สูงวัยไทย

วิธีพยุงผู้สูงอายุขึ้น-ลงรถอย่างถูกท่า ลดความเสี่ยงหกล้มและปวดหลัง

แนวทางทีละขั้นตอนสำหรับผู้ดูแลในการพยุงผู้สูงอายุขึ้นและลงรถยนต์อย่างถูกท่า ลดความเสี่ยงหกล้ม บิดเอว หรือปวดหลังทั้งของผู้สูงอายุและผู้ดูแลเอง

12 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

Business professionals exiting a luxury car as an assistant holds an umbrella on a rainy day.

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • การขึ้นลงรถเป็นกิจกรรมที่ต้องบิดตัว ก้มตัว และรับน้ำหนักพร้อมกันในพื้นที่แคบ ทำให้เสี่ยงทั้งการหกล้มและอาการปวดหลังของทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลเองหากทำผิดท่า การเข้าใจลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องจึงสำคัญกว่าการรีบพยุงขึ้นลงให้เร็วที่สุด
  • หลักสำคัญคือให้ผู้สูงอายุหันหลังชนที่นั่งก่อนแล้วค่อยนั่งลง แทนที่จะก้าวเข้าไปในรถแบบเดินหน้าตรงซึ่งต้องบิดสะโพกและเข่าพร้อมกัน ท่านี้ช่วยลดแรงบิดที่ข้อสะโพกและข้อเข่าซึ่งมักเสื่อมตามวัยได้มาก
  • ผู้ดูแลควรระวังท่าทางของตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะการก้มตัวพยุงผู้สูงอายุในพื้นที่แคบของประตูรถเป็นสาเหตุอาการปวดหลังที่พบบ่อยในผู้ดูแล ควรใช้ขาในการย่อตัวแทนการก้มหลังงอเพียงอย่างเดียว
  • หากผู้สูงอายุมีอาการปวดสะโพกหรือเข่าจนขึ้นลงรถลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดแทนการฝืนใช้ท่าเดิมต่อไป เพราะอาจมีสาเหตุที่ต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลหรือทำธุระนอกบ้านเป็นประจำและต้องขึ้นลงรถยนต์ส่วนตัว
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังเดินเองได้แต่เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจหรือปวดข้อเวลาก้าวขึ้นลงรถ
  • ไม่เหมาะกับกรณีที่ผู้สูงอายุพลัดตกจากรถแล้วมีอาการบาดเจ็บรุนแรง กรณีนี้ต้องโทร 1669 ทันที
  • ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นตลอดเวลาและไม่สามารถยืนหรือก้าวได้เลย เพราะต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางในการเคลื่อนย้ายแทน

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมการขึ้นลงรถถึงเสี่ยงกว่าที่คิด

พื้นที่ประตูรถแคบและมีขอบธรณีประตูรถที่ต้องก้าวข้าม ขณะเดียวกันเบาะรถอยู่ต่ำกว่าเก้าอี้ทั่วไป ทำให้ต้องงอเข่าและสะโพกมากกว่าการนั่งเก้าอี้ปกติ ผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมหรือภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยจึงรู้สึกลำบากและเสี่ยงเซล้มมากกว่าการนั่งลงบนเก้าอี้ในบ้าน

อีกปัจจัยคือการลุกขึ้นยืนจากเบาะรถที่นุ่มและต่ำต้องใช้แรงกล้ามเนื้อขามากกว่าการลุกจากเก้าอี้แข็งทั่วไป หากผู้สูงอายุมีอาการความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า การลุกขึ้นยืนแบบนี้อาจทำให้หน้ามืดได้ง่ายกว่าการลุกจากเก้าอี้ปกติด้วย

ท่าที่ถูกต้องในการขึ้นรถ

ให้ผู้สูงอายุยืนหันหลังให้กับที่นั่ง จับขอบประตูหรือมือจับด้านบนของรถหากมี แล้วค่อย ๆ นั่งลงบนเบาะก่อน จากนั้นจึงหมุนขาทั้งสองข้างเข้ามาในรถทีละข้าง แทนการก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปก่อนแล้วบิดสะโพกตามซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บข้อสะโพก

ท่าที่ถูกต้องในการลงจากรถ

ให้หมุนขาทั้งสองข้างออกมาด้านนอกรถก่อนจนเท้าแตะพื้น จากนั้นใช้มือดันตัวจากเบาะหรือขอบประตูลุกขึ้นยืน โดยให้ผู้ดูแลยืนประกอบด้านหน้าหรือด้านข้างพร้อมพยุงหากจำเป็น ไม่ควรดึงแขนผู้สูงอายุขึ้นมาตรง ๆ เพราะอาจทำให้ไหล่บาดเจ็บได้

ท่าทางที่ปลอดภัยสำหรับผู้ดูแล

ผู้ดูแลควรย่อเข่าแทนการก้มหลังเมื่อต้องช่วยพยุงในพื้นที่แคบของประตูรถ และควรยืนในตำแหน่งที่มั่นคง ไม่บิดลำตัวขณะออกแรงพยุง เพราะเป็นสาเหตุอาการปวดหลังของผู้ดูแลที่พบบ่อยมาก

เมื่อการขึ้นลงรถเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน

สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางบ่อย เช่น ไปพบแพทย์ตามนัดหรือไปทำกิจกรรมทางสังคมเป็นประจำ การขึ้นลงรถกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำซ้ำหลายครั้งต่อสัปดาห์ ผู้ดูแลจึงควรฝึกท่าที่ถูกต้องให้เป็นความเคยชิน ไม่ใช่นึกทบทวนใหม่ทุกครั้ง เพราะความเคยชินที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงสะสมในระยะยาวได้มากกว่าการระวังเป็นครั้งคราว

หากผู้สูงอายุมีภาวะใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันที่ส่งผลต่อการทรงตัวหรือความดันโลหิต ควรวางแผนเวลาเดินทางให้เผื่อเวลาสำหรับการเคลื่อนไหวที่ช้าลงกว่าปกติ แทนที่จะรีบเร่งให้ทันเวลานัดหมายจนต้องฝืนท่าทางที่ไม่ปลอดภัย

ควรเลือกรถที่มีเบาะสูงพอเหมาะหรือใช้อุปกรณ์เสริมความสูงเบาะหากรถของครอบครัวเตี้ยเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ เพราะความสูงของเบาะมีผลโดยตรงต่อแรงที่ต้องใช้ในการลุกยืน และอาจช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ดูแลต้องออกแรงพยุงมากเกินไปจนปวดหลังตามไปด้วย

Man holds umbrella for businesswoman on phone beside luxury car and building.

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นที่ 1: จอดรถและเปิดพื้นที่ให้กว้างที่สุด

จอดรถในที่ราบเรียบ เปิดประตูให้กว้างที่สุดเท่าที่ทำได้ และตรวจสอบว่าพื้นบริเวณที่จะก้าวลงไม่ลื่นหรือมีสิ่งกีดขวาง

ขั้นที่ 2: พยุงให้หันหลังชนที่นั่งก่อนนั่งลง

ประคองผู้สูงอายุให้ยืนหันหลังชนเบาะ จับขอบประตูหรือมือจับ แล้วค่อย ๆ นั่งลงอย่างช้า ๆ

ขั้นที่ 3: หมุนขาเข้ารถทีละข้าง

หลังนั่งลงบนเบาะแล้ว ช่วยประคองขาทั้งสองข้างหมุนเข้ามาในรถทีละข้างอย่างช้า ๆ ไม่รีบเร่ง

ขั้นที่ 4: ทำย้อนกลับเมื่อลงจากรถ

หมุนขาทั้งสองข้างออกมาด้านนอกก่อน ให้เท้าแตะพื้นมั่นคง จากนั้นจึงช่วยพยุงลุกขึ้นยืนโดยยืนประกอบใกล้ ๆ

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าให้ผู้สูงอายุก้าวขาข้างหนึ่งเข้ารถก่อนแล้วบิดสะโพกตาม เพราะเสี่ยงบาดเจ็บข้อสะโพก
  • อย่าดึงแขนผู้สูงอายุขึ้นตรง ๆ เวลาช่วยลุกจากเบาะ เพราะอาจทำให้ไหล่บาดเจ็บ
  • อย่าก้มหลังงอเวลาพยุงในพื้นที่แคบของประตูรถ ควรย่อเข่าแทน
  • อย่ารีบเร่งขึ้นลงรถเมื่อผู้สูงอายุเพิ่งลุกจากที่นั่งในบ้านโดยไม่ให้เวลาปรับตัว
  • อย่าจอดรถในที่ลาดเอียงหรือพื้นลื่นเมื่อต้องพยุงผู้สูงอายุขึ้นลง
  • อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุขึ้นลงรถคนเดียวหากมีประวัติเวียนศีรษะหรือหกล้มมาก่อน

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 ทันทีหากผู้สูงอายุพลัดตกขณะขึ้นลงรถแล้วหมดสติ ปวดรุนแรง หรือขยับแขนขาไม่ได้
  • พาไปโรงพยาบาลในวันเดียวกันหากหกล้มแล้วมีรอยช้ำบวมมากหรือปวดสะโพกจนลงน้ำหนักไม่ได้
  • นัดพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดภายในสัปดาห์นี้หากผู้สูงอายุปวดข้อเข่าหรือข้อสะโพกเวลาขึ้นลงรถบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
  • ปรึกษาแพทย์หากมีอาการหน้ามืดหรือความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าเวลาลุกขึ้นยืนจากเบาะรถ
  • ปรึกษานักกายภาพบำบัดหากผู้ดูแลเริ่มมีอาการปวดหลังจากการพยุงผู้สูงอายุขึ้นลงรถเป็นประจำ
  • สังเกตและบันทึกอาการต่อเนื่องหากพบความไม่มั่นใจเล็กน้อยที่ยังไม่กระทบการเดินทาง แล้วปรึกษาในนัดตรวจสุขภาพครั้งถัดไป

เช็กลิสต์สรุป

  • จอดรถในที่ราบเรียบและเปิดประตูกว้างที่สุด
  • ตรวจสอบพื้นบริเวณที่จะก้าวลงว่าไม่ลื่นหรือมีสิ่งกีดขวาง
  • พยุงให้หันหลังชนเบาะก่อนนั่งลง ไม่ก้าวเข้ารถแบบเดินหน้าตรง
  • หมุนขาเข้าและออกจากรถทีละข้างอย่างช้า ๆ
  • ผู้ดูแลย่อเข่าแทนการก้มหลังเมื่อต้องช่วยพยุง
  • ไม่ดึงแขนผู้สูงอายุขึ้นตรง ๆ เวลาช่วยลุกจากเบาะ
  • ให้เวลาผู้สูงอายุยืนนิ่งก่อนเริ่มเดินหลังลงจากรถ
  • สังเกตอาการปวดข้อหรือเวียนศีรษะทุกครั้งที่ขึ้นลงรถ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้องหันหลังชนเบาะก่อนนั่งลง

เพราะการก้าวเข้ารถแบบเดินหน้าตรงต้องบิดสะโพกและเข่าพร้อมกันขณะรับน้ำหนักตัว ซึ่งเสี่ยงบาดเจ็บข้อสะโพกและข้อเข่าที่มักเสื่อมตามวัย การหันหลังชนเบาะก่อนแล้วค่อยหมุนขาเข้ามาช่วยลดแรงบิดนี้ได้มาก

ผู้ดูแลควรยืนตรงไหนตอนช่วยพยุงขึ้นลงรถ

ควรยืนด้านหน้าหรือด้านข้างของผู้สูงอายุในตำแหน่งที่มั่นคง ย่อเข่าแทนการก้มหลัง และหลีกเลี่ยงการบิดลำตัวขณะออกแรงพยุงเพื่อป้องกันอาการปวดหลังของตัวเอง

ถ้าผู้สูงอายุหน้ามืดหลังลุกจากเบาะรถควรทำอย่างไร

ควรให้นั่งหรือพิงตัวนิ่ง ๆ ทันที ไม่ฝืนเดินต่อ รอจนอาการหน้ามืดหายไปก่อน หากเกิดขึ้นบ่อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า

รถแบบไหนขึ้นลงง่ายกว่าสำหรับผู้สูงอายุ

รถที่มีเบาะสูงใกล้เคียงระดับเก้าอี้ทั่วไปและประตูเปิดกว้างมักขึ้นลงง่ายกว่ารถเบาะเตี้ยที่ต้องงอเข่าลึก หากมีตัวเลือก ควรพิจารณาปัจจัยนี้ประกอบการเลือกรถสำหรับพาผู้สูงอายุเดินทาง

จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมช่วยขึ้นลงรถหรือไม่

ขึ้นอยู่กับระดับความช่วยเหลือที่ต้องการ บางกรณีที่จับเสริมประตูรถหรือเบาะรองหมุนตัวช่วยให้ขึ้นลงง่ายขึ้นมาก ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดว่าจำเป็นสำหรับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุคนนั้นหรือไม่

ควรฝึกท่าขึ้นลงรถกับใคร

แนะนำให้นักกายภาพบำบัดสาธิตและฝึกท่าที่ถูกต้องร่วมกับผู้ดูแลและผู้สูงอายุโดยตรง เพราะสภาพร่างกายและข้อจำกัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

สรุป

  • การขึ้นลงรถต้องอาศัยทั้งท่าทางที่ถูกต้องของผู้สูงอายุและผู้ดูแล เพราะพื้นที่แคบและเบาะรถต่ำกว่าเก้าอี้ทั่วไปเพิ่มความเสี่ยงทั้งสองฝ่าย
  • การหันหลังชนเบาะก่อนนั่งและหมุนขาเข้าออกทีละข้าง ช่วยลดแรงบิดที่ข้อสะโพกและข้อเข่าได้มาก
  • ผู้ดูแลควรย่อเข่าแทนการก้มหลัง เพื่อป้องกันอาการปวดหลังของตัวเองจากการพยุงซ้ำ ๆ
  • หากพลัดตกขณะขึ้นลงรถแล้วมีอาการรุนแรง ต้องโทร 1669 ทันทีโดยไม่รอประเมินเอง

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เช็กลิสต์ก่อนพาผู้สูงอายุขึ้นลงรถ สิ่งที่ผู้ดูแลต้องเตรียมทุกครั้ง
home-care

เช็กลิสต์ก่อนพาผู้สูงอายุขึ้นลงรถ สิ่งที่ผู้ดูแลต้องเตรียมทุกครั้ง

รายการตรวจสอบก่อนพาผู้สูงอายุขึ้นลงรถทุกครั้ง ตั้งแต่จุดจอดรถ สภาพร่างกาย ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมที่ควรมีติดรถ เพื่อลดความเสี่ยงหกล้มและบาดเจ็บระหว่างเดินทาง

อัปเดตล่าสุด 1 กันยายน 2026อ่าน 12 นาที
ที่จับเสริมประตูรถ เบาะรองหมุนตัว หรือสไลด์บอร์ด เลือกอุปกรณ์ช่วยขึ้นลงรถให้ผู้สูงอายุ
home-care

ที่จับเสริมประตูรถ เบาะรองหมุนตัว หรือสไลด์บอร์ด เลือกอุปกรณ์ช่วยขึ้นลงรถให้ผู้สูงอายุ

เปรียบเทียบอุปกรณ์ช่วยขึ้นลงรถสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ที่จับเสริมประตูรถ เบาะรองหมุนตัว ไปจนถึงสไลด์บอร์ดสำหรับผู้ที่ยืนเองไม่ได้ พร้อมเกณฑ์ช่วยเลือกตามความสามารถในการเคลื่อนไหว

อัปเดตล่าสุด 1 กันยายน 2026อ่าน 13 นาที
พาพ่อแม่ขึ้นลงรถแต่ละครั้งเสี่ยงหกล้มหรือปวดหลัง ควรจัดการอย่างไร
home-care

พาพ่อแม่ขึ้นลงรถแต่ละครั้งเสี่ยงหกล้มหรือปวดหลัง ควรจัดการอย่างไร

การขึ้นลงรถต้องอาศัยทั้งการทรงตัว การหมุนตัว และแรงขา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงหกล้มที่มักถูกมองข้าม บทความนี้ช่วยแยกสิ่งที่ปรับได้เองในบ้านกับสัญญาณที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 13 นาที
ทำไมการพยุงคุณแม่ขึ้นลงรถถึงเสี่ยงหกล้มมากกว่าที่คิด
home-care

ทำไมการพยุงคุณแม่ขึ้นลงรถถึงเสี่ยงหกล้มมากกว่าที่คิด

หลายครอบครัวพยุงผู้สูงอายุขึ้นลงรถแบบเดิมทุกวันโดยไม่รู้ว่าเป็นจังหวะที่เสี่ยงหกล้มสูง เพราะต้องบิดตัว ก้าวข้ามธรณีประตูรถ และทรงตัวด้วยมือเดียวพร้อมกัน บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีปรับให้ปลอดภัยขึ้นจริง

อัปเดตล่าสุด 6 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที