สูงวัยไทย
วิธีพยุงผู้สูงอายุขึ้น-ลงรถอย่างถูกท่า ลดความเสี่ยงหกล้มและปวดหลัง
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
วิธีพยุงผู้สูงอายุขึ้น-ลงรถอย่างถูกท่า ลดความเสี่ยงหกล้มและปวดหลัง
แนวทางทีละขั้นตอนสำหรับผู้ดูแลในการพยุงผู้สูงอายุขึ้นและลงรถยนต์อย่างถูกท่า ลดความเสี่ยงหกล้ม บิดเอว หรือปวดหลังทั้งของผู้สูงอายุและผู้ดูแลเอง
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การขึ้นลงรถเป็นกิจกรรมที่ต้องบิดตัว ก้มตัว และรับน้ำหนักพร้อมกันในพื้นที่แคบ ทำให้เสี่ยงทั้งการหกล้มและอาการปวดหลังของทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลเองหากทำผิดท่า การเข้าใจลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องจึงสำคัญกว่าการรีบพยุงขึ้นลงให้เร็วที่สุด
- หลักสำคัญคือให้ผู้สูงอายุหันหลังชนที่นั่งก่อนแล้วค่อยนั่งลง แทนที่จะก้าวเข้าไปในรถแบบเดินหน้าตรงซึ่งต้องบิดสะโพกและเข่าพร้อมกัน ท่านี้ช่วยลดแรงบิดที่ข้อสะโพกและข้อเข่าซึ่งมักเสื่อมตามวัยได้มาก
- ผู้ดูแลควรระวังท่าทางของตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะการก้มตัวพยุงผู้สูงอายุในพื้นที่แคบของประตูรถเป็นสาเหตุอาการปวดหลังที่พบบ่อยในผู้ดูแล ควรใช้ขาในการย่อตัวแทนการก้มหลังงอเพียงอย่างเดียว
- หากผู้สูงอายุมีอาการปวดสะโพกหรือเข่าจนขึ้นลงรถลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดแทนการฝืนใช้ท่าเดิมต่อไป เพราะอาจมีสาเหตุที่ต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลหรือทำธุระนอกบ้านเป็นประจำและต้องขึ้นลงรถยนต์ส่วนตัว
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังเดินเองได้แต่เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจหรือปวดข้อเวลาก้าวขึ้นลงรถ
- ไม่เหมาะกับกรณีที่ผู้สูงอายุพลัดตกจากรถแล้วมีอาการบาดเจ็บรุนแรง กรณีนี้ต้องโทร 1669 ทันที
- ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นตลอดเวลาและไม่สามารถยืนหรือก้าวได้เลย เพราะต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางในการเคลื่อนย้ายแทน
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมการขึ้นลงรถถึงเสี่ยงกว่าที่คิด
พื้นที่ประตูรถแคบและมีขอบธรณีประตูรถที่ต้องก้าวข้าม ขณะเดียวกันเบาะรถอยู่ต่ำกว่าเก้าอี้ทั่วไป ทำให้ต้องงอเข่าและสะโพกมากกว่าการนั่งเก้าอี้ปกติ ผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมหรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยจึงรู้สึกลำบากและเสี่ยงเซล้มมากกว่าการนั่งลงบนเก้าอี้ในบ้าน
อีกปัจจัยคือการลุกขึ้นยืนจากเบาะรถที่นุ่มและต่ำต้องใช้แรงกล้ามเนื้อขามากกว่าการลุกจากเก้าอี้แข็งทั่วไป หากผู้สูงอายุมีอาการความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า การลุกขึ้นยืนแบบนี้อาจทำให้หน้ามืดได้ง่ายกว่าการลุกจากเก้าอี้ปกติด้วย
ท่าที่ถูกต้องในการขึ้นรถ
ให้ผู้สูงอายุยืนหันหลังให้กับที่นั่ง จับขอบประตูหรือมือจับด้านบนของรถหากมี แล้วค่อย ๆ นั่งลงบนเบาะก่อน จากนั้นจึงหมุนขาทั้งสองข้างเข้ามาในรถทีละข้าง แทนการก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปก่อนแล้วบิดสะโพกตามซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บข้อสะโพก
ท่าที่ถูกต้องในการลงจากรถ
ให้หมุนขาทั้งสองข้างออกมาด้านนอกรถก่อนจนเท้าแตะพื้น จากนั้นใช้มือดันตัวจากเบาะหรือขอบประตูลุกขึ้นยืน โดยให้ผู้ดูแลยืนประกอบด้านหน้าหรือด้านข้างพร้อมพยุงหากจำเป็น ไม่ควรดึงแขนผู้สูงอายุขึ้นมาตรง ๆ เพราะอาจทำให้ไหล่บาดเจ็บได้
ท่าทางที่ปลอดภัยสำหรับผู้ดูแล
ผู้ดูแลควรย่อเข่าแทนการก้มหลังเมื่อต้องช่วยพยุงในพื้นที่แคบของประตูรถ และควรยืนในตำแหน่งที่มั่นคง ไม่บิดลำตัวขณะออกแรงพยุง เพราะเป็นสาเหตุอาการปวดหลังของผู้ดูแลที่พบบ่อยมาก
เมื่อการขึ้นลงรถเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน
สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางบ่อย เช่น ไปพบแพทย์ตามนัดหรือไปทำกิจกรรมทางสังคมเป็นประจำ การขึ้นลงรถกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำซ้ำหลายครั้งต่อสัปดาห์ ผู้ดูแลจึงควรฝึกท่าที่ถูกต้องให้เป็นความเคยชิน ไม่ใช่นึกทบทวนใหม่ทุกครั้ง เพราะความเคยชินที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงสะสมในระยะยาวได้มากกว่าการระวังเป็นครั้งคราว
หากผู้สูงอายุมีภาวะใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันที่ส่งผลต่อการทรงตัวหรือความดันโลหิต ควรวางแผนเวลาเดินทางให้เผื่อเวลาสำหรับการเคลื่อนไหวที่ช้าลงกว่าปกติ แทนที่จะรีบเร่งให้ทันเวลานัดหมายจนต้องฝืนท่าทางที่ไม่ปลอดภัย
ควรเลือกรถที่มีเบาะสูงพอเหมาะหรือใช้อุปกรณ์เสริมความสูงเบาะหากรถของครอบครัวเตี้ยเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ เพราะความสูงของเบาะมีผลโดยตรงต่อแรงที่ต้องใช้ในการลุกยืน และอาจช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ดูแลต้องออกแรงพยุงมากเกินไปจนปวดหลังตามไปด้วย

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: จอดรถและเปิดพื้นที่ให้กว้างที่สุด
จอดรถในที่ราบเรียบ เปิดประตูให้กว้างที่สุดเท่าที่ทำได้ และตรวจสอบว่าพื้นบริเวณที่จะก้าวลงไม่ลื่นหรือมีสิ่งกีดขวาง
ขั้นที่ 2: พยุงให้หันหลังชนที่นั่งก่อนนั่งลง
ประคองผู้สูงอายุให้ยืนหันหลังชนเบาะ จับขอบประตูหรือมือจับ แล้วค่อย ๆ นั่งลงอย่างช้า ๆ
ขั้นที่ 3: หมุนขาเข้ารถทีละข้าง
หลังนั่งลงบนเบาะแล้ว ช่วยประคองขาทั้งสองข้างหมุนเข้ามาในรถทีละข้างอย่างช้า ๆ ไม่รีบเร่ง
ขั้นที่ 4: ทำย้อนกลับเมื่อลงจากรถ
หมุนขาทั้งสองข้างออกมาด้านนอกก่อน ให้เท้าแตะพื้นมั่นคง จากนั้นจึงช่วยพยุงลุกขึ้นยืนโดยยืนประกอบใกล้ ๆ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
LEXO แผ่นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ใส่สบาย ป้องกันการปวดเท้า ขนาด 35-46 insoles
Marco Rocco รองเท้าแตะผู้หญิงนุ่มๆ EVA กันลื่น น้ำหนักเบา พื้นนุ่ม รองเท้าเพื่อสุขภาพใส่ในบ้านMR8021
Marco Rocco(มาร์โค ร็อคโค่)Marco Rocco รองเท้าแตะแฟชั่นผู้หญิง EVA พื้นนุ่ม กันลื่น กันน้ำ รองเท้าเพื่อสุขภาพใส่ในบ้าน MR8021
Marco Rocco(มาร์โค ร็อคโค่)Marco Rocco รองเท้าแตะแฟชั่นผู้หญิง EVAนุ่มใส่สบายเท้า รูปแบบทุเรียน น่ารัก รองเท้าเพื่อสุขภาพMR8030
Marco Rocco(มาร์โค ร็อคโค่)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าให้ผู้สูงอายุก้าวขาข้างหนึ่งเข้ารถก่อนแล้วบิดสะโพกตาม เพราะเสี่ยงบาดเจ็บข้อสะโพก
- อย่าดึงแขนผู้สูงอายุขึ้นตรง ๆ เวลาช่วยลุกจากเบาะ เพราะอาจทำให้ไหล่บาดเจ็บ
- อย่าก้มหลังงอเวลาพยุงในพื้นที่แคบของประตูรถ ควรย่อเข่าแทน
- อย่ารีบเร่งขึ้นลงรถเมื่อผู้สูงอายุเพิ่งลุกจากที่นั่งในบ้านโดยไม่ให้เวลาปรับตัว
- อย่าจอดรถในที่ลาดเอียงหรือพื้นลื่นเมื่อต้องพยุงผู้สูงอายุขึ้นลง
- อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุขึ้นลงรถคนเดียวหากมีประวัติเวียนศีรษะหรือหกล้มมาก่อน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 ทันทีหากผู้สูงอายุพลัดตกขณะขึ้นลงรถแล้วหมดสติ ปวดรุนแรง หรือขยับแขนขาไม่ได้
- พาไปโรงพยาบาลในวันเดียวกันหากหกล้มแล้วมีรอยช้ำบวมมากหรือปวดสะโพกจนลงน้ำหนักไม่ได้
- นัดพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดภายในสัปดาห์นี้หากผู้สูงอายุปวดข้อเข่าหรือข้อสะโพกเวลาขึ้นลงรถบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
- ปรึกษาแพทย์หากมีอาการหน้ามืดหรือความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าเวลาลุกขึ้นยืนจากเบาะรถ
- ปรึกษานักกายภาพบำบัดหากผู้ดูแลเริ่มมีอาการปวดหลังจากการพยุงผู้สูงอายุขึ้นลงรถเป็นประจำ
- สังเกตและบันทึกอาการต่อเนื่องหากพบความไม่มั่นใจเล็กน้อยที่ยังไม่กระทบการเดินทาง แล้วปรึกษาในนัดตรวจสุขภาพครั้งถัดไป
เช็กลิสต์สรุป
- จอดรถในที่ราบเรียบและเปิดประตูกว้างที่สุด
- ตรวจสอบพื้นบริเวณที่จะก้าวลงว่าไม่ลื่นหรือมีสิ่งกีดขวาง
- พยุงให้หันหลังชนเบาะก่อนนั่งลง ไม่ก้าวเข้ารถแบบเดินหน้าตรง
- หมุนขาเข้าและออกจากรถทีละข้างอย่างช้า ๆ
- ผู้ดูแลย่อเข่าแทนการก้มหลังเมื่อต้องช่วยพยุง
- ไม่ดึงแขนผู้สูงอายุขึ้นตรง ๆ เวลาช่วยลุกจากเบาะ
- ให้เวลาผู้สูงอายุยืนนิ่งก่อนเริ่มเดินหลังลงจากรถ
- สังเกตอาการปวดข้อหรือเวียนศีรษะทุกครั้งที่ขึ้นลงรถ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องหันหลังชนเบาะก่อนนั่งลง
เพราะการก้าวเข้ารถแบบเดินหน้าตรงต้องบิดสะโพกและเข่าพร้อมกันขณะรับน้ำหนักตัว ซึ่งเสี่ยงบาดเจ็บข้อสะโพกและข้อเข่าที่มักเสื่อมตามวัย การหันหลังชนเบาะก่อนแล้วค่อยหมุนขาเข้ามาช่วยลดแรงบิดนี้ได้มาก
ผู้ดูแลควรยืนตรงไหนตอนช่วยพยุงขึ้นลงรถ
ควรยืนด้านหน้าหรือด้านข้างของผู้สูงอายุในตำแหน่งที่มั่นคง ย่อเข่าแทนการก้มหลัง และหลีกเลี่ยงการบิดลำตัวขณะออกแรงพยุงเพื่อป้องกันอาการปวดหลังของตัวเอง
ถ้าผู้สูงอายุหน้ามืดหลังลุกจากเบาะรถควรทำอย่างไร
ควรให้นั่งหรือพิงตัวนิ่ง ๆ ทันที ไม่ฝืนเดินต่อ รอจนอาการหน้ามืดหายไปก่อน หากเกิดขึ้นบ่อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า
รถแบบไหนขึ้นลงง่ายกว่าสำหรับผู้สูงอายุ
รถที่มีเบาะสูงใกล้เคียงระดับเก้าอี้ทั่วไปและประตูเปิดกว้างมักขึ้นลงง่ายกว่ารถเบาะเตี้ยที่ต้องงอเข่าลึก หากมีตัวเลือก ควรพิจารณาปัจจัยนี้ประกอบการเลือกรถสำหรับพาผู้สูงอายุเดินทาง
จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมช่วยขึ้นลงรถหรือไม่
ขึ้นอยู่กับระดับความช่วยเหลือที่ต้องการ บางกรณีที่จับเสริมประตูรถหรือเบาะรองหมุนตัวช่วยให้ขึ้นลงง่ายขึ้นมาก ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดว่าจำเป็นสำหรับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุคนนั้นหรือไม่
ควรฝึกท่าขึ้นลงรถกับใคร
แนะนำให้นักกายภาพบำบัดสาธิตและฝึกท่าที่ถูกต้องร่วมกับผู้ดูแลและผู้สูงอายุโดยตรง เพราะสภาพร่างกายและข้อจำกัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
สรุป
- การขึ้นลงรถต้องอาศัยทั้งท่าทางที่ถูกต้องของผู้สูงอายุและผู้ดูแล เพราะพื้นที่แคบและเบาะรถต่ำกว่าเก้าอี้ทั่วไปเพิ่มความเสี่ยงทั้งสองฝ่าย
- การหันหลังชนเบาะก่อนนั่งและหมุนขาเข้าออกทีละข้าง ช่วยลดแรงบิดที่ข้อสะโพกและข้อเข่าได้มาก
- ผู้ดูแลควรย่อเข่าแทนการก้มหลัง เพื่อป้องกันอาการปวดหลังของตัวเองจากการพยุงซ้ำ ๆ
- หากพลัดตกขณะขึ้นลงรถแล้วมีอาการรุนแรง ต้องโทร 1669 ทันทีโดยไม่รอประเมินเอง
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
รองเท้าแตะเจลลี่เกาหลีสำหรับผู้หญิงประดับคริสตัลรูปดอกไม้, รองเท้าแตะแบบแบนสำหรับฤดูร้อน ชายหาด กิจกรรมกลางแจ้ง และใช้ในบ้าน, รองเท้าแตะกันลื่นประดับคริสตัลผู้หญิงสำหรับใช้ใน
รองเท้าเพื่อสุขภาพ แบบสวมสายคาด2เส้น พื้นสูง2นิ้ว วัสดุEVA พื้นนุ่มยางชนิดพิเศษ นุ่มเด้งน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นดีมาก #sy809
Q5 รุ่นฮิต!! รองเท้าเพื่อสุขภาพ พื้นนิ่ม เสริมส้น 4 ซม.(+เพิ่ม1 ไซต์)
รองเท้า FitFlop ผู้ชาย & ผู้หญิง Size 36---44 งานสายปั๊มโลโก้ # รองเท้าเพื่อสุขภาพ พื้นนุ่ม สายสลิง
FitFlop
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- คู่มือการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- แนวทางปรับสภาพแวดล้อมบ้านเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ก่อนพาผู้สูงอายุขึ้นลงรถ สิ่งที่ผู้ดูแลต้องเตรียมทุกครั้ง
รายการตรวจสอบก่อนพาผู้สูงอายุขึ้นลงรถทุกครั้ง ตั้งแต่จุดจอดรถ สภาพร่างกาย ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมที่ควรมีติดรถ เพื่อลดความเสี่ยงหกล้มและบาดเจ็บระหว่างเดินทาง

ที่จับเสริมประตูรถ เบาะรองหมุนตัว หรือสไลด์บอร์ด เลือกอุปกรณ์ช่วยขึ้นลงรถให้ผู้สูงอายุ
เปรียบเทียบอุปกรณ์ช่วยขึ้นลงรถสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ที่จับเสริมประตูรถ เบาะรองหมุนตัว ไปจนถึงสไลด์บอร์ดสำหรับผู้ที่ยืนเองไม่ได้ พร้อมเกณฑ์ช่วยเลือกตามความสามารถในการเคลื่อนไหว

พาพ่อแม่ขึ้นลงรถแต่ละครั้งเสี่ยงหกล้มหรือปวดหลัง ควรจัดการอย่างไร
การขึ้นลงรถต้องอาศัยทั้งการทรงตัว การหมุนตัว และแรงขา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงหกล้มที่มักถูกมองข้าม บทความนี้ช่วยแยกสิ่งที่ปรับได้เองในบ้านกับสัญญาณที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน

ทำไมการพยุงคุณแม่ขึ้นลงรถถึงเสี่ยงหกล้มมากกว่าที่คิด
หลายครอบครัวพยุงผู้สูงอายุขึ้นลงรถแบบเดิมทุกวันโดยไม่รู้ว่าเป็นจังหวะที่เสี่ยงหกล้มสูง เพราะต้องบิดตัว ก้าวข้ามธรณีประตูรถ และทรงตัวด้วยมือเดียวพร้อมกัน บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีปรับให้ปลอดภัยขึ้นจริง