สูงวัยไทย

เช็กลิสต์รองเท้าผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างก่อนให้ท่านสวมใส่ทุกวัน

รายการตรวจรองเท้าผู้สูงอายุแบบทำได้เองที่บ้าน ครอบคลุมพื้นรองเท้า โครงส้น ความพอดี และจุดเสี่ยงเฉพาะบ้านไทย พร้อมสัญญาณที่บอกว่าควรพาไปพบแพทย์เรื่องเท้าก่อนตัดสินใจเรื่องรองเท้าเอง

14 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 4 สิงหาคม 2026

Elderly couple checking temperature with digital thermometer, highlighting health care at home.

รูปภาพโดย Vlada Karpovich / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • เช็กลิสต์นี้ตรวจสี่จุดหลัก คือพื้นรองเท้า โครงส้น ความพอดีกับเท้าจริง และจุดเสี่ยงเฉพาะบ้านไทยอย่างพื้นเปียกและธรณีประตู ทำครบสี่จุดสำคัญกว่าดูแค่ความสวยงามของรองเท้า
  • ให้ตรวจตอนที่ท่านสวมรองเท้าจริงและกำลังยืนหรือเดิน ไม่ใช่ตรวจแค่รองเท้าเปล่าวางอยู่บนพื้น เพราะปัญหาหลายอย่างเห็นเฉพาะตอนมีน้ำหนักตัวกดลงไป
  • เช็กลิสต์นี้ใช้สังเกตและตัดสินใจเรื่องรองเท้า ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยปัญหาเท้าหรือการเดิน ถ้าพบสิ่งผิดปกติที่ตัวเท้าเอง ต้องแยกไปพบแพทย์ต่างหาก
  • ถ้าเท้าเปลี่ยนสีเข้มผิดปกติ เย็นจัด ชาไปทั้งเท้า หรือมีแผลที่ไม่หายภายในไม่กี่วัน ให้พาไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอทำเช็กลิสต์รองเท้าให้ครบก่อน

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับลูกหลานหรือผู้ดูแลที่ต้องการรายการตรวจที่ทำเองได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนัดพบผู้เชี่ยวชาญ เพื่อลดความเสี่ยงหกล้มจากรองเท้าในระหว่างนี้
  • เหมาะกับการใช้ตรวจซ้ำเป็นรอบ เช่น ทุกครั้งที่ซื้อรองเท้าคู่ใหม่ หรือทุกสองสามเดือนสำหรับคู่ที่ใช้ประจำ
  • ไม่เหมาะกับการใช้แทนการตรวจเท้าโดยแพทย์เมื่อมีโรคประจำตัวที่กระทบเท้าโดยตรง เช่น เบาหวานที่มีอาการชาหรือแผลที่เท้า
  • ไม่เหมาะกับการใช้ตัดสินขนาดหรือชนิดรองเท้าที่ต้องสั่งทำพิเศษ กรณีนั้นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้าประเมินโดยตรง

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมต้องตรวจตอนสวมและยืน ไม่ใช่แค่ดูรองเท้าเปล่า

รองเท้าหลายคู่ดูปกติเมื่อวางอยู่บนพื้นเฉย ๆ แต่พอมีน้ำหนักตัวกดลงไป โครงสร้างที่เสื่อมแล้วจะแสดงออกมาทันที เช่น พื้นที่ดูแน่นแต่ยุบตัวเบี้ยวไปข้างหนึ่งเมื่อยืน หรือส้นที่ดูตรงแต่เอียงเมื่อรับน้ำหนักจริง

การเดินเป็นตัวทดสอบที่สำคัญกว่าการยืนนิ่งด้วยซ้ำ เพราะจังหวะที่เท้าถีบพื้นและก้าวไปข้างหน้าเป็นจังหวะที่รองเท้าต้องรับแรงมากที่สุด รองเท้าที่ยืนแล้วดูเรียบร้อยอาจแสดงปัญหาให้เห็นตอนก้าวเท่านั้น

อีกเหตุผลคือเท้าของผู้สูงอายุจำนวนมากบวมมากขึ้นในช่วงบ่ายถึงเย็นเทียบกับตอนเช้า การตรวจความพอดีตอนเช้าอย่างเดียวจึงอาจพลาดปัญหาที่เกิดเฉพาะตอนเย็น

  • ให้ท่านสวมรองเท้ายืนตรงบนพื้นราบก่อนตรวจ
  • ให้เดินสองสามก้าวขณะมีคนประกบข้างเพื่อความปลอดภัย
  • ตรวจซ้ำในช่วงเย็นอย่างน้อยหนึ่งครั้งเพื่อดูผลจากอาการบวม

จุดที่ต้องตรวจบนตัวรองเท้าเอง

พื้นรองเท้าคือจุดแรกที่ต้องดู ให้พลิกรองเท้าดูลายเสียดทานใต้ฝ่าเท้าโดยเฉพาะบริเวณส้นและหัวแม่เท้าซึ่งสึกเร็วที่สุด ถ้าลายเรียบจนแทบไม่เห็นร่อง รองเท้าคู่นั้นลื่นใกล้เคียงกับเดินเท้าเปล่าบนพื้นเรียบแล้ว

จุดที่สองคือโครงส้น ให้วางรองเท้าบนพื้นราบแล้วมองจากด้านหลัง ส้นที่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจนแปลว่าโครงสร้างเสียรูปแล้วและจะทำให้ข้อเท้าเอียงตามทุกก้าว

จุดที่สามคือส่วนยึดเท้า ไม่ว่าจะเป็นสายรัด เชือกผูก หรือแถบตีนตุ๊กแก ต้องยังกระชับพอที่จะยึดส้นเท้าไว้กับตัวรองเท้าตลอดการเดิน ไม่ใช่แค่สวมหลวม ๆ ไว้เฉย ๆ

  • ลายเสียดทานใต้พื้นยังเห็นชัดหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณส้นและหัวแม่เท้า
  • ส้นรองเท้าเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเมื่อวางบนพื้นราบหรือไม่
  • สายรัด เชือก หรือแถบตีนตุ๊กแกยังกระชับเหมือนตอนซื้อใหม่หรือไม่
  • วัสดุด้านในมีจุดขาดหรือขอบแข็งที่อาจเสียดสีจนเป็นแผลหรือไม่

จุดที่ต้องตรวจระหว่างเท้ากับรองเท้า ไม่ใช่ตรวจแค่รองเท้าอย่างเดียว

ความพอดีเป็นเรื่องของทั้งสองฝั่ง รองเท้าดีแค่ไหนก็อันตรายได้ถ้าไม่พอดีกับเท้าจริง ให้ตรวจว่ามีช่องว่างหน้ารองเท้าประมาณความกว้างนิ้วโป้งหนึ่งนิ้วเมื่อยืน เพื่อให้นิ้วเท้าขยับได้โดยไม่บีบจนเจ็บและไม่หลวมจนต้องงอนิ้วยึดรองเท้า

ให้สังเกตด้วยว่าท่านเดินผิดปกติไปจากเดิมหรือไม่หลังใส่รองเท้าคู่นั้น เช่น ก้าวสั้นลงกว่าปกติ ลากเท้า หรือเอียงตัวไปข้างหนึ่งขณะเดิน เพราะบางครั้งรองเท้าที่ดูพอดีตอนลองในร้านอาจไม่พอดีกับการเดินจริงในบ้าน

ถ้าท่านมีภาวะเปราะบางหรือมีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยตามวัยที่เรียกว่า sarcopenia ซึ่งหมายถึงกล้ามเนื้อลดทั้งปริมาณและแรงลงตามอายุ ความพอดีของรองเท้ายิ่งสำคัญมากขึ้น เพราะร่างกายมีกำลังสำรองน้อยลงที่จะแก้ไขตัวเองเมื่อรองเท้าทำให้เสียหลักแม้เพียงเล็กน้อย

  • มีช่องว่างหน้ารองเท้าประมาณหนึ่งนิ้วโป้งเมื่อยืนหรือไม่
  • นิ้วเท้าขยับได้โดยไม่บีบแน่นจนเจ็บหรือไม่
  • การเดินหลังใส่รองเท้าคู่นี้เปลี่ยนไปจากปกติหรือไม่ เช่น ก้าวสั้นลงหรือลากเท้า
  • มีรอยแดง รอยกด หรือแผลถลอกจากรองเท้าคู่นี้หรือไม่
Artisan shoemaker working on shoes in his workshop with tools and materials around.

รูปภาพโดย Ferran Petit / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นที่ 1 เตรียมพื้นที่และเวลาที่เหมาะสมก่อนตรวจ

เลือกช่วงเวลาที่ท่านไม่เหนื่อยหรือรีบ และมีพื้นที่ราบโล่งพอให้เดินสองสามก้าวอย่างปลอดภัย ควรมีคนประกบข้างหรือมีที่จับให้เกาะระหว่างตรวจ เพื่อป้องกันการเซระหว่างทดสอบ ซึ่งเป็นหลักเดียวกับการทดสอบการทรงตัวอื่น ๆ ที่ต้องมีคนอยู่ด้วยเสมอ

เตรียมรองเท้าทุกคู่ที่ท่านใช้ประจำมาตรวจพร้อมกัน แทนการตรวจทีละคู่คนละวัน เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าคู่ไหนต้องจัดการก่อน

  • เลือกเวลาที่ท่านไม่เหนื่อยหรือรีบ
  • จัดพื้นที่ราบโล่งพร้อมที่จับหรือคนประกบข้าง
  • รวบรวมรองเท้าทุกคู่ที่ใช้ประจำมาตรวจพร้อมกัน

ขั้นที่ 2 ตรวจตามลำดับ พื้น โครงส้น ความพอดี แล้วจึงดูการเดิน

ตรวจตามลำดับนี้ทุกคู่ เริ่มจากพลิกดูพื้นและโครงส้นตอนไม่มีคนสวม ถ้าผ่านสองจุดนี้แล้วจึงให้ท่านสวมยืนตรวจความพอดี และจบด้วยการเดินสองสามก้าวเพื่อดูว่ามีอะไรเปลี่ยนไปจากการเดินปกติหรือไม่ การตรวจตามลำดับนี้ช่วยไม่ให้พลาดจุดใดจุดหนึ่งไป

จดผลแต่ละคู่ไว้สั้น ๆ เช่น ผ่านทุกจุด ต้องเปลี่ยนพื้นรองเท้า หรือต้องเลิกใช้ทันที เพื่อให้ผู้ดูแลคนอื่นในบ้านเห็นผลตรงกันโดยไม่ต้องตรวจซ้ำ

  • พลิกดูพื้นและโครงส้นก่อนให้สวม
  • ให้สวมยืนตรวจช่องว่างหน้ารองเท้าและความกระชับ
  • ให้เดินสองสามก้าวแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลง
  • จดผลของแต่ละคู่ไว้ให้ผู้ดูแลคนอื่นเห็นตรงกัน

ขั้นที่ 3 ตัดสินใจและลงมือจัดการทันทีตามผลตรวจ

คู่ที่ไม่ผ่านจุดใดจุดหนึ่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นเรียบหรือส้นเอียง ให้เก็บออกจากบ้านทันทีแทนการเก็บไว้เผื่อใช้ในอนาคต เพราะรองเท้าที่ยังวางอยู่ในบ้านมักถูกหยิบใช้ในช่วงรีบโดยไม่ทันคิดถึงผลตรวจที่จดไว้

คู่ที่ผ่านทุกจุดแล้วให้จัดวางในตำแหน่งที่ท่านเดินไปหยิบได้ง่ายในเส้นทางที่ใช้จริง เพื่อลดโอกาสที่ท่านจะหันไปใส่รองเท้าแตะที่ใกล้กว่าแต่ไม่ปลอดภัย

  • เก็บคู่ที่ไม่ผ่านออกจากบ้านทันที ไม่เก็บไว้เผื่อใช้
  • จัดวางคู่ที่ผ่านแล้วในตำแหน่งที่หยิบง่ายตามเส้นทางเดินจริง
  • ตั้งวันนัดตรวจซ้ำครั้งถัดไปในปฏิทิน

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าตรวจแค่รองเท้าเปล่าวางอยู่บนพื้นโดยไม่ให้ท่านสวมและเดินจริง เพราะปัญหาหลายอย่างเห็นเฉพาะตอนมีน้ำหนักตัวกด
  • อย่าตรวจแค่ตอนเช้าอย่างเดียวแล้วสรุปว่าพอดี ทั้งที่เท้าอาจบวมขึ้นตอนเย็น
  • อย่าใช้เช็กลิสต์นี้แทนการพบแพทย์เมื่อพบความผิดปกติที่ตัวเท้าเอง เช่น แผล รอยดำ หรืออาการชา
  • อย่าเก็บรองเท้าที่ไม่ผ่านการตรวจไว้ในบ้านเผื่อใช้ฉุกเฉิน เพราะมักถูกหยิบใช้จริงในจังหวะรีบ
  • อย่าตรวจเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ตรวจซ้ำอีก เพราะพื้นรองเท้าและรูปเท้าเปลี่ยนไปได้ตามการใช้งานและตามวัย

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที เมื่อสวมรองเท้าแล้วเซจนล้มและมีศีรษะกระแทก ลุกเองไม่ได้ หรือปวดขาจนขยับไม่ได้
  • โทร 1669 เช่นกัน เมื่อเท้าเปลี่ยนสีเข้มผิดปกติ เย็นจัด หรือเจ็บรุนแรงเฉียบพลันไม่ว่าจะสวมรองเท้าคู่ใดอยู่ก็ตาม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนเลือดที่ต้องรีบตรวจ
  • ติดต่อแพทย์ภายในวันเดียวกัน เมื่อพบแผล รอยแดงที่ไม่จางลง หรือผิวถลอกจากรองเท้าในผู้ที่มีเบาหวานหรือปัญหาหลอดเลือด เพราะแผลเล็กในกลุ่มนี้ลุกลามเร็วกว่าคนทั่วไป
  • นัดพบแพทย์เท้าหรือแพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุในระยะใกล้นี้ เมื่อการเดินหลังใส่รองเท้าคู่ใหม่ยังผิดปกติต่อเนื่องหลายวัน หรือเมื่อเท้าเปลี่ยนรูปชัดเจนจนหารองเท้าที่พอดีได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
  • นัดประเมินกับนักกายภาพบำบัด เมื่อทุกคู่ในบ้านผ่านเช็กลิสต์นี้แล้วแต่ท่านยังเซหรือไม่มั่นใจขณะเดิน เพราะอาจมีปัญหาการทรงตัวที่รองเท้าอย่างเดียวแก้ไม่ได้
  • เฝ้าสังเกตและบันทึกต่อ เมื่อพบจุดเล็กน้อยที่ยังไม่ถึงขั้นต้องเลิกใช้ เช่น พื้นเริ่มสึกแต่ยังเห็นลายชัดอยู่ ให้จดวันที่ตรวจและอาการไว้เทียบกับรอบตรวจครั้งถัดไป

เช็กลิสต์สรุป

  • พลิกดูลายเสียดทานใต้พื้นรองเท้าทุกคู่ โดยเฉพาะบริเวณส้นและหัวแม่เท้า
  • วางรองเท้าบนพื้นราบมองจากด้านหลังเพื่อตรวจว่าส้นเอียงหรือไม่
  • ตรวจสายรัด เชือก หรือแถบตีนตุ๊กแกว่ายังกระชับหรือไม่
  • ให้ท่านสวมยืนตรวจช่องว่างหน้ารองเท้าประมาณหนึ่งนิ้วโป้ง
  • ให้เดินสองสามก้าวโดยมีคนประกบข้างเพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลง
  • ตรวจความพอดีซ้ำในช่วงเย็นอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
  • จดผลของแต่ละคู่ไว้ให้ผู้ดูแลคนอื่นเห็นตรงกัน
  • เก็บคู่ที่ไม่ผ่านออกจากบ้านทันทีและตั้งวันตรวจซ้ำครั้งถัดไป

คำถามที่พบบ่อย

ต้องตรวจรองเท้าบ่อยแค่ไหนถึงจะพอ

สำหรับคู่ที่ใช้ทุกวัน ควรตรวจอย่างละเอียดทุกหนึ่งถึงสองเดือน และตรวจเบื้องต้นเร็ว ๆ ทุกครั้งที่สังเกตว่าท่านเดินเปลี่ยนไปหรือบ่นว่ารองเท้าไม่สบาย ไม่ต้องรอให้ครบรอบถ้ามีสัญญาณผิดปกติก่อนหน้านั้น

ท่านบอกว่ารองเท้าคู่นี้สบายดี แต่เช็กลิสต์บอกว่าไม่ผ่าน ควรเชื่อใคร

ควรฟังทั้งสองด้าน ความรู้สึกสบายของท่านสำคัญและไม่ควรมองข้าม แต่บางครั้งความเคยชินทำให้ไม่รู้สึกถึงความเสี่ยงที่ตาเห็นได้ชัด เช่น พื้นเรียบจนลื่นแต่ยังรู้สึกนุ่มสบายเหมือนเดิม ทางที่ดีคือหาคู่ใหม่ที่ทั้งปลอดภัยและมีความรู้สึกใกล้เคียงกับคู่เดิม แล้วให้ท่านลองเปรียบเทียบเอง แทนการตัดสินใจแทนทั้งหมด

รองเท้ากันน้ำหรือรองเท้าบูทยางที่ใช้เดินสวนจำเป็นต้องตรวจเหมือนกันหรือไม่

จำเป็นเช่นกัน แม้จะเป็นรองเท้าเฉพาะกิจ พื้นยางที่สึกเรียบหรือขนาดที่หลวมเกินไปก็ทำให้เซได้เหมือนรองเท้าทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อใช้เดินบนพื้นดินเปียกหรือพื้นต่างระดับในสวน ควรตรวจด้วยเช็กลิสต์เดียวกันก่อนใช้งานทุกครั้งที่หยิบมาใช้หลังจากไม่ได้ใช้นาน

ถ้าไม่มีเวลาตรวจครบทุกจุด ควรเลือกตรวจจุดไหนก่อน

ถ้าเวลาจำกัดจริง ให้พลิกดูพื้นรองเท้าเป็นอันดับแรก เพราะพื้นเรียบเป็นสาเหตุการลื่นที่พบบ่อยที่สุดและสังเกตได้เร็วที่สุด รองลงมาคือดูโครงส้นว่าเอียงหรือไม่ ส่วนการตรวจความพอดีและสังเกตการเดินควรทำให้ครบเมื่อมีเวลามากขึ้นในภายหลัง

เด็กหรือหลานที่ไม่ถนัดเรื่องนี้ช่วยตรวจแทนได้หรือไม่ ต้องเป็นผู้ดูแลหลักเท่านั้นหรือเปล่า

ทำได้ เช็กลิสต์นี้ออกแบบให้คนในบ้านทำเองได้โดยไม่ต้องมีพื้นฐานทางการแพทย์ สิ่งสำคัญคือทำตามลำดับให้ครบและจดผลไว้ให้ผู้ดูแลคนอื่นเห็นตรงกัน หากพบจุดที่ไม่แน่ใจว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ให้ถ่ายรูปเก็บไว้ถามผู้ดูแลหลักหรือนำไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภายหลังได้

สรุป

  • การตรวจรองเท้าที่ได้ผลต้องทำตอนท่านสวมและเดินจริง ไม่ใช่ดูแค่รองเท้าเปล่าวางอยู่บนพื้น เพราะปัญหาหลายอย่างแสดงออกเฉพาะตอนรับน้ำหนักตัว
  • สี่จุดที่ต้องตรวจคือพื้นรองเท้า โครงส้น ความพอดีกับเท้า และการเดินที่เปลี่ยนไปหรือไม่ ทำครบสี่จุดสำคัญกว่าดูความสวยงามภายนอก
  • ผลตรวจต้องนำไปสู่การลงมือทันที คู่ที่ไม่ผ่านให้เก็บออกจากบ้าน ไม่ใช่แค่จดไว้เฉย ๆ แล้วปล่อยให้ยังถูกหยิบใช้ในจังหวะรีบ
  • เช็กลิสต์นี้ช่วยจัดการเรื่องรองเท้า แต่ไม่ใช่การวินิจฉัยปัญหาเท้า ถ้าพบความผิดปกติที่ตัวเท้าเองให้พาไปพบแพทย์แยกต่างหาก

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือกรองเท้าให้ผู้สูงอายุอย่างไร ให้เดินมั่นคงและลดเสี่ยงหกล้ม
health-body

เลือกรองเท้าให้ผู้สูงอายุอย่างไร ให้เดินมั่นคงและลดเสี่ยงหกล้ม

แนวทางเลือกรองเท้าที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ตั้งแต่การวัดขนาดเท้าที่เปลี่ยนไปตามวัย ลักษณะพื้นรองเท้า ไปจนถึงการตรวจสภาพรองเท้าที่ใช้อยู่ เพื่อลดความเสี่ยงหกล้มในชีวิตประจำวัน

อัปเดตล่าสุด 2 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
รองเท้าผู้สูงอายุที่ดูปลอดภัย แต่จริง ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้ม
health-body

รองเท้าผู้สูงอายุที่ดูปลอดภัย แต่จริง ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้ม

รวมข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักมองข้ามเรื่องรองเท้าของผู้สูงอายุในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่รองเท้าแตะที่ดูนุ่มสบายไปจนถึงนิสัยเดินเท้าเปล่าตอนกลางคืน ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้มโดยไม่รู้ตัว

อัปเดตล่าสุด 2 สิงหาคม 2026อ่าน 11 นาที
รองเท้าคู่ไหนควรเลิกใช้แล้ว: วิธีดูแลและสลับรองเท้าผู้สูงอายุให้ปลอดภัยตลอดวัน
health-body

รองเท้าคู่ไหนควรเลิกใช้แล้ว: วิธีดูแลและสลับรองเท้าผู้สูงอายุให้ปลอดภัยตลอดวัน

วิธีจัดการรองเท้าของผู้สูงอายุในบ้าน ตั้งแต่รู้ว่าเมื่อไรควรเปลี่ยนคู่ที่ใส่ประจำ วิธีจัดเก็บและตรวจสภาพ ไปจนถึงการสลับรองเท้าให้เหมาะกับแต่ละกิจกรรมในบ้านไทยอย่างปลอดภัย

อัปเดตล่าสุด 4 สิงหาคม 2026อ่าน 17 นาที
เช็กการทรงตัวของผู้สูงอายุที่บ้าน: จุดสังเกตที่บอกว่าถึงเวลาพาไปประเมินหรือยัง
health-body

เช็กการทรงตัวของผู้สูงอายุที่บ้าน: จุดสังเกตที่บอกว่าถึงเวลาพาไปประเมินหรือยัง

จุดสังเกตเรื่องการทรงตัวของผู้สูงอายุที่ลูกหลานตรวจได้เองจากกิจวัตรจริง พร้อมสิ่งที่ควรจดไปคุยกับแพทย์และนักกายภาพบำบัด และสัญญาณที่ต้องโทร 1669 ทันที

อัปเดตล่าสุด 4 สิงหาคม 2026อ่าน 17 นาที