัญชีใดยังมีการเคลื่อนไหว
เมื่อรู้ภาพรวมแล้ว ให้แยกบัญชีออกเป็นสามกลุ่มคร่าว ๆ คือบัญชีที่ใช้รับเงินและจ่ายบิลประจำ บัญชีที่มีเงินเก็บแต่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว และบัญชีที่ไม่แน่ใจว่ายังจำเป็นต้องมีอยู่หรือไม่ แต่ละกลุ่มมีวิธีจัดการที่เหมาะสมต่างกัน ซึ่งจะอธิบายต่อในหัวข้อขั้นตอน
- บัญชีที่ใช้ประจำ เช่น รับเงินบำนาญหรือรับโอนจากลูกหลาน
- บัญชีที่มีเงินเก็บแต่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว เช่น บัญชีออมทรัพย์เก่า
- บัญชีที่ไม่แน่ใจว่ายังจำเป็น เช่น บัญชีที่เปิดไว้นานมากแล้วไม่ได้ใช้เลย
ความไว้ใจคนใกล้ตัวคือช่องโหว่ที่ระบบป้องกันด้านเทคนิคปิดไม่ได้
วงเงินโอนต่ำหรือการแจ้งเตือนธุรกรรมช่วยป้องกันได้เมื่อภัยมาจากคนแปลกหน้า แต่คดีบัญชีม้าจำนวนมากเริ่มจากคนที่ผู้สูงอายุรู้จักและไว้ใจ เช่น หลานที่มาขอยืมบัญชีไปรับเงินค่าขายของออนไลน์ชั่วคราว หรือเพื่อนบ้านที่บอกว่าธนาคารของตัวเองมีปัญหาชั่วคราว สถานการณ์แบบนี้ผู้สูงอายุมักไม่ทันคิดว่าเป็นความเสี่ยง เพราะมองว่าเป็นการช่วยเหลือคนที่รู้จักกันมานาน ไม่ใช่การให้ข้อมูลกับคนแปลกหน้า
การตกลงกฎในบ้านล่วงหน้าจึงสำคัญไม่แพ้ระบบแจ้งเตือนของธนาคาร เพราะเมื่อมีคนมาขอยืมบัญชีจริง ผู้สูงอายุจะมีคำตอบที่ไม่ต้องคิดตัดสินใจตอนนั้นว่า บ้านเรามีกฎว่าจะไม่ให้ยืมบัญชีกับใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะรู้จักกันแค่ไหน คำตอบที่เตรียมไว้แบบนี้ช่วยลดความอึดอัดใจที่จะปฏิเสธคนใกล้ตัวได้มากกว่าการต้องคิดเหตุผลสด ๆ หน้างาน

รูปภาพโดย ClickerHappy / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่หนึ่ง รวบรวมรายชื่อบัญชีทั้งหมดและตัดสินใจทีละบัญชี
นั่งคุยกับผู้สูงอายุเพื่อรวบรวมรายชื่อบัญชีธนาคารทั้งหมดที่มีอยู่ โดยให้ท่านเป็นคนบอกและตัดสินใจร่วมด้วยทุกขั้นตอน ไม่ใช่ผู้ดูแลไปสืบค้นเองแล้วมาแจ้งผลอย่างเดียว เพราะบัญชีเป็นเรื่องส่วนตัวและเป็นสิทธิของท่านในการตัดสินใจ
สำหรับบัญชีที่ใช้ประจำ ให้เน้นตั้งวงเงินโอนต่อวันให้เหมาะกับพฤติกรรมใช้จ่ายจริง และเปิดการแจ้งเตือนทุกธุรกรรมผ่านทั้ง SMS และแอปถ้ามือถือรองรับ สำหรับบัญชีที่มีเงินเก็บแต่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว ให้พิจารณาตั้งวงเงินโอนออนไลน์เป็นศูนย์หรือใกล้ศูนย์ไว้ก่อน แล้วค่อยปรับขึ้นเฉพาะช่วงที่จะใช้จริง ส่วนบัญชีที่ไม่แน่ใจว่ายังจำเป็นต้องมี ให้พาผู้สูงอายุไปติดต่อสาขาธนาคารเพื่อสอบถามและตัดสินใจว่าจะปิดบัญชีอย่างถูกต้องหรือคงไว้
- ทำรายชื่อบัญชีทั้งหมดพร้อมธนาคารและวัตถุประสงค์การใช้
- ตั้งวงเงินโอนให้สอดคล้องกับการใช้จ่ายจริงของแต่ละบัญชี
- เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมทุกครั้งที่ทำได้
ขั้นที่สอง ตกลงกฎในบ้านก่อนมีใครมาขอยืมบัญชี
กำหนดกฎง่าย ๆ ร่วมกันในบ้านว่าจะไม่มีใครให้ยืมบัญชี บัตร ATM รหัส หรือรหัส OTP กับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานใด กฎนี้ควรพูดออกมาเป็นคำพูดที่ผู้สูงอายุจำได้ง่ายและใช้ตอบคนอื่นได้ทันทีโดยไม่ต้องเถียงหรืออธิบายเหตุผลยาว
ซ้อมสถานการณ์จำลองสั้น ๆ เช่น ถ้ามีคนโทรมาบอกว่าจะโอนเงินผ่านบัญชีนี้ให้ชั่วคราว หรือหลานมาขอยืมบัญชีไปรับเงินค่าขายของ ผู้สูงอายุจะตอบอย่างไร การซ้อมล่วงหน้าทำให้เมื่อเจอสถานการณ์จริง ท่านมีคำตอบพร้อมอยู่แล้วโดยไม่ต้องตัดสินใจสดภายใต้ความกดดัน
- ตกลงกฎ ไม่ให้ยืมบัญชี บัตร หรือรหัสกับใครทั้งสิ้น
- ซ้อมประโยคปฏิเสธสั้น ๆ ที่ใช้ได้ทันที
- แจ้งให้สมาชิกในบ้านทุกคนรู้กฎเดียวกัน ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ
ขั้นที่สาม ตรวจสอบร่วมกันเป็นประจำ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ
นัดเวลาตรวจสอบรายการเดินบัญชีร่วมกันเป็นประจำ เช่น เดือนละครั้ง โดยให้ผู้สูงอายุเป็นคนเปิดสมุดบัญชีหรือแอปให้ดู แล้วผู้ดูแลช่วยสังเกตรายการที่ผิดปกติไปด้วยกัน วิธีนี้ทำให้เป็นกิจวัตรปกติที่ไม่ใช่การจับผิด และช่วยให้ทั้งสองฝ่ายคุ้นเคยกับรูปแบบการใช้เงินปกติของกันและกัน จนสังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้นถ้าเกิดขึ้นจริง
หากพบเงินเข้าออกที่จำไม่ได้ว่าเป็นของใคร โอนไปยังบัญชีที่ไม่คุ้นเคย หรือถอนเงินสดจำนวนมากที่จำไม่ได้ว่าถอนไปทำอะไร ให้ถือเป็นสัญญาณที่ต้องสอบถามให้ชัดทันที ไม่ปล่อยผ่าน
- นัดตรวจรายการเดินบัญชีร่วมกันเป็นประจำทุกเดือน
- สังเกตรายการที่จำไม่ได้หรือโอนไปบัญชีไม่คุ้นเคย
- สอบถามทันทีเมื่อพบความผิดปกติ ไม่รอให้แน่ใจก่อน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าเก็บสำเนาบัตรประชาชนของผู้สูงอายุไว้หลายชุดโดยไม่รู้ว่าใครถืออยู่บ้าง เพราะอาจถูกนำไปใช้เปิดบัญชีแอบอ้างโดยเจ้าของบัตรไม่รู้ตัว
- อย่าคิดว่าบัญชีที่มีเงินน้อยหรือไม่ค่อยได้ใช้ไม่มีความเสี่ยง เพราะมิจฉาชีพต้องการเพียงบัญชีที่ใช้งานได้เพื่อรับโอนเงินผ่านเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมีเงินอยู่ก่อน
- อย่าตัดสินใจปิดหรือคงบัญชีแทนผู้สูงอายุโดยไม่ปรึกษา แม้จะทำด้วยความหวังดี เพราะเป็นสิทธิของท่านในการตัดสินใจเรื่องทรัพย์สินของตนเอง
- อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์จริงก่อนแล้วค่อยตกลงกฎในบ้าน เพราะเวลาถูกกดดันหรือถูกเร่งให้ตัดสินใจ คนส่วนใหญ่คิดได้ช้าลงกว่าปกติ
- อย่าใช้น้ำเสียงกล่าวโทษเมื่อชวนคุยเรื่องนี้ เพราะจะทำให้ผู้สูงอายุปิดบังไม่กล้าเล่าเหตุการณ์ต่อไปในอนาคต
- อย่าตั้งวงเงินโอนต่ำจนกระทบการใช้จ่ายจริงของผู้สูงอายุ เพราะจะทำให้ท่านรู้สึกไม่สะดวกและอาจหาวิธีเลี่ยงระบบป้องกันเอง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุแน่นหน้าอก ใจสั่นรุนแรง หรือหายใจลำบากหลังทราบว่าบัญชีของตนอาจถูกใช้เป็นบัญชีม้าไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูงอยู่เดิม เพราะความเครียดเฉียบพลันสามารถกระตุ้นอาการทางกายที่รุนแรงได้จริงในผู้สูงอายุ
- ติดต่อธนาคารภายในวันเดียวกัน หากตรวจรายการเดินบัญชีแล้วพบเงินเข้าออกที่อธิบายไม่ได้ หรือสงสัยว่าบัญชีถูกใช้เป็นทางผ่านของเงินที่ไม่ใช่ของครอบครัว
- นัดคุยกับเจ้าหน้าที่สาขาธนาคารในสัปดาห์นี้ หากพบว่ามีบัญชีเก่าที่ไม่แน่ใจสถานะ หรือมีมากกว่าสามบัญชีที่ไม่ได้ใช้งานต่อเนื่อง เพื่อสอบถามแนวทางปิดบัญชีอย่างถูกต้อง
- เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้เมื่อผู้สูงอายุเล่าว่ามีคนมาขอยืมบัญชีหรือขอสำเนาบัตรประชาชนบ่อยขึ้น แม้จะยังไม่ให้ไปก็ตาม เพื่อดูรูปแบบว่าเป็นคนกลุ่มเดิมที่พยายามซ้ำหรือไม่
- หากผู้สูงอายุเริ่มมีความจำสับสนเรื่องการเงินเร็วผิดปกติในช่วงสั้น ๆ เช่น จำไม่ได้ว่าตัวเองเพิ่งทำธุรกรรมอะไรไปเมื่อวันก่อน ควรนัดพบแพทย์เพื่อประเมินความสามารถในการตัดสินใจเรื่องเงินร่วมกับการตรวจสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่สรุปเองว่าท่านหลงลืมตามวัยธรรมดา
เช็กลิสต์สรุป
- รวบรวมรายชื่อบัญชีธนาคารทั้งหมดของผู้สูงอายุไว้ในที่เดียว
- ตั้งวงเงินโอนให้เหมาะกับการใช้จ่ายจริงของแต่ละบัญชี
- เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมทุกบัญชีที่ทำได้
- ตกลงกฎในบ้าน ไม่ให้ยืมบัญชี บัตร หรือรหัส OTP กับใครทั้งสิ้น
- ซ้อมประโยคปฏิเสธสั้น ๆ ที่ผู้สูงอายุใช้ตอบได้ทันที
- นัดตรวจรายการเดินบัญชีร่วมกันทุกเดือน
- ติดต่อสาขาธนาคารเพื่อสอบถามบัญชีเก่าที่ไม่แน่ใจสถานะ
- ตรวจสอบว่ามีใครถือสำเนาบัตรประชาชนของผู้สูงอายุอยู่บ้าง
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าผู้สูงอายุมีบัญชีธนาคารหลายบัญชีมาก ควรปิดบัญชีที่ไม่ได้ใช้ทั้งหมดเลยหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งหมด ให้พิจารณาเป็นรายบัญชีร่วมกับผู้สูงอายุ บัญชีที่ไม่ได้ใช้งานเลยและไม่มีเหตุผลจำเป็นควรปรึกษาสาขาธนาคารเรื่องการปิดอย่างถูกต้อง ส่วนบัญชีที่ยังมีประโยชน์แต่ใช้ไม่บ่อย อาจคงไว้แต่ตั้งวงเงินโอนออนไลน์เป็นศูนย์หรือใกล้ศูนย์แทน
การตั้งวงเงินโอนต่ำเกินไปจะทำให้ผู้สูงอายุใช้เงินลำบากหรือไม่
อาจลำบากถ้าตั้งโดยไม่ดูพฤติกรรมใช้จ่ายจริง จึงควรคุยกับผู้สูงอายุก่อนว่าปกติโอนเงินครั้งละเท่าไรและบ่อยแค่ไหน แล้วตั้งวงเงินให้ครอบคลุมการใช้จ่ายปกติ พร้อมเผื่อช่องทางขอปรับวงเงินชั่วคราวเมื่อมีความจำเป็นจริง เช่น ซื้อของชิ้นใหญ่
ถ้าหลานหรือญาติที่รู้จักกันดีมาขอยืมบัญชีไปรับเงินชั่วคราว ถือว่าเสี่ยงเป็นบัญชีม้าจริงหรือ
ใช่ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดไม่ได้การันตีว่าเงินที่ผ่านบัญชีนั้นถูกกฎหมายเสมอไป และหากบัญชีถูกใช้เป็นทางผ่านของเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เจ้าของบัญชีอาจถูกอายัดบัญชีหรือถูกสอบสวนได้แม้ไม่รู้เห็นด้วยก็ตาม การปฏิเสธอย่างสุภาพและเด็ดขาดจึงสำคัญไม่ว่าจะเป็นใครมาขอ
ผู้สูงอายุที่ไม่ได้ใช้แอปธนาคารเลย ยังต้องป้องกันเรื่องบัญชีม้าหรือไม่
ยังจำเป็นอยู่ เพราะความเสี่ยงไม่ได้มาจากการใช้แอปเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการให้ยืมสมุดบัญชี บัตร ATM หรือสำเนาเอกสารส่วนตัวด้วย ผู้สูงอายุที่ไม่ใช้แอปควรเน้นการเก็บสมุดบัญชีและบัตรให้ปลอดภัย และแจ้งธนาคารให้เปิดการแจ้งเตือนผ่าน SMS แทน
ควรให้ลูกหลานเป็นเจ้าของร่วมในบัญชีของผู้สูงอายุเลยหรือไม่ เพื่อช่วยดูแล
การเปิดบัญชีร่วมมีเงื่อนไขทางกฎหมายและผลกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยตรงถึงทางเลือกที่เหมาะสม เช่น การให้สิทธิ์ดูรายการเดินบัญชีโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของร่วม แทนการตัดสินใจเองโดยไม่มีข้อมูลครบถ้วน
ถ้าผู้สูงอายุปฏิเสธไม่ยอมให้ตรวจสอบบัญชีร่วมกัน ควรทำอย่างไร
เริ่มจากถามสาเหตุก่อนว่าท่านกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวหรือรู้สึกไม่ไว้ใจ แล้วเสนอวิธีที่ประนีประนอมกว่า เช่น ให้ท่านเป็นคนเปิดดูรายการเองต่อหน้าผู้ดูแลโดยไม่ต้องส่งมอบสมุดบัญชีให้ถือ การเคารพสิทธิในการตัดสินใจของท่านยังคงสำคัญ แม้จะกังวลเรื่องความปลอดภัยก็ตาม
บัญชีที่เพิ่งเปิดใหม่เพื่อรับเบี้ยยังชีพ มีความเสี่ยงเป็นบัญชีม้าเหมือนบัญชีเก่าหรือไม่
มีความเสี่ยงได้เช่นกันหากไม่มีการป้องกัน แต่โดยทั่วไปบัญชีที่ใช้รับเบี้ยยังชีพมักมีการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอทุกเดือนซึ่งช่วยให้สังเกตความผิดปกติได้ง่ายกว่าบัญชีเก่าที่ไม่มีใครแตะต้องเลย จุดที่ต้องระวังคือไม่ให้ใครยืมบัญชีนี้ไปรับเงินอื่นแทรกในช่วงที่ไม่ใช่รอบเบี้ยยังชีพ
สรุป
- การป้องกันบัญชีม้าที่ได้ผลไม่ใช่สูตรเดียวสำหรับทุกบ้าน แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนบัญชี ความถี่ในการใช้งาน และคนที่แวดล้อมผู้สูงอายุในชีวิตประจำวัน
- จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือรวบรวมรายชื่อบัญชีทั้งหมดให้ครบ แล้วเลือกวิธีป้องกันให้เหมาะกับแต่ละบัญชี ไม่ใช่ยึดหรือปิดบัญชีทั้งหมดโดยไม่ถาม
- กฎในบ้านที่ตกลงกันล่วงหน้าว่าจะไม่ให้ยืมบัญชีกับใครทั้งสิ้น สำคัญไม่แพ้ระบบแจ้งเตือนของธนาคาร เพราะภัยจำนวนมากมาจากคนใกล้ตัวที่ไว้ใจกัน
- การตรวจสอบบัญชีร่วมกันเป็นประจำช่วยให้ทั้งครอบครัวสังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอให้เกิดเรื่องใหญ่ก่อนแล้วค่อยแก้ไข
แหล่งข้อมูล
- แนวทางป้องกันภัยทางการเงินและบัญชีม้า — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางป้องกันภัยออนไลน์และการฉ้อโกงดิจิทัล — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

บัญชีม้าในผู้สูงอายุ คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และควรรับมือแบบไหน
บัญชีม้าในผู้สูงอายุมักไม่ได้เริ่มจากความโลภ แต่จากความไว้ใจคนรู้จักหรือข้อเสนองานที่ดูไม่มีพิษภัย บทความนี้อธิบายว่าบัญชีม้าคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และควรรับมืออย่างไรหากสงสัย

เมื่อบัญชีผู้สูงอายุกลายเป็นบัญชีม้า ความเข้าใจผิดที่ทำให้ครอบครัวรับมือช้าไป
หลายครอบครัวมองข้ามสัญญาณบัญชีม้าเพราะคิดว่าเกิดกับคนโลภหรือคนที่ไม่ระวังตัวเท่านั้น บทความนี้ชี้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยและขั้นตอนแก้ไขก่อนที่จะสายเกินไป