สูงวัยไทย
วิธีดูแลสมุดบัญชีธนาคารของผู้สูงอายุให้ปลอดภัยจากการสูญหายและการฉ้อโกง
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
วิธีดูแลสมุดบัญชีธนาคารของผู้สูงอายุให้ปลอดภัยจากการสูญหายและการฉ้อโกง
แนวทางปฏิบัติจริงสำหรับครอบครัวในการดูแลสมุดบัญชีธนาคารของผู้สูงอายุ ตั้งแต่จุดเก็บรักษา การตรวจสอบยอดเงินสม่ำเสมอ ไปจนถึงขั้นตอนเมื่อสมุดบัญชีหายหรือสงสัยธุรกรรมผิดปกติ
เผยแพร่เมื่อ 2 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Andrea Piacquadio / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- เก็บสมุดบัญชีไว้ในจุดที่ปลอดภัยแยกจากบัตรประชาชนและเงินสด เพื่อลดความเสี่ยงสูญหายพร้อมกันทั้งชุด
- ตรวจสอบยอดเงินและรายการเดินบัญชีร่วมกับผู้สูงอายุเป็นประจำเพื่อจับความผิดปกติได้เร็ว
- ไม่มอบสมุดบัญชีพร้อมบัตรประชาชนให้บุคคลอื่นแม้จะอ้างว่าช่วยทำธุรกรรมให้
- หากสมุดบัญชีหายหรือสงสัยธุรกรรมผิดปกติ ต้องแจ้งธนาคารทันทีเพื่อระงับความเสียหายเพิ่มเติม
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังทำธุรกรรมธนาคารด้วยตนเองเป็นประจำ
- เหมาะกับครอบครัวที่ช่วยดูแลการเงินของผู้สูงอายุร่วมกันแต่ยังต้องการให้ท่านมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
- เหมาะกับผู้ดูแลที่เริ่มสังเกตความเสี่ยงเรื่องการฉ้อโกงทางการเงินในครอบครัว
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมสมุดบัญชีผู้สูงอายุเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ
ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยเป็นกลุ่มที่มีเงินออมสะสมมาตลอดชีวิตการทำงาน ทำให้เป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพที่ใช้กลลวงหลากหลายรูปแบบ เช่น อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อขอข้อมูลบัญชี หรืออาสาช่วยทำธุรกรรมแล้วขอยืมสมุดบัญชีไปด้วย
สมุดบัญชีธนาคารมักถูกเก็บรวมกับเอกสารสำคัญอื่น ทำให้หากจุดเก็บถูกโจรกรรมหรือสมุดบัญชีสูญหาย มักสูญหายพร้อมกับบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตนอื่นไปด้วย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้มิจฉาชีพนำไปใช้ทำธุรกรรมปลอมได้ง่ายขึ้น
สัญญาณของธุรกรรมผิดปกติที่ควรสังเกต
การถอนเงินจำนวนมากผิดปกติ การโอนเงินไปยังบัญชีที่ไม่คุ้นเคยซ้ำหลายครั้ง หรือยอดเงินในบัญชีลดลงโดยผู้สูงอายุจำไม่ได้ว่าทำธุรกรรมนั้นเอง ล้วนเป็นสัญญาณที่ครอบครัวควรให้ความสนใจและตรวจสอบเพิ่มเติมทันที
ความแตกต่างระหว่างการป้องกันเชิงระบบกับการป้องกันเชิงพฤติกรรม
การป้องกันเชิงระบบหมายถึงการจัดเก็บและตรวจสอบสมุดบัญชีให้ปลอดภัยตามขั้นตอน ในขณะที่การป้องกันเชิงพฤติกรรมหมายถึงการปรับวิธีคิดและปฏิกิริยาของผู้สูงอายุเมื่อเจอกลลวง เช่น การฝึกตั้งคำถามก่อนเชื่อคนที่โทรมาขอข้อมูลการเงิน ทั้งสองด้านต้องทำควบคู่กันจึงจะป้องกันได้ผลจริง
ครอบครัวที่เน้นเฉพาะการป้องกันเชิงระบบ เช่น ล็อกตู้เก็บสมุดบัญชีอย่างเดียว แต่ไม่ได้พูดคุยเรื่องกลลวงทางโทรศัพท์กับผู้สูงอายุ อาจยังคงเสี่ยงต่อการถูกหลอกให้โอนเงินเองโดยสมัครใจ ซึ่งเป็นรูปแบบการฉ้อโกงที่พบบ่อยไม่แพ้การขโมยสมุดบัญชีโดยตรง
ข้อควรพิจารณาเมื่อผู้สูงอายุมีหลายบัญชีจากหลายธนาคาร
ผู้สูงอายุบางคนมีบัญชีธนาคารหลายแห่งที่เปิดไว้ตั้งแต่สมัยทำงาน เช่น บัญชีเงินเดือนเก่า บัญชีสำหรับรับเบี้ยยังชีพ และบัญชีเงินฝากประจำ การมีหลายบัญชีทำให้การตรวจสอบยอดเงินและรายการเดินบัญชีใช้เวลามากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่บัญชีบางบัญชีที่ไม่ค่อยได้ใช้งานจะถูกมองข้ามจากการตรวจสอบ
ครอบครัวควรทำรายการสรุปบัญชีทั้งหมดที่ผู้สูงอายุมีไว้ในที่เดียว ระบุธนาคาร เลขบัญชี และวัตถุประสงค์การใช้งานของแต่ละบัญชี เพื่อให้การตรวจสอบเป็นระบบและไม่พลาดบัญชีใดบัญชีหนึ่งไป โดยเฉพาะบัญชีเก่าที่ไม่ได้ใช้งานประจำแต่ยังมียอดเงินคงค้างอยู่ ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายที่มิจฉาชีพสนใจเพราะเจ้าของบัญชีเองก็อาจตรวจสอบไม่บ่อย
การพูดคุยเรื่องความปลอดภัยทางการเงินโดยไม่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกถูกจับตามอง
การชวนผู้สูงอายุพูดคุยเรื่องความปลอดภัยของสมุดบัญชีควรทำในลักษณะปรึกษาหารือร่วมกัน ไม่ใช่การสอบถามเชิงตรวจสอบ เช่น ชวนคุยว่าเคยได้ยินข่าวกลลวงแบบใดบ้างจากเพื่อนบ้านหรือสื่อ แล้วค่อยโยงเข้าสู่การตรวจสอบสมุดบัญชีของตนเองร่วมกัน แทนการถามตรง ๆ ว่าเก็บเงินไว้เท่าไรหรือสมุดบัญชีอยู่ที่ไหน
วิธีนี้ช่วยรักษาความรู้สึกมีศักดิ์ศรีและความเป็นส่วนตัวของผู้สูงอายุ ในขณะที่ครอบครัวยังได้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการช่วยดูแลความปลอดภัยทางการเงินร่วมกันอย่างเหมาะสม

รูปภาพโดย Jakub Zerdzicki / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: กำหนดจุดเก็บสมุดบัญชีแยกจากเอกสารยืนยันตัวตน
เก็บสมุดบัญชีธนาคารแยกจากบัตรประชาชนและเงินสด เพื่อลดความเสี่ยงที่ทั้งหมดจะสูญหายพร้อมกันในเหตุการณ์เดียว หากจำเป็นต้องพกออกนอกบ้าน ให้พกเฉพาะที่ต้องใช้จริงในวันนั้น
ขั้นที่ 2: ตรวจสอบยอดเงินและรายการเดินบัญชีเป็นประจำ
นัดหมายตรวจสอบสมุดบัญชีร่วมกับผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดือนละครั้ง เพื่อดูว่ารายการเดินบัญชีตรงกับที่ผู้สูงอายุจำได้หรือไม่ หากพบรายการที่จำไม่ได้ ให้สอบถามธนาคารเพื่อตรวจสอบทันที
ขั้นที่ 3: ตั้งกฎร่วมกันเรื่องการมอบสมุดบัญชีให้ผู้อื่น
พูดคุยกับผู้สูงอายุให้เข้าใจตรงกันว่าจะไม่มอบสมุดบัญชีพร้อมบัตรประชาชนให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน แม้จะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือคนรู้จัก หากจำเป็นต้องให้ผู้อื่นช่วยทำธุรกรรม ควรให้สมาชิกในครอบครัวที่ไว้ใจได้ไปพร้อมกันที่สาขาธนาคารเท่านั้น
ขั้นที่ 4: พิจารณาการแจ้งเตือนธุรกรรมทางโทรศัพท์
หากผู้สูงอายุมีโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานได้สะดวก อาจพิจารณาสมัครบริการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวบัญชีผ่านข้อความกับธนาคาร เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวได้ทันทีแม้ไม่ได้เปิดสมุดบัญชีดู
ขั้นที่ 5: ขั้นตอนเมื่อสมุดบัญชีหายหรือสงสัยธุรกรรมผิดปกติ
หากสมุดบัญชีหายหรือพบธุรกรรมที่ผู้สูงอายุไม่ได้ทำเอง ให้ติดต่อธนาคารทันทีเพื่อแจ้งอายัดหรือระงับธุรกรรมชั่วคราว จากนั้นแจ้งความไว้เป็นหลักฐานหากพบว่ามีการฉ้อโกงเกิดขึ้นจริง
- ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
- ขอรายการเดินบัญชีย้อนหลังเพื่อตรวจสอบธุรกรรม
- แจ้งความหากพบว่ามีการฉ้อโกงหรือแอบอ้างใช้บัญชี
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าเก็บสมุดบัญชีรวมกับบัตรประชาชนและเงินสดในที่เดียวกันเสมอ
- อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุมอบสมุดบัญชีให้บุคคลแปลกหน้าหรือคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่โดยไม่มีการยืนยันตัวตนที่สาขาธนาคาร
- อย่าข้ามการตรวจสอบรายการเดินบัญชีเป็นเวลานานหลายเดือนโดยไม่ทบทวน
- อย่าตำหนิผู้สูงอายุอย่างรุนแรงหากพบว่าตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกง เพราะอาจทำให้ท่านไม่กล้าบอกเหตุการณ์ในครั้งต่อไป
- อย่ารอให้ยอดเงินหายไปจำนวนมากก่อนจึงเริ่มตรวจสอบ ควรตรวจสอบเป็นประจำแม้ยอดเงินจะดูปกติ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากพบธุรกรรมที่ผู้สูงอายุยืนยันว่าไม่ได้ทำเอง ให้ติดต่อธนาคารทันทีเพื่อขออายัดบัญชีชั่วคราวและตรวจสอบรายการ
- หากมีคนโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารและขอให้โอนเงินหรือแจ้งรหัสผ่าน ให้วางสายและติดต่อธนาคารด้วยเบอร์ทางการเพื่อยืนยัน
- หากสงสัยว่าผู้สูงอายุถูกหลอกให้ทำธุรกรรมซ้ำหลายครั้งโดยไม่รู้ตัว ควรปรึกษาธนาคารและอาจต้องแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
- หากไม่แน่ใจสิทธิทางกฎหมายเมื่อเกิดการฉ้อโกงทางการเงิน ควรปรึกษานักกฎหมาย
เช็กลิสต์สรุป
- เก็บสมุดบัญชีแยกจากบัตรประชาชนและเงินสด
- ตรวจสอบยอดเงินและรายการเดินบัญชีร่วมกับผู้สูงอายุเป็นประจำ
- ตกลงกฎร่วมกันว่าจะไม่มอบสมุดบัญชีให้บุคคลแปลกหน้า
- พิจารณาสมัครบริการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวบัญชีทางโทรศัพท์
- รู้ขั้นตอนติดต่อธนาคารทันทีเมื่อสมุดบัญชีหายหรือพบธุรกรรมผิดปกติ
- บันทึกเบอร์ติดต่อสาขาธนาคารที่ผู้สูงอายุใช้บริการไว้ในที่หยิบใช้ง่าย
คำถามที่พบบ่อย
ควรตรวจสอบสมุดบัญชีของผู้สูงอายุบ่อยแค่ไหน
แนะนำอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากผู้สูงอายุมีการทำธุรกรรมบ่อย เพื่อให้จับความผิดปกติได้เร็วก่อนเกิดความเสียหายมาก
ถ้ามีคนโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารขอให้โอนเงิน ควรทำอย่างไร
ควรวางสายทันทีและไม่โอนเงินหรือให้ข้อมูลใด ๆ ทางโทรศัพท์ จากนั้นติดต่อธนาคารด้วยเบอร์ทางการที่ระบุไว้หลังบัตรหรือเว็บไซต์ทางการเพื่อตรวจสอบก่อนดำเนินการใด ๆ
สมุดบัญชีหายต้องแจ้งธนาคารก่อนหรือแจ้งความก่อน
ควรติดต่อธนาคารก่อนเพื่อขออายัดบัญชีชั่วคราวป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นทันที จากนั้นจึงแจ้งความไว้เป็นหลักฐานตามขั้นตอนของธนาคาร
การให้คนอื่นถือสมุดบัญชีและบัตรประชาชนไปทำธุรกรรมแทนทำได้หรือไม่
ควรหลีกเลี่ยง เพราะเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกง หากจำเป็นต้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือ ควรให้สมาชิกในครอบครัวที่ไว้ใจได้ไปพร้อมกับผู้สูงอายุที่สาขาธนาคารโดยตรงแทน
หากพบว่าผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกงทางการเงิน ควรพูดคุยอย่างไร
ควรพูดคุยด้วยความเข้าใจ ไม่ตำหนิรุนแรง เพราะอาจทำให้ท่านรู้สึกอายและไม่กล้าบอกเหตุการณ์ในครั้งต่อไป ควรเน้นการช่วยกันแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำมากกว่า
ควรสมัครบริการแจ้งเตือนธุรกรรมทางโทรศัพท์ให้ผู้สูงอายุทุกคนหรือไม่
ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการใช้โทรศัพท์มือถือของแต่ละคน หากผู้สูงอายุใช้งานได้สะดวก บริการนี้ช่วยให้ทราบความเคลื่อนไหวบัญชีได้ทันที แต่หากไม่สะดวก การตรวจสอบสมุดบัญชีเป็นประจำก็ยังเป็นทางเลือกที่ใช้ได้ผล
สรุป
- การดูแลสมุดบัญชีผู้สูงอายุต้องอาศัยทั้งการเก็บรักษาที่ปลอดภัยและการตรวจสอบยอดเงินอย่างสม่ำเสมอ
- ความเร็วในการติดต่อธนาคารเมื่อพบความผิดปกติคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการจำกัดความเสียหาย
- การพูดคุยอย่างเข้าใจ ไม่ตำหนิ ช่วยให้ผู้สูงอายุกล้าบอกเหตุการณ์ผิดปกติกับครอบครัวได้เร็วขึ้น
แหล่งข้อมูล
- แนวทางป้องกันภัยทางการเงินสำหรับผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-20)
- ความรู้พื้นฐานด้านการเงินและการทำธุรกรรมสำหรับผู้สูงอายุ — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-20)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

สมุดบัญชีธนาคารของแม่หาไม่เจอตอนต้องใช้ด่วน ควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรล่วงหน้า
สมุดบัญชีธนาคารเป็นเอกสารที่ครอบครัวผู้สูงอายุมักนึกถึงทีหลังสุด ทั้งที่จำเป็นมากเมื่อต้องรับเบี้ยยังชีพ จ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือดูแลการเงินแทนในยามฉุกเฉิน คู่มือนี้ช่วยจัดระบบสมุดบัญชีของผู้สูงอายุให้พร้อมใช้เสมอ

ลูกใช้บัตร ATM ของแม่มาหลายปีจนเกิดปัญหาในครอบครัว พลาดตรงไหน
การจัดการบัญชีธนาคารแทนผู้สูงอายุโดยไม่ระวังอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในครอบครัวหรือความเสี่ยงทางกฎหมาย บทความนี้รวมความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดเรื่องสมุดบัญชีและการเงินของผู้สูงอายุ

เผลอโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ผู้สูงอายุและลูกหลานต้องทำอะไรก่อนภายในไม่กี่ชั่วโมง
ลำดับขั้นตอนที่ควรทำทันทีเมื่อผู้สูงอายุโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ตั้งแต่แจ้งธนาคารและตำรวจ ไปจนถึงตรวจสอบโทรศัพท์และป้องกันการตกเป็นเหยื่อซ้ำ

เช็กลิสต์ตรวจสอบความเสี่ยงสายโทรศัพท์หลอกลวง ทำรอบละ 10 นาทีทุกเดือน
รายการตรวจสอบที่ครอบครัวใช้ทบทวนความเสี่ยงเรื่องสายโทรศัพท์หลอกลวงเป็นประจำ ไม่ใช่แค่ตอนมีเหตุการณ์ ครอบคลุมทั้งตัวเครื่อง ตัวคน และช่องทางแจ้งเหตุ