สูงวัยไทย
ฝึกรับสายฉุกเฉินให้ได้ยินแน่ ๆ ตั้งค่าโทรศัพท์ให้ผู้สูงอายุอย่างไรให้ครบทุกช่องทาง
พิมพ์เมื่อ 6 สิงหาคม 2026
ฝึกรับสายฉุกเฉินให้ได้ยินแน่ ๆ ตั้งค่าโทรศัพท์ให้ผู้สูงอายุอย่างไรให้ครบทุกช่องทาง
ขั้นตอนตั้งค่าและฝึกซ้อมให้ผู้สูงอายุได้ยินสายเรียกเข้าแน่นอน ด้วยการใช้เสียง สั่น และแสงร่วมกัน พร้อมวิธีทดสอบด้วยการโทรจริงเป็นประจำ
ตรวจสอบล่าสุด 6 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Andrey Matveev / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การมั่นใจว่าผู้สูงอายุจะได้ยินสายเรียกเข้าฉุกเฉินต้องใช้มากกว่าการเพิ่มระดับเสียงเพียงอย่างเดียว ควรตั้งค่าให้เสียงเรียกเข้า การสั่น และไฟกะพริบทำงานพร้อมกัน เพื่อให้มีอย่างน้อยหนึ่งช่องทางที่ผู้สูงอายุรับรู้ได้แม้อยู่ในสถานการณ์ต่างกัน เช่น เปิดทีวีเสียงดังหรือวางโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า
- การตั้งค่าเพียงครั้งเดียวไม่พอ ต้องมีการฝึกซ้อมด้วยการโทรทดสอบจริงเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าผู้สูงอายุได้ยินและรู้วิธีรับสายจริง ไม่ใช่แค่ตั้งค่าเสร็จแล้วสมมติว่าใช้ได้
- ผู้สูงอายุที่มีการได้ยินเสื่อมตามวัย (presbycusis) มักได้ยินเสียงแหลมยากกว่าเสียงทุ้ม การเลือกเสียงเรียกเข้าที่มีความถี่ต่ำและดังพอจึงสำคัญกว่าการเปิดเสียงดังสุดของเสียงเรียกเข้าเดิมที่อาจเป็นเสียงแหลม
- บทความนี้เป็นแนวทางตั้งค่าเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่การแก้ปัญหาการได้ยินที่ต้นเหตุ หากพบว่าได้ยินเสียงโทรศัพท์แย่ลงเร็วผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจการได้ยินเพิ่มเติม
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียวบางช่วงเวลา และต้องการมั่นใจว่าจะติดต่อได้เมื่อจำเป็น
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการขั้นตอนตั้งค่าที่ทำได้จริงบนโทรศัพท์ที่ผู้สูงอายุใช้อยู่ ไม่ใช่แค่คำแนะนำทั่วไปว่าควรเปิดเสียงดัง
- ไม่เหมาะกับกรณีที่ผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินรุนแรงจนไม่ได้ยินเสียงใด ๆ เลย ซึ่งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องอุปกรณ์แจ้งเตือนเฉพาะทาง เช่น ระบบไฟกะพริบเชื่อมต่อโทรศัพท์โดยตรง
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมเพิ่มระดับเสียงอย่างเดียวไม่พอสำหรับสายฉุกเฉิน
ผู้สูงอายุที่มีการได้ยินเสื่อมตามวัยมักได้ยินเสียงแหลมยากกว่าเสียงทุ้ม เสียงเรียกเข้าเริ่มต้นของโทรศัพท์หลายรุ่นเป็นเสียงแหลมหรือเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่แม้เปิดดังสุดก็ยังฟังไม่ชัดสำหรับหูที่เสื่อมตามวัย การเลือกเสียงเรียกเข้าที่มีความถี่ต่ำกว่าจึงช่วยได้มากกว่าการเปิดเสียงดังอย่างเดียว
นอกจากนี้ สถานการณ์ในบ้านจริงมักมีเสียงรบกวนแข่งกับเสียงโทรศัพท์ เช่น เสียงทีวี พัดลม หรือเสียงจากห้องอื่น การพึ่งพาเสียงเรียกเข้าเพียงช่องทางเดียวจึงเสี่ยงพลาดสายสำคัญ การมีช่องทางแจ้งเตือนหลายแบบพร้อมกันช่วยให้มีโอกาสรับรู้สูงขึ้นมาก
การสั่นและไฟกะพริบเป็นช่องทางสำรองที่มักถูกมองข้าม
โทรศัพท์ส่วนใหญ่มีฟังก์ชันสั่นและไฟแฟลชกะพริบเมื่อมีสายเข้าอยู่แล้ว แต่หลายครอบครัวไม่เคยเปิดใช้งานเพราะไม่รู้ว่ามีฟีเจอร์นี้ การสั่นมีประโยชน์มากเมื่อโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าเสื้อหรือวางบนโต๊ะใกล้ตัว ส่วนไฟกะพริบช่วยได้ในกรณีที่ผู้สูงอายุมีปัญหาการได้ยินรุนแรงจนไม่ได้ยินเสียงหรือสั่นชัดเจนพอ
การเปิดใช้ทั้งสามช่องทางพร้อมกัน คือเสียง การสั่น และไฟกะพริบ เป็นหลักการเดียวกับการมีแผนสำรองหลายชั้น หากช่องทางหนึ่งไม่ได้ผลในสถานการณ์หนึ่ง ยังมีอีกสองช่องทางที่อาจช่วยได้ ไม่ต้องพึ่งพาช่องทางเดียวทั้งหมด
การฝึกซ้อมโทรทดสอบสำคัญพอ ๆ กับการตั้งค่า
การตั้งค่าเสร็จแล้วไม่ได้แปลว่าจะได้ผลจริงเสมอไป ควรมีการโทรทดสอบเป็นประจำ เช่น สัปดาห์ละครั้ง โดยให้ผู้สูงอายุอยู่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ชีวิตจริง เช่น อยู่ในครัว นั่งดูทีวี หรือกำลังทำสวน แล้วสังเกตว่ารับรู้สายเข้าได้จริงหรือไม่ในแต่ละสถานการณ์
การฝึกซ้อมยังช่วยให้ผู้สูงอายุคุ้นเคยกับขั้นตอนรับสาย ไม่ใช่แค่ได้ยินเสียงแต่ไม่รู้จะกดปุ่มไหน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่หรือมีปัญหาด้านความจำ (IADL) ที่กระทบการใช้อุปกรณ์ที่ซับซ้อนขึ้น การฝึกซ้ำหลายรอบช่วยให้ขั้นตอนกลายเป็นความเคยชิน
เมื่อการได้ยินแย่ลงเร็ว การตั้งค่าโทรศัพท์อย่างเดียวไม่พอ
หากพบว่าต้องปรับเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเวลาไม่กี่เดือน หรือผู้สูงอายุเริ่มพลาดสายที่เคยรับได้ปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าการได้ยินเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่ควรตามวัย ซึ่งต่างจากการเสื่อมตามวัยแบบค่อยเป็นค่อยไป ควรพบแพทย์เพื่อตรวจการได้ยินแทนการปรับตั้งค่าโทรศัพท์เพิ่มไปเรื่อย ๆ โดยไม่หาสาเหตุ
การตั้งค่าโทรศัพท์เป็นมาตรการเสริมความปลอดภัยระหว่างที่ยังไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ทางออกถาวรที่ทดแทนการประเมินการได้ยินโดยผู้เชี่ยวชาญ

รูปภาพโดย Akshay Shende / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: เลือกเสียงเรียกเข้าความถี่ต่ำและปรับระดับเสียงสูงสุด
เข้าเมนูตั้งค่าเสียงเรียกเข้า ลองฟังเสียงที่มีให้เลือกทีละแบบ และให้ผู้สูงอายุเลือกเสียงที่ได้ยินชัดที่สุดแม้จะไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคย จากนั้นปรับระดับเสียงไปที่ระดับสูงสุด
ขั้นที่ 2: เปิดฟังก์ชันสั่นและไฟกะพริบให้ทำงานพร้อมกับเสียง
เข้าเมนูการแจ้งเตือน เปิดใช้งานการสั่นเมื่อมีสายเข้า และเปิดไฟแฟลชกะพริบหากโทรศัพท์รุ่นนั้นมีฟังก์ชันนี้ ทดสอบด้วยการโทรเข้าจริงเพื่อดูว่าทั้งสามช่องทางทำงานพร้อมกัน
- ทดสอบขณะโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าเสื้อว่าสั่นรู้สึกได้ชัด
- ทดสอบขณะวางบนโต๊ะห่างตัวว่าไฟกะพริบมองเห็นได้
- ทดสอบขณะเปิดทีวีเสียงดังว่ายังได้ยินเสียงเรียกเข้า
ขั้นที่ 3: ฝึกซ้อมโทรทดสอบในสถานการณ์ต่าง ๆ
โทรทดสอบสัปดาห์ละครั้งในสถานการณ์ที่ใช้ชีวิตจริง เช่น อยู่ในครัว นั่งดูทีวี หรือทำสวน แล้วจดบันทึกว่าสถานการณ์ใดที่ยังพลาดสายบ่อย เพื่อปรับตำแหน่งวางโทรศัพท์หรือเพิ่มช่องทางแจ้งเตือนในจุดนั้น
ขั้นที่ 4: ฝึกขั้นตอนรับสายให้คล่องจนเป็นความเคยชิน
สอนตำแหน่งปุ่มรับสายซ้ำหลายรอบจนผู้สูงอายุทำได้เองโดยไม่ต้องคิดนาน โดยเฉพาะหากเพิ่งเปลี่ยนโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่หน้าจอหรือตำแหน่งปุ่มต่างจากเดิม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าพึ่งพาการเพิ่มระดับเสียงเรียกเข้าเพียงอย่างเดียวโดยไม่เปิดฟังก์ชันสั่นและไฟกะพริบร่วมด้วย
- อย่าตั้งค่าเสร็จแล้วไม่เคยทดสอบด้วยการโทรจริงเลย
- อย่าเปลี่ยนโทรศัพท์รุ่นใหม่โดยไม่ฝึกตำแหน่งปุ่มรับสายซ้ำให้คล่องก่อนปล่อยให้ใช้เอง
- อย่ามองข้ามสัญญาณที่ต้องปรับเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาไม่กี่เดือนว่าเป็นเรื่องปกติของวัย
- อย่าวางโทรศัพท์ไว้จุดเดียวที่ไกลจากที่นั่งประจำโดยไม่มีช่องทางแจ้งเตือนสำรองในจุดที่ใช้ชีวิตจริง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที หากผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินกะทันหันข้างเดียวหรือทั้งสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ ร่วมกับเวียนศีรษะรุนแรงหรือหูอื้อรุนแรง
- พบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ หากต้องปรับเสียงเรียกเข้าดังขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หรือเริ่มพลาดสายที่เคยรับได้ปกติบ่อยขึ้น
- นัดตรวจการได้ยินหากทดสอบโทรทุกสัปดาห์แล้วพบว่าพลาดสายในสถานการณ์เดิมซ้ำ ๆ แม้ปรับตั้งค่าและตำแหน่งวางโทรศัพท์แล้ว
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากพบว่าผู้สูงอายุเริ่มไม่อยากรับโทรศัพท์เพราะกลัวฟังไม่ชัดหรืออับอาย เพราะอาจกระทบความรู้สึกโดดเดี่ยวในระยะยาว
เช็กลิสต์สรุป
- เลือกเสียงเรียกเข้าความถี่ต่ำและปรับดังสุด
- เปิดฟังก์ชันสั่นเมื่อมีสายเข้า
- เปิดไฟแฟลชกะพริบหากโทรศัพท์รองรับ
- ทดสอบทั้งสามช่องทางในสถานการณ์ใช้ชีวิตจริง
- โทรทดสอบสัปดาห์ละครั้งและจดบันทึกผล
- ฝึกตำแหน่งปุ่มรับสายซ้ำจนคล่อง
- สังเกตสัญญาณที่ต้องปรับเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเปิดเสียงเรียกเข้าดังสุดแล้วคุณยายยังไม่ได้ยิน
อาจเป็นเพราะเสียงเรียกเข้าที่ใช้อยู่มีความถี่แหลมซึ่งผู้สูงอายุที่มีการได้ยินเสื่อมตามวัยมักฟังยากกว่าเสียงทุ้ม ควรลองเปลี่ยนไปใช้เสียงเรียกเข้าความถี่ต่ำกว่า และเปิดฟังก์ชันสั่นกับไฟกะพริบเสริมไปด้วย เพื่อให้มีช่องทางแจ้งเตือนมากกว่าหนึ่งแบบ
ฟังก์ชันไฟกะพริบเมื่อมีสายเข้ามีทุกรุ่นไหม
ไม่ใช่ทุกรุ่น ควรตรวจในเมนูการตั้งค่าการแจ้งเตือนของโทรศัพท์รุ่นที่ใช้อยู่ หากไม่มีฟังก์ชันนี้ในตัวเครื่อง อาจพิจารณาแอปพลิเคชันเสริมที่ทำหน้าที่คล้ายกัน หรือใช้การสั่นร่วมกับเสียงเป็นสองช่องทางหลักแทน
ต้องโทรทดสอบบ่อยแค่ไหนถึงจะพอ
แนะนำสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อย โดยเฉพาะช่วงแรกหลังตั้งค่าใหม่หรือเปลี่ยนโทรศัพท์รุ่นใหม่ เมื่อมั่นใจแล้วว่าใช้ได้ผลดีในสถานการณ์ต่าง ๆ อาจลดความถี่ลงได้ แต่ควรทดสอบซ้ำทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือเปลี่ยนตำแหน่งวางโทรศัพท์ประจำ
คุณตาเปลี่ยนโทรศัพท์รุ่นใหม่แล้วรับสายไม่ทันเพราะหาปุ่มไม่เจอ ควรทำอย่างไร
ควรฝึกตำแหน่งปุ่มรับสายซ้ำหลายรอบในสถานการณ์จำลอง ไม่ใช่แค่บอกครั้งเดียวแล้วคาดหวังให้จำได้ทันที อาจพิจารณาโหมดหน้าจอที่ปุ่มใหญ่ขึ้นหากโทรศัพท์รุ่นนั้นรองรับ และควรให้เวลาปรับตัวสักระยะก่อนตัดสินว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่ไม่เหมาะ
ถ้าคุณแม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ปกติแต่ไม่ได้ยินตอนอยู่ในสวนหลังบ้าน ต้องทำอย่างไร
ควรทดสอบเปิดฟังก์ชันสั่นและพกโทรศัพท์ติดตัวแทนวางไว้ในบ้านขณะทำสวน หรือพิจารณาอุปกรณ์แจ้งเตือนเสริมที่ส่งสัญญาณระยะไกลกว่าเสียงเรียกเข้าปกติ หากทำสวนเป็นประจำทุกวัน การมีแผนสำรองเฉพาะกิจกรรมนี้จะช่วยลดความเสี่ยงพลาดสายสำคัญ
การตั้งค่าเสียง สั่น และไฟกะพริบพร้อมกัน ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นไหม
การสั่นและไฟแฟลชกะพริบใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อมีสายเข้าเท่านั้น ไม่ได้ทำงานตลอดเวลาจึงไม่กระทบอายุแบตเตอรี่มากนัก ประโยชน์ด้านความปลอดภัยที่ได้จากการมีหลายช่องทางแจ้งเตือนพร้อมกันคุ้มค่ากว่าการประหยัดแบตเตอรี่เล็กน้อยที่อาจแลกมาด้วยการพลาดสายฉุกเฉิน
สรุป
- การมั่นใจว่าผู้สูงอายุจะได้ยินสายฉุกเฉินต้องใช้เสียง การสั่น และไฟกะพริบร่วมกัน ไม่ใช่พึ่งพาการเปิดเสียงดังอย่างเดียว
- การฝึกซ้อมโทรทดสอบสม่ำเสมอสำคัญพอ ๆ กับการตั้งค่า เพราะช่วยยืนยันว่าใช้ได้ผลจริงในสถานการณ์ใช้ชีวิตจริง
- หากต้องปรับเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาสั้น ควรพบแพทย์ตรวจการได้ยินแทนการปรับตั้งค่าเพิ่มไปเรื่อย ๆ
- การตั้งค่าโทรศัพท์เป็นมาตรการเสริมความปลอดภัยระหว่างรอ ไม่ใช่ทางออกถาวรที่ทดแทนการประเมินการได้ยินโดยผู้เชี่ยวชาญ
แหล่งข้อมูล
- แนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุด้านประสาทสัมผัส — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- Deafness and hearing loss — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
- ข้อมูลสิทธิและบริการสำหรับผู้สูงอายุ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-05)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ตรวจการตั้งค่าเสียงโทรศัพท์ผู้สูงอายุ ตรวจครั้งเดียวไม่พอต้องตรวจซ้ำเมื่อไหร่
เช็กลิสต์ตรวจการตั้งค่าเสียงเรียกเข้า การสั่น และไฟกะพริบของโทรศัพท์ผู้สูงอายุ พร้อมกำหนดรอบตรวจซ้ำที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยต่อเนื่อง

โทรศัพท์เสียงไม่ได้ยิน ปรับอย่างไรให้ผู้สูงอายุรับสายและคุยได้จริง
แนวทางปรับเสียงเรียกเข้า เสียงสนทนา และเลือกอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์ให้เหมาะกับผู้สูงอายุที่หูเริ่มไม่ไว รวมถึงวิธีแยกปัญหาการได้ยินออกจากปัญหาสัญญาณหรือเครื่องเสีย

7 จุดที่ครอบครัวมักพลาดเวลาปรับโทรศัพท์ให้ผู้สูงอายุที่หูเริ่มไม่ไว
ความผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวพยายามแก้ปัญหาผู้สูงอายุไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ตั้งแต่การเดาสาเหตุผิดไปจนถึงการซื้ออุปกรณ์ที่ไม่ตรงกับปัญหาจริง