สูงวัยไทย
7 เรื่องเทคโนโลยีที่ครอบครัวผู้สูงอายุพลาดบ่อยโดยไม่รู้ตัว
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
7 เรื่องเทคโนโลยีที่ครอบครัวผู้สูงอายุพลาดบ่อยโดยไม่รู้ตัว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวช่วยผู้สูงอายุเรื่องมือถือและแอปฯ ตั้งแต่การตัดสินใจแทน การตีตราว่าสมองเสื่อม ไปจนถึงความเสี่ยงจากการแชร์รหัสผ่านโดยไม่รู้ตัว
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นวิธีที่ครอบครัวเข้าหาเรื่องเทคโนโลยีกับผู้สูงอายุ เช่น ตัดสินใจแทนโดยไม่ถาม ทำแทนทั้งหมด หรือตีความความสับสนผิดไป
- หลายครอบครัวเข้าใจผิดว่าการลืมขั้นตอนใหม่ ๆ เท่ากับภาวะสมองเสื่อม ทั้งที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติของการเรียนรู้สิ่งใหม่ตามวัย
- ความผิดพลาดด้านความเป็นส่วนตัว เช่น ติดตั้งแอปติดตามโดยไม่บอก หรือแชร์รหัส OTP กับคนอื่นเพื่อความสะดวก มักสร้างความเสี่ยงมากกว่าที่คิด
- การแก้ไขส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้เงิน แต่เป็นการปรับวิธีสื่อสารและตั้งค่าที่มีอยู่แล้วในเครื่องให้ถูกจุด
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับคนวัยก่อนเกษียณที่มีพ่อแม่หรือญาติสูงอายุใช้เทคโนโลยี และอยากเช็กว่าสิ่งที่ครอบครัวทำอยู่พลาดจุดไหนบ้าง
- เหมาะกับพี่น้องที่แบ่งหน้าที่ดูแลเรื่องเทคโนโลยีของพ่อแม่ และอยากคุยกันให้ตรงจุดแทนที่จะโทษกันไปมา
- เหมาะกับคนที่กำลังเตรียมตัวเองไว้ล่วงหน้า เพราะข้อผิดพลาดเหล่านี้จะย้อนกลับมาเกิดกับตัวเราเองในวันข้างหน้า
- ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการขั้นตอนตั้งค่าอุปกรณ์แบบละเอียด ควรอ่านคู่มือปัญหาเทคโนโลยีผู้สูงอายุแยกต่างหาก และไม่เหมาะกับกรณีฉุกเฉินที่สงสัยว่ากำลังถูกมิจฉาชีพหลอกอยู่ตอนนี้
สิ่งที่ควรรู้
7 ข้อผิดพลาดที่ครอบครัวมักทำโดยไม่รู้ตัว
ครอบครัวส่วนใหญ่ตั้งใจดีเวลาเข้าไปช่วยพ่อแม่เรื่องมือถือหรือแอปฯ แต่รูปแบบความผิดพลาดที่เกิดซ้ำ ๆ ในหลายบ้านมักมาจากความเร่งรีบและความหวังดีที่ไม่ได้ถามความเห็นผู้สูงอายุก่อน
ต่อไปนี้คือจุดพลาดที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งบางข้ออาจดูเล็กน้อยแต่ส่งผลต่อความมั่นใจและความปลอดภัยของผู้สูงอายุมากกว่าที่คิด
- ตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนอุปกรณ์แทนผู้สูงอายุ โดยไม่ถามว่าอยากใช้ทำอะไรจริง ๆ
- ตีความว่าลืมขั้นตอนใหม่ ๆ คือสัญญาณสมองเสื่อม ทั้งที่อาจเป็นแค่เรื่องเรียนรู้สิ่งใหม่ตามวัย
- ทำแทนทั้งหมดทุกครั้งที่ติดขัด แทนที่จะสอนให้ทำเอง
- ติดตั้งแอปติดตามตำแหน่งหรือควบคุมเครื่องโดยไม่ขอความยินยอมก่อน
- แชร์รหัสผ่านหรือรหัส OTP กันเองในครอบครัวเพื่อความสะดวก โดยไม่รู้ว่าเพิ่มความเสี่ยงเงินถูกโอนผิดคน
- ปล่อยให้การตั้งค่าเริ่มต้นของเครื่องเป็นแบบเดิม โดยไม่ปรับให้เหมาะกับสายตาหรือการได้ยินที่เปลี่ยนไป
- หยุดพูดเรื่องเทคโนโลยีกับผู้สูงอายุไปเลยหลังเจอความล้มเหลวครั้งแรก ๆ
ทำไมการตีตราว่า "สมองเสื่อม" จากการใช้เทคโนโลยีไม่ได้จึงเป็นความผิดพลาดใหญ่
การใช้มือถือหรือแอปฯ จัดอยู่ในกลุ่มความสามารถที่เรียกว่า IADL (กิจวัตรประจำวันที่ซับซ้อนขึ้น เช่น ใช้โทรศัพท์ จัดการเงิน นัดหมาย) ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้ใหม่ตลอดชีวิต ไม่ใช่ทักษะติดตัวมาแต่เกิด คนอายุน้อยเรียนรู้แอปใหม่ได้เร็วกว่าไม่ได้แปลว่าสมองทำงานดีกว่า แต่เพราะคุ้นเคยกับรูปแบบการใช้งานดิจิทัลมามากกว่า
การรีบสรุปว่าผู้สูงอายุ "สมองเสื่อมแล้ว" จากการใช้แอปไม่คล่อง เป็นการใช้ความสูงวัยเป็นคำวินิจฉัยโดยไม่มีการประเมินจริง ซึ่งกระทบศักดิ์ศรีและอาจทำให้ผู้สูงอายุถูกลดบทบาทการตัดสินใจเรื่องอื่นในบ้านไปด้วยทั้งที่ยังทำได้
สิ่งที่ควรสังเกตแทนคือความเร็วของการเปลี่ยนแปลง ถ้าค่อยเป็นค่อยไปหลายเดือนมักเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าความสามารถที่เคยทำได้เองหายไปอย่างฉับพลันภายในไม่กี่วันร่วมกับซึมลงหรือสับสนเรื่องอื่นด้วย นั่นเป็นคนละเรื่องกันและต้องรีบพบแพทย์
ความเสี่ยงที่มาจากความหวังดีเรื่องความเป็นส่วนตัวและรหัสผ่าน
การติดตั้งแอปติดตามตำแหน่งหรือแอปควบคุมเครื่องระยะไกลโดยไม่บอกผู้สูงอายุก่อน แม้ทำเพราะห่วงใย แต่เมื่อผู้สูงอายุรู้ทีหลังมักรู้สึกว่าถูกสอดส่องและเสียความไว้ใจ ซึ่งขัดกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ควรได้รับความยินยอมก่อนเสมอ
อีกจุดที่อันตรายกว่าคือการแชร์รหัสผ่านหรือรหัส OTP กันเองในครอบครัว "เพื่อความสะดวก" เพราะพฤติกรรมนี้ทำให้ผู้สูงอายุคุ้นชินกับการให้รหัสแก่คนที่บอกว่าเป็นญาติหรือเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกได้ง่ายที่สุด
ทางที่ปลอดภัยกว่าคือแยกให้ชัดว่ารหัสส่วนตัวไม่ควรให้ใครแม้เป็นคนในครอบครัว และหากต้องช่วยทำธุรกรรมจริง ให้ทำต่อหน้าโดยผู้สูงอายุเป็นคนกดยืนยันเอง ไม่ใช่ให้รหัสไว้ล่วงหน้า
จุดพลาดที่ทำให้ผู้สูงอายุเลิกใช้เทคโนโลยีไปเลย
เมื่อผู้ดูแลเหนื่อยหรือรีบ มักเผลอทำแทนทั้งหมดหรือแสดงความหงุดหงิดเวลาสอนซ้ำ ผู้สูงอายุที่เจอแบบนี้บ่อยเข้ามักเลือกจะไม่แตะเครื่องอีกเลยดีกว่าเสี่ยงถูกตำหนิ ทั้งที่ยังอยากใช้เป็นอยู่ลึก ๆ
การปล่อยให้ตัวอักษรเล็กหรือเสียงเบาแบบตั้งค่าเริ่มต้นไว้แบบนั้นตลอดไป ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเอง "ใช้ไม่เป็น" ทั้งที่จริง ๆ ปัญหาคือการตั้งค่าไม่เหมาะกับสายตาหรือการได้ยิน ไม่ใช่ความสามารถของผู้สูงอายุเอง
เมื่อผู้สูงอายุเลิกใช้เทคโนโลยีไปเลย ผลที่ตามมามักไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่กระทบการเชื่อมต่อกับครอบครัวและความรู้สึกว่าตามทันโลก ซึ่งเชื่อมโยงกับความเหงาและความมั่นใจในตัวเองด้วย

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
แทนที่จะตัดสินใจแทน ให้เริ่มจากถามเป้าหมายจริง
ก่อนซื้อหรือเปลี่ยนอะไรใหม่ ให้ถามตรง ๆ ว่าผู้สูงอายุอยากใช้เทคโนโลยีทำอะไรในชีวิตจริง เช่น อยากเห็นหน้าหลาน อยากโอนเงินเอง หรืออยากอ่านข่าว แล้วเลือกอุปกรณ์และแอปตามเป้าหมายนั้น ไม่ใช่ตามที่ลูกหลานคิดว่าดี
ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนเลือกซื้อ เช่น ลองจับเครื่องจริงในร้าน เพื่อให้รู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจของตัวเอง ไม่ใช่ของขวัญที่ถูกยัดเยียดให้ใช้
แทนที่จะทำแทนทั้งหมด ให้สอนเป็นระบบและให้เวลา
แบ่งการสอนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ทีละครั้ง ให้ผู้สูงอายุลงมือกดเอง แม้จะช้าหรือผิดบ้าง และเมื่อล้มเหลวครั้งแรกอย่าเพิ่งเลิกสอน ให้พักแล้วกลับมาลองใหม่ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าเดิม
ถ้าลูกหลานหลายคนช่วยกันสอน ให้ตกลงวิธีอธิบายให้ตรงกัน เพราะการสอนคนละแบบในแต่ละครั้งจะยิ่งทำให้ผู้สูงอายุสับสนมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง
แทนที่จะติดตั้งลับ ๆ ให้คุยเรื่องความปลอดภัยแบบเปิดเผย
หากกังวลเรื่องความปลอดภัย เช่น อยากรู้ตำแหน่งเวลาผู้สูงอายุออกนอกบ้าน ให้เสนอเป็นเครื่องมือที่ท่านเลือกเปิดใช้เอง เช่น ปุ่มฉุกเฉินหรือการแชร์ตำแหน่งชั่วคราวเวลาจำเป็น แทนการติดตั้งแบบไม่บอก
เรื่องรหัสผ่านและ OTP ให้ตกลงกันชัดเจนว่าจะไม่มีใครขอรหัสส่วนตัวของกันและกันทางโทรศัพท์หรือข้อความ หากต้องช่วยทำธุรกรรมจริงให้นั่งทำด้วยกันต่อหน้าเท่านั้น และควรตรวจสอบกับธนาคารโดยตรงว่ามีช่องทางที่เป็นทางการสำหรับช่วยเหลือผู้สูงอายุหรือไม่
แทนที่จะปล่อยตั้งค่าเริ่มต้น ให้ปรับอุปกรณ์ตามความสามารถจริง
ใช้เวลาสิบนาทีปรับขนาดตัวอักษร ความสว่าง และระดับเสียงแจ้งเตือนให้เหมาะกับผู้สูงอายุคนนั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่ตามค่าที่เครื่องตั้งมาให้ตอนแรก รายละเอียดขั้นตอนการตั้งค่าดูเพิ่มเติมได้ในบทความเรื่องปัญหาเทคโนโลยีในผู้สูงอายุ
นัดทบทวนการตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนเครื่องหรือหลังแอปอัปเดตใหญ่ เพราะการตั้งค่าที่เคยเหมาะอาจเปลี่ยนไปโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ผู้ชายกีฬานาฬิกาปฏิทินสายรัดไนลอนสร้อยข้อมือของขวัญวันพ่อฤดูใบไม้ผลิ
JIANUOนาฬิกาปฏิทินตั้งโต๊ะ นาฬิกาพลิก แบบพลาสติก พร้อม 3 ปุ่มกด เปลี่ยนเวลาแสดงวันที่ สัปดาห์ มัลติฟังก์ชั่น
นาฬิกาสุภาพสตรีลําลองย้อนยุคนาฬิกาปฏิทินเข็มขัดควอตซ์รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
นาฬิกาแขวนผนังดิจิตอล LED รุ่น4819 มี4สี นาฬิกาปฏิทินถาวร 48X18.5X3.5 ซม. พร้อมหัวอแดปเตอร์และUSB พร้อมใช้งาน
Caixin(ไคซิง)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- เปลี่ยนมือถือทั้งเครื่องโดยไม่ให้ผู้สูงอายุได้ทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อจริง
- แชร์ข้อมูลอ่อนไหวของผู้สูงอายุ เช่น ประวัติสุขภาพ ผ่านกลุ่มแชทครอบครัวโดยไม่ระวังว่าใครเห็นได้บ้าง
- ใช้มุกตลกหรือประชดเวลาผู้สูงอายุถามซ้ำเรื่องเดิม
- ปล่อยให้คนคนเดียวรับผิดชอบเรื่องเทคโนโลยีของผู้สูงอายุทั้งหมดจนเหนื่อยหมดไฟ
- ปล่อยให้ผู้สูงอายุกดยอมรับเงื่อนไขแอปหรือบริการใหม่โดยไม่มีใครช่วยอธิบายว่ากำลังยอมรับอะไร
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที ถ้าผู้สูงอายุใช้อุปกรณ์ที่คุ้นเคยมานานไม่ได้เลยอย่างฉับพลันภายในไม่กี่ชั่วโมง ร่วมกับปลุกไม่ค่อยตื่น พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง
- ติดต่อธนาคารและแจ้งความที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ภายในวันเดียวกัน ถ้าพบว่ามีการโอนเงินที่ผู้สูงอายุไม่ได้ทำเอง ไม่ว่าจะเกิดจากมิจฉาชีพหรือความสับสนเรื่องรหัสผ่านที่แชร์กันไว้ในครอบครัว
- ปรึกษาหน่วยงานคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุภายในวันเดียวกัน ถ้าสงสัยว่ามีคนในครอบครัวใช้รหัสผ่านหรือควบคุมบัญชีของผู้สูงอายุโดยไม่ได้รับความยินยอมและผู้สูงอายุรู้สึกไม่สบายใจหรือหวาดกลัว
- นัดพบแพทย์เพื่อประเมินในเวลาไม่นานเกินไป ถ้าความสามารถใช้อุปกรณ์พื้นฐานลดลงต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ร่วมกับลืมนัดหรือจัดการเงินผิดพลาดบ่อยขึ้น
- คุยกันในครอบครัวและจดบันทึกไว้ ถ้าพี่น้องมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องวิธีช่วยผู้สูงอายุใช้เทคโนโลยีจนเริ่มกระทบความสัมพันธ์ เพื่อหาจุดร่วมก่อนที่ความขัดแย้งจะบานปลาย
- สังเกตต่อเนื่องเฉย ๆ ถ้าผู้สูงอายุแค่ไม่อยากลองแอปใหม่หรือเรียนรู้ช้ากว่าที่คาดหวัง โดยไม่มีสัญญาณอื่นร่วมด้วย
เช็กลิสต์สรุป
- ถามผู้สูงอายุตรง ๆ ว่าอยากใช้เทคโนโลยีทำอะไร ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนอะไรใหม่
- ตกลงกันในครอบครัวว่าจะไม่มีใครขอรหัสผ่านหรือ OTP ของกันและกันทางโทรศัพท์
- ปรับขนาดตัวอักษรและเสียงแจ้งเตือนให้เหมาะกับผู้สูงอายุคนนั้นโดยเฉพาะ
- คุยเรื่องแอปติดตามหรือปุ่มฉุกเฉินแบบเปิดเผยก่อนติดตั้งทุกครั้ง
- แบ่งหน้าที่ดูแลเรื่องเทคโนโลยีในครอบครัวไม่ให้ตกอยู่กับคนเดียว
- ทบทวนการตั้งค่าใหม่ทุกครั้งหลังเปลี่ยนเครื่องหรือแอปอัปเดตใหญ่
- จดสังเกตว่าความสับสนเรื่องเทคโนโลยีค่อยเป็นค่อยไปหรือเปลี่ยนเร็วผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อย
ลูกหลานควรรู้รหัสผ่านมือถือของพ่อแม่ไหม
ขึ้นอยู่กับความยินยอมของผู้สูงอายุเอง ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติของลูกหลาน ถ้าผู้สูงอายุยังตัดสินใจเองได้และไม่ต้องการให้รู้รหัส ควรเคารพการตัดสินใจนั้น แต่ควรมีแผนสำรอง เช่น รู้ว่าจะติดต่อใครหรือหน่วยงานใดได้หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่เข้าถึงเครื่องไม่ได้
ถ้าพ่อแม่ไม่ยอมให้ช่วยเรื่องมือถือเลย ควรทำอย่างไร
ลองหาสาเหตุก่อนว่าปฏิเสธเพราะอาย กลัวถูกตำหนิ หรือรู้สึกว่าถูกแย่งการควบคุม แล้วเสนอความช่วยเหลือเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ท่านเลือกเองได้ เช่น ถามว่าอยากให้ช่วยเรื่องไหนเรื่องเดียวก่อน แทนการเสนอช่วยทั้งหมดในครั้งเดียว
การแชร์รหัส OTP กันเองในครอบครัวเพื่อช่วยทำธุรกรรมอันตรายแค่ไหน
อันตรายมากกว่าที่คิด เพราะทำให้ผู้สูงอายุคุ้นชินกับการให้รหัสแก่คนที่อ้างว่าเป็นญาติหรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นวิธีที่มิจฉาชีพใช้หลอกบ่อยที่สุด ทางที่ปลอดภัยกว่าคือทำธุรกรรมต่อหน้ากันโดยผู้สูงอายุกดยืนยันเอง ไม่ใช่ส่งรหัสให้ล่วงหน้า
ทำไมพี่น้องคนหนึ่งช่วยพ่อแม่เรื่องเทคโนโลยีได้ดีกว่าคนอื่น
มักเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความอดทนมากกว่าความรู้ด้านเทคนิค พี่น้องที่ใจเย็นและให้เวลาฟังโดยไม่ตำหนิมักได้ผลดีกว่า การให้พี่น้องคนนั้นเป็นผู้ประสานหลัก แล้วสอนวิธีอธิบายที่ตรงกันให้คนอื่นในบ้านทำตาม จะช่วยลดความสับสนของผู้สูงอายุได้
ควรบอกพ่อแม่ตรง ๆ ไหมว่ากดผิดบ่อยจนกังวล
ควรบอก แต่เลือกจังหวะและคำพูดที่ไม่ทำให้รู้สึกถูกตัดสิน เช่น บอกสิ่งที่สังเกตเห็นอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ใช้คำว่า "หลงลืม" หรือ "สมองเสื่อม" แล้วชวนคุยว่าอยากให้ช่วยปรับอะไรบ้าง การปิดบังความกังวลไว้คนเดียวมักทำให้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดกว่า
ถ้าสงสัยว่าญาติคนหนึ่งใช้เทคโนโลยีควบคุมเงินพ่อแม่โดยไม่เหมาะสม ควรทำอย่างไร
ให้ความปลอดภัยและความสบายใจของผู้สูงอายุเป็นอันดับแรก หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจเพิ่มความขัดแย้งรุนแรงขึ้น และปรึกษาหน่วยงานคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุหรือธนาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะกับสถานการณ์จริง
สรุป
- ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่เรื่องเทคโนโลยีในครอบครัวผู้สูงอายุมาจากวิธีสื่อสารและการตัดสินใจแทน ไม่ใช่ตัวอุปกรณ์เอง
- อย่าตีความความไม่คล่องแคล่วในการใช้แอปว่าเป็นภาวะสมองเสื่อมโดยไม่มีการประเมิน เพราะกระทบศักดิ์ศรีและอาจทำให้ประเมินผิดพลาด
- ความเป็นส่วนตัวและรหัสผ่านต้องได้รับความยินยอม การแชร์รหัส OTP กันเองในครอบครัวสร้างความเสี่ยงมากกว่าที่คิด
- การสอนอย่างมีระบบ ให้เวลา และปรับอุปกรณ์ตามความสามารถจริง ช่วยรักษาความมั่นใจของผู้สูงอายุได้ดีกว่าการทำแทนหรือยอมแพ้ไปเลย
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- แนวทางคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความยินยอมเมื่อใช้แอปช่วยเหลือผู้อื่น — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- ความรู้เท่าทันดิจิทัลและการทำธุรกรรมออนไลน์อย่างปลอดภัย — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางส่งเสริมศักดิ์ศรีและการมีส่วนร่วมตัดสินใจของผู้สูงอายุในครอบครัว — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางดูแลสุขภาพใจและความสัมพันธ์ในครอบครัวผู้สูงอายุ — กรมสุขภาพจิต (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมผู้สูงอายุใช้เทคโนโลยีแล้วสับสน และควรช่วยอย่างไรให้ปลอดภัย
แนวทางสำหรับคนวัยก่อนเกษียณที่ต้องช่วยพ่อแม่หรือเตรียมตัวเองรับมือกับมือถือและแอปฯ ที่ใช้ยากขึ้นตามวัย พร้อมวิธีแยกความสับสนที่ไม่ใช่แค่ไม่คุ้นเคยจากสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์

เลือกเทคโนโลยีให้ผู้สูงอายุอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละบ้าน ไม่ใช่ซื้อเพราะขายดี
คู่มือตัดสินใจเลือกมือถือ อุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เซนเซอร์ความปลอดภัยในบ้าน และแอปสำหรับผู้สูงอายุ โดยเริ่มจากความสามารถและความต้องการจริงของแต่ละบ้าน ไม่ใช่ฟีเจอร์หรือราคา

จุดพลาดที่ทำให้ผู้สูงอายุยังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ทั้งที่ครอบครัวคิดว่าเตือนแล้ว
หลายครอบครัวเตือนพ่อแม่เรื่องมิจฉาชีพแล้วคิดว่าปลอดภัย แต่กลโกงเปลี่ยนรูปแบบเร็วกว่าคำเตือนแบบเดิม บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีวางระบบป้องกันที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

วิธีสังเกตข้อความและสายโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ
รวมสัญญาณเตือนที่พบบ่อยในข้อความและสายโทรศัพท์หลอกลวง พร้อมวิธีตั้งรับให้ผู้สูงอายุไม่ตกเป็นเหยื่อ