สูงวัยไทย
พ่อแม่ซื้อของออนไลน์บ่อยขึ้น ตั้งกติกาในบ้านอย่างไรแทนการห้ามซื้อ
พิมพ์เมื่อ 21 กันยายน 2026
พ่อแม่ซื้อของออนไลน์บ่อยขึ้น ตั้งกติกาในบ้านอย่างไรแทนการห้ามซื้อ
แนวทางตั้งกติการ่วมกันในบ้านเมื่อผู้สูงอายุเริ่มซื้อของออนไลน์บ่อยขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงถูกหลอกและใช้จ่ายเกินตัว โดยไม่ต้องห้ามหรือแย่งสิทธิตัดสินใจ
เผยแพร่เมื่อ 20 กันยายน 2026

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- การห้ามซื้อของออนไลน์เด็ดขาดมักไม่ได้ผลในระยะยาว เพราะผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าถูกลิดรอนสิทธิ์และอาจแอบซื้อเองโดยไม่ปรึกษาใคร ทางที่ได้ผลกว่าคือการตั้งกติการ่วมกันในบ้าน เช่น กำหนดวงเงินต่อครั้งที่ควรปรึกษาก่อน ไม่ใช่ห้ามซื้อทั้งหมด
- กติกาที่ดีควรเกิดจากการพูดคุยร่วมกัน ไม่ใช่ลูกหลานเป็นคนกำหนดฝ่ายเดียว เพราะผู้สูงอายุยังมีสิทธิตัดสินใจเรื่องเงินและการใช้จ่ายของตัวเอง เว้นแต่มีสัญญาณชัดเจนว่าความสามารถในการตัดสินใจลดลงจริง
- ความเสี่ยงหลักของการซื้อของออนไลน์ในผู้สูงอายุไม่ใช่แค่เรื่องถูกหลอก แต่รวมถึงการกดสั่งซื้อซ้ำโดยไม่ตั้งใจ การจำรหัสผ่านการชำระเงินไม่ได้จนบันทึกไว้ในที่ไม่ปลอดภัย และการหลงเชื่อร้านค้าปลอมที่ใช้ราคาถูกผิดปกติล่อใจ
- การช่วยตั้งค่าการชำระเงินให้ปลอดภัยและสอนสังเกตร้านค้าที่น่าเชื่อถือ สำคัญกว่าการเข้าไปควบคุมการซื้อทุกครั้ง
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่ผู้สูงอายุเริ่มสั่งซื้อของออนไลน์บ่อยขึ้น ทั้งของใช้ในบ้าน อาหารเสริม หรือสินค้าตามคลิปที่เห็นในโซเชียลมีเดีย และเริ่มกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรือความปลอดภัย
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังตัดสินใจเรื่องเงินได้เองดี และอยากมีระบบช่วยเตือนตัวเองมากกว่าถูกควบคุมทั้งหมด ไม่เหมาะกับกรณีที่มีสัญญาณความจำหรือการตัดสินใจถดถอยชัดเจน ซึ่งต้องดูแลต่างออกไปและอาจต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมการห้ามซื้อของออนไลน์มักไม่ได้ผล
ผู้สูงอายุที่เคยดูแลเรื่องเงินและการใช้จ่ายของตัวเองมาทั้งชีวิต มักรู้สึกไม่พอใจเมื่อถูกลูกหลานสั่งห้ามหรือตำหนิเรื่องการซื้อของออนไลน์ ความรู้สึกถูกลิดรอนอำนาจตัดสินใจนี้อาจทำให้ท่านเลือกซื้อของโดยไม่บอกใคร หรือลบประวัติการสั่งซื้อเพื่อไม่ให้ลูกหลานรู้ ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเพราะไม่มีใครช่วยตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าให้
การตั้งกติการ่วมกันแทนการห้าม จึงเป็นวิธีที่รักษาทั้งความเป็นอิสระของผู้สูงอายุและความปลอดภัยไปพร้อมกัน โดยเริ่มจากการพูดคุยว่าอยากได้ความช่วยเหลือแบบไหน ไม่ใช่ลูกหลานตัดสินใจแทนทั้งหมด
จุดสังเกตร้านค้าออนไลน์ที่น่าสงสัย
ร้านค้าที่ตั้งราคาสินค้าถูกกว่าราคาตลาดมากผิดปกติ ไม่มีรีวิวจากผู้ซื้อจริงหรือมีแต่รีวิวที่เขียนคล้ายกันเกินไป และเร่งให้โอนเงินโดยตรงเข้าบัญชีส่วนตัวแทนการชำระผ่านระบบของแพลตฟอร์ม ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ควรระวัง โดยเฉพาะเมื่อสินค้าคืออาหารเสริมหรือของที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง
อีกรูปแบบที่พบมากขึ้นคือโฆษณาสินค้าในโซเชียลมีเดียที่ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ปลอมที่หน้าตาคล้ายร้านค้าจริง เมื่อกดสั่งซื้อแล้วเงินจะถูกโอนไปยังบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องกับร้านค้าจริงเลย ผู้สูงอายุที่ไม่คุ้นเคยกับการตรวจสอบที่อยู่เว็บไซต์จึงตกเป็นเป้าหมายง่าย
การตั้งค่าการชำระเงินให้ปลอดภัยขึ้น
การผูกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตไว้ในแอปช้อปปิ้งอาจสะดวก แต่หากผู้สูงอายุเผลอกดยืนยันการสั่งซื้อโดยไม่ตั้งใจ หรือถูกหลอกให้กดลิงก์ปลอม เงินอาจถูกตัดออกไปทันทีโดยไม่มีขั้นตอนยืนยันเพิ่มเติม การตั้งค่าให้ต้องใส่รหัสผ่านหรือยืนยันตัวตนทุกครั้งก่อนชำระเงิน แม้จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วยลดโอกาสสั่งซื้อผิดพลาดหรือถูกตัดเงินโดยไม่รู้ตัวได้มาก
การตั้งวงเงินสูงสุดต่อวันหรือต่อครั้งกับธนาคารก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยจำกัดความเสียหายหากเกิดการหลอกลวงขึ้นจริง โดยไม่ต้องปิดกั้นการซื้อของทั้งหมด
การพูดคุยเรื่องงบประมาณโดยไม่ทำให้รู้สึกถูกควบคุม
การตั้งกติกาเรื่องวงเงินควรเป็นข้อตกลงร่วมกัน เช่น การซื้อที่มีมูลค่าสูงกว่าจำนวนหนึ่งที่ตกลงกันไว้ ควรบอกให้คนในบ้านรู้ก่อน ไม่ใช่เพื่อขออนุญาต แต่เพื่อให้มีคนช่วยตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าด้วยกัน วิธีนี้ช่วยรักษาความรู้สึกว่าผู้สูงอายุยังเป็นผู้ตัดสินใจหลัก ขณะที่ครอบครัวมีส่วนช่วยป้องกันความเสี่ยงได้ทันเวลา

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: พูดคุยเปิดใจเรื่องการซื้อของออนไลน์
เริ่มจากถามความรู้สึกและความต้องการของผู้สูงอายุก่อน เช่น ชอบซื้ออะไรบ้าง อยากได้ความช่วยเหลือแบบไหน แทนการเริ่มด้วยการตำหนิเรื่องค่าใช้จ่ายที่ผ่านมา
- ถามว่าปกติซื้อของออนไลน์อะไรบ่อยที่สุด
- ถามว่าเคยเจอปัญหาหรือความไม่แน่ใจอะไรบ้างระหว่างซื้อ
- อธิบายเหตุผลที่อยากตั้งกติการ่วมกันอย่างตรงไปตรงมา
ขั้นที่ 2: ตกลงวงเงินที่ควรบอกกันก่อนซื้อ
ร่วมกันกำหนดวงเงินต่อครั้งที่หากเกินจำนวนนี้ ควรบอกให้คนในบ้านรู้หรือช่วยตรวจสอบร้านค้าก่อน โดยตัวเลขนี้ควรมาจากการพูดคุยตกลงกัน ไม่ใช่ลูกหลานกำหนดฝ่ายเดียว
- ตกลงจำนวนเงินที่ควรบอกกันก่อนสั่งซื้อ
- เขียนหรือบันทึกข้อตกลงไว้ในที่ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน
- ทบทวนข้อตกลงนี้เป็นระยะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป
ขั้นที่ 3: ตั้งค่าความปลอดภัยของการชำระเงิน
ช่วยตั้งค่าให้ต้องยืนยันตัวตนก่อนชำระเงินทุกครั้ง และตั้งวงเงินสูงสุดต่อวันกับธนาคารเพื่อจำกัดความเสียหายหากเกิดปัญหาขึ้นจริง
- ตั้งค่าให้ต้องใส่รหัสผ่านหรือยืนยันตัวตนก่อนชำระเงินทุกครั้ง
- ติดต่อธนาคารเพื่อตั้งวงเงินสูงสุดต่อวันที่เหมาะสม
- สอนวิธีตรวจสอบที่อยู่เว็บไซต์และรีวิวร้านค้าก่อนสั่งซื้อ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าห้ามซื้อของออนไลน์เด็ดขาดโดยไม่ฟังความต้องการของผู้สูงอายุก่อน
- อย่ายึดโทรศัพท์หรือแอปช้อปปิ้งเป็นการลงโทษหลังพบว่ามีการซื้อของราคาสูง
- อย่าตั้งกติกาฝ่ายเดียวโดยไม่พูดคุยหรือขอความเห็นชอบจากผู้สูงอายุก่อน
- อย่าเชื่อร้านค้าเพียงเพราะราคาถูกมากหรือมีคนรีวิวเยอะ โดยไม่ตรวจสอบที่มาของรีวิวเหล่านั้น
- อย่าผูกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตไว้ในทุกแอปโดยไม่ตั้งค่ายืนยันตัวตนก่อนชำระเงิน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทรแจ้งธนาคารทันทีเพื่อขออายัดหรือระงับธุรกรรม หากพบว่าผู้สูงอายุโอนเงินให้ร้านค้าปลอมหรือถูกตัดเงินโดยไม่ได้สั่งซื้อจริง
- ติดต่อพูดคุยกับผู้สูงอายุภายในวันเดียวกัน หากพบการสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูงผิดปกติจากร้านที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
- พูดคุยอย่างจริงจังในสัปดาห์นี้ หากพบว่ามีการสั่งซื้อซ้ำ ๆ จำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งอาจสะท้อนความสับสนหรือการตัดสินใจที่เปลี่ยนไป
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากเป็นเพียงความกังวลทั่วไปเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้
เช็กลิสต์สรุป
- พูดคุยเปิดใจเรื่องการซื้อของออนไลน์โดยไม่ตำหนิ
- ตกลงวงเงินต่อครั้งที่ควรบอกกันก่อนสั่งซื้อร่วมกัน
- ตั้งค่าให้ต้องยืนยันตัวตนก่อนชำระเงินทุกครั้ง
- ติดต่อธนาคารเพื่อตั้งวงเงินสูงสุดต่อวัน
- สอนวิธีตรวจสอบที่อยู่เว็บไซต์และรีวิวร้านค้าก่อนซื้อ
- ทบทวนข้อตกลงเรื่องวงเงินเป็นระยะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
คำถามที่พบบ่อย
ควรห้ามพ่อแม่ซื้อของออนไลน์เลยไหมถ้ากลัวถูกหลอก
ไม่แนะนำให้ห้ามเด็ดขาด เพราะมักทำให้ท่านรู้สึกถูกลิดรอนสิทธิ์และอาจแอบซื้อเองโดยไม่มีใครช่วยตรวจสอบ ทางที่ดีกว่าคือตั้งกติการ่วมกัน เช่น วงเงินที่ควรบอกกันก่อนซื้อ
วงเงินที่ควรตั้งเป็นเกณฑ์บอกกันก่อนซื้อควรเป็นเท่าไร
ไม่มีตัวเลขตายตัวที่เหมาะกับทุกบ้าน ควรพูดคุยตกลงกันเองตามฐานะและความสบายใจของครอบครัว สิ่งสำคัญคือเป็นตัวเลขที่เกิดจากการตกลงร่วมกัน ไม่ใช่ลูกหลานกำหนดฝ่ายเดียว
จะรู้ได้อย่างไรว่าร้านค้าออนไลน์ที่พ่อแม่กำลังจะซื้อน่าเชื่อถือหรือไม่
สังเกตว่าราคาถูกผิดปกติจากราคาตลาดหรือไม่ มีรีวิวจากผู้ซื้อจริงหรือรีวิวเขียนคล้ายกันเกินไป และร้านให้ชำระผ่านระบบของแพลตฟอร์มหรือให้โอนตรงเข้าบัญชีส่วนตัว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ควรระวัง
ตั้งค่าให้ต้องยืนยันตัวตนก่อนชำระเงินทุกครั้งจะทำให้ใช้งานยากขึ้นไหม
จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในแต่ละครั้ง แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการกดสั่งซื้อผิดพลาดหรือถูกตัดเงินโดยไม่รู้ตัวได้มาก ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าสำหรับความปลอดภัยทางการเงิน
ถ้าพ่อแม่ซื้อของออนไลน์มูลค่าสูงโดยไม่บอกใครก่อน ควรทำอย่างไร
ควรพูดคุยกับท่านอย่างใจเย็นภายในวันเดียวกัน ถามถึงร้านค้าและเหตุผลในการซื้อ แทนการตำหนิทันที และใช้โอกาสนี้ทบทวนข้อตกลงเรื่องวงเงินร่วมกันอีกครั้ง
ถ้าโอนเงินให้ร้านค้าปลอมไปแล้ว มีโอกาสได้เงินคืนไหม
มีโอกาสได้คืนหากแจ้งธนาคารอย่างรวดเร็วเพื่อขอให้ตรวจสอบและระงับธุรกรรมที่ยังไม่ถูกโอนออกจากระบบ ความเร็วในการแจ้งมีผลอย่างมากต่อโอกาสได้เงินคืน จึงไม่ควรรอหรือรู้สึกอายที่จะแจ้ง
สรุป
- การห้ามซื้อของออนไลน์เด็ดขาดมักไม่ได้ผลและเสี่ยงทำให้ผู้สูงอายุแอบซื้อเองโดยไม่มีใครช่วยตรวจสอบ
- กติการ่วมกัน เช่น วงเงินที่ควรบอกกันก่อนซื้อ ช่วยรักษาความเป็นอิสระของผู้สูงอายุไปพร้อมกับลดความเสี่ยง
- การตั้งค่ายืนยันตัวตนก่อนชำระเงินและวงเงินสูงสุดต่อวันกับธนาคาร ช่วยจำกัดความเสียหายได้จริงหากเกิดปัญหา
- หากพบการโอนเงินให้ร้านค้าปลอมแล้ว ต้องรีบแจ้งธนาคารทันที เพราะความเร็วมีผลต่อโอกาสได้เงินคืน
แหล่งข้อมูล
- แนวทางรู้เท่าทันสื่อและธุรกรรมออนไลน์ — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- การชำระเงินและความปลอดภัยทางการเงินดิจิทัล — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการซื้อขายออนไลน์ — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-20)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เผลอโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ผู้สูงอายุและลูกหลานต้องทำอะไรก่อนภายในไม่กี่ชั่วโมง
ลำดับขั้นตอนที่ควรทำทันทีเมื่อผู้สูงอายุโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ตั้งแต่แจ้งธนาคารและตำรวจ ไปจนถึงตรวจสอบโทรศัพท์และป้องกันการตกเป็นเหยื่อซ้ำ

วิธีเริ่มขายของออนไลน์วัยเกษียณให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงถูกโกงหรือรั่วไหลข้อมูล
แนวทางทีละขั้นตอนสำหรับผู้สูงอายุและคนก่อนเกษียณที่อยากเริ่มขายของออนไลน์ ตั้งแต่เลือกแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย ตั้งราคาและจัดส่งอย่างรอบคอบ ไปจนถึงการป้องกันข้อมูลลูกค้าและตัวเองจากมิจฉาชีพ

เช็กลิสต์ตรวจเครื่องกันแอปดูดเงิน ที่ผู้สูงอายุและครอบครัวควรทำเป็นประจำ
รวมรายการตรวจการตั้งค่าเครื่อง พฤติกรรมของแอป และบัญชีการเงิน ที่ควรทำเป็นประจำเพื่อจับสัญญาณแอปดูดเงินก่อนเกิดความเสียหาย ไม่ใช่รอให้สงสัยแล้วค่อยตรวจ

โทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรมาหาคุณพ่อ จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นมิจฉาชีพ
มิจฉาชีพที่มุ่งเป้าผู้สูงอายุมักอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ตำรวจ หรือหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเร่งให้ตัดสินใจเร็ว แนวทางนี้ช่วยให้ครอบครัวรู้จักสัญญาณเตือนและวางระบบรับมือที่ใช้ได้จริงในสถานการณ์จริง