สูงวัยไทย

หูอื้อ ขาบวม เหนื่อยล้า: ปัญหาที่พบบ่อยเวลาผู้สูงอายุเดินทางด้วยเครื่องบิน และวิธีรับมือ

รวมปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยเมื่อผู้สูงอายุเดินทางด้วยเครื่องบิน ทั้งหูอื้อ ขาบวม ท้องอืด และเหนื่อยล้า พร้อมสาเหตุและแนวทางรับมือแต่ละอาการ

10 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 2 กันยายน 2026

Interior of an empty airplane cabin with a bright sky visible through the window.

รูปภาพโดย Thomas / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อผู้สูงอายุเดินทางด้วยเครื่องบิน ได้แก่ หูอื้อ ขาบวม ท้องอืด ผิวและปากแห้ง และเหนื่อยล้าเกินปกติหลังลงเครื่อง
  • แต่ละอาการมีสาเหตุต่างกัน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความดันอากาศที่เปลี่ยนแปลง อากาศแห้งในห้องโดยสาร และการนั่งนิ่งนาน
  • การรับมือที่ต้นเหตุ เช่น กลืนน้ำลายบ่อยขึ้นหรือขยับข้อเท้าเป็นระยะ มักได้ผลดีกว่าการฝืนทนอาการจนกว่าจะถึงจุดหมาย
  • บางอาการเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบแจ้งลูกเรือหรือพบแพทย์ทันที ไม่ใช่แค่ความไม่สบายตัวทั่วไป

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับครอบครัวที่เคยพาผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินแล้วเจอปัญหาหูอื้อ ขาบวม หรือเหนื่อยล้าผิดปกติ
  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการเข้าใจสาเหตุของอาการต่าง ๆ บนเครื่องบินเพื่อรับมือได้ถูกจุด
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวและกังวลว่าการบินจะกระทบสุขภาพ
  • ไม่ครอบคลุมการวินิจฉัยโรคเฉพาะ ควรปรึกษาแพทย์หากอาการรุนแรงหรือเกิดซ้ำบ่อย

สิ่งที่ควรรู้

หูอื้อเมื่อเครื่องขึ้นและลง

หูอื้อเกิดจากความดันอากาศในหูชั้นกลางปรับตัวไม่ทันกับความดันภายนอกที่เปลี่ยนแปลงเร็วขณะเครื่องขึ้นและลง ผู้สูงอายุที่มีปัญหาไซนัสหรือหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังมักมีอาการนี้รุนแรงกว่าคนทั่วไป

ขาบวมและความเสี่ยงการไหลเวียนเลือด

การนั่งนิ่งนานในพื้นที่จำกัดของห้องโดยสารทำให้เลือดคั่งที่ขาส่วนล่างมากกว่าการนั่งรถยนต์ที่มีพื้นที่ขยับมากกว่า ผู้สูงอายุที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อยและปัญหาหลอดเลือดดำอยู่แล้วจึงมีความเสี่ยงสูงขึ้นในเที่ยวบินระยะไกล

  • ขยับข้อเท้าเป็นระยะช่วยลดอาการบวม
  • ลุกเดินสั้น ๆ ทุก 1-2 ชั่วโมงหากทำได้

ท้องอืดและผิวปากแห้ง

ความดันอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้ก๊าซในกระเพาะและลำไส้ขยายตัว เกิดอาการท้องอืดได้ง่ายขึ้น ส่วนอากาศในห้องโดยสารที่แห้งกว่าปกติทำให้ผิว ปาก และคอแห้งเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะในเที่ยวบินระยะไกลหลายชั่วโมง

เหนื่อยล้าเกินปกติหลังลงเครื่อง

เหนื่อยล้าหลังบินอาจมาจากภาวะขาดน้ำ การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือการเปลี่ยนเขตเวลาในเที่ยวบินระหว่างประเทศ ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันอาจรู้สึกเหนื่อยล้ารุนแรงกว่าปกติหากพลาดเวลากินยาตามตารางเดิม

ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าหลังนั่งนิ่งนาน

การนั่งนิ่งต่อเนื่องหลายชั่วโมงบนเครื่องบินแล้วลุกยืนกะทันหันเมื่อเครื่องลงจอด อาจกระตุ้นให้เกิดความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) ได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางหรือมวลกล้ามเนื้อน้อยอยู่แล้ว อาการที่พบคือหน้ามืดหรือวูบเมื่อยืนขึ้นทันทีหลังนั่งนาน

การลุกช้า ๆ เป็นขั้นตอน เช่น นั่งตัวตรงก่อน แล้วค่อยยืนโดยจับพนักที่นั่งไว้สักครู่ก่อนเดิน ช่วยลดความเสี่ยงหน้ามืดหรือล้มขณะลุกจากที่นั่งหลังเครื่องจอดได้มาก

ผลกระทบสะสมเมื่ออาการหลายอย่างเกิดร่วมกัน

ผู้สูงอายุที่มีหลายอาการเกิดร่วมกัน เช่น ขาบวม เหนื่อยล้า และความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าพร้อมกัน มีความเสี่ยงหกล้มสูงกว่าคนที่มีอาการเดียว โดยเฉพาะช่วงเดินจากที่นั่งไปยังทางออกเครื่องบินที่พื้นที่แคบและมีคนพลุกพล่าน ควรขอความช่วยเหลือจากลูกเรือหรือใช้บริการรถเข็นแทนการฝืนเดินเองหากรู้สึกไม่มั่นคง

ทำไมอาการเหล่านี้ถึงรุนแรงกว่าในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

ผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง หรือเบาหวานอยู่แล้ว มักมีร่างกายที่ปรับตัวต่อความดันอากาศและออกซิเจนที่เปลี่ยนแปลงในห้องโดยสารได้ช้ากว่าคนที่ไม่มีโรคประจำตัว ทำให้อาการหูอื้อ ขาบวม หรือเหนื่อยล้าที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย อาจกลายเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องระวังมากกว่าในกลุ่มนี้ เช่น เหนื่อยล้าที่ปกติหายเองใน 1-2 วัน อาจกลายเป็นอาการเหนื่อยหอบที่ต้องรีบพบแพทย์หากมีโรคหัวใจร่วมด้วย

การแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ให้ลูกเรือทราบตั้งแต่ขึ้นเครื่อง แม้จะรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงดี ก็เป็นการเตรียมพร้อมที่ช่วยให้ลูกเรือรับมือได้เร็วขึ้นหากเกิดอาการฉุกเฉินระหว่างบิน แทนที่จะต้องเสียเวลาซักถามข้อมูลพื้นฐานในช่วงที่ผู้ป่วยอาจสื่อสารลำบาก

การเตรียมตัวก่อนบินเพื่อลดความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรง

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนบิน และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไปก่อนขึ้นเครื่อง ช่วยลดโอกาสเกิดอาการเหนื่อยล้ารุนแรงหลังบินได้มาก เพราะร่างกายที่พักผ่อนไม่พอมาก่อนอยู่แล้วจะปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงบนเครื่องบินได้ยากขึ้นไปอีก

ผู้ที่มีประวัติหูชั้นกลางอักเสบบ่อยหรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบินว่าจำเป็นต้องใช้ยาลดบวมในจมูกก่อนขึ้นเครื่องหรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงหูอื้อรุนแรงระหว่างเครื่องขึ้นและลง

บทบาทของครอบครัวในการสังเกตอาการระหว่างบิน

ผู้สูงอายุบางคนไม่ค่อยบอกเมื่อรู้สึกไม่สบายตัวระหว่างบิน เพราะไม่อยากรบกวนคนรอบข้างหรือคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง ครอบครัวหรือผู้ร่วมเดินทางจึงควรคอยสังเกตสีหน้า ท่าทาง และถามไถ่เป็นระยะว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง แทนการรอให้ผู้สูงอายุร้องขอความช่วยเหลือเอง

การสังเกตสัญญาณเล็กน้อย เช่น หน้าซีด เหงื่อออกผิดปกติ หรือนั่งซุกตัวมากกว่าปกติ อาจช่วยจับสัญญาณเตือนได้เร็วกว่าการรอให้อาการรุนแรงขึ้นจนผู้สูงอายุต้องพูดออกมาเอง

Interior view of an airplane cabin with passengers seated, focusing on seats and layout.

รูปภาพโดย Dylan Bueltel / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

วิธีรับมือเมื่อเริ่มมีอาการหูอื้อ

กลืนน้ำลายบ่อยขึ้นหรือเคี้ยวหมากฝรั่งขณะเครื่องขึ้นและลง หากไม่ดีขึ้นให้บีบจมูกเบา ๆ แล้วเป่าลมออกช้า ๆ

วิธีลดอาการขาบวม

ขยับข้อเท้าหมุนเป็นวงกลมทุก 30 นาที และลุกเดินสั้น ๆ ทุก 1-2 ชั่วโมงหากไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์

  • หลีกเลี่ยงนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานาน
  • ดื่มน้ำสม่ำเสมอเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด

วิธีลดอาการท้องอืดและผิวปากแห้ง

หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้แก๊สในกระเพาะมากก่อนบิน และจิบน้ำเป็นระยะตลอดเที่ยวบินเพื่อลดความแห้งของผิวและปาก

วิธีลดความเหนื่อยล้าหลังลงเครื่อง

ให้เวลาพักฟื้นก่อนเริ่มกิจกรรมอื่นหลังลงเครื่อง และตรวจสอบว่ากินยาตรงเวลาครบตามตารางแม้ต้องปรับเวลาตามเขตเวลาใหม่

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าปล่อยให้หูอื้อรุนแรงต่อเนื่องโดยไม่ลองกลืนน้ำลายหรือแจ้งลูกเรือ
  • อย่านั่งนิ่งตลอดเที่ยวบินระยะไกลโดยไม่ขยับขา
  • อย่ากินอาหารที่ทำให้ท้องอืดง่ายก่อนขึ้นเครื่อง
  • อย่าลืมดื่มน้ำเพราะคิดว่าอากาศในห้องโดยสารไม่ร้อน
  • อย่ามองข้ามอาการเหนื่อยล้าผิดปกติที่ไม่หายแม้พักผ่อนแล้วหลายวัน

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • แจ้งลูกเรือทันทีและควรพาไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันทีที่ลงจากเครื่องหากมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบากรุนแรง หรือหมดสติ
  • ควรพาไปโรงพยาบาลในวันนั้นหากขาบวมข้างเดียวรุนแรงร่วมกับปวดน่องมาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดอุดตัน
  • ควรนัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้หากหูอื้อหรือเหนื่อยล้าไม่ดีขึ้นหลังลงเครื่องเกิน 2-3 วัน
  • หากเป็นเพียงท้องอืดเล็กน้อยหรือหูอื้อชั่วคราวที่ดีขึ้นเอง ให้สังเกตอาการต่อโดยไม่ต้องพบแพทย์ทันที

เช็กลิสต์สรุป

  • กลืนน้ำลายหรือเคี้ยวหมากฝรั่งเมื่อเครื่องขึ้นลง
  • ขยับข้อเท้าทุก 30 นาที
  • ลุกเดินสั้น ๆ ทุก 1-2 ชั่วโมงในเที่ยวบินระยะไกล
  • จิบน้ำสม่ำเสมอตลอดเที่ยวบิน
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องอืดก่อนบิน
  • สังเกตอาการขาบวมหรือหายใจลำบากผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมหูอื้อบ่อยเวลาเครื่องขึ้นและลง

เกิดจากความดันอากาศในหูชั้นกลางปรับตัวไม่ทันความดันภายนอกที่เปลี่ยนเร็ว ผู้ที่มีปัญหาไซนัสหรือหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังมักมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป

ขาบวมหลังนั่งเครื่องบินนานอันตรายหรือไม่

ขาบวมเล็กน้อยจากการนั่งนานมักไม่อันตรายและดีขึ้นเมื่อขยับตัว แต่หากบวมข้างเดียวรุนแรงร่วมกับปวดน่องมาก ควรรีบพบแพทย์เพราะอาจเป็นสัญญาณลิ่มเลือดอุดตัน

ควรทำอย่างไรถ้าท้องอืดระหว่างบิน

ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้แก๊สในกระเพาะมากก่อนขึ้นเครื่อง และลุกเดินเบา ๆ หากทำได้เพื่อช่วยระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

เหนื่อยล้าผิดปกติหลังลงเครื่องบินควรทำอย่างไร

ให้พักผ่อนและสังเกตอาการก่อน หากยังเหนื่อยล้าผิดปกติต่อเนื่องเกิน 2-3 วันหลังลงเครื่อง ควรนัดพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

ผิวและปากแห้งเวลานั่งเครื่องบินป้องกันอย่างไร

ควรจิบน้ำเป็นระยะตลอดเที่ยวบินแม้ไม่รู้สึกกระหาย เพราะอากาศในห้องโดยสารแห้งกว่าปกติ อาจพกลิปมันหรือครีมบำรุงผิวติดตัวไปด้วย

สรุป

  • หูอื้อ ขาบวม ท้องอืด และเหนื่อยล้าล้วนเกี่ยวข้องกับความดันอากาศ อากาศแห้ง และการนั่งนิ่งนานบนเครื่องบิน
  • การขยับตัวและดื่มน้ำสม่ำเสมอช่วยลดอาการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ขาบวมรุนแรงข้างเดียวร่วมกับปวดน่องมากเป็นสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
  • การรู้ระดับความเร่งด่วนของแต่ละอาการช่วยให้ครอบครัวและผู้สูงอายุรับมือสถานการณ์บนเครื่องบินได้อย่างเหมาะสม รวมถึงรู้ว่าเมื่อไหร่ควรแจ้งลูกเรือทันทีและเมื่อไหร่สังเกตอาการต่อได้ที่บ้านอย่างปลอดภัยหลังลงจากเครื่อง

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

พาผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินครั้งแรกอย่างไรให้ปลอดภัยและไม่กังวล
mental-wellbeing

พาผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินครั้งแรกอย่างไรให้ปลอดภัยและไม่กังวล

ขั้นตอนเตรียมตัวและดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง ระหว่างบิน จนถึงลงจากเครื่องบิน เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและความกังวลของทั้งครอบครัว

อัปเดตล่าสุด 2 กันยายน 2026อ่าน 10 นาที
ลุกจากเตียงแล้วเวียนหัว สัญญาณอะไรที่ผู้สูงอายุไม่ควรมองข้าม
health-body

ลุกจากเตียงแล้วเวียนหัว สัญญาณอะไรที่ผู้สูงอายุไม่ควรมองข้าม

อธิบายสาเหตุที่พบบ่อยของอาการเวียนหัวเมื่อลุกจากเตียงหรือที่นั่งในผู้สูงอายุ พร้อมวิธีสังเกตความรุนแรงและแนวทางดูแลเพื่อลดความเสี่ยงหกล้ม

อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2026อ่าน 15 นาที
ขาอ่อนแรงในผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่ความชรา แต่มีสาเหตุที่แก้ไขได้และควรฟื้นฟูอย่างไร
health-body

ขาอ่อนแรงในผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่ความชรา แต่มีสาเหตุที่แก้ไขได้และควรฟื้นฟูอย่างไร

แยกสาเหตุของกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงในผู้สูงอายุ ระหว่างความเสื่อมตามวัยกับปัจจัยที่แก้ไขได้ พร้อมวิธีฟื้นฟูกำลังขาและลดความเสี่ยงหกล้มอย่างปลอดภัย

อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2026อ่าน 17 นาที
พกยาไปเที่ยวหรือไปต่างจังหวัดให้ผู้สูงอายุอย่างไรไม่ให้ยาขาดหรือหาย เลือกวิธีเตรียมตามระยะทางการเดินทาง
health-body

พกยาไปเที่ยวหรือไปต่างจังหวัดให้ผู้สูงอายุอย่างไรไม่ให้ยาขาดหรือหาย เลือกวิธีเตรียมตามระยะทางการเดินทาง

คู่มือช่วยครอบครัวตัดสินใจว่าจะเตรียมยาอย่างไรเมื่อพาผู้สูงอายุเดินทาง ตามระยะเวลา ระยะทาง และวิธีเดินทาง พร้อมแผนสำรองหากยาหายหรือลืมระหว่างทาง

อัปเดตล่าสุด 11 สิงหาคม 2026อ่าน 12 นาที