สูงวัยไทย

ย้ายผู้สูงอายุจากเตียงไปเก้าอี้ เมื่อยังพอลงน้ำหนักขาได้บ้าง ต้องทำอย่างไรให้ปลอดภัย

เมื่อผู้สูงอายุยังพอยืนและลงน้ำหนักขาได้บางส่วน การย้ายจากเตียงไปเก้าอี้ต่างจากการยกทั้งตัว คู่มือนี้แนะนำการจัดตำแหน่งเก้าอี้ ท่ายืนหมุนตัว และสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องขอผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนทำต่อ

15 นาทีในการอ่าน

ตรวจสอบล่าสุด 5 สิงหาคม 2026

A caregiver assists an elderly man in a home environment, showcasing compassionate home care.

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • ถ้าผู้สูงอายุยังพอลงน้ำหนักที่ขาได้บ้าง แม้ไม่เต็มที่ การย้ายจากเตียงไปเก้าอี้มักใช้ท่า 'ยืนหมุนตัว' ที่ให้ผู้สูงอายุออกแรงร่วมด้วย ไม่ใช่การยกทั้งตัวแบบผู้ป่วยติดเตียง ความปลอดภัยขึ้นกับตำแหน่งเก้าอี้ ระยะห่าง และการรอให้ความดันปรับตัวก่อนยืนมากกว่าแรงของผู้ดูแลเพียงอย่างเดียว
  • จุดที่มักถูกมองข้ามคือภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า หรือ orthostatic hypotension ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุหน้ามืดวูบขณะลุกยืน หากรีบย้ายทันทีที่ตื่นหรือหลังนอนนาน ความเสี่ยงหกล้มระหว่างย้ายตัวจะสูงขึ้นมาก
  • เก้าอี้หรือรถเข็นต้องล็อกเบรกและวางในมุมที่ผู้สูงอายุหมุนตัวได้สั้นที่สุด ปกติทำมุมประมาณ 45 องศาจากเตียง ไม่ใช่วางขนานหรือหันหลังชนกัน เพราะการหมุนตัวมากเกินจำเป็นคือจุดที่ข้อเข่าหรือสะโพกรับแรงบิดและเสี่ยงล้มมากที่สุด
  • ถ้าผู้สูงอายุลงน้ำหนักขาไม่ได้แล้ว ปวดมาก หรือเริ่มทรุดตัวระหว่างย้าย ต้องหยุดทันทีและไม่ฝืนทำต่อคนเดียว เพราะเสี่ยงทั้งผู้สูงอายุหกล้มและผู้ดูแลบาดเจ็บหลัง

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องย้ายผู้สูงอายุจากเตียงไปเก้าอี้หรือรถเข็นเป็นประจำ โดยผู้สูงอายุยังพอยืนและลงน้ำหนักขาได้บางส่วน
  • เหมาะกับครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้องช่วยย้ายตัวหลังผู้สูงอายุอ่อนแรงลง หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาลและยังไม่แน่ใจว่าควรช่วยมากแค่ไหน
  • ไม่เหมาะกับกรณีที่ผู้สูงอายุลงน้ำหนักขาไม่ได้เลยหรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ยกหรือแผ่นเลื่อนตัวและควรมีนักกายภาพบำบัดประเมินเทคนิคเฉพาะราย
  • เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ทดแทนการประเมินสภาพร่างกาย ความแข็งแรง และการทรงตัวจากนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์

สิ่งที่ควรรู้

ทำไม 'ย้ายจากเตียงไปเก้าอี้' จึงต่างจากการยกทั้งตัว

การย้ายตัวในผู้สูงอายุแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็นสองแบบ คือกรณีที่ผู้สูงอายุยังพอลงน้ำหนักขาและช่วยยืนได้บางส่วน กับกรณีที่ลงน้ำหนักไม่ได้เลยจนต้องใช้อุปกรณ์ยกหรือแผ่นเลื่อนตัวช่วย บทความนี้พูดถึงกรณีแรก คือผู้สูงอายุยังมีแรงขาหลงเหลืออยู่บ้าง สามารถยืนได้ชั่วครู่โดยมีคนพยุง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดในบ้าน แต่ก็เป็นจุดที่ครอบครัวมักประเมินความสามารถผิดพลาด เพราะเห็นว่ายังยืนได้จึงคิดว่าปลอดภัยเท่าคนปกติ

ความเสี่ยงในกรณีนี้ไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักตัวที่ต้องยกเหมือนผู้ป่วยติดเตียง แต่อยู่ที่ช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างลุกยืนกับหมุนตัวนั่งลง ซึ่งเป็นช่วงที่การทรงตัวไม่มั่นคงที่สุด กล้ามเนื้อขาที่ลดลงตามวัยหรือที่เรียกว่าภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ทำให้การควบคุมจังหวะยืนและหมุนตัวช้าลงกว่าที่ครอบครัวคาดไว้

ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า สาเหตุหน้ามืดที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความอ่อนแรง

หลายครั้งที่ผู้สูงอายุ 'ทรุด' ระหว่างย้ายตัว ครอบครัวเข้าใจว่าเป็นเพราะขาไม่มีแรง ทั้งที่สาเหตุจริงอาจเป็นความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า ซึ่งเกิดเมื่อร่างกายปรับความดันเลือดไม่ทันตอนเปลี่ยนจากนอนหรือนั่งเป็นยืน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอชั่วขณะ อาการที่พบคือหน้ามืด ตาลาย หรือรู้สึกจะเป็นลมทันทีที่ลุกยืน ภาวะนี้พบบ่อยขึ้นตามวัย และพบมากขึ้นในผู้ที่ใช้ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ หรือเพิ่งนอนพักนาน

วิธีลดความเสี่ยงคือให้ผู้สูงอายุนั่งห้อยขาข้างเตียงสักครู่ก่อนยืน สังเกตสีหน้าและถามว่าเวียนหัวไหมก่อนจะเริ่มย้ายตัวต่อ หากมีอาการหน้ามืดชัดเจนควรให้นั่งพักต่อและไม่ฝืนยืน เพราะการยืนต่อทั้งที่หน้ามืดคือจุดเริ่มต้นของการหกล้มที่ป้องกันได้ง่ายที่สุดจุดหนึ่ง

ตำแหน่งเก้าอี้และมุมหมุนตัว ตัวแปรที่สำคัญกว่าแรงของผู้ดูแล

ระยะและมุมของเก้าอี้หรือรถเข็นกับเตียงมีผลต่อความปลอดภัยมากกว่าที่หลายบ้านคิด หากวางเก้าอี้ไกลเกินไปหรือหันคนละทิศ ผู้สูงอายุต้องหมุนตัวมากขึ้นในช่วงที่การทรงตัวไม่มั่นคงที่สุด ตำแหน่งที่แนะนำทั่วไปคือวางเก้าอี้ทำมุมประมาณ 45 องศากับเตียง ชิดให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ และล็อกเบรกหรือกันไม่ให้เก้าอี้ไถลก่อนเริ่มย้ายตัวทุกครั้ง

พื้นที่รอบเตียงก็สำคัญไม่แพ้กัน ต้องไม่มีพรม สายไฟ หรือของวางกีดขวางเส้นทางสั้น ๆ ระหว่างเตียงกับเก้าอี้ และควรมีแสงสว่างเพียงพอ โดยเฉพาะถ้าต้องย้ายตัวตอนกลางคืน เพราะสายตาที่ปรับตัวช้าลงตามวัยทำให้มองเห็นพื้นต่างระดับหรือของกีดขวางได้ช้ากว่าคนหนุ่มสาว

เมื่อไรที่ 'ยังพอยืนได้' ไม่เท่ากับ 'ย้ายเองได้อย่างปลอดภัย'

ความสามารถในการย้ายตัวไม่ได้คงที่ตลอด อาจเปลี่ยนไปตามวันที่เพลียมากขึ้น หลังไม่สบาย หรือหลังปรับยาใหม่ ครอบครัวจึงควรประเมินใหม่ทุกครั้งที่รู้สึกว่าการทรงตัวหรือแรงขาต่างจากปกติ ไม่ใช่ยึดตามความสามารถของสัปดาห์ก่อน สัญญาณที่บอกว่าความสามารถกำลังลดลง เช่น ต้องออกแรงพยุงมากขึ้นเรื่อย ๆ ขาสั่นระหว่างยืน หรือเริ่มกลัวและลังเลก่อนย้ายตัวทุกครั้งทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น

หากสังเกตว่าความสามารถลดลงชัดเจนภายในไม่กี่วันถึงสัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินสาเหตุ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ ผลข้างเคียงของยา หรือภาวะอื่นที่ยังไม่ถูกตรวจพบ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียง 'อ่อนแรงตามวัย'

Caregivers supporting an elderly man lying in bed, providing assistance and comfort.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ก่อนย้ายตัว เตรียมพื้นที่และตรวจความพร้อม

ก่อนเริ่มย้ายทุกครั้ง ควรใช้เวลาสัก 30 วินาทีตรวจความพร้อมของสภาพแวดล้อมและตัวผู้สูงอายุเอง ขั้นตอนนี้มักถูกข้ามเพราะรีบ แต่เป็นจุดที่ป้องกันอุบัติเหตุได้มากที่สุด

  • ล็อกเบรกเตียงและเบรกเก้าอี้หรือรถเข็นให้แน่นก่อนเริ่ม
  • วางเก้าอี้ทำมุมประมาณ 45 องศา ชิดเตียงให้ใกล้ที่สุด
  • ให้ผู้สูงอายุใส่รองเท้าหรือถุงเท้ากันลื่น ไม่ย้ายตัวด้วยเท้าเปล่าบนพื้นลื่นหรือถุงเท้าธรรมดา
  • เคลียร์พื้นที่รอบเตียงให้โล่ง ไม่มีสายไฟ พรม หรือของวางขวางทาง
  • ให้ผู้สูงอายุนั่งห้อยขาสักครู่และถามว่าเวียนหัวหรือหน้ามืดไหมก่อนยืน

ระหว่างย้ายตัว ใช้จังหวะและคำพูดร่วมกัน

การย้ายตัวที่ปลอดภัยต้องอาศัยจังหวะที่ทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ไม่ใช่ผู้ดูแลออกแรงดึงอยู่ฝ่ายเดียว การพูดนำจังหวะช่วยให้ผู้สูงอายุเตรียมตัวออกแรงร่วมและลดความรู้สึกถูกจับโยนหรือสูญเสียการควบคุม

  • บอกขั้นตอนล่วงหน้าเป็นประโยคสั้น เช่น 'ตอนนี้จะนับ 1 2 3 แล้วช่วยกันยืนนะครับ/คะ'
  • ให้ผู้สูงอายุโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยและใช้มือทั้งสองยันที่เตียงหรือที่วางแขนเก้าอี้ ไม่ดึงที่แขนหรือรักแร้ของผู้ดูแล
  • ผู้ดูแลยืนด้านหน้าหรือด้านข้างที่แข็งแรงกว่า เข่าย่อเล็กน้อย หลังตรง ไม่ก้มโค้งขณะออกแรงช่วย
  • หมุนตัวไปทางเก้าอี้ทีละน้อยโดยขยับเท้าตาม ไม่บิดเอวหรือหมุนสะโพกอย่างเดียว
  • ค่อย ๆ นั่งลงช้า ๆ ไม่ปล่อยตัวทิ้งน้ำหนักลงเก้าอี้ทันที

หลังย้ายตัวเสร็จ ตรวจสอบและบันทึกความเปลี่ยนแปลง

หลังนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ควรใช้เวลาสังเกตอาการอีกเล็กน้อยก่อนปล่อยให้อยู่ตามลำพัง และบันทึกสิ่งที่สังเกตเห็นไว้เพื่อเปรียบเทียบครั้งต่อไป

  • จัดท่านั่งให้สะโพก เข่า และข้อเท้าอยู่ในมุมประมาณ 90 องศา เท้าวางราบกับพื้นหรือที่พักเท้า
  • สังเกตสีหน้า การหายใจ และถามความรู้สึกอีกครั้งหลังนั่งนิ่ง
  • จดว่าวันนี้ต้องออกแรงช่วยมากกว่าปกติหรือไม่ เพื่อดูแนวโน้มความสามารถ
  • แจ้งผู้ดูแลคนอื่นในบ้านหากพบว่าการทรงตัววันนี้ไม่มั่นคงเท่าปกติ

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าดึงที่แขน ข้อมือ หรือรักแร้ของผู้สูงอายุเพื่อพยุงยืน เพราะเสี่ยงข้อไหล่หลุดและไม่ได้ช่วยพยุงน้ำหนักจริง
  • อย่าย้ายตัวทันทีที่ตื่นนอนโดยไม่ให้นั่งพักสักครู่ก่อน เพราะความดันยังปรับตัวไม่ทัน
  • อย่าฝืนย้ายตัวคนเดียวถ้าผู้สูงอายุเริ่มทรุดหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้กะทันหัน ควรหยุดและขอความช่วยเหลือ
  • อย่าวางเก้าอี้หรือรถเข็นโดยไม่ล็อกเบรก เพราะเก้าอี้ที่ไถลระหว่างย้ายตัวเป็นสาเหตุหกล้มที่พบบ่อย
  • อย่ารีบเร่งจนข้ามขั้นตอนบอกจังหวะ เพราะการย้ายตัวแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้ผู้สูงอายุตกใจและเกร็งตัวผิดจังหวะ

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุหกล้มระหว่างย้ายตัวแล้วศีรษะกระแทก ปวดรุนแรง ลุกไม่ได้ หรือหมดสติแม้เพียงชั่วครู่
  • ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากมีอาการหน้ามืดรุนแรงหรือแขนขาอ่อนแรงข้างเดียวเกิดขึ้นระหว่างพยายามยืน
  • นัดพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดภายในสัปดาห์นี้ หากผู้สูงอายุต้องออกแรงพยุงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่วัน หรือเริ่มลงน้ำหนักขาข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้เท่าเดิม
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อผู้สูงอายุแสดงความกลัวหรือปฏิเสธการย้ายตัวทุกครั้งทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำได้ปกติ เพราะอาจสะท้อนความเจ็บปวดที่ยังไม่ได้บอก
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกหากความสามารถลดลงอย่างช้า ๆ เพื่อนำข้อมูลไปพบแพทย์ในนัดถัดไป โดยไม่จำเป็นต้องรีบไปฉุกเฉิน
  • ขอให้นักกายภาพบำบัดประเมินเทคนิคการย้ายตัวโดยตรง หากผู้ดูแลเริ่มปวดหลังจากการช่วยพยุง เพื่อปรับวิธีก่อนบาดเจ็บสะสม

เช็กลิสต์สรุป

  • ล็อกเบรกเตียงและเก้าอี้ทุกครั้งก่อนย้ายตัว
  • วางเก้าอี้ทำมุม 45 องศา ชิดเตียงให้ใกล้ที่สุด
  • ให้นั่งห้อยขาและถามอาการก่อนยืนทุกครั้ง
  • สวมรองเท้าหรือถุงเท้ากันลื่นก่อนเริ่มย้ายตัว
  • บอกจังหวะเป็นคำพูดชัดเจนก่อนออกแรงร่วมกัน
  • สังเกตและจดความสามารถที่เปลี่ยนไปทุกครั้ง
  • หยุดทันทีและขอความช่วยเหลือหากลงน้ำหนักขาไม่ได้กะทันหัน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องใช้เข็มขัดพยุงเดินหรือเข็มขัดช่วยย้ายตัวไหม

อุปกรณ์ประเภทเข็มขัดพยุงช่วยให้ผู้ดูแลมีจุดจับที่มั่นคงกว่าการจับเสื้อผ้าหรือแขน แต่การใช้ให้ถูกวิธีควรได้รับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดอย่างน้อยครั้งแรก เพราะตำแหน่งรัดที่ไม่ถูกต้องอาจไม่ช่วยพยุงน้ำหนักจริงและเพิ่มความเสี่ยงแทน

ทำไมผู้สูงอายุถึงทรุดตัวตอนลุกยืนทั้งที่เมื่อวานยังยืนได้ปกติ

อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าโดยเฉพาะถ้าเพิ่งปรับยาความดันหรือยาขับปัสสาวะ นอนพักนานกว่าปกติ หรือมีอาการป่วยแฝงที่ยังไม่แสดงชัด หากเกิดซ้ำหรือรุนแรงขึ้นควรปรึกษาแพทย์แทนการสรุปว่าเป็นความอ่อนแรงตามวัยเพียงอย่างเดียว

ถ้าบ้านมีคนเดียวช่วยย้ายตัว ควรทำอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

ควรจัดพื้นที่ให้เก้าอี้ชิดเตียงที่สุดเพื่อลดระยะหมุนตัว ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มั่นคงเป็นจุดยันเพิ่มเติม และหลีกเลี่ยงการย้ายตัวคนเดียวหากผู้สูงอายุลงน้ำหนักขาได้น้อยมาก ในกรณีนั้นควรพิจารณาอุปกรณ์ช่วย เช่น ราวจับติดผนังหรือโครงช่วยพยุง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องเทคนิคเฉพาะสำหรับการดูแลคนเดียว

ควรวางเก้าอี้ล้อหรือรถเข็นด้านไหนของเตียง

โดยทั่วไปแนะนำให้วางไว้ด้านที่ผู้สูงอายุแข็งแรงกว่าหรือถนัดกว่า เพื่อให้หมุนตัวไปทางด้านที่มั่นคงที่สุด และควรทำมุมประมาณ 45 องศากับเตียงเพื่อลดระยะและมุมหมุนตัว ไม่ควรวางขนานหรือหันคนละทิศเพราะจะบังคับให้หมุนตัวมากเกินจำเป็น

การย้ายตัวแบบนี้ต่างจากการใช้แผ่นเลื่อนตัวหรือเครื่องยกอย่างไร

แผ่นเลื่อนตัวและเครื่องยกใช้กับผู้สูงอายุที่ลงน้ำหนักขาไม่ได้เลยหรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งต้องอาศัยแรงจากอุปกรณ์เกือบทั้งหมด ส่วนวิธีที่แนะนำในบทความนี้ใช้กับผู้ที่ยังพอลงน้ำหนักและช่วยยืนได้บางส่วน หากความสามารถลดลงจนลงน้ำหนักไม่ได้อีกต่อไป ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเรื่องอุปกรณ์และเทคนิคที่เหมาะสมกว่า

ผู้สูงอายุกลัวการย้ายตัวทุกครั้ง ควรทำอย่างไร

ควรสอบถามตรง ๆ ว่ากลัวอะไร เช่น กลัวล้ม กลัวเจ็บ หรือรู้สึกไม่มั่นคงตอนหมุนตัว แล้วปรับวิธีตามสาเหตุ เช่น เพิ่มจุดจับ ลดระยะหมุนตัว หรือให้เวลามากขึ้นในแต่ละขั้นตอน ความกลัวที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มี อาจเป็นสัญญาณของความเจ็บปวดหรือความสามารถที่เปลี่ยนไปซึ่งควรแจ้งแพทย์

ต้องรอนานแค่ไหนหลังตื่นนอนก่อนจะย้ายตัว

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่หลักทั่วไปคือให้นั่งห้อยขาข้างเตียงอย่างน้อยสักครู่จนแน่ใจว่าไม่มีอาการหน้ามืดหรือวิงเวียนก่อนจะยืน หากผู้สูงอายุมีประวัติความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าบ่อย ควรใช้เวลานั่งพักนานขึ้นและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดกว่าปกติ

สรุป

  • การย้ายผู้สูงอายุจากเตียงไปเก้าอี้เมื่อยังพอลงน้ำหนักขาได้ ปลอดภัยขึ้นจากการเตรียมพื้นที่และจังหวะ มากกว่าแรงของผู้ดูแลเพียงอย่างเดียว
  • ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าเป็นสาเหตุหน้ามืดที่พบบ่อยและป้องกันได้ด้วยการให้นั่งพักก่อนยืน
  • ความสามารถในการย้ายตัวเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรประเมินใหม่ทุกครั้งที่รู้สึกต่างจากปกติ ไม่ใช่ยึดตามวันก่อน
  • เมื่อผู้สูงอายุลงน้ำหนักขาไม่ได้แล้วหรือผู้ดูแลเริ่มปวดหลัง ควรขอนักกายภาพบำบัดประเมินก่อนบาดเจ็บสะสม

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

7 ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำตอนย้ายผู้สูงอายุจากเตียงไปเก้าอี้
home-care

7 ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำตอนย้ายผู้สูงอายุจากเตียงไปเก้าอี้

หลายบ้านย้ายผู้สูงอายุจากเตียงไปเก้าอี้มาเป็นปี ๆ โดยไม่รู้ว่าวิธีที่ทำอยู่กำลังเพิ่มความเสี่ยงหกล้มหรือทำร้ายหลังผู้ดูแลไปทีละน้อย บทความนี้รวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดพร้อมวิธีแก้ไขที่ทำได้จริงในบ้าน

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
พยุงผู้สูงอายุเดินอย่างไรให้มั่นคง ไม่ใช่แค่จับแขนแล้วเดินไปด้วยกัน
home-care

พยุงผู้สูงอายุเดินอย่างไรให้มั่นคง ไม่ใช่แค่จับแขนแล้วเดินไปด้วยกัน

การเดินประคองผู้สูงอายุที่ถูกวิธีต้องคิดเรื่องตำแหน่งยืน จังหวะก้าว และการมองเส้นทางล่วงหน้า ไม่ใช่แค่จับแขนไว้แน่น ๆ คู่มือนี้แนะนำวิธีพยุงเดินให้ปลอดภัยและสัญญาณที่บอกว่าควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินการเดินก่อน

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที
ย้ายผู้สูงอายุจากเตียงไปนั่งหรือไปรถเข็นอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งสองฝ่าย
home-care

ย้ายผู้สูงอายุจากเตียงไปนั่งหรือไปรถเข็นอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งสองฝ่าย

แนวทางย้ายผู้สูงอายุออกจากเตียงไปยังเก้าอี้หรือรถเข็นอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงหกล้มและบาดเจ็บหลังของผู้ดูแล พร้อมสัญญาณที่บอกว่าควรขอผู้เชี่ยวชาญประเมิน

อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2026อ่าน 17 นาที
หลังเหตุฉุกเฉินผ่านไปแล้ว การดูแลช่วงฟื้นตัวสำคัญไม่แพ้กัน
health-body

หลังเหตุฉุกเฉินผ่านไปแล้ว การดูแลช่วงฟื้นตัวสำคัญไม่แพ้กัน

แนวทางดูแลผู้สูงอายุในช่วงสัปดาห์หลังหกล้ม ตั้งแต่การเฝ้าระวังอาการที่มาช้า การนัดติดตามผล ไปจนถึงการฟื้นฟูความมั่นใจในการเดิน

อัปเดตล่าสุด 1 สิงหาคม 2026อ่าน 13 นาที