สูงวัยไทย
พ่อแม่ถูกชวนลงทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติ ควรรับมืออย่างไรก่อนโอนเงินก้อนใหญ่
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
พ่อแม่ถูกชวนลงทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติ ควรรับมืออย่างไรก่อนโอนเงินก้อนใหญ่
แนวทางสังเกตกลโกงหลอกลงทุนที่เล็งเป้าผู้สูงอายุ ตั้งแต่กลุ่มไลน์ปั่นหุ้น แชร์ลูกโซ่ ไปจนถึงแอปลงทุนปลอม พร้อมขั้นตอนตรวจสอบและพูดคุยกับพ่อแม่โดยไม่ทำให้รู้สึกถูกตำหนิ
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย https://kaboompics.com/ / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- อย่าให้พ่อแม่โอนเงินทันทีที่ถูกชวน แม้จะเป็นก้อนเล็กเพื่อ “ทดลอง” เพราะกลโกงหลอกลงทุนส่วนใหญ่ใช้กำไรก้อนแรกเป็นเหยื่อล่อให้โอนก้อนใหญ่ตามมา
- สัญญาณที่ต้องสงสัยทันที คือผลตอบแทนสูงผิดปกติในเวลาสั้น การการันตีว่าไม่มีความเสี่ยง และการเร่งให้ตัดสินใจก่อนราคาจะ “พลาดโอกาส”
- ตรวจสอบว่าผู้ชักชวนหรือแพลตฟอร์มลงทุนได้รับอนุญาตจริงหรือไม่ ผ่านช่องทางที่ครอบครัวค้นหาเอง ไม่ใช่เบอร์หรือลิงก์ที่มิจฉาชีพส่งมาให้
- ถ้าเงินถูกโอนออกไปแล้วและติดต่อผู้รับเงินไม่ได้ ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชีปลายทางก่อน แล้วจึงแจ้งความ ความเร็วมีผลต่อโอกาสได้เงินคืนบางส่วน
- การพูดคุยเรื่องนี้ควรเริ่มจากความห่วงใย ไม่ใช่การตำหนิ เพราะความอายเป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่กล้าบอกครอบครัวเมื่อเริ่มสงสัยว่าถูกหลอก
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับลูกหลานหรือผู้ดูแลที่สังเกตว่าพ่อแม่เริ่มพูดถึง “การลงทุนที่ได้กำไรดีมาก” หรือมีคนในกลุ่มไลน์ชวนลงทุนหุ้น ทอง คริปโต หรือสินค้าเกษตรล่วงหน้า
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่อยากตรวจสอบข้อเสนอการลงทุนด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ
- ไม่ใช่บทความให้คำแนะนำการลงทุนหรือประเมินว่าผลิตภัณฑ์การเงินใดคุ้มค่า บทความนี้ว่าด้วยการแยกกลโกงออกจากการลงทุนจริงเท่านั้น
- ถ้าเงินถูกโอนไปแล้วในจำนวนมากและต้องการขั้นตอนแจ้งความหรืออายัดบัญชีโดยละเอียด ควรติดต่อธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง บทความนี้เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมผู้สูงอายุตกเป็นเป้าหมายของกลโกงหลอกลงทุนโดยเฉพาะ
กลโกงหลอกลงทุนไม่ได้สุ่มเป้าหมาย แต่เลือกกลุ่มที่มีเงินก้อนพร้อมใช้ เช่น เงินบำนาญ เงินก้อนจากการขายที่ดิน หรือเงินออมหลังเกษียณ และมักเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจเรื่องเงินคนเดียวมากขึ้นเมื่อคู่ชีวิตเสียชีวิตหรือแยกกันอยู่กับลูกหลาน ความโดดเดี่ยวทางสังคมทำให้ข้อความ “ดูแลเป็นพิเศษ” จากคนแปลกหน้าในกลุ่มไลน์รู้สึกอบอุ่นและน่าเชื่อถือกว่าที่ควรจะเป็น
การจัดการเงินและการตัดสินใจทางการเงินถือเป็นหนึ่งใน IADL หรือกิจวัตรประจำวันที่ซับซ้อน (Instrumental Activities of Daily Living) ซึ่งอาศัยความสามารถในการประมวลผลข้อมูลหลายชั้นพร้อมกัน เมื่ออายุมากขึ้น ความเร็วในการประมวลผลข้อมูลใหม่อาจช้าลงตามธรรมชาติ ทำให้การตรวจจับความไม่สมเหตุสมผลของข้อเสนอ เช่น ผลตอบแทน 20% ต่อเดือนโดยไม่มีความเสี่ยง ทำได้ยากขึ้นภายใต้แรงกดดันเรื่องเวลา
สิ่งที่ครอบครัวมักเข้าใจผิดคือคิดว่าพ่อแม่ “ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยี” จึงจะตกเป็นเหยื่อ แต่ในความเป็นจริงผู้สูงอายุที่มีการศึกษาดีและเคยลงทุนมาก่อนก็ตกเป็นเหยื่อได้ไม่น้อยกว่ากัน เพราะมิจฉาชีพใช้ความมั่นใจเดิมของเหยื่อในการลงทุนมาเป็นจุดอ่อน ไม่ใช่ความไม่รู้
รูปแบบกลโกงที่พบบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุไทย
รูปแบบแรกคือกลุ่มไลน์หรือเฟซบุ๊กที่อ้างว่าเป็น “กูรูการลงทุน” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญหุ้น” ส่งกราฟและตัวเลขกำไรทุกวัน ชวนให้โอนเงินเข้าแอปหรือเว็บที่ไม่ใช่แพลตฟอร์มซื้อขายจริง ในช่วงแรกระบบจะแสดงตัวเลขกำไรปลอมให้ถอนได้จริงเป็นก้อนเล็ก เพื่อสร้างความเชื่อใจก่อนเชิญชวนให้ลงทุนก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายถอนเงินไม่ได้
รูปแบบที่สองคือแชร์ลูกโซ่แบบดั้งเดิมที่มาในคราบใหม่ เช่น ชวนลงทุนสินค้าเกษตรล่วงหน้า ทองคำ หรือสกุลเงินดิจิทัลผ่านคนรู้จักในวงสังคมเดียวกัน เช่น เพื่อนวัดหรือเพื่อนบ้าน ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือสูงกว่าคนแปลกหน้า แต่โครงสร้างยังคงเป็นการเอาเงินคนใหม่มาจ่ายผลตอบแทนให้คนเก่า
รูปแบบที่สามคือแอปพลิเคชันลงทุนปลอมที่เลียนแบบหน้าตาแพลตฟอร์มจริง มีบริการ “ที่ปรึกษาส่วนตัว” คอยตอบแชทตลอดเวลาเพื่อสร้างความรู้สึกได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้สูงอายุที่รู้สึกโดดเดี่ยวมักผูกพันทางใจกับ “ที่ปรึกษา” คนนั้นจนยากจะเชื่อครอบครัวเมื่อถูกเตือน
- สัญญาณร่วมของทั้งสามรูปแบบ: การันตีผลตอบแทนคงที่หรือสูงผิดปกติ
- เร่งให้ตัดสินใจภายในเวลาจำกัด อ้างว่าโควตาใกล้เต็ม
- ให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา ไม่ใช่บัญชีนิติบุคคลที่ตรวจสอบได้
- ขอให้ติดตั้งแอปนอกช่องทางทางการหรือให้สิทธิ์ควบคุมหน้าจอ
- ห้ามหรือกีดกันไม่ให้ปรึกษาคนในครอบครัวก่อนโอน
ผลตอบแทนสูงผิดปกติหน้าตาเป็นอย่างไรในทางปฏิบัติ
การลงทุนที่ถูกกฎหมายทุกประเภทมีความเสี่ยงอยู่เสมอ และผลตอบแทนที่สูงมักมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงตามไปด้วย ไม่มีการลงทุนใดที่รับประกันกำไรคงที่โดยปราศจากความเสี่ยงใด ๆ ถ้าข้อเสนอบอกว่า “การันตีกำไรแน่นอน” หรือ “ไม่มีทางขาดทุน” นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ชัดเจนที่สุด ไม่ว่าผู้ชักชวนจะดูน่าเชื่อถือเพียงใด
อีกจุดที่ต้องระวังคือโครงสร้างที่ต้องหาสมาชิกใหม่ต่อเนื่องเพื่อให้ระบบอยู่รอด หรือมีการจ่ายผลตอบแทนจากเงินของสมาชิกใหม่แทนที่จะมาจากกำไรธุรกิจจริง ซึ่งเป็นลักษณะของแชร์ลูกโซ่ที่ผิดกฎหมาย

รูปภาพโดย Thirdman / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นตอนตรวจสอบก่อนให้พ่อแม่โอนเงินก้อนแรก
เริ่มจากถามชื่อเต็มของบริษัทหรือแพลตฟอร์มที่ชักชวน แล้วค้นหาชื่อนั้นด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานกำกับดูแล ไม่ใช้ลิงก์หรือเบอร์ที่ผู้ชักชวนส่งมาให้ค้นหา เพราะมิจฉาชีพมักสร้างเว็บปลอมรองรับไว้แล้ว
ตรวจสอบว่าบัญชีที่ให้โอนเงินเป็นชื่อบัญชีเดียวกับบริษัทที่อ้างหรือไม่ ถ้าเป็นชื่อบุคคลธรรมดาให้ถือว่าน่าสงสัยทันที เพราะธุรกิจการลงทุนที่ถูกกฎหมายจะรับเงินผ่านบัญชีนิติบุคคลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
- ค้นชื่อบริษัท/แพลตฟอร์มด้วยตัวเอง ไม่ใช้ลิงก์ที่ผู้ชักชวนส่งมา
- ถามเอกสารการจดทะเบียนหรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจให้เห็นชัดเจน
- ตรวจชื่อบัญชีปลายทางว่าตรงกับชื่อธุรกิจที่อ้างหรือไม่
- ลองถอนเงินก้อนเล็กก่อนว่าถอนได้จริงและตรงเวลาที่แจ้งหรือไม่
ถ้าสงสัยว่าพ่อแม่กำลังถูกชักชวนอยู่ตอนนี้
อย่าเริ่มด้วยการห้ามหรือตำหนิทันที เพราะจะทำให้พ่อแม่ปิดกั้นไม่เล่าเรื่องต่อ ให้เริ่มด้วยความสนใจจริงใจ เช่น ขอดูข้อความหรือแอปที่ใช้อยู่ ถามว่าใครเป็นคนแนะนำ และรู้จักคนคนนั้นมานานแค่ไหน
ชวนพ่อแม่ตรวจสอบไปด้วยกันแทนที่จะสั่งให้เชื่อทันที การได้ลงมือค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองและเห็นหลักฐานว่าไม่มีใบอนุญาตจริง จะโน้มน้าวได้ดีกว่าการถูกบอกให้เชื่อเฉย ๆ
- ขอดูหลักฐานร่วมกันโดยไม่ตัดสินว่าโง่หรือหลงเชื่อง่าย
- ถามที่มาของคนชักชวนอย่างละเอียดโดยไม่ใช้น้ำเสียงจับผิด
- ตั้งกติกาชั่วคราวร่วมกัน เช่น เงินก้อนใหญ่ต้องปรึกษากันก่อนโอนเสมอ
- บันทึกชื่อบัญชี เบอร์โทร และภาพหน้าจอไว้เผื่อต้องใช้แจ้งความ
ถ้าโอนเงินไปแล้วและเริ่มติดต่อไม่ได้
ความเร็วมีผลมากในกรณีนี้ ให้รีบโทรแจ้งธนาคารที่เป็นเจ้าของบัญชีต้นทางทันทีเพื่อขอให้ระงับหรืออายัดเส้นทางการโอนเงินไปยังบัญชีปลายทาง ก่อนที่มิจฉาชีพจะโอนเงินต่อไปยังบัญชีอื่นจนตามยาก
หลังแจ้งธนาคารแล้ว ให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยนำหลักฐานการโอนเงิน ภาพหน้าจอบทสนทนา และชื่อบัญชีปลายทางไปด้วยให้ครบ เอกสารที่ครบถ้วนจะช่วยให้การติดตามคดีเร็วขึ้น
- โทรสายด่วนธนาคารเจ้าของบัญชีทันทีเพื่อขออายัด
- เก็บสลิปโอนเงิน แชทสนทนา และชื่อบัญชีปลายทางให้ครบ
- แจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่หรือช่องทางแจ้งความออนไลน์ของตำรวจ
- แจ้งคนในครอบครัวให้รับรู้สถานการณ์ เพื่อช่วยเฝ้าระวังไม่ให้ถูกหลอกซ้ำจาก “คนช่วยตามเงินคืน” ปลอม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าตำหนิพ่อแม่ว่า “โง่” หรือ “หลงเชื่อง่าย” เมื่อรู้ว่าเกือบถูกหลอกหรือถูกหลอกไปแล้ว เพราะจะยิ่งทำให้ไม่กล้าเล่าเรื่องครั้งต่อไป
- อย่ายึดบัตรประชาชน สมุดบัญชี หรือโทรศัพท์ไปเก็บเองเพื่อ “ป้องกัน” โดยไม่ปรึกษาและได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ก่อน เพราะเป็นการลดทอนสิทธิตัดสินใจของผู้สูงอายุ
- อย่าเชื่อว่าโอนเงินก้อนเล็กแล้วถอนได้จริงหมายความว่าปลอดภัย เพราะเป็นกลลวงมาตรฐานที่ใช้สร้างความเชื่อใจก่อนหลอกก้อนใหญ่
- อย่าใช้เบอร์โทรหรือลิงก์ที่มิจฉาชีพส่งมาในการ “ตรวจสอบ” เพราะมักเป็นเบอร์และเว็บปลอมที่เตรียมไว้รองรับอยู่แล้ว
- อย่ารอให้แน่ใจ 100% ก่อนแจ้งธนาคาร เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปคือโอกาสที่เงินจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีอื่นจนติดตามไม่ได้
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากพ่อแม่มีอาการเครียดรุนแรงจนแน่นหน้าอก หายใจลำบาก เป็นลมหรือหมดสติหลังรู้ตัวว่าถูกหลอก
- ติดต่อธนาคารและแจ้งความภายในวันเดียวกัน หากพบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีต้องสงสัยแล้วและยังติดต่อผู้รับเงินไม่ได้ ยิ่งแจ้งเร็วยิ่งมีโอกาสอายัดเงินได้
- นัดพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือที่ปรึกษาครอบครัวในเร็ว ๆ นี้ หากพ่อแม่รู้สึกอับอายหรือโทษตัวเองรุนแรงจนซึมเศร้าหรือไม่อยากพบใครหลังถูกหลอก
- ถ้าพ่อแม่เพิ่งเริ่มตัดสินใจเรื่องเงินผิดพลาดซ้ำ ๆ ในรูปแบบที่ต่างจากนิสัยเดิมของตัวเองอย่างชัดเจน เช่น ไม่เคยเชื่อคนง่ายมาก่อนแต่เปลี่ยนไปมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความสามารถด้านการรู้คิดร่วมด้วย ไม่ใช่มองว่าเป็นเรื่องความประมาทเพียงอย่างเดียว
- เฝ้าสังเกตและบันทึกไว้ หากพ่อแม่ยังพูดถึงการลงทุนลักษณะนี้อยู่เรื่อย ๆ แม้ยังไม่โอนเงิน ให้จดวันที่ คนที่ชักชวน และแพลตฟอร์มที่ใช้ไว้ เผื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็ว
เช็กลิสต์สรุป
- ค้นชื่อบริษัทหรือแพลตฟอร์มด้วยตัวเอง ไม่ใช้ลิงก์ที่ผู้ชักชวนส่งมา
- ตรวจชื่อบัญชีปลายทางว่าตรงกับชื่อธุรกิจที่อ้างหรือไม่
- ตั้งกติกาในบ้านว่าเงินก้อนใหญ่ต้องปรึกษากันก่อนโอนเสมอ
- บันทึกเบอร์สายด่วนธนาคารของพ่อแม่ไว้ในโทรศัพท์ตัวเองล่วงหน้า
- เก็บภาพหน้าจอบทสนทนาชักชวนลงทุนทุกครั้งที่พบ แม้จะยังไม่โอนเงิน
- ชวนพ่อแม่คุยเรื่องนี้แบบเปิดใจ ไม่ตัดสิน อย่างน้อยเดือนละครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าพ่อแม่ยังไม่ยอมเชื่อว่าถูกหลอก ทั้งที่ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีใบอนุญาตจริง ควรทำอย่างไร
อย่าเร่งให้ยอมรับทันที เพราะการยอมรับว่าถูกหลอกกระทบความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก ให้แสดงหลักฐานอย่างใจเย็น ชวนถามคำถามที่ผู้ชักชวนตอบไม่ได้ เช่น เอกสารใบอนุญาตจริง และให้เวลาพ่อแม่ค่อย ๆ ยอมรับ พร้อมย้ำว่าครอบครัวอยู่ข้างเขาไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร
มีวิธีตรวจสอบว่าบริษัทหรือแอปลงทุนได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่โดยไม่ต้องพึ่งลิงก์ที่ผู้ชักชวนให้มาหรือไม่
ควรค้นหาชื่อเต็มของบริษัทผ่านเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจการเงินที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเอง โดยพิมพ์ชื่อหน่วยงานเข้าไปในเว็บเบราว์เซอร์เอง ไม่กดลิงก์ที่ส่งมาทางไลน์หรือเอสเอ็มเอส เพราะมิจฉาชีพมักทำเว็บปลอมเลียนแบบหน่วยงานจริงไว้รองรับ
ทำไมมิจฉาชีพยอมให้พ่อแม่ถอนเงินก้อนแรกได้จริง ทั้งที่สุดท้ายก็หลอกเอาเงินไปทั้งหมด
การให้ถอนเงินก้อนเล็กได้จริงในช่วงแรกเป็นกลยุทธ์สร้างความเชื่อใจ เมื่อเหยื่อเห็นว่า “ถอนได้จริง” จะยิ่งกล้าลงทุนก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายระบบจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ถอนเงินก้อนใหญ่ได้อีก
ถ้าคนชักชวนลงทุนเป็นคนรู้จักในหมู่บ้านหรือเพื่อนวัด ควรเชื่อมากกว่าคนแปลกหน้าหรือไม่
ไม่ควรใช้ความสนิทสนมเป็นเกณฑ์ตัดสินความน่าเชื่อถือของการลงทุน เพราะแชร์ลูกโซ่จำนวนมากแพร่ผ่านคนรู้จักในวงสังคมเดียวกันเป็นหลัก เนื่องจากความไว้ใจส่วนตัวทำให้คนไม่อยากตรวจสอบซ้ำ ควรแยกความไว้ใจต่อตัวบุคคลออกจากความน่าเชื่อถือของธุรกิจที่ชักชวน
ถ้าสงสัยว่าพ่อแม่กำลังจะโอนเงินให้มิจฉาชีพอยู่ตอนนี้ ควรโทรแจ้งใครก่อน
ถ้ายังไม่โอน ให้รีบพูดคุยเพื่อชะลอการตัดสินใจก่อนเป็นอันดับแรก หากโอนไปแล้วให้โทรแจ้งธนาคารเจ้าของบัญชีต้นทางทันทีเพื่อขออายัดเส้นทางการโอนเงิน จากนั้นจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ความเร็วมีผลต่อโอกาสอายัดเงินได้ทัน
จะช่วยพ่อแม่ป้องกันตัวเองในระยะยาวโดยไม่ทำให้รู้สึกถูกจำกัดอิสระได้อย่างไร
แนะนำให้ตั้งกติการ่วมกันแบบเป็นข้อตกลง ไม่ใช่คำสั่ง เช่น เงินก้อนที่เกินจำนวนหนึ่งต้องปรึกษาครอบครัวก่อนโอนเสมอ พร้อมชวนพูดคุยเรื่องกลโกงใหม่ ๆ เป็นประจำ เพื่อให้พ่อแม่ยังรู้สึกว่าตัดสินใจเรื่องเงินของตัวเองได้ แต่มีระบบตรวจสอบร่วมกัน
สรุป
- กลโกงหลอกลงทุนอาศัยผลตอบแทนสูงผิดปกติ ความเร่งด่วนปลอม และความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุเป็นเครื่องมือหลัก ไม่ใช่ความไม่รู้เทคโนโลยี
- การตรวจสอบชื่อบริษัทและบัญชีปลายทางด้วยตัวเองก่อนโอนเงินคือขั้นตอนที่ป้องกันความเสียหายได้มากที่สุด
- ถ้าเงินถูกโอนไปแล้ว ความเร็วในการแจ้งธนาคารและแจ้งความมีผลโดยตรงต่อโอกาสได้เงินคืน
- การพูดคุยด้วยความเข้าใจแทนการตำหนิ จะทำให้พ่อแม่กล้าเล่าเรื่องนี้กับครอบครัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ในครั้งต่อไป
แหล่งข้อมูล
- แนวทางรู้เท่าทันภัยออนไลน์และกลโกงทางเทคโนโลยี — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยผู้สูงอายุจากการถูกเอาเปรียบ — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- Abuse of older people — financial exploitation as a form of elder abuse — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

หกพฤติกรรมที่ครอบครัวไทยมักทำโดยไม่รู้ตัว จนเปิดช่องให้พ่อแม่ถูกหลอกลงทุนซ้ำ
จุดพลาดที่พบบ่อยในครอบครัวหลังรู้ว่าพ่อแม่เกือบหรือเคยถูกชวนลงทุนผลตอบแทนสูงผิดปกติ ตั้งแต่การเตือนครั้งเดียวแล้วปล่อยผ่าน ไปจนถึงการตำหนิที่ทำให้พ่อแม่ปิดบังครั้งต่อไป

โทรมาอ้างเป็นตำรวจหรือดีเอสไอ บอกว่าพ่อแม่พัวพันคดีฟอกเงิน ควรวางสายและตรวจสอบอย่างไร
วิธีจับสัญญาณสายโทรศัพท์และวิดีโอคอลที่อ้างเป็นตำรวจ ศาล ศุลกากร หรือดีเอสไอ พร้อมขั้นตอนตรวจสอบและตอบสนองแบบปลอดภัยก่อนที่พ่อแม่จะถูกหลอกให้โอนเงินหรือติดตั้งแอปควบคุมหน้าจอ

มิจฉาชีพหลอกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ: ทำไมเตือนพ่อแม่แล้วยังตกเป็นเหยื่อซ้ำ
จุดพลาดที่ครอบครัวมักมองข้ามเมื่อมิจฉาชีพโทรมาอ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งที่เคยเตือนผู้สูงอายุไปแล้ว พร้อมระบบตรวจสอบที่ใช้ได้จริงตอนตกใจ

เผลอโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ผู้สูงอายุและลูกหลานต้องทำอะไรก่อนภายในไม่กี่ชั่วโมง
ลำดับขั้นตอนที่ควรทำทันทีเมื่อผู้สูงอายุโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ตั้งแต่แจ้งธนาคารและตำรวจ ไปจนถึงตรวจสอบโทรศัพท์และป้องกันการตกเป็นเหยื่อซ้ำ