สูงวัยไทย
แจ้งเหตุ ขอที่พักพิง หรือฟ้องร้องดูแล ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งควรเลือกทางไหนก่อน
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
แจ้งเหตุ ขอที่พักพิง หรือฟ้องร้องดูแล ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งควรเลือกทางไหนก่อน
แนวทางตัดสินใจสำหรับผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งหรือครอบครัวที่พบเห็นสถานการณ์นี้ เปรียบเทียบการแจ้งเหตุกับหน่วยงาน การขอที่พักพิงชั่วคราว และการดำเนินการทางกฎหมายเรื่องหน้าที่อุปการะ
เผยแพร่เมื่อ 2 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Bruna Corrêa / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งมีทางเลือกในการรับความช่วยเหลือหลักสามทาง คือ แจ้งเหตุกับหน่วยงานรัฐเพื่อขอการช่วยเหลือฉุกเฉิน ขอที่พักพิงชั่วคราว หรือดำเนินการทางกฎหมายเรื่องหน้าที่อุปการะเลี้ยงดู
- การเลือกทางไหนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสถานการณ์ หากอยู่ในภาวะอันตรายเร่งด่วนควรแจ้งเหตุทันทีก่อนพิจารณาทางเลือกอื่น
- การขอที่พักพิงชั่วคราวเหมาะกับกรณีที่ไม่มีที่อยู่ปลอดภัยทันที ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายเหมาะกับกรณีที่ต้องการให้บุตรหลานปฏิบัติหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูอย่างจริงจัง
- ครอบครัวหรือเพื่อนบ้านที่พบเห็นผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งสามารถแจ้งเหตุแทนได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สูงอายุเองเท่านั้นที่แจ้งได้
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่กำลังเผชิญสถานการณ์ถูกทอดทิ้งโดยครอบครัวหรือผู้ดูแล
- เหมาะกับเพื่อนบ้านหรือญาติที่พบเห็นผู้สูงอายุอยู่ในสภาวะเสี่ยงและต้องการทราบว่าควรแจ้งใครก่อน
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการเข้าใจสิทธิของผู้สูงอายุในการขอความช่วยเหลือเมื่อครอบครัวไม่สามารถดูแลได้
- ไม่ครอบคลุมกรณีความรุนแรงในครอบครัวที่มีอันตรายถึงชีวิตเฉียบพลัน ซึ่งต้องแจ้งเหตุฉุกเฉินทันทีโดยไม่ต้องรอพิจารณาทางเลือกใด ๆ
สิ่งที่ควรรู้
ทางเลือกที่ 1: แจ้งเหตุกับหน่วยงานเพื่อขอการช่วยเหลือฉุกเฉิน
หากพบว่าผู้สูงอายุอยู่ในสภาวะขาดอาหาร ที่อยู่อาศัยไม่ปลอดภัย หรือถูกปล่อยปละละเลยจนเสี่ยงอันตราย ควรแจ้งเหตุกับหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่หรือกรมกิจการผู้สูงอายุทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินสถานการณ์และช่วยเหลือเบื้องต้น
การแจ้งเหตุสามารถทำได้โดยผู้สูงอายุเอง ญาติ เพื่อนบ้าน หรือบุคคลใดก็ตามที่พบเห็นสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นเรื่องร้ายแรงถึงขั้นวิกฤตก่อนจึงแจ้ง
- เหมาะกับสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือความปลอดภัยชัดเจน
- สามารถแจ้งได้โดยผู้สูงอายุเองหรือบุคคลที่พบเห็นสถานการณ์
- เจ้าหน้าที่จะเข้าไปประเมินสถานการณ์และช่วยเหลือเบื้องต้น
ทางเลือกที่ 2: ขอที่พักพิงชั่วคราว
สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีที่อยู่ปลอดภัยทันทีหลังถูกทอดทิ้ง หน่วยงานรัฐบางแห่งมีสถานที่พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับระหว่างที่หน่วยงานประสานงานหาทางออกระยะยาว ซึ่งอาจรวมถึงการประสานญาติหรือหาสถานสงเคราะห์ที่เหมาะสมต่อไป
ที่พักพิงชั่วคราวไม่ใช่ทางออกถาวร แต่เป็นจุดพักเพื่อความปลอดภัยระหว่างรอการแก้ไขปัญหาระยะยาว จึงควรใช้ควบคู่กับการแจ้งเหตุและปรึกษาเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์อย่างต่อเนื่อง
- เหมาะกับกรณีที่ไม่มีที่อยู่ปลอดภัยทันทีหลังถูกทอดทิ้ง
- เป็นจุดพักชั่วคราว ไม่ใช่ทางออกถาวร
- ควรใช้ควบคู่กับการปรึกษาเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์อย่างต่อเนื่อง
ทางเลือกที่ 3: ดำเนินการทางกฎหมายเรื่องหน้าที่อุปการะเลี้ยงดู
กฎหมายไทยกำหนดหน้าที่บุตรในการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ หากบุตรหลานละเลยหน้าที่นี้อย่างชัดเจน ผู้สูงอายุหรือผู้แทนสามารถปรึกษาทนายอาสาหรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อพิจารณาแนวทางทางกฎหมายที่เหมาะสม
การดำเนินการทางกฎหมายมักใช้เวลาและควรพิจารณาเป็นทางเลือกเมื่อการไกล่เกลี่ยในครอบครัวไม่ได้ผล ไม่ใช่ขั้นตอนแรกที่ควรทำในทุกกรณี เพราะอาจกระทบความสัมพันธ์ในครอบครัวในระยะยาว
- เหมาะกับกรณีที่บุตรหลานละเลยหน้าที่อุปการะอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
- ควรพิจารณาเมื่อการไกล่เกลี่ยในครอบครัวไม่ได้ผลแล้ว
- ควรปรึกษาทนายอาสาหรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนก่อนดำเนินการ

รูปภาพโดย Markus Winkler / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: ประเมินระดับความเร่งด่วนของสถานการณ์
หากผู้สูงอายุอยู่ในภาวะอันตรายเฉียบพลัน เช่น ขาดอาหารรุนแรงหรือเจ็บป่วยโดยไม่มีคนดูแล ให้แจ้งเหตุฉุกเฉินทันที หากสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแต่มีความเสี่ยงต่อเนื่อง ให้เริ่มจากการติดต่อหน่วยงานพัฒนาสังคมในพื้นที่
- ประเมินว่าอยู่ในภาวะอันตรายเฉียบพลันหรือไม่
- แจ้งเหตุฉุกเฉินทันทีหากมีความเสี่ยงถึงชีวิต
- ติดต่อหน่วยงานพัฒนาสังคมหากยังไม่ถึงขั้นวิกฤต
ขั้นที่ 2: ติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ติดต่อกรมกิจการผู้สูงอายุ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพื้นที่ เพื่อแจ้งสถานการณ์และขอคำแนะนำขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสมกับกรณี
- ติดต่อหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่
- อธิบายสถานการณ์อย่างละเอียดและตรงไปตรงมา
- สอบถามขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสมกับกรณีของตน
ขั้นที่ 3: พิจารณาที่พักพิงชั่วคราวหากจำเป็น
หากไม่มีที่อยู่ปลอดภัยทันที ให้สอบถามหน่วยงานเรื่องที่พักพิงชั่วคราวที่รองรับได้ พร้อมเตรียมเอกสารประจำตัวเท่าที่มีติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวกในการลงทะเบียนเข้าพัก
- สอบถามหน่วยงานเรื่องที่พักพิงชั่วคราวที่รองรับได้
- เตรียมเอกสารประจำตัวเท่าที่มีติดตัวไปด้วย
- ประสานญาติที่ไว้ใจได้ควบคู่ไปกับการขอที่พักพิง
ขั้นที่ 4: พิจารณาทางกฎหมายเมื่อการไกล่เกลี่ยไม่ได้ผล
หากหลังจากได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้วบุตรหลานยังคงละเลยหน้าที่อุปการะอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาทนายอาสาหรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อพิจารณาแนวทางทางกฎหมายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป
- ปรึกษาทนายอาสาหรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนหากการไกล่เกลี่ยไม่ได้ผล
- รวบรวมหลักฐานการถูกทอดทิ้งเท่าที่มีไว้ประกอบการปรึกษา
- ตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการทางกฎหมายกับสมาชิกในครอบครัว
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่ารอจนสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นวิกฤตก่อนจึงแจ้งเหตุกับหน่วยงาน
- อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยเพียงเพราะเกรงใจไม่อยากให้เรื่องครอบครัวเป็นที่รู้
- อย่าตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมายทันทีโดยไม่ลองไกล่เกลี่ยในครอบครัวก่อน หากสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นอันตราย
- อย่าเพิกเฉยหากเพื่อนบ้านหรือคนรู้จักพบเห็นผู้สูงอายุอยู่ในสภาวะเสี่ยง แม้จะไม่ใช่ญาติของตน
- อย่าให้ผู้สูงอายุอยู่ในสถานที่พักพิงชั่วคราวเป็นเวลานานโดยไม่ติดตามความคืบหน้ากับเจ้าหน้าที่
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากผู้สูงอายุอยู่ในภาวะอันตรายเฉียบพลัน เช่น ขาดอาหารรุนแรงหรือเจ็บป่วยโดยไม่มีคนดูแล ให้แจ้งเหตุฉุกเฉินทันที
- หากพบเห็นผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งในพื้นที่ของตนแม้ไม่ใช่ญาติ ควรแจ้งหน่วยงานพัฒนาสังคมในพื้นที่แทนการเพิกเฉย
- หากไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ที่พบเข้าข่ายการถูกทอดทิ้งตามกฎหมายหรือไม่ ควรปรึกษาศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อขอคำแนะนำ
- หากบุตรหลานปฏิเสธหน้าที่อุปการะอย่างต่อเนื่องแม้ได้รับการไกล่เกลี่ยแล้ว ควรปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
เช็กลิสต์สรุป
- ประเมินระดับความเร่งด่วนของสถานการณ์ก่อนตัดสินใจ
- แจ้งเหตุฉุกเฉินทันทีหากมีความเสี่ยงถึงชีวิต
- ติดต่อหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่
- สอบถามเรื่องที่พักพิงชั่วคราวหากไม่มีที่อยู่ปลอดภัย
- รวบรวมหลักฐานการถูกทอดทิ้งเท่าที่มี
- ปรึกษาทนายอาสาหรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนก่อนดำเนินการทางกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
ใครสามารถแจ้งเหตุผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งได้บ้าง
สามารถแจ้งได้โดยผู้สูงอายุเอง ญาติ เพื่อนบ้าน หรือบุคคลใดก็ตามที่พบเห็นสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รับแจ้งเหตุจากบุคคลทั่วไปที่พบเห็นความเสี่ยง
ที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้สูงอายุมีค่าใช้จ่ายหรือไม่
โดยทั่วไปที่พักพิงชั่วคราวที่จัดโดยหน่วยงานรัฐเพื่อช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินมักไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เงื่อนไขและระยะเวลาที่รองรับได้อาจแตกต่างกันไปตามหน่วยงานและสถานการณ์ ควรสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ที่ประสานงานให้โดยตรง
บุตรหลานมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องดูแลพ่อแม่จริงหรือไม่
กฎหมายไทยกำหนดหน้าที่บุตรในการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ หากบุตรหลานละเลยหน้าที่นี้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ผู้สูงอายุหรือผู้แทนสามารถปรึกษาทนายอาสาหรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป
ถ้าไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ที่เห็นเข้าข่ายถูกทอดทิ้งหรือไม่ ควรทำอย่างไร
ควรแจ้งหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนแจ้ง เพราะเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ประเมินและตัดสินความเหมาะสมของการช่วยเหลือ
การแจ้งเหตุจะกระทบความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือไม่
การแจ้งเหตุมุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้สูงอายุเป็นหลัก เจ้าหน้าที่มักเริ่มจากการประเมินและไกล่เกลี่ยก่อนดำเนินการขั้นรุนแรง จึงไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความขัดแย้งเสมอไป แต่ในบางกรณีอาจกระทบความสัมพันธ์ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักกับความปลอดภัยของผู้สูงอายุเป็นสำคัญ
ถ้าผู้สูงอายุไม่ยอมให้แจ้งเหตุเพราะกลัวลูกหลานเดือดร้อน ควรทำอย่างไร
ควรพูดคุยอธิบายให้ผู้สูงอายุเข้าใจว่าการแจ้งเหตุมีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ไม่ใช่การเอาผิดลูกหลานเสมอไป หากยังกังวลอาจเริ่มจากการปรึกษาศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อขอคำแนะนำแบบไม่เป็นทางการก่อนตัดสินใจขั้นต่อไป
สรุป
- การแจ้งเหตุกับหน่วยงานเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดเมื่อพบว่าผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งหรืออยู่ในสภาวะเสี่ยง
- ที่พักพิงชั่วคราวเป็นทางออกระหว่างรอการแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
- การดำเนินการทางกฎหมายเรื่องหน้าที่อุปการะควรพิจารณาเมื่อการไกล่เกลี่ยในครอบครัวไม่ได้ผลแล้ว
- ทุกคนที่พบเห็นผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งสามารถแจ้งเหตุได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติหรือรอให้ผู้สูงอายุแจ้งเอง
แหล่งข้อมูล
- แนวทางสิทธิและสวัสดิการผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-28)
- Decade of Healthy Ageing: preventing abuse and neglect of older people — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-28)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

สิทธิและความช่วยเหลือสำหรับผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งหรือไม่มีคนดูแลเพียงพอ
แนวทางทำความเข้าใจว่าการถูกทอดทิ้งในผู้สูงอายุมีรูปแบบใดบ้าง สัญญาณที่ควรสังเกต สิทธิตามกฎหมาย และช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อครอบครัวดูแลไม่เพียงพอ

เช็กลิสต์สิทธิผู้สูงอายุเมื่อถูกทอดทิ้ง สิ่งที่ครอบครัวควรตรวจสอบให้ครบ
รายการตรวจสอบสัญญาณ สิทธิ และช่องทางความช่วยเหลือเมื่อผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งหรือดูแลไม่เพียงพอ ครอบคลุมสิ่งที่ควรสังเกต สวัสดิการที่ควรตรวจสอบ และเอกสารที่ควรเตรียมก่อนแจ้งหน่วยงาน

วางแผนความปลอดภัยเมื่อผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งหรือดูแลไม่เพียงพอ ระหว่างรอความช่วยเหลือ
แนวทางวางแผนความปลอดภัยต่อเนื่องสำหรับผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งหรือดูแลไม่เพียงพอ ตั้งแต่สร้างเครือข่ายสนับสนุน ป้องกันทรัพย์สิน ไปจนถึงประสานหน่วยงานระหว่างรอการช่วยเหลือระยะยาว

สิทธิเมื่อผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง: จุดที่ครอบครัวมักเข้าใจผิดจนพลาดโอกาสขอความช่วยเหลือ
รวมความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเรื่องสิทธิของผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกละเลย พร้อมแนวทางบันทึกหลักฐานและติดต่อหน่วยงานที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น