สูงวัยไทย
อาหารและน้ำแบบไหนช่วยให้ผู้สูงอายุขับถ่ายง่ายขึ้น เลือกอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละบ้าน
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
อาหารและน้ำแบบไหนช่วยให้ผู้สูงอายุขับถ่ายง่ายขึ้น เลือกอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละบ้าน
เปรียบเทียบแนวทางการเลือกอาหาร ใยอาหาร และปริมาณน้ำสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาขับถ่าย พร้อมช่วยตัดสินใจว่าบ้านแบบใดควรเน้นอะไรก่อน ตั้งแต่คนที่ยังกินเองได้ถึงคนที่กลืนลำบาก
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย cottonbro studio / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ปัญหาขับถ่ายในผู้สูงอายุมักไม่ได้แก้ด้วยยาระบายอย่างเดียว แต่ต้องมองที่อาหารและน้ำที่กินเข้าไปทุกวันเป็นฐาน เพราะใยอาหาร ปริมาณน้ำ และการเคลื่อนไหวร่างกายมีผลโดยตรงต่อความถี่และความง่ายในการขับถ่าย การเลือกแนวทางที่เหมาะสมจึงต้องดูก่อนว่าบ้านของคุณอยู่ในสถานการณ์แบบใด
- บ้านที่ผู้สูงอายุยังกินอาหารปกติได้เองและเคี้ยวกลืนคล่อง ควรเน้นเพิ่มใยอาหารจากผักผลไม้และธัญพืชไม่ขัดสีอย่างค่อยเป็นค่อยไป ร่วมกับจิบน้ำสม่ำเสมอตลอดวัน ส่วนบ้านที่ผู้สูงอายุเคี้ยวกลืนลำบากหรือกินได้น้อยลงมาก อาจต้องเลือกอาหารเนื้อนุ่มที่ยังมีใยอาหารสูง เช่น ผักต้มบด กล้วยสุก หรือโจ๊กผสมธัญพืชบด แทนการเพิ่มผักดิบที่เคี้ยวยาก
- อีกกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือผู้สูงอายุที่มีโรคไตเรื้อรังหรือหัวใจล้มเหลวและถูกจำกัดปริมาณน้ำหรือโพแทสเซียมโดยแพทย์ กรณีนี้ห้ามเพิ่มน้ำหรือผลไม้บางชนิดเองตามคำแนะนำทั่วไป ต้องปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการที่ดูแลอยู่ก่อนปรับเปลี่ยนแผนอาหารทุกครั้ง เพราะการปรับผิดกลุ่มอาจเป็นอันตรายมากกว่าช่วยเรื่องขับถ่าย
- ระหว่างที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแนวทางไหน สิ่งที่ทำได้อย่างปลอดภัยคือจดบันทึกว่าปกติกินอะไร ดื่มน้ำวันละเท่าไร และถ่ายบ่อยแค่ไหน ข้อมูลนี้ช่วยให้แพทย์หรือนักโภชนาการช่วยตัดสินใจได้ตรงจุดกว่าการเดาว่าจะปรับอะไรก่อน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่กำลังเลือกว่าจะปรับอาหารและน้ำของผู้สูงอายุอย่างไรเพื่อให้ขับถ่ายง่ายขึ้น โดยยังไม่มีอาการรุนแรงที่ต้องพบแพทย์ด่วน
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องเตรียมอาหารให้ผู้สูงอายุหลายคนที่มีความสามารถในการเคี้ยวกลืนต่างกัน และอยากรู้ว่าจะเลือกวิธีไหนให้เหมาะกับแต่ละคน
- ไม่เหมาะกับกรณีที่ท้องผูกรุนแรงร่วมกับปวดท้องมาก ท้องอืดแข็งผิดปกติ อาเจียน หรือไม่ถ่ายอุจจาระเกิน 5-7 วัน กรณีนี้ต้องพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ใช่ปรับอาหารรอดูอาการเอง
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคไตหรือหัวใจที่แพทย์สั่งจำกัดน้ำหรือโพแทสเซียมอยู่แล้ว กรณีนี้ต้องให้แพทย์หรือนักโภชนาการเป็นผู้กำหนดปริมาณ ไม่ใช่ใช้คำแนะนำทั่วไปในบทความนี้แทน
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมอาหารและน้ำถึงเป็นฐานของการขับถ่ายที่ดี
การขับถ่ายที่เป็นปกติต้องอาศัยสามอย่างทำงานร่วมกัน คือใยอาหารที่เพิ่มมวลอุจจาระ น้ำที่ทำให้อุจจาระนุ่มพอเคลื่อนผ่านลำไส้ได้ง่าย และการเคลื่อนไหวร่างกายที่กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ เมื่ออายุมากขึ้น กิจวัตรประจำวันหรือ ADL ที่เกี่ยวกับการเดินและออกกำลังกายมักลดลง ประกอบกับความรู้สึกกระหายน้ำที่ลดลงตามวัย ทำให้หลายบ้านไม่ทันสังเกตว่าผู้สูงอายุดื่มน้ำน้อยกว่าที่ควรมาก
ใยอาหารแบ่งเป็นชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ซึ่งทำหน้าที่ต่างกัน ใยอาหารไม่ละลายน้ำจากผักใบและธัญพืชไม่ขัดสีช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ส่วนใยอาหารละลายน้ำจากกล้วย มะละกอ และข้าวโอ๊ตช่วยให้อุจจาระนุ่มขึ้น การเลือกอาหารที่มีทั้งสองชนิดผสมกันจึงมักได้ผลดีกว่าการกินอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป
ปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพร่างกาย
ผู้สูงอายุที่สุขภาพแข็งแรงและไม่มีข้อจำกัดทางการแพทย์ มักได้รับคำแนะนำให้ดื่มน้ำกระจายตลอดวันแทนการดื่มทีละมาก ๆ ในครั้งเดียว เพราะร่างกายดูดซึมน้ำที่จิบทีละน้อยได้ดีกว่า และลดความเสี่ยงที่จะรีบลุกไปห้องน้ำตอนกลางคืนจนหกล้ม การจิบน้ำอุ่นตอนเช้าหลังตื่นนอนยังช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ในหลายคนด้วย
สำหรับผู้ที่มีภาวะกลืนลำบากหรือที่เรียกว่า dysphagia การดื่มน้ำเปล่าอาจสำลักง่าย จึงมักต้องปรับความข้นของน้ำตามคำแนะนำของนักกิจกรรมบำบัดหรือแพทย์ ไม่ควรเพิ่มปริมาณน้ำเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะความเสี่ยงสำลักอาจร้ายแรงกว่าปัญหาท้องผูก
อาหารกลุ่มเสี่ยงที่ทำให้ท้องผูกโดยไม่รู้ตัว
อาหารแปรรูปสูง ขนมอบเนื้อแน่น และอาหารที่มีโปรตีนสูงแต่ใยอาหารต่ำ เช่น เนื้อสัตว์ล้วนไม่มีผักประกอบ อาจทำให้ท้องผูกได้ง่ายในผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวน้อยอยู่แล้ว นอกจากนี้ยาบางชนิดที่ผู้สูงอายุกินอยู่เป็นประจำ เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ยาลดกรดบางชนิด และธาตุเหล็กเสริม ก็มีผลข้างเคียงทำให้ท้องผูกได้เช่นกัน การใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันหรือภาวะที่เรียกว่า polypharmacy จึงเป็นอีกปัจจัยที่ควรทบทวนร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกร
การจำกัดอาหารมากเกินไปเพราะกลัวโรคเรื้อรัง เช่น งดผลไม้ทั้งหมดเพราะกลัวน้ำตาลในเลือดสูง ก็อาจทำให้ขาดใยอาหารและวิตามินไปพร้อมกัน ทางที่ดีกว่าคือเลือกผลไม้ที่มีใยอาหารสูงแต่น้ำตาลไม่สูงมาก เช่น ฝรั่ง แอปเปิล หรือส้ม ในปริมาณที่เหมาะสม แทนการงดทั้งหมด
การเชื่อมโยงกับกิจวัตรประจำวันและการเคลื่อนไหว
อาหารและน้ำที่ดีจะได้ผลเต็มที่ก็ต่อเมื่อผู้สูงอายุยังมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่บ้าง แม้เพียงเดินช้า ๆ ในบ้านหรือขยับตัวบนเตียงเป็นประจำก็ช่วยกระตุ้นลำไส้ได้ ผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงเป็นเวลานานมักมีความเสี่ยงท้องผูกสูงกว่าคนที่ยังเดินได้ ดังนั้นการดูแลเรื่องอาหารและน้ำจึงควรทำควบคู่กับการชวนขยับตัวเบา ๆ ตามความสามารถของแต่ละคน ไม่ใช่มองแยกจากกัน

รูปภาพโดย Ivan Babydov / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ประเมินสถานการณ์ของบ้านก่อนเลือกแนวทาง
ก่อนตัดสินใจว่าจะเน้นปรับอะไรก่อน ลองประเมินสามเรื่องนี้ในบ้านของคุณ
- ผู้สูงอายุยังเคี้ยวกลืนอาหารปกติได้คล่องหรือไม่
- มีโรคประจำตัวที่จำกัดน้ำหรือโพแทสเซียมอยู่หรือไม่
- ปกติดื่มน้ำวันละกี่แก้วและถ่ายอุจจาระบ่อยแค่ไหน
เลือกแนวทางเพิ่มใยอาหารให้เหมาะกับความสามารถในการเคี้ยว
หากยังเคี้ยวกลืนได้ปกติ ให้ค่อย ๆ เพิ่มผักผลไม้และธัญพืชไม่ขัดสีในมื้ออาหารทีละน้อย เพื่อลดอาการท้องอืดจากการเปลี่ยนอาหารเร็วเกินไป หากเคี้ยวกลืนลำบาก ให้เลือกอาหารเนื้อนุ่มที่ยังมีใยอาหาร เช่น ผักต้มบด ฟักทองนึ่งบด หรือกล้วยสุกบด
- เพิ่มผักในมื้ออาหารทีละมื้อ ไม่เปลี่ยนทั้งวันในครั้งเดียว
- เลือกธัญพืชไม่ขัดสีแทนข้าวขาวบางมื้อ
- สำหรับคนเคี้ยวยาก เลือกผักต้มนุ่มหรือบดแทนผักดิบ
- เลือกผลไม้ใยอาหารสูงแต่น้ำตาลพอดี เช่น ฝรั่ง แอปเปิล ส้ม
จัดตารางดื่มน้ำให้กระจายตลอดวัน
แทนการเตือนให้ดื่มน้ำมาก ๆ ในครั้งเดียว ให้จัดแก้วน้ำหรือขวดน้ำวางใกล้มือในจุดที่ผู้สูงอายุอยู่บ่อย และตั้งเวลาจิบน้ำเป็นช่วง ๆ ตลอดวัน
- วางน้ำดื่มไว้ใกล้มือในจุดที่นั่งประจำและข้างเตียง
- จิบน้ำอุ่นหลังตื่นนอนตอนเช้า
- หลีกเลี่ยงดื่มน้ำมากในช่วงใกล้เข้านอนเพื่อลดการตื่นกลางดึก
- หากมีภาวะกลืนลำบาก ปรับความข้นของน้ำตามคำแนะนำนักกิจกรรมบำบัด
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีโรคประจำตัวหรือความไม่แน่ใจ
หากผู้สูงอายุมีโรคไต หัวใจ เบาหวาน หรือภาวะกลืนลำบาก ให้นำบันทึกอาหารและน้ำที่จดไว้ไปปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนปรับเปลี่ยนแผน เพื่อให้ได้ปริมาณที่ปลอดภัยเฉพาะบุคคล
- นำบันทึกอาหาร น้ำ และความถี่ในการขับถ่ายไปให้แพทย์ดู
- แจ้งยาที่กินอยู่ทั้งหมด รวมยาที่ซื้อกินเองด้วย
- สอบถามปริมาณน้ำและใยอาหารที่ปลอดภัยเฉพาะโรคประจำตัว
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
Hot Selling ราวจับชักโครก ราวจับกันลื่นครอบชักโครก สำหรับยึดกับโถสุขภัณฑ์แบบนั่งไม่ต้องเจาะผนัง
LEFIGHTF2C ราวจับชักโครก แบบไม่เจาะผนัง ราวจับกันลื่น สำหรับยึดกับโถสุขภัณฑ์
ที่รองชักโครก กันน้ำ Eva แผ่นที่รองส้วม ฝาครอบที่นั่งชักโครกที่บ้าน
SWEETYBAYI เบาะรองนั่งชักโครก ฝารองนั่งชักโครก EVA กันน้ำผ้ารองชักโครก เช็ดทําความสะอาดได้ เบาะรองชักโครก
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าเพิ่มใยอาหารหรือน้ำปริมาณมากในทันทีทันใด เพราะอาจทำให้ท้องอืดหรือปวดท้องได้ ควรค่อย ๆ เพิ่มทีละน้อย
- อย่าปรับปริมาณน้ำหรือโพแทสเซียมเองในผู้ที่มีโรคไตหรือหัวใจโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- อย่าใช้ยาระบายเองต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- อย่าบังคับให้ผู้สูงอายุที่กลืนลำบากดื่มน้ำเปล่าปริมาณมากโดยไม่ปรับความข้น
- อย่ามองข้ามว่ายาที่กินอยู่ประจำอาจเป็นสาเหตุของอาการท้องผูก
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากไม่ถ่ายอุจจาระเกิน 5-7 วัน หรือปวดท้องรุนแรง ท้องอืดแข็งผิดปกติ ควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ต้องรอปรับอาหารก่อน
- หากอาเจียนร่วมกับท้องผูก มีไข้ หรือถ่ายเป็นเลือด ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นภาวะฉุกเฉินทางลำไส้
- หากสำลักน้ำหรืออาหารบ่อยขึ้น ควรนัดพบแพทย์หรือนักกิจกรรมบำบัดภายในไม่กี่วัน ไม่ควรปล่อยไว้
- หากท้องผูกเรื้อรังแม้ปรับอาหารแล้วหลายสัปดาห์ ควรนัดพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุอื่นที่อาจซ่อนอยู่
เช็กลิสต์สรุป
- ประเมินความสามารถในการเคี้ยวกลืนของผู้สูงอายุ
- ตรวจสอบว่ามีโรคที่จำกัดน้ำหรือโพแทสเซียมหรือไม่
- จดบันทึกอาหาร น้ำ และความถี่ในการขับถ่ายอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
- เพิ่มผักผลไม้และธัญพืชไม่ขัดสีทีละน้อย
- จัดน้ำดื่มให้อยู่ใกล้มือและกระจายเวลาดื่มตลอดวัน
- ทบทวนยาประจำที่อาจทำให้ท้องผูกร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกร
- ชวนผู้สูงอายุขยับตัวหรือเดินเบา ๆ ตามความสามารถทุกวัน
คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำวันละกี่แก้วเพื่อช่วยเรื่องขับถ่าย
ปริมาณที่เหมาะสมต่างกันตามสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละคน สำหรับผู้ที่ไม่มีข้อจำกัดทางการแพทย์ การจิบน้ำกระจายตลอดวันมักช่วยได้มากกว่าการดื่มทีละมาก หากมีโรคไตหรือหัวใจที่แพทย์สั่งจำกัดน้ำ ต้องยึดตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก
เพิ่มผักในอาหารแล้วท้องอืดควรทำอย่างไร
อาการท้องอืดมักเกิดเมื่อเพิ่มใยอาหารเร็วเกินไป ควรลดปริมาณลงแล้วค่อยเพิ่มทีละน้อยในสัปดาห์ถัดไป พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอควบคู่กัน หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ
ผู้สูงอายุที่กลืนลำบากจะเพิ่มใยอาหารได้อย่างไร
ควรเลือกผักผลไม้ที่ต้มนุ่มหรือบดละเอียด เช่น ฟักทองนึ่งบด กล้วยสุกบด และปรึกษานักกิจกรรมบำบัดหรือแพทย์เรื่องความข้นของอาหารและน้ำที่ปลอดภัย ไม่ควรเพิ่มผักดิบหรือน้ำเปล่าปริมาณมากเอง
ยาระบายที่ซื้อเองจากร้านขายยาใช้ต่อเนื่องได้หรือไม่
ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะยาระบายบางชนิดหากใช้นานอาจส่งผลต่อสมดุลเกลือแร่ในร่างกายผู้สูงอายุ ควรใช้เป็นครั้งคราวตามคำแนะนำและแก้ที่ต้นเหตุด้วยอาหาร น้ำ และการเคลื่อนไหวควบคู่กัน
ผลไม้ชนิดใดเหมาะกับผู้สูงอายุที่มีน้ำตาลในเลือดสูงและท้องผูกด้วย
ผลไม้ที่มีใยอาหารสูงแต่น้ำตาลไม่สูงมาก เช่น ฝรั่ง แอปเปิล หรือส้ม ในปริมาณที่เหมาะสมมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการงดผลไม้ทั้งหมด แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะกับระดับน้ำตาลของแต่ละคน
ทำไมยาที่กินประจำถึงทำให้ท้องผูกได้
ยาบางกลุ่ม เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ยาลดกรดบางชนิด และธาตุเหล็กเสริม มีผลข้างเคียงทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง โดยเฉพาะเมื่อกินยาหลายชนิดพร้อมกันหรือภาวะการใช้ยาหลายชนิด ควรนำรายการยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนหากท้องผูกเรื้อรัง
ควรเริ่มปรับอาหารและน้ำก่อนหรือพาไปพบแพทย์ก่อน
หากอาการยังไม่รุนแรง เช่น ถ่ายไม่ทุกวันแต่ไม่ปวดท้องมาก สามารถเริ่มปรับอาหารและน้ำที่บ้านได้ก่อน พร้อมจดบันทึกอาการไว้ แต่หากไม่ถ่ายเกิน 5-7 วัน ปวดท้องรุนแรง หรือมีอาการร่วมอื่น ควรพบแพทย์ทันทีโดยไม่รอปรับอาหารก่อน
สรุป
- การขับถ่ายที่ดีเริ่มจากใยอาหาร น้ำ และการเคลื่อนไหวที่ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่พึ่งยาระบายอย่างเดียว
- เลือกแนวทางให้เหมาะกับความสามารถในการเคี้ยวกลืนและโรคประจำตัวของแต่ละคน ไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน
- ผู้ที่มีโรคไต หัวใจ หรือกลืนลำบาก ต้องปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนปรับเปลี่ยนเสมอ
- หากท้องผูกรุนแรง ปวดท้องมาก หรืออาเจียนร่วมด้วย ต้องพบแพทย์ทันที ไม่รอปรับอาหารก่อน
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
COD ราวจับชักโครก แบบดูดพื้น กันลื่น ไม่ต้องเจาะผนัง ปรับระดับได้ ติดตั้งง่าย ใช้กับชักโครกหลายแบบ
เก้าอี้สุขภัณฑ์ ฝารองนั่งชักโครก ที่นั่งชักโครก เก้าอี้ชักโครก แผงหนาเก้าอี้ไม่เต็มเต็งห้องน้ํา
Lunasol ที่นั่งชักโครกสลักเกลียวเครื่องมือติดตั้ง 2/4/6 PACK สกรูและถั่วฮาร์ดแวร์ห้องน้ําอะไหล่ทดแทนสําหรับตัวยึดฝาชักโครก
ประกายไฟ ชิ้นส่วนทดแทนที่จับชักโครก, ก้านฟลัชถังส้วมโครเมี่ยมสากล, ทนทาน 3 รูแขวนก้านทองแดงด้ามซ่อมห้องน้ําคงที่พร้อมน็อตบ้าน
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- ธงโภชนาการและข้อแนะนำการบริโภคอาหารสำหรับผู้สูงอายุ — กรมอนามัย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- Healthy diet — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- แนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

คุณพ่อดื่มน้ำน้อยมากทั้งที่อากาศร้อน ควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรให้ปลอดภัย
แนวทางช่วยผู้สูงอายุดื่มน้ำให้เพียงพอโดยไม่ฝืนร่างกาย ตั้งแต่สาเหตุที่มักดื่มน้ำน้อยลงตามวัย ไปจนถึงจังหวะที่ต้องระวังภาวะขาดน้ำหรือความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า

ผู้สูงอายุกินน้อยดื่มน้อยแบบไหนที่ต้องเริ่มกังวล และจะช่วยอย่างไรให้ปลอดภัย
กินน้อยลงหรือดื่มน้ำน้อยลงในผู้สูงอายุ อาจเป็นเรื่องที่ปรับได้ด้วยวิธีง่าย ๆ หรืออาจเป็นสัญญาณที่ต้องพบแพทย์ คู่มือนี้ช่วยแยกสองแบบนี้ออกจากกันอย่างปลอดภัย

ให้น้ำและอาหารผู้สูงอายุผิดจุด 7 ความเข้าใจผิดที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว
ความตั้งใจดีในการดูแลเรื่องกินเรื่องดื่มบางอย่าง อาจกลับทำให้ผู้สูงอายุขาดน้ำหรือขาดสารอาหารมากขึ้น บทความนี้ชี้จุดที่ครอบครัวไทยมักพลาดและวิธีแก้ที่ปลอดภัยกว่า

เข้าห้องน้ำไม่ทันในผู้สูงอายุ ปรับบ้านและกิจวัตรอย่างไรให้ทันเวลามากขึ้น
ผู้สูงอายุหลายคนรู้สึกปวดปัสสาวะกะทันหันแล้วเดินไปห้องน้ำไม่ทัน ทั้งที่ไม่ได้มีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะรุนแรง คู่มือนี้ช่วยแยกสาเหตุจากการเคลื่อนไหวและสิ่งแวดล้อม พร้อมวิธีปรับบ้านให้เข้าห้องน้ำได้เร็วขึ้น