สูงวัยไทย
คิดค่าใช้จ่ายรายเดือนหลังเกษียณให้ครบ ไม่ตกหมวดที่คนมักลืม
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
คิดค่าใช้จ่ายรายเดือนหลังเกษียณให้ครบ ไม่ตกหมวดที่คนมักลืม
ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณไม่ได้มีแค่ค่ากินอยู่ประจำวัน บทความนี้ชี้หมวดที่คนมักลืมนับ อธิบายผลของเงินเฟ้อ และวิธีประมาณตัวเลขอย่างมีเหตุผลโดยไม่ต้องเดาตัวเลขลอย ๆ
เผยแพร่เมื่อ 18 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณที่คนมักลืมนับคือหมวดสุขภาพนอกสิทธิรักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมและปรับบ้านให้ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายทางสังคมอย่างงานบุญและของขวัญหลาน และค่าใช้จ่ายผู้ดูแลหากในอนาคตต้องพึ่งพาคนอื่นมากขึ้น ไม่ใช่แค่ค่ากินอยู่ประจำวันเท่านั้น
- เงินเฟ้อทำให้รายจ่ายวันนี้ไม่เท่ากับรายจ่ายในอีก 10-20 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่โดยทั่วไปมักเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อทั่วไปของสินค้าอุปโภคบริโภค การประมาณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณจึงควรคิดผลของเงินเฟ้อร่วมด้วยเสมอ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขค่าใช้จ่ายปัจจุบันไปตลอด
- วิธีประมาณค่าใช้จ่ายที่มีเหตุผลคือเริ่มจากรายจ่ายจริงในปัจจุบัน แยกเป็นรายจ่ายคงที่และรายจ่ายผันแปร แล้วปรับตามการเปลี่ยนวิถีชีวิตหลังเกษียณ เช่น ค่าเดินทางไปทำงานที่หายไปแต่ค่าดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น แทนการเดาตัวเลขรวมแบบเหมาโหล
- การทำสามสถานการณ์ คือกรณีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าคาด กรณีกลาง และกรณีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด ช่วยให้เห็นช่วงความเป็นไปได้ที่กว้างขึ้น แทนที่จะยึดติดกับตัวเลขเดียวที่อาจคลาดเคลื่อนได้ง่าย
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับคนที่กำลังเตรียมเกษียณและต้องการเห็นภาพรวมค่าใช้จ่ายรายเดือนหลังเกษียณให้ครบทุกหมวด ไม่ใช่แค่ค่ากินอยู่ประจำวัน
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วและต้องการทบทวนงบประมาณของตัวเองให้ครอบคลุมมากขึ้น
- ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือผลิตภัณฑ์การเงินเฉพาะบุคคล บทความนี้ให้กรอบคิดเรื่องรายจ่าย ไม่ใช่คำแนะนำเรื่องผลตอบแทนหรือการจัดพอร์ตการลงทุน
- ไม่ใช้แทนการปรึกษานักวางแผนการเงินที่มีใบอนุญาต หรือหน่วยงานสิทธิรักษาพยาบาลเมื่อต้องการข้อมูลเฉพาะเจาะจงของตนเอง
สิ่งที่ควรรู้
หมวดค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมนับ
หมวดแรกที่มักถูกมองข้ามคือค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ไม่ได้อยู่ในสิทธิรักษาพยาบาลทั้งหมด เช่น ยานอกบัญชียาหลัก อุปกรณ์ช่วยเหลือที่ไม่ได้เบิกได้ทุกรายการ หรือค่าเดินทางไปโรงพยาบาลที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้นตามวัย สิทธิรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้ครอบคลุมทุกรายการ จึงควรกันงบส่วนนี้ไว้ต่างหาก
อีกหมวดที่มักลืมคือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้าน เช่น ค่าซ่อมแซมตามอายุการใช้งานหรือค่าปรับบ้านให้ปลอดภัยเมื่อการทรงตัวหรือการมองเห็นเปลี่ยนไป รวมถึงค่าใช้จ่ายทางสังคมอย่างงานบุญ งานแต่งงาน หรือของขวัญให้หลาน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงแต่มักไม่ถูกนับรวมในงบประมาณ และหากในอนาคตต้องพึ่งพาผู้ดูแลมากขึ้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ควรถูกนับไว้ล่วงหน้าด้วยแม้จะยังไม่เกิดขึ้นตอนนี้
เงินเฟ้อกระทบแผนค่าใช้จ่ายอย่างไร
เงินเฟ้อทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ค่าใช้จ่ายที่ดูเพียงพอในวันนี้อาจไม่พอในอีก 10-20 ปีข้างหน้า และค่ารักษาพยาบาลมักเป็นหมวดที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อทั่วไปของสินค้าอุปโภคบริโภค ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น ต้นทุนเทคโนโลยีทางการแพทย์และค่าแรงบุคลากรที่เพิ่มขึ้นตามเวลา
บทความนี้ไม่ระบุอัตราเงินเฟ้อที่แน่นอน เพราะเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพเศรษฐกิจแต่ละช่วง สิ่งที่ทำได้จริงคือใช้เครื่องมือประมาณค่าใช้จ่ายที่ให้กำหนดอัตราเงินเฟ้อเองได้หลายค่า แล้วดูผลลัพธ์เปรียบเทียบกัน แทนการยึดติดกับตัวเลขเดียวที่อาจไม่ตรงกับความเป็นจริงในอนาคต
วิธีประมาณค่าใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่การเดาตัวเลขลอย ๆ
จุดเริ่มต้นที่น่าเชื่อถือที่สุดคือรายจ่ายจริงในปัจจุบันของตัวเอง ไม่ใช่ตัวเลขเฉลี่ยที่ได้ยินมาจากที่อื่น ให้แยกรายจ่ายเป็นสองกลุ่มคือรายจ่ายคงที่ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้านหากยังผ่อนอยู่ และรายจ่ายผันแปร เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสังสรรค์ จากนั้นปรับแต่ละหมวดตามวิถีชีวิตที่จะเปลี่ยนไปหลังเกษียณ บางหมวดจะลดลง เช่น ค่าเดินทางไปทำงานหรือค่าเสื้อผ้าทำงาน ขณะที่บางหมวดจะเพิ่มขึ้น เช่น ค่าดูแลสุขภาพหรือค่าใช้จ่ายเวลาว่างที่มีมากขึ้น
แทนที่จะสรุปเป็นตัวเลขเดียว ควรทำสามสถานการณ์คู่ขนานกัน คือกรณีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าคาดหากสุขภาพดีและใช้ชีวิตเรียบง่าย กรณีกลางที่เป็นค่าเฉลี่ยตามแนวโน้มปัจจุบัน และกรณีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาดหากมีค่ารักษาพยาบาลหรือค่าดูแลเพิ่มขึ้น การเห็นทั้งสามภาพช่วยให้วางแผนสำรองได้ดีกว่าการวางใจกับตัวเลขเดียว
ค่าใช้จ่ายที่มักเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงของชีวิตหลังเกษียณ
โดยทั่วไปแล้วค่าใช้จ่ายของผู้เกษียณมักเปลี่ยนรูปแบบไปตามช่วงเวลา ช่วงปีแรก ๆ หลังเกษียณที่ร่างกายยังแข็งแรงมักมีค่าใช้จ่ายด้านกิจกรรมและการเดินทางค่อนข้างสูง เพราะมีเวลาว่างมากขึ้น ช่วงกลางที่กิจกรรมนอกบ้านเริ่มลดลงค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักลดตาม ส่วนช่วงท้ายที่ต้องพึ่งพาการดูแลมากขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลมักเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
รูปแบบนี้เป็นแนวโน้มทั่วไปที่พบได้บ่อย ไม่ใช่กฎตายตัวที่ทุกคนต้องเป็นแบบเดียวกัน บางคนอาจมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงตั้งแต่ช่วงแรกจากโรคประจำตัว หรือบางคนอาจไม่ต้องพึ่งพาการดูแลมากในช่วงท้ายเลยก็ได้ สิ่งสำคัญคือรู้จักรูปแบบนี้ไว้เพื่อไม่ประหลาดใจเกินไปหากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นในภายหลัง

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
รวบรวมรายจ่ายปัจจุบันแยกตามหมวด
เริ่มจากดูรายการใช้จ่ายจริงในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะจากสมุดบัญชี แอปธนาคาร หรือใบเสร็จที่เก็บไว้ แล้วจัดกลุ่มเป็นหมวดใหญ่ ๆ เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย สุขภาพ เดินทาง สังคม และอื่น ๆ การเห็นตัวเลขจริงของตัวเองสำคัญกว่าการเดาจากความรู้สึกว่าใช้จ่ายเยอะหรือน้อย
- ดูรายจ่ายจริงย้อนหลังอย่างน้อย 3-6 เดือน
- จัดกลุ่มเป็นหมวดใหญ่ที่เข้าใจง่าย
- รวมรายจ่ายที่ไม่ได้เกิดทุกเดือน เช่น ค่าซ่อมบ้านหรือค่าประกัน
ปรับหมวดตามชีวิตที่จะเปลี่ยนไปหลังเกษียณ
นำรายจ่ายแต่ละหมวดมาพิจารณาว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไรหลังเกษียณ หมวดที่เกี่ยวกับการทำงาน เช่น ค่าเดินทางไปทำงานหรือค่าเสื้อผ้าทำงาน มักลดลงหรือหายไป ขณะที่หมวดสุขภาพและเวลาว่างมักเพิ่มขึ้น ควรเผื่อหมวดใหม่ที่ยังไม่เคยมีในชีวิตการทำงาน เช่น ค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือหรือค่าใช้จ่ายผู้ดูแลในอนาคต
- ทำเครื่องหมายหมวดที่จะลดลงหรือหายไปหลังเลิกทำงาน
- เพิ่มหมวดใหม่ที่มักเกิดขึ้นหลังเกษียณ เช่น สุขภาพและเวลาว่าง
- เผื่องบสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดทุกเดือน
ใช้เครื่องมือประมาณค่าใช้จ่ายพร้อมทำสามสถานการณ์เงินเฟ้อ
แทนการคำนวณด้วยมือซึ่งมักลืมบางหมวดไป ให้ใช้เครื่องมือประมาณค่าใช้จ่ายรายเดือนหลังเกษียณที่แบ่งตามหมวดหมู่และคำนวณยอดรวมตลอดช่วงเกษียณตามอัตราเงินเฟ้อที่กำหนดเองได้ ลองปรับอัตราเงินเฟ้อหลายค่าเพื่อดูผลลัพธ์ทั้งกรณีต่ำกว่าคาด กรณีกลาง และกรณีสูงกว่าคาด แล้วทบทวนตัวเลขนี้ซ้ำอย่างน้อยปีละครั้ง
- กรอกรายจ่ายแต่ละหมวดลงในเครื่องมือประมาณค่าใช้จ่าย
- ลองปรับอัตราเงินเฟ้อหลายค่าเพื่อดูสามสถานการณ์
- ทบทวนตัวเลขซ้ำอย่างน้อยปีละครั้งหรือเมื่อชีวิตเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ลืมนับหมวดสุขภาพที่อยู่นอกสิทธิรักษาพยาบาล เช่น ยานอกบัญชีหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือบางประเภท
- ใช้ตัวเลขค่าใช้จ่ายเดียวโดยไม่คิดผลของเงินเฟ้อในระยะยาว
- ประมาณค่าใช้จ่ายครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาทบทวนซ้ำทุกปีหรือเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
- เชื่อค่าเฉลี่ยค่าใช้จ่ายของคนอื่นทั้งที่วิถีชีวิตและสุขภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
- ไม่รวมค่าใช้จ่ายทางสังคมและครอบครัว เช่น งานบุญหรือของขวัญหลาน ทั้งที่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทุกปี
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- ถ้ารายจ่ายจริงเกินกว่าที่ประมาณไว้ต่อเนื่องหลายเดือน ควรทบทวนแผนกับคนในครอบครัวหรือปรึกษาที่ปรึกษาการเงินที่มีใบอนุญาตแทนการปล่อยผ่าน
- ถ้าไม่แน่ใจว่าสิทธิรักษาพยาบาลของตนเองครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง ควรตรวจสอบกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือหน่วยงานสิทธิที่เกี่ยวข้องโดยตรง
- ถ้าค่าใช้จ่ายที่เกินตัวเริ่มทำให้เกิดหนี้สินเพิ่มขึ้น ควรปรึกษาธนาคารหรือสถาบันการเงินก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย
- ถ้าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติจากที่เคยประมาณไว้ ควรตรวจสอบทั้งด้านการรักษาและด้านการเงินไปพร้อมกัน แทนที่จะแก้ปัญหาด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว
เช็กลิสต์สรุป
- รวบรวมรายจ่ายจริงย้อนหลัง 3-6 เดือนแยกตามหมวด
- ทำเครื่องหมายหมวดที่จะลดลงและเพิ่มขึ้นหลังเกษียณ
- เผื่องบสำหรับค่าใช้จ่ายสุขภาพนอกสิทธิรักษาพยาบาล
- เผื่องบสำหรับค่าใช้จ่ายทางสังคมและครอบครัว
- ใช้เครื่องมือประมาณค่าใช้จ่ายพร้อมทดลองหลายอัตราเงินเฟ้อ
- ทำสามสถานการณ์ ต่ำกว่าคาด กรณีกลาง และสูงกว่าคาด
- ทบทวนตัวเลขซ้ำอย่างน้อยปีละครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณควรคิดจากรายได้เดิมกี่เปอร์เซ็นต์
ไม่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับวิถีชีวิต ภาระหนี้สิน และสุขภาพของแต่ละคน วิธีที่น่าเชื่อถือกว่าคือประมาณจากรายจ่ายจริงของตัวเองในปัจจุบัน แล้วปรับตามหมวดที่จะเปลี่ยนไปหลังเกษียณ แทนการใช้เปอร์เซ็นต์เดียวจากรายได้เดิม
ค่าใช้จ่ายสุขภาพหลังเกษียณจะเยอะแค่ไหน
ค่าใช้จ่ายสุขภาพต่างกันมากในแต่ละคนตามภาวะสุขภาพและสิทธิรักษาพยาบาลที่มี บทความนี้ไม่ระบุตัวเลขเฉพาะเพราะจะทำให้เข้าใจผิดว่าทุกคนต้องเสียเท่ากัน สิ่งที่ทำได้คือกันงบสำรองส่วนสุขภาพนอกสิทธิไว้ต่างหาก และตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลของตนเองให้ชัดเจนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ต้องคิดเงินเฟ้อเท่าไรในการวางแผนค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ
อัตราเงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพเศรษฐกิจ จึงไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้ตลอดไป วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือลองใช้เครื่องมือประมาณค่าใช้จ่ายที่กำหนดอัตราเงินเฟ้อเองได้หลายค่า แล้วดูผลลัพธ์เปรียบเทียบทั้งกรณีต่ำและกรณีสูง แทนการยึดติดกับตัวเลขเดียว
ค่าซ่อมแซมบ้านควรกันงบไว้เท่าไรสำหรับผู้สูงอายุ
จำนวนเงินขึ้นอยู่กับสภาพบ้านและอายุการใช้งานของแต่ละหลัง บทความนี้ไม่ระบุตัวเลขตายตัวเพราะแต่ละบ้านต่างกันมาก สิ่งที่แนะนำได้คือกันงบส่วนนี้ไว้เป็นหมวดแยกต่างหากในแผนค่าใช้จ่าย แทนที่จะรวมปนกับค่าใช้จ่ายประจำวันจนมองไม่เห็นว่าต้องเตรียมเท่าไร
ถ้าคำนวณแล้วค่าใช้จ่ายหลังเกษียณสูงกว่าที่เตรียมไว้มาก ควรทำอย่างไร
ควรทบทวนทั้งฝั่งรายจ่ายและฝั่งรายได้ไปพร้อมกัน เช่น ดูว่าหมวดใดปรับลดได้จริงโดยไม่กระทบคุณภาพชีวิตมากเกินไป และตรวจสอบว่ามีสิทธิประโยชน์หรือแหล่งรายได้เสริมใดที่ยังไม่ได้ใช้หรือไม่ หากตัวเลขยังห่างกันมาก ควรปรึกษาคนในครอบครัวหรือที่ปรึกษาการเงินที่มีใบอนุญาตเพื่อวางแผนอย่างเป็นระบบ
ควรทบทวนแผนค่าใช้จ่ายหลังเกษียณบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง และควรทบทวนทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น สุขภาพเปลี่ยนแปลง มีค่าใช้จ่ายก้อนใหม่เกิดขึ้น หรือสิทธิรักษาพยาบาลมีการปรับปรุง การทบทวนสม่ำเสมอช่วยให้แผนยังตรงกับความเป็นจริงของชีวิตแทนที่จะยึดติดกับตัวเลขที่ทำไว้ตั้งแต่ต้น
สรุป
- ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณที่ครบถ้วนต้องมองไกลกว่าค่ากินอยู่ประจำวัน รวมหมวดสุขภาพ บ้าน สังคม และการดูแลในอนาคตเข้าไปด้วย
- เงินเฟ้อมีผลจริงต่อค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่มักเพิ่มเร็วกว่าค่าครองชีพทั่วไป จึงควรคิดร่วมในการประมาณเสมอ
- การประมาณที่มีเหตุผลเริ่มจากรายจ่ายจริงของตัวเอง ปรับตามชีวิตที่จะเปลี่ยนไป และทำหลายสถานการณ์แทนตัวเลขเดียว
- ตัวเลขค่าใช้จ่ายไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวจบ ควรทบทวนสม่ำเสมอเพื่อให้แผนยังตรงกับความเป็นจริงของชีวิต
แหล่งข้อมูล
- ความรู้ทางการเงินและการวางแผนเกษียณสำหรับประชาชน — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-18)
- สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุ — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-18)
- ข้อมูลสิทธิและสวัสดิการผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-18)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

งบรายเดือนหลังเกษียณตั้งไว้เท่าไรถึงจะพอ ในเมื่อค่าดูแลสุขภาพคาดเดายาก
หลายคนตั้งงบรายเดือนหลังเกษียณจากค่าใช้จ่ายปัจจุบันแล้วพบว่าไม่พอเมื่อสุขภาพเปลี่ยนแปลง แนวทางนี้ช่วยวางงบรายเดือนที่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนได้จริงในวัยสูงอายุ ไม่ใช่แค่ค่าครองชีพทั่วไป

เงินสำรองฉุกเฉินผู้สูงอายุควรมีเท่าไร ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อน
เงินสำรองฉุกเฉินในผู้สูงอายุต่างจากวัยทำงาน เพราะรายได้มักคงที่แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพคาดเดายากกว่า คู่มือนี้ช่วยประเมินว่าควรเตรียมเงินสำรองเท่าไร เก็บไว้ที่ไหน และใช้เมื่อใดจึงจะเหมาะสม

เกษียณแล้วเงินเดือนหมดไป จะรู้ได้อย่างไรว่ารายได้ที่เหลือพอใช้ไปตลอดชีวิต
คำถามที่คนใกล้เกษียณกังวลที่สุดไม่ใช่ 'มีเงินเท่าไร' แต่คือ 'จะพอใช้นานแค่ไหน' บทความนี้ชวนมองรายได้หลังเกษียณจากทุกแหล่งพร้อมกัน และวางแผนรับมือกรณีที่ค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คาดไว้