สูงวัยไทย
แผลในปากผู้สูงอายุ แบบไหนดูแลเองได้ แบบไหนต้องรีบพบแพทย์
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
แผลในปากผู้สูงอายุ แบบไหนดูแลเองได้ แบบไหนต้องรีบพบแพทย์
แนวทางแยกแผลในปากผู้สูงอายุตามลักษณะและความเสี่ยง เพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรดูแลเองที่บ้าน นัดพบทันตแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หรือต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- แผลในปากส่วนใหญ่ในผู้สูงอายุเป็นแผลร้อนในธรรมดาที่หายเองได้ภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ มักเกิดจากการกัดโดนตัวเอง ฟันปลอมเสียดสี หรือความเครียดและพักผ่อนไม่พอ กรณีนี้ดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้อย่างปลอดภัย
- แผลที่ต้องนัดพบทันตแพทย์ภายในสัปดาห์นี้คือแผลที่เกิดจากฟันปลอมเสียดสีซ้ำจุดเดิมต่อเนื่อง หรือแผลร้อนในที่เจ็บมากจนกินอาหารลำบาก เพราะอาจต้องปรับฟันปลอมหรือรักษาเพิ่มเติม
- สัญญาณที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือแผลที่ไม่หายภายในสองสัปดาห์ แผลที่ไม่เจ็บแต่ขอบแข็งหรือมีก้อนร่วมด้วย หรือแผลที่กลับมาเป็นซ้ำที่ตำแหน่งเดิมบ่อยครั้ง ลักษณะเหล่านี้ต้องให้ทันตแพทย์ตรวจอย่างละเอียดเพื่อแยกสาเหตุที่ร้ายแรงกว่าแผลร้อนในทั่วไป
- หากแผลในปากมาพร้อมไข้สูง กลืนไม่ได้ หรือใบหน้าบวมลามอย่างรวดเร็ว ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการที่บ้านต่อไป
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลที่เพิ่งสังเกตเห็นแผลในปากและกำลังตัดสินใจว่าควรดูแลเองหรือต้องพบแพทย์
- เหมาะกับผู้ที่ใส่ฟันปลอมและมีแผลในปากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ บริเวณที่ฟันปลอมสัมผัส
- ไม่เหมาะกับกรณีสงสัยแผลจากอุบัติเหตุรุนแรงหรือมีเลือดออกมาก ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องอ่านข้อมูลเปรียบเทียบก่อน
สิ่งที่ควรรู้
แผลร้อนในทั่วไปมีลักษณะอย่างไร
แผลร้อนในทั่วไปมักเป็นแผลตื้น ขอบแดงชัด ตรงกลางสีขาวหรือเหลืองอ่อน ขนาดเล็กกว่าหนึ่งเซนติเมตร เจ็บมากในช่วงสองถึงสามวันแรกแล้วค่อย ๆ ดีขึ้นจนหายสนิทภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น สาเหตุที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคือการกัดโดนแก้มหรือลิ้นโดยไม่ตั้งใจ ฟันปลอมที่ขอบคมหรือหลวมจนเสียดสีซ้ำจุดเดิม การแปรงฟันแรงเกินไป หรือภาวะพักผ่อนไม่พอและเครียดสะสม
การดูแลเบื้องต้นสำหรับแผลลักษณะนี้ทำได้เองที่บ้านอย่างปลอดภัย เช่น บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเบา ๆ หลังอาหาร เลี่ยงอาหารรสจัดหรือกรอบคมที่ระคายแผล และหลีกเลี่ยงจุดที่ทำให้เกิดแผลซ้ำ เช่น ขอบฟันปลอมที่คม
ลักษณะที่ต่างจากแผลร้อนในทั่วไป และทำไมต้องแยกให้ออก
แผลที่ควรสงสัยว่าไม่ใช่แผลร้อนในธรรมดามีลักษณะสำคัญคือ ไม่หายภายในสองสัปดาห์แม้ดูแลเบื้องต้นแล้ว ขอบแผลแข็งหรือนูนผิดปกติ มีก้อนใต้แผลที่คลำได้ หรือแผลไม่เจ็บทั้งที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะเหล่านี้ต้องให้ทันตแพทย์ตรวจอย่างละเอียด เพราะการปล่อยแผลลักษณะนี้ไว้นานโดยคิดว่าเป็นร้อนในทั่วไปอาจทำให้พลาดโอกาสตรวจพบปัญหาที่ต้องรักษาแต่เนิ่น ๆ
ผู้สูงอายุที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมีความเสี่ยงต่อแผลในปากที่ต้องเฝ้าระวังมากกว่าคนทั่วไป จึงควรบอกประวัติเหล่านี้กับทันตแพทย์ทุกครั้งที่มีแผลในปากที่ผิดปกติจากเดิม ไม่ควรปิดบังเพราะเกรงใจหรืออาย
เมื่อฟันปลอมเป็นต้นเหตุซ้ำ ๆ
หากแผลในปากเกิดที่ตำแหน่งเดิมซ้ำหลายครั้งและใส่ฟันปลอมอยู่ สาเหตุมักมาจากฟันปลอมที่หลวมหรือขอบไม่เรียบจนเสียดสีเนื้อเยื่อบริเวณนั้น การถอดฟันปลอมพักชั่วคราวช่วยบรรเทาได้เฉพาะหน้า แต่ต้องนัดทันตแพทย์เพื่อปรับแก้ฟันปลอมให้พอดี ไม่เช่นนั้นแผลจะกลับมาเป็นซ้ำเรื่อย ๆ เมื่อใส่ฟันปลอมอีกครั้ง
การปล่อยให้เกิดแผลซ้ำจากฟันปลอมต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เยื่อบุช่องปากอักเสบเรื้อรัง และในบางกรณีเนื้อเยื่อที่ระคายเคืองซ้ำนานอาจต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม การนัดปรับฟันปลอมแต่เนิ่น ๆ จึงคุ้มค่ากว่าการทนใส่ต่อไปทั้งที่รู้ว่าเสียดสี
ปัจจัยจากยาและสภาพร่างกายที่มักถูกมองข้าม
ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันเพื่อควบคุมโรคเรื้อรังหลายโรคมีความเสี่ยงเกิดแผลในปากได้ง่ายขึ้นจากผลข้างเคียงของยาบางกลุ่ม หรือจากปากแห้งที่ยาเหล่านั้นอาจทำให้เกิดร่วมด้วย เมื่อน้ำลายน้อยลงเยื่อบุช่องปากจะบอบบางและระคายเคืองง่ายกว่าปกติ หากสงสัยว่ายาเป็นสาเหตุ ควรนำรายการยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนแทนการปรับยาเอง
ในผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางหรือร่างกายอ่อนแอจากโรคเรื้อรังหลายอย่าง แผลในปากอาจหายช้ากว่าคนทั่วไปมาก เพราะร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้ช้าลง กรณีนี้ควรให้เวลาสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดขึ้นและไม่ควรตัดสินใจว่าแผลผิดปกติเร็วเกินไปหรือช้าเกินไปโดยไม่ปรึกษาทันตแพทย์ ทั้งการทำความสะอาดช่องปากให้เป็นกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอก็ยังคงสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อซ้ำระหว่างแผลกำลังหาย

รูปภาพโดย Gustavo Fring / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
สังเกตลักษณะแผลอย่างเป็นระบบ
การสังเกตอย่างเป็นระบบช่วยแยกได้ว่าแผลนี้อยู่ในกลุ่มที่ดูแลเองได้ หรือควรพบทันตแพทย์
- จดวันที่เริ่มมีแผลและขนาดโดยประมาณ
- สังเกตว่าเจ็บมากหรือแทบไม่เจ็บทั้งที่แผลมีขนาดใหญ่
- ตรวจว่าเป็นที่ตำแหน่งเดิมซ้ำหรือเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ๆ
- สังเกตว่าเกี่ยวข้องกับฟันปลอมหรือฟันธรรมชาติที่คมหรือไม่
ดูแลเบื้องต้นสำหรับแผลที่ไม่มีสัญญาณอันตราย
หากแผลมีลักษณะเป็นแผลร้อนในทั่วไปและไม่มีอาการร่วมที่น่ากังวล สามารถดูแลเบื้องต้นได้เองระหว่างรอดูอาการ
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเบา ๆ หลังอาหารทุกมื้อ
- เลี่ยงอาหารรสจัด ร้อนจัด หรือกรอบคมที่ระคายแผล
- ถอดฟันปลอมพักชั่วคราวหากเป็นจุดที่เสียดสีแผลโดยตรง
- หลีกเลี่ยงการแปรงฟันแรงเกินไปบริเวณที่มีแผล
เตรียมข้อมูลไปพบทันตแพทย์
หากแผลเข้าข่ายต้องพบทันตแพทย์ การเตรียมข้อมูลที่จดไว้ช่วยให้ตรวจได้ตรงจุดเร็วขึ้น
ควรแจ้งประวัติการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด แม้จะรู้สึกว่าไม่เกี่ยวข้องกับแผลในปากโดยตรง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าปล่อยแผลที่ไม่หายเกินสองสัปดาห์ไว้โดยคิดว่าเป็นร้อนในทั่วไปที่รอเองได้
- อย่าฝืนใส่ฟันปลอมต่อไปเมื่อรู้ว่าเสียดสีจนเป็นแผลซ้ำที่จุดเดิม
- อย่าใช้ยาแก้ปวดหรือยาชาทาปากตามคำแนะนำของคนรู้จักโดยไม่ปรึกษาเภสัชกรหรือทันตแพทย์ก่อน
- อย่าปิดบังประวัติสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์กับทันตแพทย์เมื่อมีแผลในปากที่ผิดปกติ
- อย่าเข้าใจว่าแผลไม่เจ็บแปลว่าไม่ร้ายแรง เพราะแผลบางลักษณะที่ควรระวังกลับไม่เจ็บทั้งที่ขนาดใหญ่
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากใบหน้าบวมลามอย่างรวดเร็วร่วมกับไข้สูงหรือหายใจลำบาก
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากกลืนน้ำลายหรือน้ำไม่ได้เลยจากอาการเจ็บรุนแรง
- ติดต่อทันตแพทย์ภายในวันเดียวกัน หากแผลเจ็บมากจนกินอาหารไม่ได้เลยหลายมื้อติดต่อกัน
- นัดพบทันตแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากแผลเกิดจากฟันปลอมเสียดสีซ้ำจุดเดิม หรือแผลร้อนในเจ็บมากผิดปกติ
- นัดพบทันตแพทย์เร็ว ๆ นี้ หากแผลไม่หายภายในสองสัปดาห์ ขอบแข็ง มีก้อน หรือไม่เจ็บทั้งที่ขนาดใหญ่
- เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้ หากเป็นแผลร้อนในขนาดเล็กที่ดีขึ้นตามลำดับและไม่มีอาการร่วมอื่น
เช็กลิสต์สรุป
- จดวันที่ ขนาด และตำแหน่งของแผลในปากทุกครั้งที่พบ
- บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นหลังอาหารระหว่างรอแผลหาย
- ถอดฟันปลอมพักชั่วคราวหากเป็นจุดเสียดสีแผลโดยตรง
- นัดทันตแพทย์หากแผลไม่หายภายในสองสัปดาห์
- แจ้งประวัติสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และยาที่ใช้ทั้งหมดกับทันตแพทย์
- สังเกตว่าแผลกลับมาเป็นซ้ำที่ตำแหน่งเดิมหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
แผลร้อนในกับแผลจากฟันปลอมต่างกันอย่างไร
แผลร้อนในมักเกิดได้ทุกตำแหน่งในช่องปากและไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กับสิ่งกดทับ ส่วนแผลจากฟันปลอมมักเกิดที่ตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ ตรงจุดที่ฟันปลอมสัมผัสหรือเสียดสี หากเป็นแบบหลังควรนัดทันตแพทย์เพื่อปรับฟันปลอม
บ้วนน้ำเกลือช่วยแผลในปากได้จริงหรือ
การบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเบา ๆ ช่วยให้ช่องปากสะอาดขึ้นและอาจลดการระคายเคืองระหว่างแผลหาย แต่ไม่ใช่การรักษาสาเหตุ หากแผลไม่ดีขึ้นภายในเวลาที่เหมาะสมยังต้องพบทันตแพทย์
แผลในปากที่ไม่เจ็บอันตรายกว่าแผลที่เจ็บมากหรือไม่
ไม่เจ็บไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป แผลบางลักษณะที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษกลับไม่ค่อยเจ็บทั้งที่มีขนาดใหญ่หรือขอบแข็ง จึงควรให้ทันตแพทย์ตรวจแทนการประเมินจากความเจ็บเพียงอย่างเดียว
ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมมานานแล้วเพิ่งเริ่มมีแผลซ้ำ เกิดจากอะไร
อาจเกิดจากสันเหงือกที่เปลี่ยนรูปตามเวลาทำให้ฟันปลอมที่เคยพอดีเริ่มหลวมหรือเสียดสีจุดใหม่ ควรนัดทันตแพทย์เพื่อตรวจและปรับแก้ฟันปลอมให้เหมาะกับสภาพเหงือกปัจจุบัน
กินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาแผลในปากได้หรือไม่
ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาแก้ปวดใด ๆ โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอื่นอยู่ ไม่ควรใช้ยาตามคำแนะนำของคนรู้จักโดยไม่ตรวจสอบว่าเหมาะกับตนเองหรือไม่
แผลในปากเกิดจากความเครียดได้จริงหรือ
ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดแผลร้อนในได้ในหลายคน แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว หากแผลเกิดถี่ผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย
สรุป
- แผลในปากส่วนใหญ่เป็นแผลร้อนในที่หายเองได้ภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ด้วยการดูแลเบื้องต้นที่บ้าน
- แผลที่ไม่หายเกินสองสัปดาห์ ขอบแข็ง มีก้อน หรือไม่เจ็บทั้งที่ขนาดใหญ่ ต้องให้ทันตแพทย์ตรวจอย่างละเอียด ไม่ควรรอดูต่อไป
- แผลจากฟันปลอมเสียดสีซ้ำจุดเดิมต้องนัดปรับฟันปลอม ไม่ใช่ทนใส่ต่อไปทั้งที่รู้สาเหตุ
- อาการร่วมอย่างไข้สูง กลืนไม่ได้ หรือใบหน้าบวมลามเร็ว คือสัญญาณให้รีบไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการ
แหล่งข้อมูล
- Oral health — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-25)
- แนวทางส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ — กรมอนามัย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-25)
- แนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-25)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

แผลในปากผู้สูงอายุ: สาเหตุ วิธีดูแล และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
แนวทางดูแลแผลในปากของผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง ตั้งแต่สาเหตุที่พบบ่อย การบรรเทาอาการเบื้องต้น ไปจนถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่าต้องรีบพบแพทย์หรือทันตแพทย์

6 จุดพลาดที่ทำให้แผลในปากของผู้สูงอายุหายช้าหรือลุกลามกว่าเดิม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวดูแลแผลในปากของผู้สูงอายุ ตั้งแต่การใช้ยาทาแผลผิดวิธีไปจนถึงการมองข้ามสัญญาณที่ควรพบแพทย์

เช็กแผลในปากพ่อแม่ให้ครบ จุดไหนต้องรีบพบหมอ จุดไหนรอดูได้
เช็กลิสต์ตรวจสอบแผลในปากผู้สูงอายุ ครอบคลุมลักษณะแผล ปัจจัยเสี่ยงจากฟันปลอมและยา และการแยกระหว่างแผลที่รอดูได้กับแผลที่ต้องรีบพบทันตแพทย์

แผลในปากพ่อแม่ไม่หายสักที ดูแลที่บ้านทีละขั้นตอนอย่างไรให้ปลอดภัย
ขั้นตอนดูแลแผลในปากผู้สูงอายุที่บ้าน ตั้งแต่ลดความเจ็บระหว่างกินอาหาร รักษาความสะอาดช่องปาก ไปจนถึงจุดที่ต้องหยุดดูแลเองแล้วพาไปพบทันตแพทย์