สูงวัยไทย

พาผู้สูงอายุตรวจสายตาและการได้ยิน เลือกตรวจที่โรงพยาบาลหรือหน่วยตรวจชุมชน

การตรวจสายตาและการได้ยินเป็นประจำช่วยจับปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ บทนี้เปรียบเทียบทางเลือกในการพาผู้สูงอายุไปตรวจ ตั้งแต่ตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลรัฐ หน่วยตรวจเคลื่อนที่ในชุมชน ไปจนถึงคลินิกเฉพาะทางเอกชน

11 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

A smiling woman in traditional clothing having her blood pressure measured by a healthcare worker.

รูปภาพโดย Lagos Food Bank Initiative / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • การตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลรัฐผ่านสิทธิบัตรทองมักครอบคลุมการตรวจตาและหูเบื้องต้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการตรวจครบวงจรในที่เดียว
  • หน่วยตรวจเคลื่อนที่ในชุมชนสะดวกสำหรับผู้สูงอายุที่เดินทางไปโรงพยาบาลลำบาก แต่มักตรวจได้เฉพาะการคัดกรองเบื้องต้น หากพบผิดปกติจะถูกส่งต่อไปโรงพยาบาล
  • คลินิกเฉพาะทางเอกชนให้บริการรวดเร็วกว่าและเลือกเวลานัดได้ยืดหยุ่น แต่มีค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
  • ความถี่ที่แนะนำโดยทั่วไปคือตรวจตาและหูอย่างน้อยปีละครั้ง หรือถี่ขึ้นถ้ามีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือมีอาการผิดปกติแล้ว

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับครอบครัวที่วางแผนพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพประจำปีและกำลังตัดสินใจว่าจะไปที่ไหน
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังไม่เคยตรวจตาหรือหูอย่างเป็นระบบ และอยากเริ่มต้นวางแผนตรวจสม่ำเสมอ
  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องจัดการเรื่องสิทธิการรักษาและนัดหมายให้ผู้สูงอายุที่เดินทางเองลำบาก
  • ไม่ใช่บทความสำหรับวินิจฉัยหรือรักษาโรคตาและหูโดยเฉพาะ แต่ช่วยเลือกจุดเริ่มต้นในการตรวจคัดกรอง

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมต้องตรวจสายตาและการได้ยินเป็นประจำ

ปัญหาทางสายตาและการได้ยินในผู้สูงอายุหลายอย่างเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปจนไม่ทันสังเกต การตรวจคัดกรองเป็นประจำช่วยจับปัญหาได้ตั้งแต่ระยะแรกก่อนที่จะกระทบกิจวัตรประจำวันมากขึ้น เช่น การหกล้มจากมองไม่เห็นชัด หรือการแยกตัวจากสังคมเพราะฟังไม่เข้าใจ

ตรวจที่โรงพยาบาลรัฐผ่านสิทธิบัตรทอง

โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งมีโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้สูงอายุที่รวมการตรวจตาและหูเบื้องต้น ผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการตามสิทธิ หากพบความผิดปกติจะถูกส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทางตามระบบส่งต่อของโรงพยาบาล

  • ครอบคลุมการตรวจหลายระบบในที่เดียว
  • ใช้สิทธิบัตรทองหรือสิทธิประกันสังคมได้
  • อาจต้องรอคิวนานกว่าคลินิกเอกชน

หน่วยตรวจเคลื่อนที่ในชุมชน

หลายพื้นที่มีหน่วยตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ที่จัดโดยหน่วยงานสาธารณสุขในชุมชน ซึ่งสะดวกสำหรับผู้สูงอายุที่เดินทางไปโรงพยาบาลลำบาก การตรวจมักเป็นการคัดกรองเบื้องต้น เช่น วัดสายตาคร่าวๆ หรือทดสอบการได้ยินเบื้องต้น หากพบความผิดปกติจะแนะนำให้ไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลต่อไป

คลินิกเฉพาะทางเอกชน

คลินิกตาหรือคลินิกหูเอกชนให้บริการรวดเร็วกว่าและเลือกเวลานัดได้ยืดหยุ่นกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลตรวจเร็วหรือไม่สะดวกรอคิวที่โรงพยาบาลรัฐ แต่มีค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดโดยไม่ผ่านสิทธิรัฐ ควรสอบถามราคาค่าตรวจล่วงหน้าก่อนตัดสินใจ

ทำไมการตรวจคัดกรองมีความสำคัญมากขึ้นตามวัย

เมื่ออายุมากขึ้น ทั้งสายตายาวตามวัย (presbyopia) และภาวะหูตึงตามวัย (presbycusis) มักดำเนินไปอย่างช้าๆ จนผู้สูงอายุปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงโดยไม่รู้ตัวว่ามองเห็นหรือได้ยินแย่ลงกว่าที่ควรจะเป็น การตรวจคัดกรองเป็นประจำจึงช่วยจับปัญหาที่ตัวผู้สูงอายุเองอาจไม่ทันสังเกต

นอกจากนี้ การตรวจพบปัญหาทางสายตาและการได้ยินตั้งแต่เนิ่นๆ ยังช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนอื่นที่เชื่อมโยงกัน เช่น การหกล้มจากมองไม่เห็นชัด หรือความเสี่ยงภาวะสับสนที่อาจปะปนกับปัญหาการได้ยินในผู้สูงอายุบางราย ซึ่งการวินิจฉัยแยกโรคที่แม่นยำต้องอาศัยการตรวจอย่างเป็นระบบ

การตรวจคัดกรองควรทำถี่แค่ไหนตามช่วงอายุ

โดยทั่วไปผู้สูงอายุที่ยังไม่มีปัญหาชัดเจนควรตรวจสายตาและการได้ยินอย่างน้อยปีละครั้ง แต่หากมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง เช่น เบาหวานซึ่งกระทบจอประสาทตา หรือเคยได้รับยาบางกลุ่มที่มีผลต่อการได้ยิน แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจถี่ขึ้นเป็นทุก 6 เดือน

การจดบันทึกผลตรวจแต่ละครั้งไว้เปรียบเทียบ ช่วยให้แพทย์เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนกว่าการดูผลตรวจครั้งเดียว ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อต้องประเมินว่าอาการแย่ลงเร็วผิดปกติหรือไม่

ควรพาผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางไปตรวจอย่างไรให้ปลอดภัย

ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบาง (frailty) หรือใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน (polypharmacy) ควรเลือกช่วงเวลานัดหมายที่ไม่ต้องรอนาน เพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการนั่งรอเป็นเวลานานในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และควรพกรายการยาที่ใช้อยู่ไปด้วยทุกครั้งเผื่อแพทย์ต้องประเมินผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นหรือการได้ยิน

หากผู้สูงอายุมีปัญหาการเดินหรือทรงตัว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อจัดพื้นที่นั่งรอใกล้ห้องตรวจ ลดระยะทางเดินที่ไม่จำเป็นซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงหกล้มในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

Healthcare worker in protective gear performing a COVID-19 test on a patient indoors.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นที่ 1 ตรวจสอบสิทธิการรักษาที่มีอยู่

ตรวจสอบว่าผู้สูงอายุมีสิทธิบัตรทอง สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ เพื่อเลือกช่องทางที่ใช้สิทธิได้และประหยัดค่าใช้จ่าย

ขั้นที่ 2 พิจารณาความสะดวกในการเดินทาง

หากผู้สูงอายุเดินทางลำบากและมีหน่วยตรวจเคลื่อนที่ในชุมชน อาจเริ่มจากการคัดกรองเบื้องต้นที่นั่นก่อน แล้วค่อยไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลถ้าพบความผิดปกติ

ขั้นที่ 3 นัดหมายและเตรียมเอกสาร

โทรสอบถามหน่วยบริการล่วงหน้าว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เช่น บัตรประชาชน สมุดประจำตัวผู้ป่วย หรือใบส่งตัว เพื่อลดเวลารอคอยในวันตรวจจริง

ขั้นที่ 4 วางแผนตรวจซ้ำตามความถี่ที่เหมาะสม

หลังตรวจครั้งแรก ให้จดวันที่ตรวจและผลที่ได้ไว้ เพื่อวางแผนนัดตรวจซ้ำในปีถัดไป หรือถี่ขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์ถ้ามีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าปล่อยให้ผ่านไปหลายปีโดยไม่ตรวจตาและหูเลย แม้จะรู้สึกว่ายังมองเห็นและได้ยินปกติดี
  • อย่าเลือกสถานที่ตรวจโดยดูจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียวโดยไม่สอบถามว่าตรวจครอบคลุมอะไรบ้าง
  • อย่าลืมแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ทุกครั้งที่ไปตรวจตาและหู เพราะมีผลต่อการแปลผล
  • อย่าฝืนพาผู้สูงอายุเดินทางไกลไปตรวจโดยไม่พิจารณาทางเลือกที่ใกล้บ้านกว่าก่อน หากมีหน่วยตรวจชุมชนให้บริการอยู่แล้ว

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากระหว่างรอตรวจมีอาการฉุกเฉิน เช่น ตามัวเฉียบพลันร่วมกับปวดหัวรุนแรง หรือหูอื้อร่วมกับเวียนศีรษะรุนแรง
  • นัดตรวจเร็วขึ้นนอกเหนือจากตรวจสุขภาพประจำปี หากผู้สูงอายุเริ่มมีอาการมองไม่ชัดหรือได้ยินไม่ชัดผิดปกติก่อนถึงกำหนดตรวจ
  • ปรึกษาหน่วยบริการตามสิทธิ หากไม่แน่ใจว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการตรวจ
  • นัดตรวจตามปกติปีละครั้ง หากยังไม่มีอาการผิดปกติและไม่มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยง

เช็กลิสต์สรุป

  • ตรวจสอบสิทธิการรักษาที่มีอยู่ก่อนเลือกสถานที่ตรวจ
  • พิจารณาความสะดวกในการเดินทางของผู้สูงอายุ
  • โทรสอบถามเอกสารที่ต้องเตรียมล่วงหน้า
  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ทุกครั้งที่ตรวจ
  • จดวันที่ตรวจและผลที่ได้เพื่อวางแผนตรวจซ้ำ
  • นัดตรวจถี่ขึ้นถ้ามีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงทางตาหรือหู

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจตาและหูควรตรวจบ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไปแนะนำอย่างน้อยปีละครั้งสำหรับผู้สูงอายุทั่วไป หากมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือมีอาการผิดปกติแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจถี่ขึ้นเป็นทุก 3-6 เดือน

หน่วยตรวจเคลื่อนที่ในชุมชนตรวจได้ละเอียดเท่าโรงพยาบาลไหม

โดยทั่วไปหน่วยตรวจเคลื่อนที่มักตรวจได้เฉพาะการคัดกรองเบื้องต้น เช่น วัดสายตาคร่าวๆ หรือทดสอบการได้ยินเบื้องต้น หากพบความผิดปกติจะแนะนำให้ไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลต่อ จึงเหมาะเป็นจุดเริ่มต้นมากกว่าการตรวจแบบครบวงจร

ใช้สิทธิบัตรทองตรวจตาและหูฟรีได้ไหม

ผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีที่รวมการตรวจตาและหูเบื้องต้นได้ที่หน่วยบริการตามสิทธิ หากพบความผิดปกติจะถูกส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทางตามระบบส่งต่อ ควรสอบถามรายละเอียดกับหน่วยบริการใกล้บ้านล่วงหน้า

คลินิกเอกชนคุ้มค่ากว่าโรงพยาบาลรัฐไหม

ขึ้นกับความต้องการของแต่ละคน คลินิกเอกชนให้บริการรวดเร็วกว่าและเลือกเวลานัดได้ยืดหยุ่นกว่า แต่มีค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ส่วนโรงพยาบาลรัฐผ่านสิทธิประหยัดกว่าแต่อาจต้องรอคิวนานกว่า ควรพิจารณาจากความเร่งด่วนและงบประมาณของแต่ละครอบครัว

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างไปตรวจตาและหู

โดยทั่วไปควรเตรียมบัตรประชาชน สมุดประจำตัวผู้ป่วยถ้ามี และใบส่งตัวถ้าใช้สิทธิที่ต้องมีการส่งต่อ ควรโทรสอบถามหน่วยบริการล่วงหน้าเพื่อความแน่ใจ เนื่องจากแต่ละสถานที่อาจมีข้อกำหนดต่างกัน

ทำไมผู้สูงอายุมักไม่รู้ตัวว่ามองเห็นหรือได้ยินแย่ลง

เพราะทั้งสายตายาวตามวัย (presbyopia) และภาวะหูตึงตามวัย (presbycusis) มักดำเนินไปอย่างช้าๆ ทำให้ร่างกายและพฤติกรรมค่อยๆ ปรับตัวตามไปโดยไม่รู้ตัว เช่น เริ่มเปิดทีวีเสียงดังขึ้นทีละนิดจนเป็นเรื่องปกติ การตรวจคัดกรองเป็นประจำจึงช่วยจับปัญหาที่ตัวผู้สูงอายุเองอาจมองข้ามไป

ควรพาผู้สูงอายุไปตรวจคนเดียวหรือมีคนไปด้วย

แนะนำให้มีสมาชิกในครอบครัวไปด้วยอย่างน้อยครั้งแรก เพื่อช่วยฟังคำอธิบายผลตรวจ จดบันทึกคำแนะนำของแพทย์ และช่วยตัดสินใจขั้นตอนถัดไป โดยเฉพาะหากผู้สูงอายุมีปัญหาการได้ยินร่วมด้วยซึ่งอาจทำให้ฟังคำอธิบายจากแพทย์ไม่ครบถ้วน

สรุป

  • การตรวจสายตาและการได้ยินเป็นประจำช่วยจับปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนกระทบกิจวัตรประจำวัน
  • โรงพยาบาลรัฐผ่านสิทธิบัตรทองเหมาะกับผู้ที่ต้องการตรวจครบวงจรในที่เดียวและประหยัดค่าใช้จ่าย
  • หน่วยตรวจเคลื่อนที่ในชุมชนสะดวกสำหรับผู้ที่เดินทางลำบาก แต่ตรวจได้เพียงคัดกรองเบื้องต้น
  • ควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หรือถี่ขึ้นถ้ามีโรคประจำตัวหรือมีอาการผิดปกติแล้ว

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

พาผู้สูงอายุไปตรวจสายตาและการได้ยินประจำปี ควรเริ่มตรงไหนและถี่แค่ไหน
health-body

พาผู้สูงอายุไปตรวจสายตาและการได้ยินประจำปี ควรเริ่มตรงไหนและถี่แค่ไหน

แนวทางวางแผนพาผู้สูงอายุไปตรวจสายตาและการได้ยินอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ความถี่ที่เหมาะสม การเตรียมตัวก่อนตรวจ ไปจนถึงการอ่านผลตรวจร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนพาผู้สูงอายุตรวจสายตาและการได้ยิน เตรียมอะไรบ้างไม่ให้ลืม
health-body

เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนพาผู้สูงอายุตรวจสายตาและการได้ยิน เตรียมอะไรบ้างไม่ให้ลืม

เช็กลิสต์เอกสาร คำถาม และของใช้ที่ต้องเตรียมก่อนพาผู้สูงอายุไปตรวจสายตาและตรวจการได้ยิน ครอบคลุมทั้งก่อนวันนัด วันนัด และหลังตรวจ

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
สังเกตสายตาและการได้ยินของพ่อแม่สูงอายุ สัญญาณในชีวิตประจำวันที่ครอบครัวมักมองข้าม
health-body

สังเกตสายตาและการได้ยินของพ่อแม่สูงอายุ สัญญาณในชีวิตประจำวันที่ครอบครัวมักมองข้าม

แนวทางสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสายตาและการได้ยินในผู้สูงอายุจากพฤติกรรมประจำวัน พร้อมวิธีจดบันทึกให้เป็นข้อมูลที่แพทย์นำไปใช้ประเมินได้จริง โดยไม่วินิจฉัยเอง

อัปเดตล่าสุด 18 สิงหาคม 2026อ่าน 13 นาที