สูงวัยไทย
รองเท้าผู้สูงอายุที่ดูปลอดภัย แต่จริง ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้ม
พิมพ์เมื่อ 1 สิงหาคม 2026
รองเท้าผู้สูงอายุที่ดูปลอดภัย แต่จริง ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้ม
รวมข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักมองข้ามเรื่องรองเท้าของผู้สูงอายุ ตั้งแต่การเลือกซื้อไปจนถึงการใช้งานในบ้าน ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้มโดยไม่รู้ตัว
ตรวจสอบล่าสุด 1 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย https://kaboompics.com/ / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- รองเท้าหลายคู่ที่ดูเหมือนใส่สบายหรือเป็นที่นิยม อาจไม่ได้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุอย่างที่คิด ครอบครัวจำนวนมากมักตัดสินใจเรื่องรองเท้าจากความเคยชินหรือความสวยงาม โดยไม่ได้ประเมินความเสี่ยงด้านการทรงตัวอย่างจริงจัง
- บทความนี้ไม่ได้อธิบายซ้ำเรื่องคุณสมบัติของรองเท้าที่เหมาะสม แต่จะชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกและใช้งานรองเท้าของผู้สูงอายุ ที่หลายครอบครัวอาจไม่เคยรู้ตัวว่ากำลังเพิ่มความเสี่ยงหกล้มอยู่
- การรู้ทันข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ดูแลปรับพฤติกรรมการเลือกและดูแลรองเท้าให้ปลอดภัยขึ้นจริง แทนที่จะยึดตามความเคยชินหรือความสะดวกเพียงอย่างเดียว
เหมาะกับใคร
- เนื้อหานี้เหมาะกับลูกหลานหรือผู้ดูแลที่ซื้อหรือดูแลรองเท้าให้ผู้สูงอายุอยู่แล้ว และอยากทบทวนว่ารองเท้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีข้อผิดพลาดที่ควรแก้ไขหรือไม่
สิ่งที่ควรรู้
ข้อผิดพลาดเรื่องความเคยชินกับรองเท้าเดิม
หลายครอบครัวปล่อยให้ผู้สูงอายุใส่รองเท้าคู่เดิมต่อไปเพราะความเคยชินและความสบายใจ โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าพื้นรองเท้าเริ่มเรียบลื่นหรือสายรัดเริ่มหลวมจากการใช้งานมานานหรือไม่ ความเคยชินทำให้มองข้ามสัญญาณความเสี่ยงที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย
อีกความเข้าใจผิดที่เกี่ยวข้องคือการคิดว่ารองเท้าแตะที่ใส่สบายมานานเท่ากับปลอดภัย ทั้งที่รองเท้าแตะแบบหลวมส่วนใหญ่ไม่มีระบบยึดเกาะเท้าที่มั่นคงเพียงพอสำหรับการเดินในระยะยาว
ข้อผิดพลาดเรื่องการเลือกซื้อโดยไม่ให้ลองสวม
การซื้อรองเท้าเป็นของขวัญหรือซื้อแทนโดยไม่พาผู้สูงอายุไปลองสวมจริง เป็นข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย เพราะขนาดและรูปทรงเท้าของแต่ละคนแตกต่างกันและอาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รองเท้าที่ดูสวยงามในสายตาลูกหลานอาจไม่พอดีกับเท้าจริงของผู้สูงอายุเลย
บางครอบครัวเลือกซื้อรองเท้ากีฬาที่มีพื้นหนานุ่มมากเพราะคิดว่านุ่มเท่ากับสบายและปลอดภัย ทั้งที่พื้นที่หนานุ่มเกินไปอาจทำให้รับความรู้สึกจากพื้นได้น้อยลงและเสียสมดุลง่ายขึ้นในผู้สูงอายุบางคน
ข้อผิดพลาดเรื่องการใช้งานในบ้าน
หลายบ้านคิดว่าอยู่ในบ้านไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้า จึงปล่อยให้เดินเท้าเปล่าหรือใส่ถุงเท้าอย่างเดียวบนพื้นกระเบื้องหรือพื้นไม้ลื่น ทั้งที่พื้นเท้าเปล่าหรือถุงเท้าให้แรงเสียดทานน้อยกว่ารองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะโดยเฉพาะ

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดในทางปฏิบัติ
แทนที่จะยึดตามความเคยชินหรือความสะดวก ลองปรับวิธีเลือกและดูแลรองเท้าตามแนวทางต่อไปนี้
- ตรวจสอบสภาพพื้นและสายรัดของรองเท้าที่ใช้อยู่เป็นประจำ แม้จะเป็นรองเท้าที่ใส่มานานแล้วก็ตาม
- พาผู้สูงอายุไปลองสวมและเดินจริงทุกครั้งก่อนซื้อรองเท้าคู่ใหม่ ไม่ซื้อแทนโดยไม่ให้ลอง
- เลือกรองเท้าที่พื้นแน่นพอเหมาะ ไม่หนานุ่มจนเกินไป โดยให้ผู้สูงอายุลองเดินเพื่อประเมินความมั่นคง
- จัดเตรียมรองเท้าสำหรับใส่ในบ้านโดยเฉพาะ แทนการเดินเท้าเปล่าหรือใส่ถุงเท้าอย่างเดียว
การทบทวนรองเท้าเป็นระยะ
การดูแลรองเท้าไม่ควรทำเพียงครั้งเดียวตอนซื้อ แต่ควรมีการทบทวนเป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่ายังปลอดภัยต่อเนื่อง
- กำหนดช่วงเวลาตรวจสอบสภาพรองเท้าทุกคู่ที่ใช้เป็นประจำ เช่น ทุกสองถึงสามเดือน
- เปลี่ยนรองเท้าใหม่ทันทีเมื่อพบว่าพื้นเริ่มเรียบลื่นหรือสายรัดหลวมเกินไป
- สอบถามผู้สูงอายุตรง ๆ ว่ารู้สึกมั่นคงเวลาใส่รองเท้าคู่นั้นเดินหรือไม่ แทนการคาดเดาเอง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าปล่อยให้ใช้รองเท้าคู่เดิมต่อไปโดยไม่ตรวจสอบสภาพพื้นและสายรัด
- อย่าซื้อรองเท้าให้โดยไม่พาไปลองสวมและเดินจริงก่อน
- อย่าเลือกรองเท้าที่พื้นหนานุ่มมากโดยคิดว่านุ่มเท่ากับปลอดภัยเสมอไป
- อย่าปล่อยให้เดินเท้าเปล่าหรือใส่ถุงเท้าอย่างเดียวบนพื้นลื่นในบ้าน
- อย่าคิดว่ารองเท้าแตะที่ใส่สบายมานานเท่ากับยังปลอดภัยโดยไม่ตรวจสอบซ้ำ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากผู้สูงอายุบอกว่ารู้สึกไม่มั่นคงหรือลื่นบ่อยเวลาใส่รองเท้าคู่ใดคู่หนึ่ง ควรเปลี่ยนรองเท้าทันทีและปรึกษาแพทย์หากยังเซหรือหกล้มบ่อยแม้เปลี่ยนรองเท้าแล้ว
- หากมีปัญหาที่เท้า เช่น เท้าบวมผิดปกติหรือรูปเท้าเปลี่ยนไปมาก ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเท้าเพื่อเลือกรองเท้าที่เหมาะสม
เช็กลิสต์สรุป
- ตรวจสอบสภาพพื้นและสายรัดรองเท้าที่ใช้อยู่เป็นประจำ
- พาไปลองสวมและเดินจริงก่อนซื้อรองเท้าคู่ใหม่ทุกครั้ง
- เลือกรองเท้าที่พื้นแน่นพอเหมาะ ไม่หนานุ่มเกินไป
- จัดรองเท้าสำหรับใช้ในบ้านโดยเฉพาะ
- กำหนดช่วงเวลาทบทวนสภาพรองเท้าเป็นระยะ
- สอบถามความรู้สึกมั่นคงจากผู้สูงอายุโดยตรง
คำถามที่พบบ่อย
รองเท้าแตะที่ใส่สบายและใช้มานานแล้วยังปลอดภัยอยู่หรือไม่
ต้องตรวจสอบสภาพจริง ไม่ใช่ตัดสินจากความเคยชิน รองเท้าแตะที่ใช้มานานมักมีพื้นเรียบลื่นและสายรัดหลวมโดยที่ผู้ใช้ไม่ทันสังเกต ควรตรวจสอบพื้นและความกระชับเป็นระยะแทนการใช้ต่อไปเพราะความเคยชิน
ถุงเท้ากันลื่นทดแทนรองเท้าได้หรือไม่
ถุงเท้าที่มีจุดกันลื่นบางแบบอาจช่วยได้ในบางสถานการณ์ แต่โดยทั่วไปยังให้ความมั่นคงน้อยกว่ารองเท้าที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเดินในบ้าน ควรใช้เป็นทางเลือกเสริมมากกว่าใช้แทนรองเท้าตลอดเวลา
ทำไมการซื้อรองเท้าให้เป็นของขวัญโดยไม่ให้ลองสวมก่อนถึงเป็นความเสี่ยง
เพราะขนาดและรูปทรงเท้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และอาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รองเท้าที่ดูสวยงามแต่ไม่พอดีกับเท้าอาจทำให้เดินผิดจังหวะหรือลื่นหลุดได้ง่ายกว่ารองเท้าที่เลือกจากการลองสวมจริง
รองเท้ากีฬาที่ลูกหลานซื้อให้ใช้ได้ทุกคู่หรือไม่
ไม่ใช่ทุกคู่ที่เหมาะสม ควรเลือกรองเท้ากีฬาที่พื้นไม่หนาหรือนุ่มจนเกินไป เพราะพื้นที่หนานุ่มมากอาจทำให้รับความรู้สึกจากพื้นได้น้อยลงและเสียสมดุลง่ายขึ้น ควรให้ผู้สูงอายุลองเดินจริงก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ
แหล่งข้อมูล
- Falls prevention — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-07-26)
- แนวทางการดูแลผู้สูงอายุ — กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-07-27)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือกรองเท้าให้ผู้สูงอายุอย่างไร ให้เดินมั่นคงและลดเสี่ยงหกล้ม
แนวทางเลือกรองเท้าที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ตั้งแต่รูปแบบพื้นรองเท้า การยึดเกาะ และการดูแลสภาพรองเท้า เพื่อลดความเสี่ยงหกล้มในชีวิตประจำวัน

เช็กลิสต์เตรียมบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
แนวทางตรวจสอบจุดเสี่ยงในบ้านทีละห้อง พร้อมวิธีปรับแก้ง่าย ๆ เพื่อลดโอกาสหกล้มและอุบัติเหตุของผู้สูงอายุ

7 ความเข้าใจผิดของครอบครัวเมื่อผู้สูงอายุเริ่มเดินเซ
รวมความเข้าใจผิดที่ครอบครัวมักมีเมื่อผู้สูงอายุเริ่มเดินเซ พร้อมคำอธิบายว่าทำไมวิธีคิดแบบนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้มแทนที่จะช่วยป้องกัน

ฝึกการทรงตัวให้ผู้สูงอายุ ระวังข้อผิดพลาดเหล่านี้จากคนใกล้ตัว
ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำเมื่อช่วยผู้สูงอายุฝึกหรือดูแลเรื่องการทรงตัว ตั้งแต่การหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวไปจนถึงการฝึกโดยไม่มีคนดูแล