สูงวัยไทย
ค่าใช้จ่ายสุขภาพที่สิทธิรักษาไม่ครอบคลุม ควรเตรียมงบส่วนนี้ไว้เท่าไรก่อนเกษียณ
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
ค่าใช้จ่ายสุขภาพที่สิทธิรักษาไม่ครอบคลุม ควรเตรียมงบส่วนนี้ไว้เท่าไรก่อนเกษียณ
แนวทางประเมินและจัดงบสำหรับค่าใช้จ่ายสุขภาพที่สิทธิรักษาพยาบาลภาครัฐมักไม่ครอบคลุม เช่น ฟันปลอม เครื่องช่วยฟัง แว่นตา ห้องพิเศษ และผู้ดูแลที่บ้าน เพื่อไม่ให้เป็นภาระกะทันหันหลังเกษียณ
เผยแพร่เมื่อ 5 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- สิทธิรักษาพยาบาลภาครัฐที่คนไทยส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว เช่น สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ ครอบคลุมค่ารักษาโรคส่วนใหญ่ แต่มีรายการค่าใช้จ่ายสุขภาพบางกลุ่มที่มักไม่ครอบคลุมเต็มจำนวนหรือมีเงื่อนไขจำกัด
- รายการที่พบว่าคนก่อนเกษียณมักตั้งงบไว้ไม่พอ ได้แก่ ฟันปลอมและรากฟันเทียม เครื่องช่วยฟัง แว่นตาและเลนส์พิเศษ ค่าห้องพิเศษเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องรวม และค่าจ้างผู้ดูแลที่บ้านเมื่อช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง
- แนวทางที่ใช้ได้จริงคือตรวจสอบสิทธิที่ตัวเองมีอยู่ให้ชัดว่าครอบคลุมอะไรบ้างและมีเพดานหรือเงื่อนไขอย่างไร แล้วประเมินเฉพาะส่วนที่ไม่ครอบคลุมมาตั้งเป็นงบสุขภาพแยกต่างหาก แทนที่จะเดาจำนวนเงินแบบเหมารวม
- ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับสิทธิที่มีอยู่ ภาวะสุขภาพปัจจุบัน และประวัติสุขภาพของครอบครัว ควรประเมินเป็นรายบุคคลมากกว่าอ้างอิงตัวเลขเฉลี่ยที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับคนก่อนเกษียณที่มีสิทธิรักษาพยาบาลพื้นฐานอยู่แล้ว และกำลังวางแผนงบประมาณส่วนที่สิทธิไม่ครอบคลุมไว้ล่วงหน้า
- ไม่เหมาะเป็นแหล่งข้อมูลเรื่องการวินิจฉัยโรคหรือการเลือกวิธีรักษา บทความนี้ว่าด้วยการวางแผนงบประมาณเท่านั้น หากมีอาการป่วยควรปรึกษาแพทย์โดยตรง
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมต้องแยกระหว่าง ค่ารักษาที่สิทธิครอบคลุม กับ ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเอง
หลายคนวางแผนงบสุขภาพหลังเกษียณโดยคิดว่าสิทธิรักษาพยาบาลที่มีอยู่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมด ทำให้ประเมินงบส่วนนี้ต่ำกว่าความเป็นจริง ในทางปฏิบัติ สิทธิแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและเพดานที่แตกต่างกัน และมีบางรายการที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองเลย ไม่ว่าจะมีสิทธิประเภทใดก็ตาม
การตรวจสอบสิทธิของตัวเองให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเกษียณ เช่น สอบถามหน่วยงานที่ดูแลสิทธินั้นโดยตรงว่าครอบคลุมรายการใดบ้างและมีเงื่อนไขอย่างไร จะช่วยให้ประเมินได้แม่นยำกว่าการเดาหรืออ้างอิงจากประสบการณ์ของคนอื่นที่อาจมีสิทธิต่างประเภทกัน
รายการค่าใช้จ่ายสุขภาพที่มักถูกลืมเวลาตั้งงบ
งานทันตกรรมสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ฟันปลอมหรือรากฟันเทียม มักมีค่าใช้จ่ายสูงและสิทธิพื้นฐานอาจครอบคลุมเพียงบางส่วนหรือมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่นเดียวกับเครื่องช่วยฟังและแว่นตาที่ต้องเปลี่ยนหรือปรับตามสายตาที่เปลี่ยนแปลงตามวัย
ค่าห้องพิเศษเมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เป็นอีกรายการที่คนจำนวนมากไม่ได้ตั้งงบไว้ล่วงหน้า เพราะคิดว่าจะใช้ห้องรวมตามสิทธิเสมอ แต่เมื่อถึงเวลาจริงอาจต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยเหตุผลด้านสุขภาพหรือความสะดวกของผู้ดูแล ซึ่งส่วนต่างนี้มักต้องจ่ายเอง
ค่าจ้างผู้ดูแลที่บ้านเมื่อความสามารถช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันลดลง เป็นค่าใช้จ่ายระยะยาวที่สิทธิรักษาพยาบาลส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุม เพราะเป็นการดูแลความเป็นอยู่มากกว่าการรักษาพยาบาลโดยตรง แต่เป็นรายจ่ายที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงเมื่ออายุมากขึ้น
ความแตกต่างระหว่างค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้กับที่คาดการณ์ไม่ได้
ค่าใช้จ่ายสุขภาพบางประเภทสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ในระดับหนึ่ง เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีหรือการเปลี่ยนแว่นตาตามรอบเวลา ควรตั้งเป็นงบประจำปีที่แน่นอน ส่วนค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ไม่ได้ เช่น อุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยกะทันหัน ควรจัดอยู่ในหมวดเงินสำรองฉุกเฉินแยกต่างหาก ไม่ควรปนกับงบสุขภาพประจำปี
การแยกสองหมวดนี้ให้ชัดช่วยให้ประเมินง่ายขึ้นว่าตัวเองพร้อมรับมือกับค่าใช้จ่ายสุขภาพในระดับใด และช่วยลดความรู้สึกว่างบประมาณสุขภาพ ไม่พอตลอดเวลา เพราะบางส่วนเป็นรายจ่ายที่วางแผนล่วงหน้าได้จริง
ความสามารถจัดการเรื่องสุขภาพของตัวเองที่อาจเปลี่ยนไปตามวัย ก็ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย
เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการดูแลกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเองอาจค่อย ๆ ลดลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายสุขภาพในระยะยาว เช่น ความจำเป็นต้องมีผู้ดูแลบางช่วงเวลา หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือเพิ่มเติมในบ้าน การวางแผนงบสุขภาพจึงควรคิดล่วงหน้าถึงความเป็นไปได้นี้ ไม่ใช่คิดแค่ค่าใช้จ่ายในสภาพที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่เหมือนปัจจุบัน

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลที่มีอยู่ให้ชัดเจน
ติดต่อหน่วยงานที่ดูแลสิทธิของตัวเองโดยตรงเพื่อขอรายละเอียดว่าครอบคลุมรายการใดบ้าง มีเพดานหรือเงื่อนไขอย่างไร แทนที่จะอ้างอิงจากความเข้าใจเดิมที่อาจล้าสมัยหรือไม่ตรงกับสิทธิที่แท้จริง
- สอบถามสิทธิด้านทันตกรรม การได้ยิน และการมองเห็นโดยเฉพาะ
- สอบถามเงื่อนไขค่าห้องพิเศษหากต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
- จดบันทึกรายการที่สิทธิไม่ครอบคลุมไว้เป็นรายการแยก
ขั้นที่ 2: ตั้งงบสุขภาพประจำปีแยกจากเงินสำรองฉุกเฉิน
ประเมินค่าใช้จ่ายสุขภาพที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้า เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีหรือการเปลี่ยนอุปกรณ์ตามรอบเวลา แล้วตั้งเป็นงบประจำปีต่างหากจากเงินสำรองฉุกเฉิน
- รวบรวมรายการค่าใช้จ่ายสุขภาพที่เกิดขึ้นซ้ำทุกปีหรือทุกไม่กี่ปี
- ประเมินค่าใช้จ่ายจากใบเสนอราคาจริงหรือสอบถามสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ประมาณการลอย ๆ
- ทบทวนงบนี้ทุกปีเพราะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมักเปลี่ยนแปลงตามสภาพร่างกาย
ขั้นที่ 3: วางแผนล่วงหน้าสำหรับความช่วยเหลือระยะยาวที่อาจจำเป็นในอนาคต
แม้ยังไม่มีความจำเป็นต้องมีผู้ดูแลหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือในตอนนี้ ควรเริ่มศึกษาข้อมูลและประเมินค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ต้องตัดสินใจอย่างเร่งรีบเมื่อความจำเป็นเกิดขึ้นจริง
- สอบถามข้อมูลบริการผู้ดูแลที่บ้านในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ล่วงหน้า
- พูดคุยกับสมาชิกครอบครัวว่าหากจำเป็นต้องมีผู้ดูแล จะจัดสรรค่าใช้จ่ายอย่างไร
- ทบทวนแผนนี้ร่วมกับงบสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าสมมติว่าสิทธิรักษาพยาบาลที่มีอยู่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสุขภาพทุกประเภทโดยไม่ตรวจสอบจริง
- อย่าปนงบสุขภาพประจำปีกับเงินสำรองฉุกเฉินจนแยกไม่ออกว่าแต่ละก้อนเพียงพอหรือไม่
- อย่าประเมินค่าใช้จ่ายทันตกรรม เครื่องช่วยฟัง หรือแว่นตาจากความจำเดิมที่อาจไม่ตรงกับราคาปัจจุบัน
- อย่ารอจนความสามารถช่วยเหลือตัวเองลดลงแล้วค่อยเริ่มศึกษาเรื่องค่าใช้จ่ายผู้ดูแลที่บ้าน
- อย่าใช้ตัวเลขเฉลี่ยที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจนมาเป็นฐานในการตั้งงบสุขภาพของตัวเอง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือรุนแรง ให้ติดต่อสายด่วน 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที การวางแผนงบประมาณไม่ควรทำให้ชะลอการรักษาที่จำเป็นเร่งด่วน
- ควรติดต่อหน่วยงานที่ดูแลสิทธิรักษาพยาบาลของตัวเองภายในสัปดาห์นี้ หากยังไม่เคยตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขที่แท้จริง
- ควรปรึกษานักวางแผนการเงินที่มีใบอนุญาต หากต้องการจัดสรรงบสุขภาพให้สอดคล้องกับแผนการเงินเกษียณโดยรวม
- ควรทบทวนงบสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอทุกปี แม้ยังไม่มีปัญหาสุขภาพเร่งด่วน เพื่อปรับให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปตามวัย
เช็กลิสต์สรุป
- ตรวจสอบรายละเอียดสิทธิรักษาพยาบาลที่มีอยู่ให้ครบถ้วน
- จดรายการค่าใช้จ่ายที่สิทธิไม่ครอบคลุมแยกไว้ชัดเจน
- ตั้งงบสุขภาพประจำปีแยกจากเงินสำรองฉุกเฉิน
- ประเมินค่าใช้จ่ายทันตกรรม การได้ยิน และการมองเห็นจากราคาจริงในปัจจุบัน
- สอบถามข้อมูลบริการผู้ดูแลที่บ้านในพื้นที่ไว้ล่วงหน้า
- พูดคุยกับครอบครัวเรื่องแผนรับมือค่าใช้จ่ายสุขภาพระยะยาว
- ทบทวนงบสุขภาพประจำปีทุกปี
คำถามที่พบบ่อย
สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครอบคลุมค่าทำฟันปลอมหรือไม่
มีบริการบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับทันตกรรมอยู่ในสิทธิ แต่เงื่อนไขและความครอบคลุมอาจแตกต่างกันตามประเภทบริการ ควรสอบถามรายละเอียดกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสถานพยาบาลที่มีสิทธิโดยตรงเพื่อความชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ควรตั้งงบสุขภาพประจำปีไว้เท่าไรก่อนเกษียณ
ไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับสิทธิที่มีอยู่และภาวะสุขภาพส่วนบุคคล แนวทางที่แม่นยำกว่าคือรวบรวมรายการค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงจากการตรวจสอบสิทธิและสอบถามราคาจากสถานพยาบาล แล้วนำมาคำนวณเป็นงบเฉพาะของตัวเอง
ค่าห้องพิเศษในโรงพยาบาลจำเป็นต้องเตรียมงบไว้เสมอหรือไม่
ขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนบุคคลและสิทธิที่มีอยู่ หากพอใจกับห้องรวมตามสิทธิอาจไม่จำเป็นต้องตั้งงบส่วนนี้ไว้มาก แต่หากคาดว่าอาจต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ควรตั้งงบสำรองส่วนต่างไว้ล่วงหน้า
ค่าจ้างผู้ดูแลที่บ้านควรจัดอยู่ในงบสุขภาพประจำปีหรือเงินสำรองฉุกเฉิน
หากเป็นความจำเป็นระยะยาวที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้า เช่น เริ่มมีความจำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือบางช่วงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ควรจัดเป็นงบประจำที่วางแผนล่วงหน้า ส่วนกรณีฉุกเฉินเฉียบพลันที่ไม่คาดคิด ควรใช้เงินสำรองฉุกเฉินแทน
ถ้ายังไม่มีปัญหาสุขภาพตอนนี้ จำเป็นต้องวางแผนเรื่องนี้เลยหรือไม่
การเริ่มตรวจสอบสิทธิและประเมินค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้มีเวลาปรับแผนการเงินได้ดีกว่าการรอจนเกิดปัญหาสุขภาพแล้วค่อยประเมิน ซึ่งมักทำให้ต้องตัดสินใจภายใต้ความเร่งรีบและมีทางเลือกจำกัดกว่า
สรุป
- สิทธิรักษาพยาบาลที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสุขภาพทุกประเภท ควรตรวจสอบให้ชัดว่าขาดส่วนใดบ้าง
- รายการที่มักถูกลืม ได้แก่ ทันตกรรม เครื่องช่วยฟัง แว่นตา ค่าห้องพิเศษ และผู้ดูแลที่บ้าน
- ควรแยกงบสุขภาพประจำปีออกจากเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อประเมินความเพียงพอได้ชัดเจนขึ้น
- การวางแผนล่วงหน้าเรื่องผู้ดูแลระยะยาวช่วยลดความเร่งรีบในการตัดสินใจเมื่อความจำเป็นเกิดขึ้นจริง
แหล่งข้อมูล
- สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและบริการที่ครอบคลุม — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-05)
- การดูแลสุขภาพและสวัสดิการผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-05)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีประเมินค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้า ก่อนวางแผนเกษียณจริง
แนวทางประเมินแนวโน้มค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของตัวเองในอนาคต โดยดูจากประวัติสุขภาพครอบครัวและสิทธิ์การรักษาที่มีอยู่ ก่อนกำหนดตัวเลขเงินเกษียณให้แม่นยำขึ้น

ค่าใช้จ่ายสุขภาพที่สิทธิรักษาไม่ครอบคลุม ควรเตรียมงบส่วนนี้ไว้เท่าไรก่อนเกษียณ
แนวทางประเมินและจัดงบสำหรับค่าใช้จ่ายสุขภาพที่สิทธิรักษาพยาบาลภาครัฐมักไม่ครอบคลุม เช่น ฟันปลอม เครื่องช่วยฟัง แว่นตา ห้องพิเศษ และผู้ดูแลที่บ้าน เพื่อไม่ให้เป็นภาระกะทันหันหลังเกษียณ

เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ เลือกแบบทัดหลังหู ใส่ในช่องหู หรือชนิดชาร์จไฟ
เครื่องช่วยฟังมีหลายรูปแบบและหลายฟังก์ชัน บทนี้เปรียบเทียบแบบทัดหลังหู ใส่ในช่องหู ชนิดใช้ถ่านกับชนิดชาร์จไฟ พร้อมจุดที่ควรถามนักโสตสัมผัสวิทยาก่อนตัดสินใจซื้อ

เงินสำรองฉุกเฉินก่อนเกษียณ ควรเก็บไว้ที่ไหนเมื่อเวลาที่เหลือก่อนเกษียณลดลงเรื่อย ๆ
แนวทางตัดสินใจว่าจะเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ในรูปแบบใดตามจำนวนปีที่เหลือก่อนเกษียณ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างความคล่องตัวในการถอนใช้กับผลตอบแทน โดยไม่แนะนำผลิตภัณฑ์การเงินเฉพาะเจาะจง