สูงวัยไทย

มิจฉาชีพหลอกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ: ทำไมเตือนพ่อแม่แล้วยังตกเป็นเหยื่อซ้ำ

จุดพลาดที่ครอบครัวมักมองข้ามเมื่อมิจฉาชีพโทรมาอ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งที่เคยเตือนผู้สูงอายุไปแล้ว พร้อมระบบตรวจสอบที่ใช้ได้จริงตอนตกใจ

16 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

Senior woman with gray hair talks on mobile phone against a blue background.

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • มิจฉาชีพที่อ้างเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ศุลกากร มักใช้ความกลัวเรื่องคดีความหรือบัญชีถูกอายัดเพื่อเร่งให้ผู้สูงอายุตัดสินใจก่อนทันตั้งตัว
  • การเตือนเพียงครั้งเดียวว่า “อย่าคุยกับคนแปลกหน้า” ไม่พอ เพราะมิจฉาชีพเปลี่ยนวิธีอ้างตัวอยู่เรื่อย ๆ และปลอมแปลงเบอร์โทรให้ขึ้นเหมือนเบอร์จริงของหน่วยงานได้
  • จุดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในครอบครัวคือไม่มีขั้นตอนตรวจสอบที่ผู้สูงอายุทำได้เองทันทีที่รู้สึกไม่แน่ใจ เช่น วางสายแล้วโทรกลับผ่านเบอร์ที่ค้นหาเอง
  • หน่วยงานราชการจริงจะไม่ขอให้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลเพื่อ “ตรวจสอบ” และไม่ขอรหัส OTP ทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใด
  • หากพลาดโอนเงินไปแล้ว ความเร็วในการแจ้งธนาคารและแจ้งความภายในไม่กี่ชั่วโมงมีผลต่อโอกาสอายัดเงินคืนมากกว่าการโทษตัวเองหรือปิดบังเรื่องไว้

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับลูกหลานและผู้ดูแลที่เคยเตือนพ่อแม่เรื่องมิจฉาชีพแล้ว แต่ยังกังวลว่าคำเตือนไม่เพียงพอ
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่ใช้โทรศัพท์บ้านหรือมือถือเป็นประจำและอยู่คนเดียวในบางช่วงเวลาของวัน
  • เหมาะกับครอบครัวที่เคยมีคนใกล้ตัวเกือบตกเป็นเหยื่อ หรือเพิ่งได้รับสายน่าสงสัย และอยากวางระบบป้องกันซ้ำ
  • ไม่ใช่บทความสำหรับผู้ที่ต้องการขั้นตอนแจ้งความหรือดำเนินคดีทางกฎหมายโดยละเอียด ซึ่งควรติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมคนที่ “รู้แล้ว” ยังหลงเชื่อได้อีก

กลโกงแบบนี้ไม่ได้อาศัยความไม่รู้ของผู้สูงอายุ แต่ถูกออกแบบมาให้ตัดกระบวนการคิดไตร่ตรองตามปกติด้วยความกลัวและความเร่งด่วน มิจฉาชีพมักอ้างว่าบัญชีธนาคารหรือบัตรประชาชนของผู้ฟังพัวพันกับคดีฟอกเงินหรือยาเสพติด แล้วขู่ว่าจะถูกจับหรืออายัดทรัพย์ทันทีหากไม่ให้ความร่วมมือ ความกลัวระดับนี้ทำให้แม้แต่คนที่เคยฟังคำเตือนมาก่อนก็ยังตัดสินใจผิดพลาดได้ในเวลาไม่กี่นาที

อีกปัจจัยที่ครอบครัวมักมองข้ามคือการได้ยินเสื่อมตามวัย (presbycusis) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับผู้สูงอายุจำนวนมากโดยเฉพาะเสียงความถี่สูงและคำพูดที่พูดเร็ว เมื่อมิจฉาชีพพูดเร็ว ใช้ศัพท์ราชการ และคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์ไม่ชัดเจน ผู้ฟังจะจับจุดที่ผิดปกติของบทสนทนาได้ยากขึ้นกว่าปกติ ยิ่งเมื่อรวมกับความเครียดที่ทำให้สมาธิแคบลง โอกาสตั้งคำถามกลับก็ยิ่งน้อยลงไปอีก

รูปแบบที่พบได้บ่อยในไทยมักเริ่มจากการอ้างว่ามีพัสดุผิดกฎหมายส่งในชื่อผู้ฟัง หรือบัญชีธนาคารถูกใช้ในคดี จากนั้นจะขอให้โอนเงินไป “ตรวจสอบ” โดยสัญญาว่าจะคืนให้ภายหลัง พร้อมกำชับว่าห้ามวางสายและห้ามบอกใคร มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีร่วมด้วย ซึ่งเป็นรูปแบบการข่มขู่ที่หน่วยงานราชการจริงไม่ใช้

  • อ้างว่ามีพัสดุผิดกฎหมายหรือของกลางคดีส่งในชื่อผู้ฟัง
  • อ้างว่าบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินหรือยาเสพติด
  • ขอให้โอนเงินไปยัง “บัญชีตรวจสอบ” แล้วสัญญาจะคืนให้
  • ห้ามวางสายและห้ามบอกใครระหว่างสนทนา

จุดที่ครอบครัวมักมองข้ามเมื่อเตือนไปแล้วครั้งเดียว

การจัดการเงินและการสื่อสารทางโทรศัพท์อย่างมีวิจารณญาณจัดอยู่ใน IADL หรือกิจวัตรประจำวันที่ซับซ้อนกว่าการดูแลตัวเองพื้นฐาน เช่น การอาบน้ำหรือแต่งตัว ความสามารถนี้อาจถูกกระทบได้จากความเหนื่อยล้า ความเครียด หรือแรงกดดันเฉพาะหน้า แม้ในผู้สูงอายุที่ปกติจัดการเรื่องเงินได้ดีทุกวัน การเตือนเพียงประโยคเดียวจึงไม่ได้เตรียมสมองให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ออกแบบมาให้ตื่นตระหนกจริง ๆ

มิจฉาชีพจำนวนมากปลอมแปลงหมายเลขที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ให้ตรงกับเบอร์จริงของหน่วยงาน ทำให้ครอบครัวที่เคยสอนว่า “ดูเบอร์ก่อนรับ” กลับยิ่งมั่นใจผิด ๆ ว่าเบอร์ขึ้นตรงคือหลักฐานว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ซึ่งไม่ใช่ความจริงเสมอไป

อีกจุดที่พบบ่อยคือครอบครัวไม่เคยตกลงกติกาไว้ล่วงหน้าว่าจะไม่ตัดสินใจเรื่องเงินทางโทรศัพท์ทันที ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเร่งแค่ไหน ทำให้เมื่อเกิดสถานการณ์จริงผู้สูงอายุต้องตัดสินใจคนเดียวโดยไม่มีกรอบอ้างอิงที่ตกลงกันไว้ก่อน

  • เชื่อว่าเบอร์ที่ขึ้นตรงกับชื่อหน่วยงานคือหลักฐานยืนยันตัวตน
  • ไม่เคยตกลงกติกาห้ามตัดสินใจเรื่องเงินทางโทรศัพท์ทันที
  • ไม่มีเบอร์ฉุกเฉินของลูกหลานที่กดถึงได้ในหนึ่งปุ่ม

เจ้าหน้าที่จริงทำงานอย่างไร ต่างจากมิจฉาชีพตรงไหน

หน่วยงานราชการที่ทำงานเกี่ยวกับคดีความจริงจะไม่เร่งรัดให้โอนเงินหรือขอรหัส OTP ผ่านโทรศัพท์เพื่อ “พิสูจน์ความบริสุทธิ์” กระบวนการทางกฎหมายจริงต้องผ่านเอกสารและการเรียกพบที่สถานีตำรวจหรือหน่วยงานโดยตรง ไม่ใช่การโทรศัพท์ครั้งเดียวแล้วเร่งให้จบภายในไม่กี่นาที

การตรวจสอบตัวตนของผู้โทรด้วยตนเอง เช่น การค้นหาเบอร์จริงของหน่วยงานจากเว็บไซต์ทางการแล้วโทรกลับ ก็เป็นงาน IADL อีกอย่างที่ครอบครัวมักคิดว่าพ่อแม่ทำได้เองโดยไม่ต้องช่วย ทั้งที่ในสถานการณ์ตื่นตระหนกจริง แม้คนที่ใช้เทคโนโลยีคล่องก็ยังทำขั้นตอนนี้ได้ยาก การเตรียมเบอร์จริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้าจึงช่วยได้มากกว่าการคาดหวังให้ค้นหาเองตอนตกใจ

ปัจจุบันมิจฉาชีพบางรายใช้วิดีโอคอลผ่านแอปแชทและใส่เครื่องแบบหรือจัดฉากพื้นหลังให้ดูเหมือนสถานที่ราชการ ครอบครัวจึงไม่ควรใช้ “เห็นหน้าเห็นเครื่องแบบ” เป็นเกณฑ์ยืนยันตัวตนอีกต่อไป

ผลกระทบที่มากกว่าเงินที่เสียไป

ผู้สูงอายุที่เกือบหรือถูกหลอกไปแล้วมักรู้สึกอับอายและกลัวถูกตำหนิ จึงเลือกไม่บอกครอบครัวทันที ความล่าช้านี้เองที่ทำให้พลาดช่วงเวลาสำคัญที่ธนาคารยังพอมีโอกาสอายัดเงินปลายทางได้ทัน ยิ่งปิดบังนานเท่าไร โอกาสตามเงินคืนก็ยิ่งลดลง

หากพบว่าผู้สูงอายุถูกหลอกซ้ำหลายครั้งในระยะเวลาไม่นาน หรือเริ่มจัดการเรื่องเงินและบิลประจำเดือนผิดพลาดบ่อยขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับมิจฉาชีพเลย นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินความสามารถด้านความคิดอย่างเป็นทางการ แยกจากการตกเป็นเหยื่อกลโกงทั่วไปซึ่งเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยและทุกระดับการศึกษา

A distressed senior woman sitting outdoors, holding a cellphone, and showing emotion.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

สร้างขั้นตอนตรวจสอบที่ทำได้แม้กำลังตกใจ

เป้าหมายคือให้ผู้สูงอายุมีขั้นตอนที่จำได้ง่ายและทำได้โดยไม่ต้องคิดวิเคราะห์ซับซ้อนในวินาทีที่ตื่นตระหนก

ฝึกให้วางสายก่อนเสมอเมื่อมีการขอเงินหรือข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์ แล้วค่อยตรวจสอบทีหลังโดยไม่ต้องรีบตัดสินใจระหว่างสาย

  • วางสายทันทีเมื่อมีการขู่เรื่องคดีความหรือขอให้โอนเงินด่วน
  • โทรกลับไปยังเบอร์ที่ค้นหาเองจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงาน ไม่ใช่เบอร์ที่อีกฝ่ายให้มา
  • โทรหาลูกหลานหรือคนที่ไว้ใจก่อนตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับเงิน
  • ไม่ให้เลขบัตรประชาชน รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีธนาคารทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใด

วางระบบป้องกันฝั่งธนาคารและโทรศัพท์ล่วงหน้า

การป้องกันที่ได้ผลจริงต้องตั้งไว้ก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่แก้ปัญหาหลังเสียเงินไปแล้ว

ปรับวงเงินโอนต่อวันในแอปธนาคารให้อยู่ในระดับที่พอใช้จริงแต่ไม่สูงเกินจำเป็น และเปิดการแจ้งเตือนทุกธุรกรรมให้ลูกหลานเห็นความเคลื่อนไหวได้เร็ว

  • ตั้งวงเงินโอนสูงสุดต่อวันในแอปธนาคารให้อยู่ในระดับที่จัดการได้
  • เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมผ่าน SMS หรือแอปธนาคารทุกครั้ง
  • ติดตั้งแอปตรวจสอบและบล็อกเบอร์ต้องสงสัยที่ได้รับความนิยมทั่วไป
  • บันทึกเบอร์สายด่วนธนาคารและเบอร์แจ้งความออนไลน์ไว้ในที่หยิบง่าย

ซ้อมสถานการณ์กับพ่อแม่แบบไม่ทำให้รู้สึกถูกสอน

การซ้อมสถานการณ์ช่วยให้ร่างกายและความคิดคุ้นเคยกับขั้นตอนจนทำได้เองแม้ตกใจ ต่างจากการฟังคำเตือนแบบผ่าน ๆ

ควรชวนคุยด้วยความเคารพ ให้พ่อแม่เล่าประสบการณ์หรือสายที่เคยได้รับก่อน แล้วค่อยเสริมขั้นตอนตรวจสอบร่วมกัน ไม่ใช่การตำหนิว่าทำไมถึงเกือบหลงเชื่อ

  • ลองสมมติสถานการณ์สายหลอกลวงแล้วซ้อมพูด “ขอโทรกลับ” ด้วยกัน
  • เล่าข่าวมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ที่พบล่าสุดให้ฟังเป็นระยะ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว
  • ทบทวนเบอร์ฉุกเฉินของลูกหลานทุกคนร่วมกันทุกสองสามเดือน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • เตือนด้วยประโยคกว้าง ๆ ว่า “อย่าคุยกับคนแปลกหน้า” โดยไม่มีขั้นตอนที่ทำได้จริงเมื่อเผชิญสถานการณ์จริง
  • เชื่อว่าเบอร์โทรที่ขึ้นตรงกับชื่อหน่วยงานคือหลักฐานว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ทั้งที่เบอร์สามารถถูกปลอมแปลงได้
  • ปล่อยให้พ่อแม่อยู่คนเดียวโดยไม่มีเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของลูกหลานที่โทรถึงได้ทันที
  • ตำหนิหรือโทษผู้สูงอายุหลังทราบว่าเกือบหรือโดนหลอกไปแล้ว ทำให้ครั้งต่อไปไม่กล้าบอกครอบครัว
  • รอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยหาวิธีป้องกัน แทนที่จะตั้งวงเงินโอนหรือระบบแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้า
  • คิดว่าการเตือนเพียงครั้งเดียวตอนนี้จะเพียงพอตลอดไป ทั้งที่รูปแบบกลโกงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลมหลังทราบว่าตนเองถูกหลอกเอาเงินไป หรือแสดงท่าทีคิดทำร้ายตัวเอง ไม่ต้องรอให้เรื่องเงินคลี่คลายก่อน
  • หากโอนเงินหรือให้ข้อมูลบัญชี/รหัส OTP ไปแล้ว ให้ติดต่อธนาคารผ่านสายด่วนที่พิมพ์อยู่หลังบัตรหรือในแอปธนาคารทันทีภายในวันเดียวกันเพื่อขออายัดบัญชีปลายทาง
  • แจ้งความกับตำรวจหรือช่องทางแจ้งความออนไลน์ภายในวันเดียวกันที่ทราบเรื่อง เพื่อให้มีหลักฐานประกอบการขอคืนเงินจากธนาคาร
  • หากผู้สูงอายุถูกหลอกซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงเวลาไม่นาน หรือเริ่มจัดการเรื่องเงินผิดพลาดบ่อยขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับมิจฉาชีพ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินความสามารถด้านความคิดภายในไม่กี่สัปดาห์
  • หากยังไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นแต่เริ่มมีสายหรือข้อความน่าสงสัยเข้ามาบ่อย ให้จดวันเวลา เบอร์ที่โทรเข้า และคำพูดที่ใช้ไว้ เพื่อสังเกตรูปแบบและเตรียมแจ้งครอบครัวหากรุนแรงขึ้น

เช็กลิสต์สรุป

  • บันทึกเบอร์ฉุกเฉินของลูกหลานไว้ในหน้าจอโทรศัพท์ที่กดถึงได้ในหนึ่งปุ่ม
  • ตั้งกติกาในบ้านว่าจะไม่ตัดสินใจเรื่องเงินทางโทรศัพท์ทันที ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเร่งแค่ไหน
  • ตกลง “คำถามยืนยันตัวตน” ในครอบครัวที่มีแต่คนในบ้านรู้คำตอบ
  • ตั้งวงเงินโอนสูงสุดต่อวันในแอปธนาคารให้อยู่ในระดับที่จัดการได้
  • เปิดการแจ้งเตือนทุกธุรกรรมผ่าน SMS หรือแอปธนาคาร
  • เก็บเบอร์สายด่วนธนาคารและเบอร์แจ้งความออนไลน์ไว้ในที่หยิบง่าย
  • คุยกับพ่อแม่เรื่องสายหลอกลวงแบบเปิดใจ ไม่ตำหนิ อย่างน้อยเดือนละครั้ง
  • ทบทวนรูปแบบกลโกงใหม่ ๆ ร่วมกันเมื่อมีข่าวหรือคำเตือนจากหน่วยงานทางการ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าเบอร์ที่โทรเข้ามาขึ้นชื่อว่าเป็นเบอร์ของตำรวจหรือธนาคารจริงตามที่ค้นในอินเทอร์เน็ต แปลว่าปลอดภัยหรือไม่

ไม่แน่นอน เพราะมิจฉาชีพสามารถปลอมแปลงหมายเลขที่ปรากฏบนหน้าจอให้ตรงกับเบอร์จริงของหน่วยงานได้ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือวางสายแล้วโทรกลับไปยังเบอร์ที่หน่วยงานนั้นประกาศไว้บนเว็บไซต์ทางการด้วยตนเอง ไม่ใช่เบอร์ที่อีกฝ่ายบอกมาระหว่างสนทนา

ถ้าคุยกับคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ผ่านวิดีโอคอลและเห็นเครื่องแบบชัดเจน เชื่อได้หรือไม่

เห็นเครื่องแบบไม่ใช่หลักฐานยืนยันตัวตน เพราะมิจฉาชีพสามารถจัดฉากพื้นหลังหรือใช้เครื่องแบบปลอมในการวิดีโอคอลได้ หน่วยงานราชการจริงจะไม่ใช้วิดีโอคอลเพื่อเร่งให้โอนเงินหรือขอข้อมูลบัญชีระหว่างสาย

ทำไมพ่อแม่ที่เคยเตือนเรื่องมิจฉาชีพไปแล้วหลายครั้งถึงยังหลงเชื่อได้อีก

เพราะกลโกงถูกออกแบบมาให้ใช้ความกลัวและความเร่งด่วนตัดกระบวนการคิดไตร่ตรองตามปกติ ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้หรือระดับการศึกษา ยิ่งอยู่คนเดียวขณะรับสายและได้ยินไม่ชัดเจนจากสัญญาณโทรศัพท์ ก็ยิ่งตัดสินใจผิดพลาดง่ายขึ้น

ถ้าโอนเงินไปให้มิจฉาชีพแล้ว มีโอกาสได้เงินคืนหรือไม่

ขึ้นอยู่กับความเร็วในการแจ้งธนาคารให้อายัดบัญชีปลายทางก่อนเงินถูกถอนหรือโอนต่อ ควรติดต่อธนาคารและแจ้งความทันทีที่ทราบเรื่องภายในวันเดียวกัน บทความนี้ไม่สามารถยืนยันผลลัพธ์การขอคืนเงินแทนธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

ควรบอกพ่อแม่ให้วางสายทันทีเมื่อมีคนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โทรมาเลยหรือไม่

การวางสายก่อนแล้วค่อยตรวจสอบด้วยเบอร์ที่ค้นหาเองเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการคุยต่อเพื่อพิสูจน์ความจริง เพราะยิ่งคุยนาน มิจฉาชีพยิ่งมีเวลาใช้เทคนิคทางจิตวิทยาเพิ่มแรงกดดัน

ถ้าพ่อแม่โดนหลอกไปแล้วแต่ไม่กล้าบอกครอบครัวเพราะอาย ควรทำอย่างไร

ควรเปิดโอกาสให้พูดโดยไม่ตำหนิ อธิบายว่าการตกเป็นเหยื่อไม่ได้แปลว่าโง่หรือบกพร่อง แต่เกิดจากกลโกงที่ออกแบบมาหลอกคนได้ทุกวัย และยิ่งแจ้งเร็วเท่าไรโอกาสอายัดเงินคืนก็ยิ่งมีมากขึ้น

มีแอปหรือบริการที่ช่วยกรองสายมิจฉาชีพให้พ่อแม่โดยอัตโนมัติหรือไม่

มีแอประบุตัวตนผู้โทรและบล็อกเบอร์ต้องสงสัยที่ได้รับความนิยมทั่วไป ซึ่งช่วยลดจำนวนสายเรียกเข้าที่น่าสงสัยได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถกรองได้ทั้งหมด ครอบครัวจึงยังจำเป็นต้องมีขั้นตอนตรวจสอบด้วยตนเองควบคู่ไปด้วยเสมอ

สรุป

  • มิจฉาชีพที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไม่ได้อาศัยความไม่รู้ของผู้สูงอายุ แต่อาศัยความกลัว ความเร่งรีบ และช่องว่างที่ครอบครัวไม่ได้วางระบบตรวจสอบไว้ล่วงหน้า
  • การป้องกันที่ได้ผลคือการเตรียมขั้นตอนที่ทำได้จริงเมื่อตกใจ ไม่ใช่คำเตือนกว้าง ๆ เพียงครั้งเดียว
  • ความเร็วในการแจ้งธนาคารและตำรวจหลังพลาดสำคัญกว่าการโทษตัวเองหรือปิดบังเรื่องไว้
  • หากพบสัญญาณว่าความสามารถจัดการเงินเปลี่ยนไปมากกว่าการตกเป็นเหยื่อกลโกงทั่วไป ควรพาไปประเมินกับแพทย์อย่างไม่ตีตรา

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ได้ข้อความอ้างเป็นลูกหลานขอเงินด่วน ผู้สูงอายุควรตั้งสติทำอย่างไรก่อนโอน
tech-safety

ได้ข้อความอ้างเป็นลูกหลานขอเงินด่วน ผู้สูงอายุควรตั้งสติทำอย่างไรก่อนโอน

คู่มือรับมือเมื่อมีคนอ้างเป็นลูกหลานทัก LINE หรือโทรมาขอเงินด่วนฉุกเฉิน พร้อมขั้นตอนยืนยันตัวตนที่มิจฉาชีพเลียนแบบไม่ได้และวิธีป้องกันบัญชีถูกสวมรอย

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
ทำไมครอบครัวยังพลาดโอนเงินให้ “ลูกหลานปลอม” ทาง LINE ทั้งที่เคยคุยเรื่องมิจฉาชีพกันแล้ว
tech-safety

ทำไมครอบครัวยังพลาดโอนเงินให้ “ลูกหลานปลอม” ทาง LINE ทั้งที่เคยคุยเรื่องมิจฉาชีพกันแล้ว

จุดพลาดที่ครอบครัวไทยมักมองข้ามเมื่อมิจฉาชีพสวมรอยเป็นลูกหลานขอเงินด่วนผ่าน LINE หรือโทรศัพท์ พร้อมวิธีแก้ระบบป้องกันในบ้านให้ใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
SMS ปลอมถึงผู้สูงอายุ: จุดพลาดที่ครอบครัวมักมองข้ามจนเสียเงิน
tech-safety

SMS ปลอมถึงผู้สูงอายุ: จุดพลาดที่ครอบครัวมักมองข้ามจนเสียเงิน

รวมจุดพลาดที่ครอบครัวไทยมักมองข้ามเมื่อผู้สูงอายุได้รับ SMS ปลอม ตั้งแต่แบบ SMS ที่หลอกง่ายที่สุดไปจนถึงพฤติกรรมของคนใกล้ตัวที่เผลอเปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าถึง

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 17 นาที
เสียงปลายสายที่อ้างเป็นตำรวจหรือธนาคาร: วิธีสังเกตสายโทรศัพท์หลอกลวงในผู้สูงอายุ
tech-safety

เสียงปลายสายที่อ้างเป็นตำรวจหรือธนาคาร: วิธีสังเกตสายโทรศัพท์หลอกลวงในผู้สูงอายุ

คู่มือสำหรับผู้สูงอายุและครอบครัวในการฟังออกว่าสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นตำรวจ ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการกำลังหลอกลวง พร้อมขั้นตอนรับมือระหว่างสายและวิธีวางระบบป้องกันร่วมกันในบ้านล่วงหน้า

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 16 นาที