สูงวัยไทย

อุปกรณ์บริหารปอดที่บ้าน ผู้สูงอายุหลังผ่าตัดหรือป่วยนอนนานใช้อย่างไร และสัญญาณปอดอักเสบที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

อธิบายอุปกรณ์บริหารปอดแบบดูดลมหายใจเข้า ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี ต่างจากการเป่าอย่างไร ประคองแผลผ่าตัดตอนไอ เมื่อไหร่ควรหยุด และอาการปอดอักเสบในผู้สูงอายุที่บางครั้งมาในรูปของความสับสน

12 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026

Close-up of hands holding a peak flow meter for respiratory health monitoring.

รูปภาพโดย Cnordic Nordic / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • อุปกรณ์บริหารปอดแบบที่มีลูกบอลหรือตัวชี้ระดับ ใช้ด้วยการ ดูดลมหายใจเข้า ช้า ๆ ให้ตัวชี้ลอยขึ้น ไม่ใช่การเป่าลมออก เป้าหมายคือช่วยให้ปอดขยายเต็มที่หลังผ่าตัดหรือนอนนาน ใช้ตามที่โรงพยาบาลสอนและกำหนดจำนวนครั้งไว้เท่านั้น
  • นั่งตัวตรงเท่าที่ทำได้ หายใจออกปกติ ครอบปากกับปากเป่าให้สนิท ดูดเข้าช้าและลึก กลั้นไว้สักครู่ แล้วพัก ถ้าเพิ่งผ่าตัดช่องท้องหรือหน้าอก ให้ใช้หมอนประคองแผลตอนไอ
  • ไข้ ไอมีเสมหะเหลืองเขียว เหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หรือสับสนมากขึ้นผิดปกติ เป็นสัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ บางอาการต้องโทร 1669

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่แพทย์หรือพยาบาลแนะนำให้ใช้อุปกรณ์บริหารปอดหลังผ่าตัด หรือหลังป่วยนอนนานจนกิจวัตรประจำวันลดลง และผู้ดูแลที่ต้องช่วยกำกับการใช้ที่บ้าน
  • ไม่เหมาะกับการซื้อมาใช้เองโดยไม่เคยได้รับคำแนะนำ โดยเฉพาะคนที่มีโรคปอดเรื้อรัง ลมรั่วในช่องปอด หรือเวียนศีรษะง่าย อุปกรณ์เป็นเพียงตัวช่วยฝึก ไม่ใช่การรักษาปอดอักเสบ และใช้แทนยาหรือการไปโรงพยาบาลไม่ได้

สิ่งที่ควรรู้

อุปกรณ์นี้ทำอะไร และทำไมหลังผ่าตัดถึงสำคัญ

หลังผ่าตัดหรือเมื่อต้องนอนนาน คนเรามักหายใจตื้นลง เพราะเจ็บแผล เหนื่อยง่าย หรือเคลื่อนไหวน้อย ถุงลมส่วนล่างของปอดจึงขยายไม่เต็มที่ เสมหะค้างได้ง่าย และเป็นช่องให้เกิดการติดเชื้อในปอด อุปกรณ์บริหารปอดช่วยให้ผู้ป่วยฝึกหายใจลึกอย่างมีเป้าหมายที่มองเห็นได้

อุปกรณ์มีสองแบบหลัก แบบที่วัดปริมาตรลมที่ดูดเข้า และแบบที่วัดอัตราการไหลโดยดูจากลูกบอลลอย ชื่อและวิธีวัดต่างกัน ผู้ใช้ควรใช้แบบที่ได้รับสอนและกำหนดเป้าหมายจากโรงพยาบาลของตนเอง อย่าตั้งเป้าเองหรือเทียบกับคนอื่น

ข้อมูลของ WHO ระบุว่าปอดอักเสบเป็นการติดเชื้อที่ถุงลมในปอด และผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เสี่ยงโรคร้ายแรงได้สูง การป้องกันที่เหมาะสมจึงต้องดูร่วมกับสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่ใช้อุปกรณ์อย่างเดียว

นอกจากอุปกรณ์ สิ่งที่ช่วยปอดได้อีกคือการลุกนั่งและเดินให้เร็วที่สุดเท่าที่ทีมรักษาอนุญาต การเปลี่ยนท่านอนทุกสองสามชั่วโมงในผู้ที่ติดเตียง การทำความสะอาดช่องปากเพื่อลดเชื้อที่อาจสำลักลงปอด และการงดสูบบุหรี่ ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกัน อุปกรณ์เป็นเพียงชิ้นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นตัว

ผู้ดูแลหลายคนกังวลว่าผู้ป่วยทำไม่ได้ตามเป้าหมายแล้วจะแย่ ความจริงคือในวันแรก ๆ หลังผ่าตัดผู้ป่วยมักดูดได้น้อยกว่าที่หวัง การค่อย ๆ ทำให้ดีขึ้นทีละวันสำคัญกว่าการฝืนจนเหนื่อย ควรชมความพยายามและบอกทีมรักษาถ้าไม่มีความก้าวหน้าเลยหลายวัน

ใช้ให้ถูกวิธี ดูดเข้า ไม่ใช่เป่าออก

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือผู้ป่วยเป่าลมใส่ปากเป่า ซึ่งทำให้ไม่ได้ผลที่ต้องการ และอาจเวียนศีรษะ วิธีที่ถูกคือหายใจออกให้สุดตามปกติก่อน แล้วครอบริมฝีปากให้สนิท ดูดลมเข้าช้า ๆ และลึก ให้ตัวชี้ค่อย ๆ ลอยขึ้นในช่วงเป้าหมาย

เมื่อดูดเข้าเต็มที่แล้ว ให้กลั้นหายใจตามที่ได้รับคำแนะนำ จากนั้นถอดปากเป่าออก หายใจออกตามปกติ และพักให้หายเหนื่อยก่อนรอบต่อไป ไม่ต้องรีบทำต่อเนื่อง เพราะการหายใจลึกซ้ำ ๆ ทำให้เวียนศีรษะได้ในผู้สูงอายุที่อ่อนเพลีย

ท่านั่งตัวตรงช่วยให้ปอดขยายได้ดีกว่านอนราบ ถ้านั่งไม่ได้ ให้ยกหัวเตียงสูงที่สุดเท่าที่สบาย ผู้ดูแลควรอยู่ใกล้ ๆ ในช่วงแรก คอยดูว่าตัวชี้ขึ้นเพราะดูดเข้า และผู้ป่วยไม่ได้เป่าออก

ประคองแผลตอนไอ และการจัดการเสมหะ

หลังผ่าตัดบริเวณท้องหรือหน้าอก การไอมักทำให้เจ็บแผล ผู้ป่วยจึงกลั้นไอ ซึ่งทำให้เสมหะค้าง วิธีที่ช่วยได้คือกอดหมอนใบเล็กไว้แนบแผล ใช้มือประคองแล้วไอเมื่อรู้สึกว่ามีเสมหะ วิธีนี้ทำให้ไอได้เต็มที่โดยเจ็บน้อยลง

ถ้าเสมหะมีสีเหลืองเขียวข้นเพิ่มขึ้น มีกลิ่น หรือมีเลือดปน ให้แจ้งทีมที่ดูแล ไม่ต้องรอ ผู้ที่ดื่มน้ำน้อยมักมีเสมหะเหนียวกว่า การจิบน้ำพอควรตามคำแนะนำของแพทย์ช่วยให้ไอออกง่ายขึ้น แต่ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือไตต้องถามแพทย์เรื่องปริมาณน้ำก่อน

ช่วงที่ควรฝึกคือตอนที่ผู้ป่วยตื่นตัวและไม่เหนื่อยเกินไป ถ้ามียาแก้ปวดที่แพทย์สั่งให้ทานเป็นเวลา การฝึกหลังยาออกฤทธิ์จะทำได้ดีกว่าฝึกตอนปวดมาก แต่ไม่ควรเพิ่มหรือเปลี่ยนยาเอง หากปวดแผลจนหายใจลึกไม่ได้ ให้แจ้งพยาบาลหรือแพทย์เพื่อปรับการจัดการความปวด

ผู้ป่วยบางคนมีอาการสับสนหรือจำคำสอนไม่ได้ ผู้ดูแลต้องช่วยกำกับทีละขั้น พูดสั้น ๆ ทำให้ดู และไม่บังคับ ถ้าผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือหรือหงุดหงิด ให้ลองใหม่ในช่วงเวลาที่สงบกว่า และแจ้งทีมรักษาว่าการฝึกที่บ้านทำได้ยาก เพื่อให้หาวิธีอื่นที่เหมาะกว่า

ปอดอักเสบในผู้สูงอายุอาจไม่ได้เริ่มด้วยไอและไข้

ในผู้สูงอายุ ปอดอักเสบบางครั้งไม่มีไข้สูงหรือไอรุนแรงให้เห็นชัด สิ่งที่ผู้ดูแลสังเกตได้อาจเป็นแค่สับสน ซึมลง กินน้อยลง หายใจเร็วขึ้น หรือไม่ยอมลุกจากเตียงผิดจากปกติ ซึ่งอาจเป็นภาวะสับสนเฉียบพลัน (delirium) ที่ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ทันที

จึงควรจดอาการพื้นฐานของผู้ป่วยไว้ เช่น ปกติตื่นตัวแค่ไหน กินได้เท่าไร หายใจสบายหรือไม่ เพื่อเทียบเมื่อเปลี่ยนไป ผู้ที่ใช้ยาหลายชนิดอาจง่วงซึมจากยาอยู่แล้ว การสังเกตจึงต้องดูความเปลี่ยนแปลงจากปกติของคนนั้น

ถ้าสงสัยว่าอาการเปลี่ยน ให้ลองนับอัตราการหายใจขณะพักเป็นเวลาหนึ่งนาทีแล้วจดไว้ หากเร็วขึ้นกว่าที่เคยจดไว้ชัดเจน หรือผู้ป่วยหายใจอาศัยแรงจนเห็นไหล่ยกหรือซี่โครงบุ๋ม ให้ถือเป็นสัญญาณที่ต้องติดต่อแพทย์ในวันนั้น ไม่ต้องรอดูหลายวัน

การไปรับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ และการล้างมือก่อนดูแลผู้ป่วย ก็ช่วยลดโอกาสติดเชื้อทางเดินหายใจในบ้านที่มีผู้สูงอายุได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือหน่วยบริการใกล้บ้านเรื่องวัคซีนที่เหมาะกับแต่ละคน ไม่ต้องตัดสินใจเอง

Athletes training indoors with specialized breathing masks for enhanced workout.

รูปภาพโดย VO2 Master / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นตอนใช้อุปกรณ์แต่ละรอบ

ทำตามจำนวนรอบและความถี่ที่โรงพยาบาลกำหนดให้ผู้ป่วยรายนี้ ไม่เพิ่มเองเมื่ออยากหายเร็ว

  • นั่งตัวตรงหรือยกหัวเตียงสูง ถืออุปกรณ์ให้ตั้งตรง
  • หายใจออกตามปกติให้สุดก่อน
  • ครอบปากเป่าให้สนิท แล้วดูดลมเข้าช้า ๆ ลึก ๆ ให้ตัวชี้ลอย
  • กลั้นไว้สักครู่ตามที่ได้รับสอน แล้วถอดปากเป่าออก
  • หายใจออกปกติ พักให้หายเหนื่อย แล้วทำรอบต่อไปตามกำหนด
  • ถ้าเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเหนื่อยผิดปกติ ให้หยุดและพัก

ดูแลความสะอาดอุปกรณ์

ใช้อุปกรณ์คนเดียวต่อคน ไม่แบ่งกัน ล้างและเก็บตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ และเก็บให้แห้ง ไม่ปล่อยให้ชื้นหรือมีคราบ

จดบันทึกให้ทีมแพทย์

จดว่าทำได้กี่รอบต่อวัน ตัวชี้ขึ้นถึงเป้าหมายหรือไม่ มีอาการเหนื่อย ไอ เสมหะเปลี่ยนไปอย่างไร เพื่อให้แพทย์ปรับแผนได้

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าเป่าลมออกใส่ปากเป่า
  • อย่าฝึกต่อเนื่องจนเวียนศีรษะ
  • อย่าแบ่งอุปกรณ์ให้คนอื่นใช้ร่วมกัน
  • อย่าใช้แทนยาหรือการไปพบแพทย์เมื่อมีไข้หรือหอบ
  • อย่ากลั้นไอเพราะกลัวเจ็บแผลโดยไม่ประคองแผล

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 ทันทีถ้าหายใจลำบากมาก พูดเป็นประโยคไม่ได้ ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียว เจ็บหน้าอกรุนแรง ไอเป็นเลือดมาก หรือซึมจนปลุกไม่ตื่น
  • ไปพบแพทย์ภายในวันเดียวกันถ้ามีไข้ ไอมีเสมหะเหลืองเขียวมากขึ้น หายใจเร็วหรือเหนื่อยกว่าปกติ หรือสับสนซึมลงผิดปกติ
  • นัดพบแพทย์เมื่อใช้อุปกรณ์แล้วตัวชี้ไม่ขึ้นเลยหรือผู้ป่วยทำไม่ได้ตามที่สอน
  • สังเกตและจดไว้ถ้าไอเล็กน้อยแต่ไม่มีไข้ ไม่เหนื่อย ดื่มกินได้ปกติ

เช็กลิสต์สรุป

  • ได้รับสอนวิธีใช้และเป้าหมายจากทีมรักษา
  • นั่งตัวตรงทุกครั้ง
  • ดูดเข้าช้า ๆ ไม่เป่าออก
  • มีหมอนไว้ประคองแผลตอนไอ
  • จดจำนวนรอบและอาการ
  • ล้างและเก็บอุปกรณ์ให้แห้ง
  • รู้เบอร์ติดต่อทีมรักษาและ 1669

คำถามที่พบบ่อย

อุปกรณ์บริหารปอดต้องเป่าหรือดูด

ต้องดูดลมหายใจเข้า ไม่ใช่เป่าออก ดูดช้า ๆ และลึกให้ตัวชี้หรือลูกบอลลอยขึ้น ถ้าเผลอเป่าออกจะไม่ได้ผลและอาจเวียนศีรษะ

ควรใช้บ่อยแค่ไหนและกี่รอบ

ให้ทำตามที่แพทย์หรือพยาบาลของโรงพยาบาลกำหนดไว้สำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้กับทุกคน เพราะขึ้นกับชนิดของการผ่าตัดและสภาพปอด

ผู้สูงอายุที่ไม่เคยผ่าตัดควรซื้อมาใช้เองไหม

ไม่ควรซื้อมาใช้เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ โรคปอดเรื้อรังบางชนิดหรือภาวะลมรั่วในช่องปอดต้องระวังเป็นพิเศษ ควรถามแพทย์ก่อน

ใช้แล้วเวียนศีรษะ ควรทำอย่างไร

หยุดและพัก หายใจปกติ จิบน้ำเล็กน้อยถ้าแพทย์ไม่ห้าม ครั้งต่อไปให้ดูดช้าลงและพักระหว่างรอบนานขึ้น ถ้าเวียนมากหรือหน้ามืดบ่อยให้แจ้งทีมรักษา

ปอดอักเสบในผู้สูงอายุสังเกตได้อย่างไร

บางคนมีไข้ ไอ และหอบ แต่บางคนมาด้วยสับสน ซึม กินน้อย หรือหายใจเร็วขึ้นโดยไม่ไอชัด ถ้าเปลี่ยนจากปกติให้ไปพบแพทย์ และโทร 1669 หากหายใจลำบากมาก

ไอแล้วเจ็บแผลผ่าตัด ทำอย่างไรดี

กอดหมอนใบเล็กแนบแผลและใช้มือประคองขณะไอ จะเจ็บน้อยลงและไอออกได้ดีขึ้น ไม่ควรกลั้นไอ และแจ้งทีมรักษาถ้าแผลเปิดหรือเลือดซึม

สรุป

  • อุปกรณ์บริหารปอดต้องดูดลมเข้าช้า ๆ ไม่ใช่เป่าออก และใช้ตามที่ทีมรักษากำหนด
  • ประคองแผลด้วยหมอนตอนไอ และไม่กลั้นไอเพราะกลัวเจ็บ
  • ปอดอักเสบในผู้สูงอายุอาจมาด้วยสับสนหรือซึม จึงต้องสังเกตจากปกติของคนนั้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด →

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคปอดเรื้อรังในผู้สูงอายุ: สังเกตอาการอย่างไร และดูแลให้หายใจง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน
health-body

โรคปอดเรื้อรังในผู้สูงอายุ: สังเกตอาการอย่างไร และดูแลให้หายใจง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน

โรคปอดเรื้อรังในผู้สูงอายุมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ความเหนื่อยตามวัย คู่มือนี้ช่วยแยกสัญญาณที่ควรสังเกตและแนวทางดูแลที่ช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้นในแต่ละวัน

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 11 นาที
วิธีใช้เครื่องพ่นละอองยาที่บ้านทีละขั้น ตั้งแต่เติมยาจนถึงบ้วนปาก
health-body

วิธีใช้เครื่องพ่นละอองยาที่บ้านทีละขั้น ตั้งแต่เติมยาจนถึงบ้วนปาก

ลำดับการใช้เครื่องพ่นละอองยาที่บ้านตามที่แพทย์สั่ง ทั้งการเติมยา ท่านั่ง หน้ากากหรือที่คาบปาก การล้างหน้าล้างปากหลังพ่น และสัญญาณที่ต้องโทร 1669

อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2026อ่าน 11 นาที
ตั้งระบบติดตามยาให้ผู้สูงอายุอย่างไรให้ไม่พลาดและตรวจสอบย้อนหลังได้
home-care

ตั้งระบบติดตามยาให้ผู้สูงอายุอย่างไรให้ไม่พลาดและตรวจสอบย้อนหลังได้

วิธีสร้างระบบติดตามยาผู้สูงอายุที่บ้านแบบใช้ได้จริง ตั้งแต่เลือกวิธีที่เหมาะกับความสามารถ สร้างรายการยาแม่บท ไปจนถึงติดตามผลข้างเคียงและทบทวนยาเป็นรอบ

อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2026อ่าน 16 นาที