สูงวัยไทย
วิดีโอคอลกับผู้สูงอายุให้ปลอดภัย ไม่ใช่แค่เห็นหน้าแล้วไว้ใจได้เสมอ
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
วิดีโอคอลกับผู้สูงอายุให้ปลอดภัย ไม่ใช่แค่เห็นหน้าแล้วไว้ใจได้เสมอ
หลายบ้านเชื่อว่าวิดีโอคอลปลอดภัยกว่าโทรธรรมดาเพราะเห็นหน้าคู่สนทนา แต่มิจฉาชีพก็ปรับตัวตามเช่นกัน บทความนี้สอนเตรียมอุปกรณ์ ตรวจสอบตัวตน และรับมือเมื่อวิดีโอคอลเริ่มน่าสงสัย
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- วิดีโอคอลช่วยให้ผู้สูงอายุเห็นหน้าลูกหลานและรู้สึกอุ่นใจ แต่การเห็นหน้าไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป มิจฉาชีพบางกลุ่มใช้ภาพหรือเสียงปลอมสวมรอยเป็นคนคุ้นเคยหรือเจ้าหน้าที่รัฐ
- จุดที่ทำให้ตกเป็นเป้าหมายบ่อยที่สุดคือความรีบร้อนของสถานการณ์ที่อ้างขึ้นมา เช่น หลานถูกจับกุมด่วนหรือบัญชีมีปัญหาต้องยืนยันทันที ทำให้ไม่ทันได้ตรวจสอบตัวตนจริง
- การป้องกันที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่การจดจำรูปแบบมิจฉาชีพทุกแบบ แต่คือกฎเดียวที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ คือไม่โอนเงินหรือให้ข้อมูลระหว่างวิดีโอคอล ไม่ว่าหน้าตาหรือเสียงจะคุ้นเคยแค่ไหน ให้วางสายแล้วโทรกลับเบอร์เดิมที่บันทึกไว้เอง
- การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะกับสายตาและการได้ยินของผู้สูงอายุ ช่วยให้สังเกตความผิดปกติของภาพหรือเสียงได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของวิดีโอคอลปลอมในบางกรณี
- ครอบครัวควรตกลงตารางวิดีโอคอลที่คุ้นเคยไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สายที่มาผิดเวลาหรือผิดรูปแบบเป็นสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ทันที
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่ใช้วิดีโอคอลเป็นช่องทางหลักในการติดต่อผู้สูงอายุที่อยู่คนละบ้านหรือคนละจังหวัด
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่มใช้วิดีโอคอลและยังไม่แน่ใจว่าจะสังเกตความผิดปกติอย่างไร
- เหมาะกับลูกหลานที่อยากวางระบบตรวจสอบตัวตนร่วมกันไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์จริง
- ไม่เหมาะกับกรณีที่มีการโอนเงินหรือให้ข้อมูลไปแล้วระหว่างวิดีโอคอล ให้ทำตามขั้นตอนในหัวข้อเมื่อใดควรขอความช่วยเหลือทันที
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมวิดีโอคอลจึงทำให้ผู้สูงอายุไว้ใจง่ายกว่าที่ควร
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในครอบครัวคือคิดว่าวิดีโอคอลปลอดภัยกว่าการโทรธรรมดา เพราะเห็นหน้าคู่สนทนาด้วยตา ความรู้สึกนี้เข้าใจได้ แต่ไม่ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบัน เพราะมีเทคโนโลยีที่สามารถปลอมภาพและเสียงให้คล้ายคนจริงได้ในระดับที่คนทั่วไปแยกได้ยากด้วยตาเปล่า หน่วยงานด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์จึงเริ่มออกคำเตือนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
สายตายาวตามวัยหรือ presbyopia ทำให้ผู้สูงอายุมองรายละเอียดเล็กบนหน้าจอ เช่น ริมฝีปากขยับไม่ตรงกับเสียงหรือแสงเงาบนใบหน้าผิดธรรมชาติ ได้ยากกว่าคนวัยอื่น จึงพลาดสัญญาณเตือนที่ควรสังเกตได้ง่ายกว่านี้
อีกปัจจัยคือความรีบร้อนของสถานการณ์ที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น เช่น อ้างว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินที่ต้องตัดสินใจทันที ซึ่งทำให้สมองมีเวลาคิดทบทวนน้อยลง ไม่ว่าอายุเท่าไรก็ตกเป็นเหยื่อความเร่งด่วนแบบนี้ได้ทั้งนั้น
- การเห็นหน้าไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เทคโนโลยีปลอมภาพและเสียงพัฒนาไปมาก
- สายตายาวตามวัยทำให้สังเกตความผิดปกติเล็ก ๆ บนหน้าจอได้ยากขึ้น
- ความรีบร้อนที่ถูกสร้างขึ้นในสถานการณ์คือเครื่องมือหลักของมิจฉาชีพ ไม่ใช่ความซับซ้อนทางเทคนิค
รูปแบบวิดีโอคอลหลอกลวงที่พบในครอบครัวไทย
รูปแบบหนึ่งคือวิดีโอคอลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ แต่งเครื่องแบบ นั่งในฉากที่ดูเป็นทางการ แจ้งว่าผู้สูงอายุหรือคนในครอบครัวพัวพันคดี ต้องโอนเงินตรวจสอบหรือให้ข้อมูลบัญชีทันที หน่วยงานราชการจริงไม่เรียกเก็บเงินหรือขอข้อมูลบัญชีผ่านวิดีโอคอลในลักษณะนี้
อีกรูปแบบคือวิดีโอคอลอ้างว่าเป็นลูกหลานที่กำลังเดือดร้อนเร่งด่วน เช่น ประสบอุบัติเหตุหรือถูกจับกุม เสียงและหน้าตาอาจคล้ายจริงมากจนแยกยาก จุดสังเกตคือมักรีบตัดบทไม่ให้ถามรายละเอียดนานและรีบขอให้โอนเงินก่อนวางสาย
รูปแบบที่ค่อยเป็นค่อยไปกว่าคือการสร้างความสัมพันธ์ผ่านวิดีโอคอลเป็นระยะเวลานาน ก่อนค่อยขอยืมเงินหรือชวนลงทุน ซึ่งอาศัยความไว้ใจที่สะสมมาเป็นเครื่องมือหลักแทนความเร่งด่วน
- อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขอเงินหรือข้อมูลบัญชีผ่านวิดีโอคอล หน่วยงานจริงไม่ทำเช่นนี้
- อ้างเป็นลูกหลานเดือดร้อนเร่งด่วน มักรีบตัดบทไม่ให้ถามรายละเอียด
- สร้างความสัมพันธ์นานก่อนขอยืมเงินหรือชวนลงทุน อาศัยความไว้ใจสะสม
เตรียมบ้านและอุปกรณ์ให้วิดีโอคอลไม่สร้างความเสี่ยงเพิ่ม
แสงสว่างที่พอเหมาะและมุมกล้องที่เห็นหน้าคู่สนทนาชัดเจน ช่วยให้ผู้สูงอายุสังเกตความผิดปกติของภาพได้ง่ายขึ้น ควรวางอุปกรณ์ในมุมที่ไม่มีแสงย้อนและมีพื้นหลังนิ่ง ไม่รกจนสายตาสับสน
สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียรในบ้านไทยหลายหลังทำให้ภาพหรือเสียงกระตุกเป็นปกติอยู่แล้ว จุดนี้ทำให้แยกยากขึ้นว่าอาการกระตุกที่เห็นเป็นเพราะสัญญาณหรือเป็นร่องรอยของภาพปลอม จึงไม่ควรใช้ความกระตุกเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินใจ
ครอบครัวควรตกลงตารางวิดีโอคอลที่คุ้นเคยไว้ล่วงหน้า เช่น วันและเวลาที่โทรหากันเป็นประจำ เพื่อให้สายที่โทรเข้ามาผิดเวลาหรือผิดรูปแบบเป็นสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดวิเคราะห์ซับซ้อน
- จัดแสงและมุมกล้องให้เห็นหน้าคู่สนทนาชัดเจน ไม่มีแสงย้อน
- อย่าใช้ความกระตุกของภาพหรือเสียงเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินใจ
- ตกลงตารางวิดีโอคอลที่คุ้นเคยไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สายผิดเวลาเป็นสัญญาณเตือน

รูปภาพโดย Helena Lopes / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
เตรียมอุปกรณ์และพื้นที่ก่อนเริ่มวิดีโอคอลเป็นประจำ
เลือกมุมในบ้านที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตดีที่สุดและใช้เป็นจุดวิดีโอคอลประจำ วางเก้าอี้ให้นั่งสบายและมองเห็นหน้าจอโดยไม่ต้องเงยหรือก้มคอมากเกินไป
ปรับขนาดตัวอักษรและไอคอนในแอปให้ใหญ่พอมองเห็น ทดสอบระดับเสียงลำโพงให้ฟังชัดโดยไม่ต้องเร่งจนรบกวนเพื่อนบ้าน และเตรียมหูฟังสำรองไว้สำหรับผู้ที่ได้ยินไม่ชัดจากลำโพงปกติ
ติดกระดาษเบอร์โทรของลูกหลานที่ใช้ยืนยันตัวตนไว้ใกล้จุดวิดีโอคอล เพื่อให้หยิบโทรกลับได้ทันทีเมื่อไม่แน่ใจ ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาในเครื่อง
- เลือกมุมที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตดีที่สุดเป็นจุดวิดีโอคอลประจำ
- ปรับขนาดตัวอักษรและทดสอบระดับเสียงให้เหมาะสม
- ติดเบอร์โทรลูกหลานไว้ใกล้จุดวิดีโอคอลเพื่อโทรกลับได้ทันที
ตรวจสอบตัวตนก่อนคุยเรื่องสำคัญผ่านวิดีโอคอล
หากมีวิดีโอคอลที่อ้างเรื่องเร่งด่วนหรือเรื่องเงิน ให้วางสายก่อนแล้วโทรกลับไปยังเบอร์เดิมที่บันทึกไว้เอง ไม่ใช่เบอร์ที่ปรากฏในสายที่เพิ่งรับ เพราะเบอร์ที่แสดงอาจถูกปลอมแปลงได้
ถามคำถามที่มีเฉพาะคนในครอบครัวจริงเท่านั้นที่ตอบได้ เช่น ชื่อเล่นของสัตว์เลี้ยงเก่าหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดในบ้าน แล้วสังเกตว่าคำตอบและปฏิกิริยาสมเหตุสมผลหรือไม่
สังเกตความผิดปกติของภาพและเสียง เช่น ริมฝีปากขยับไม่ตรงจังหวะกับเสียง แสงบนใบหน้าผิดจากแสงรอบตัว หรือน้ำเสียงเรียบเกินไปไม่มีอารมณ์ตามสถานการณ์ที่อ้าง
- วางสายแล้วโทรกลับเบอร์เดิมที่บันทึกไว้เอง ไม่ใช่เบอร์ที่โทรเข้ามา
- ถามคำถามที่มีเฉพาะคนในครอบครัวจริงตอบได้
- สังเกตริมฝีปาก แสงบนใบหน้า และน้ำเสียงว่าผิดปกติหรือไม่
รับมือเมื่อวิดีโอคอลเริ่มน่าสงสัยระหว่างคุย
วางสายได้ทันทีโดยไม่ต้องรู้สึกผิดหรือกลัวเสียมารยาท หากคู่สนทนาเร่งให้ตัดสินใจเรื่องเงินหรือข้อมูลส่วนตัวอย่างรวดเร็วผิดปกติ คนในครอบครัวที่รักกันจริงจะไม่โกรธที่ถูกขอให้วางสายไปตรวจสอบก่อน
ไม่ให้รหัส OTP หมายเลขบัญชี หรือโอนเงินระหว่างวิดีโอคอลไม่ว่ากรณีใด แม้จะดูเหมือนเป็นคนคุ้นเคยที่สุดก็ตาม เพราะนี่คือกฎเดียวที่ป้องกันความเสียหายได้แน่นอนที่สุด
หลังวางสาย ให้แจ้งคนในครอบครัวอีกคนทันทีเพื่อช่วยยืนยัน และถ้ามีการให้ข้อมูลหรือโอนเงินไปแล้วก่อนรู้ตัว ให้รีบติดต่อธนาคารทันทีโดยไม่ต้องรอให้แน่ใจทุกรายละเอียดก่อน
- วางสายได้ทันทีเมื่อถูกเร่งให้ตัดสินใจเรื่องเงินหรือข้อมูลอย่างผิดปกติ
- ไม่ให้ OTP หมายเลขบัญชี หรือโอนเงินระหว่างวิดีโอคอลไม่ว่ากรณีใด
- แจ้งคนในครอบครัวทันทีหลังวางสาย และติดต่อธนาคารทันทีหากให้ข้อมูลไปแล้ว
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าเชื่อว่าเห็นหน้าคู่สนทนาแล้วเท่ากับปลอดภัย ภาพและเสียงสามารถถูกปลอมแปลงได้
- อย่าตัดสินใจเรื่องเงินหรือข้อมูลส่วนตัวระหว่างวิดีโอคอลที่รีบเร่ง ให้วางสายและตรวจสอบก่อนเสมอ
- อย่าโทรกลับเบอร์ที่ปรากฏในสายที่เพิ่งรับ ให้ใช้เบอร์เดิมที่บันทึกไว้เองเท่านั้น
- อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุใช้วิดีโอคอลโดยไม่เคยตกลงตารางหรือรหัสยืนยันตัวตนในครอบครัวไว้ล่วงหน้า
- อย่าตำหนิทันทีที่พบว่าเกือบหลงเชื่อวิดีโอคอลปลอม เพราะจะทำให้ครั้งหน้าไม่กล้าบอกใคร
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่นรุนแรง หรือทรุดตัวหลังรู้ตัวว่าถูกหลอกผ่านวิดีโอคอล
- ติดต่อธนาคารและแจ้งความผ่านสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ภายในวันเดียวกัน หากมีการโอนเงินหรือให้ข้อมูลบัญชีไปแล้วระหว่างวิดีโอคอล
- นัดคุยกันในครอบครัวภายในสัปดาห์นี้ หากพบว่ามีวิดีโอคอลแปลกเข้ามาบ่อยขึ้นแม้ยังไม่มีความเสียหาย เพื่อตกลงระบบยืนยันตัวตนให้ชัดเจนกว่าเดิม
- ปรึกษาช่างหรือลูกหลานที่ไว้ใจในเร็ว ๆ นี้ หากสงสัยว่ามีแอปแปลกถูกติดตั้งระหว่างหรือหลังวิดีโอคอลที่ไม่คุ้นเคย
- เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้ หากได้รับวิดีโอคอลแปลกแต่วางสายทันได้ทัน ให้จดวันเวลาและสิ่งที่อ้างไว้เพื่อเทียบกับครั้งถัดไป
- หากผู้สูงอายุเริ่มกลัวการใช้วิดีโอคอลจนไม่กล้าคุยกับลูกหลานเลย ให้ค่อย ๆ ฝึกใช้งานร่วมกันใหม่ทีละขั้น แทนการปล่อยให้เลิกใช้ไปเลย
เช็กลิสต์สรุป
- จัดมุมวิดีโอคอลที่สัญญาณดี แสงพอเหมาะ และเก้าอี้นั่งสบาย
- ทดสอบขนาดตัวอักษรและระดับเสียงให้เหมาะกับสายตาและการได้ยิน
- ติดเบอร์โทรลูกหลานไว้ใกล้จุดวิดีโอคอล
- ตกลงตารางวิดีโอคอลที่คุ้นเคยไว้ล่วงหน้ากับครอบครัว
- ตกลงคำถามยืนยันตัวตนที่เฉพาะคนในครอบครัวตอบได้
- ย้ำกฎไม่ให้ OTP หมายเลขบัญชี หรือโอนเงินระหว่างวิดีโอคอล
- วางสายและโทรกลับเบอร์เดิมทุกครั้งที่รู้สึกไม่แน่ใจ
คำถามที่พบบ่อย
จะรู้ได้อย่างไรว่าวิดีโอคอลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นของปลอม
หน่วยงานราชการจริงไม่เรียกเก็บเงินหรือขอข้อมูลบัญชีผ่านวิดีโอคอล หากมีการขอเช่นนี้ให้ถือว่าน่าสงสัยทันทีไม่ว่าเครื่องแบบหรือฉากหลังจะดูเป็นทางการแค่ไหน ให้วางสายแล้วตรวจสอบผ่านช่องทางที่ค้นหาเองจากเว็บไซต์หน่วยงานนั้น
หลานโทรวิดีโอคอลมาบอกว่าถูกจับกุมและต้องการเงินด่วน ควรทำอย่างไร
ให้วางสายก่อนแล้วโทรกลับไปยังเบอร์เดิมของหลานที่บันทึกไว้เอง หรือโทรถามพ่อแม่ของหลานโดยตรง อย่าโอนเงินระหว่างสายนั้นไม่ว่าจะรู้สึกเร่งด่วนแค่ไหน เพราะเป็นรูปแบบที่มิจฉาชีพใช้บ่อยเพื่อไม่ให้มีเวลาตรวจสอบ
ภาพและเสียงปลอมในวิดีโอคอลทำได้เนียนขนาดไหน แยกด้วยตาเปล่าได้จริงหรือไม่
เทคโนโลยีปัจจุบันทำให้ภาพและเสียงปลอมเนียนขึ้นมาก บางครั้งแยกด้วยตาเปล่าได้ยากโดยเฉพาะในสัญญาณที่ไม่ชัดหรือแสงน้อย จึงไม่ควรใช้ความรู้สึก “หน้าตาเหมือนจริง” เป็นเกณฑ์เดียว ควรใช้กฎวางสายแล้วโทรกลับเบอร์เดิมทุกครั้งที่มีการขอเงินหรือข้อมูล
สัญญาณอินเทอร์เน็ตกระตุกบ่อยในบ้าน จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นสัญญาณไม่ดีหรือเป็นวิดีโอคอลปลอม
ความกระตุกของภาพเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวชี้วัดที่แน่นอน เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตในบ้านก็ทำให้ภาพกระตุกได้เช่นกัน ให้ดูองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย เช่น เนื้อหาที่พูดเร่งด่วนผิดปกติ การขอเงินหรือข้อมูล และปฏิกิริยาต่อคำถามยืนยันตัวตนที่ตกลงกันไว้
ควรบันทึกวิดีโอคอลที่น่าสงสัยไว้เป็นหลักฐานหรือไม่
หากทำได้และไม่กระทบความปลอดภัยขณะนั้น การเก็บภาพหน้าจอหรือบันทึกบางส่วนไว้เป็นประโยชน์เมื่อต้องแจ้งความ แต่ความปลอดภัยสำคัญกว่าการเก็บหลักฐาน หากรู้สึกไม่ปลอดภัยให้วางสายก่อนแล้วค่อยจดรายละเอียดที่จำได้ไว้ทีหลัง
ผู้สูงอายุที่มีปัญหาความจำ ควรใช้วิดีโอคอลกับคนแปลกหน้าหรือไม่
ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะความจำที่ถดถอยอาจทำให้แยกแยะสถานการณ์เร่งด่วนปลอมได้ยากขึ้น ครอบครัวควรตั้งค่าให้รับวิดีโอคอลได้เฉพาะรายชื่อที่บันทึกไว้แล้ว และปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความจำเพื่อประเมินความสามารถในการใช้งานโดยรวม
ถ้าผู้สูงอายุอยู่คนเดียวและไม่มีลูกหลานให้โทรกลับตรวจสอบ ควรทำอย่างไร
ควรมีเบอร์ของญาติหรือเพื่อนบ้านที่ไว้ใจอย่างน้อยหนึ่งคนที่โทรปรึกษาได้เมื่อไม่แน่ใจ และสามารถโทรสอบถามหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงผ่านเว็บไซต์หรือเบอร์ทางการโดยตรง แทนที่จะตัดสินใจคนเดียวระหว่างวิดีโอคอลที่กดดัน
สรุป
- วิดีโอคอลช่วยให้ครอบครัวเชื่อมโยงกันได้ดี แต่การเห็นหน้าไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป เพราะภาพและเสียงสามารถถูกปลอมแปลงได้ในปัจจุบัน
- กฎเดียวที่ป้องกันความเสียหายได้มากที่สุดคือไม่โอนเงินหรือให้ข้อมูลระหว่างวิดีโอคอล วางสายแล้วโทรกลับเบอร์เดิมที่บันทึกไว้เองเสมอ
- การเตรียมอุปกรณ์ แสง และตารางวิดีโอคอลที่คุ้นเคยไว้ล่วงหน้า ช่วยให้สังเกตความผิดปกติได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องวิเคราะห์ซับซ้อน
- ถ้าเกิดความเสียหายทางการเงินขึ้นแล้ว ให้ติดต่อธนาคารและแจ้งความทันทีในวันเดียวกัน ความเร็วในการแจ้งมีผลมากกว่าความละเอียดของหลักฐาน
แหล่งข้อมูล
- แนวทางรู้เท่าทันการหลอกลวงผ่านภาพและเสียงปลอมทางออนไลน์ — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางความปลอดภัยทางการเงินและการป้องกันการหลอกลวงทางไกล — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางส่งเสริมทักษะดิจิทัลในผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

เตรียมและตั้งค่า LINE ให้ผู้สูงอายุใช้ได้จริง เลือกวิธีให้เหมาะกับแต่ละบ้าน
แต่ละบ้านมีเงื่อนไขไม่เหมือนกันเวลาจะตั้งค่า LINE ให้ผู้สูงอายุ บทความนี้ช่วยเทียบทางเลือกตามสายตา การได้ยิน และคนที่อยู่ด้วย พร้อมขั้นตอนตั้งค่าความปลอดภัยที่ป้องกันมิจฉาชีพได้จริง

เช็กลิสต์วิดีโอคอลปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ตรวจก่อนรับสายทุกครั้ง
รวมรายการตรวจสอบสั้น กระชับ ที่ผู้สูงอายุและครอบครัวใช้ทบทวนก่อน ระหว่าง และหลังวิดีโอคอลทุกครั้ง เพื่อลดโอกาสตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพผ่านภาพและเสียง

เสียงปลายสายที่อ้างเป็นตำรวจหรือธนาคาร: วิธีสังเกตสายโทรศัพท์หลอกลวงในผู้สูงอายุ
คู่มือสำหรับผู้สูงอายุและครอบครัวในการฟังออกว่าสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นตำรวจ ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการกำลังหลอกลวง พร้อมขั้นตอนรับมือระหว่างสายและวิธีวางระบบป้องกันร่วมกันในบ้านล่วงหน้า

เจอลิงก์แปลกทาง SMS หรือ LINE ผู้สูงอายุควรเช็กอะไรก่อนกด
ลิงก์ปลอมที่ส่งมาทาง SMS หรือ LINE เป็นช่องทางหลอกลวงที่พบบ่อยในผู้สูงอายุไทย บทความนี้อธิบายวิธีสังเกตลิงก์อันตราย ขั้นตอนก่อนกดและหลังกดพลาด พร้อมระดับความเร่งด่วนที่ควรทำ