สูงวัยไทย
วิธีใช้ LINE ให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งค่าและสังเกตอย่างไรไม่ให้ถูกหลอก
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
วิธีใช้ LINE ให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งค่าและสังเกตอย่างไรไม่ให้ถูกหลอก
การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวพื้นฐานและการฝึกสังเกตสัญญาณบัญชีปลอมหรือถูกขโมย คือสองเรื่องที่ช่วยลดความเสี่ยงถูกหลอกผ่าน LINE ได้มากที่สุด โดยไม่ต้องพึ่งความรู้ด้านเทคนิคเชิงลึก
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Anna Shvets / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- บัญชีทางการปลอมที่แอบอ้างธนาคารหรือหน่วยงานรัฐเป็นรูปแบบการหลอกลวงทาง LINE ที่พบบ่อยที่สุด ควรตรวจสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนก่อนเชื่อข้อความใด ๆ เสมอ
- ถ้ามีคนทักมาขอยืมเงินหรือขอรหัส OTP ผ่าน LINE แม้จะใช้รูปโปรไฟล์และชื่อของคนรู้จัก ให้โทรคุยด้วยเสียงจริงก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง เพราะบัญชีอาจถูกขโมยไปแล้ว
- การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวพื้นฐาน เช่น ปิดการเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติจาก QR หรือเบอร์โทร ช่วยลดโอกาสถูกคนแปลกหน้าทักมาตั้งแต่ต้นทาง
- ข้อความส่งต่อในกลุ่มไลน์ครอบครัวหรือเพื่อนเก่าที่อ้างสรรพคุณรักษาโรคหรือโอกาสลงทุนพิเศษ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนเชื่อหรือส่งต่อให้คนอื่น
- ถ้าสงสัยว่ากำลังคุยอยู่กับมิจฉาชีพ ให้หยุดพิมพ์หรือโอนเงินทันที แล้วปรึกษาคนในครอบครัวก่อนตัดสินใจทำอะไรต่อ
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่เริ่มใช้ LINE เป็นช่องทางหลักในการติดต่อครอบครัว เพื่อน หรือหน่วยงานต่าง ๆ และต้องการรู้วิธีใช้งานให้ปลอดภัยขึ้น
- เหมาะกับลูกหลานที่ต้องการวิธีอธิบายการตั้งค่าความปลอดภัยให้พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายเข้าใจง่าย โดยไม่ต้องใช้ศัพท์เทคนิค
- เหมาะกับครอบครัวที่เคยเจอข้อความต้องสงสัยผ่าน LINE มาก่อน และต้องการวางระบบตรวจสอบร่วมกันในบ้าน
- ไม่ใช่บทความสำหรับผู้ที่บัญชีถูกขโมยไปแล้วและต้องการขั้นตอนกู้คืนบัญชีโดยละเอียด เรื่องนั้นมีบทความแยกต่างหากที่ตรงประเด็นกว่า
สิ่งที่ควรรู้
บัญชีทางการปลอมที่แอบอ้างเป็นธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ
รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือมิจฉาชีพสร้างบัญชี LINE ให้หน้าตาคล้ายบัญชีทางการของธนาคาร หน่วยงานรัฐ หรือบริษัทขนส่ง ใช้โลโก้และชื่อใกล้เคียงของจริงมาก แล้วทักมาแจ้งว่าบัญชีมีปัญหา มีพัสดุตกค้าง หรือมีสิทธิ์รับเงินคืน จากนั้นขอให้กดลิงก์หรือกรอกข้อมูลส่วนตัวรวมถึงรหัส OTP
บัญชีทางการของจริงบน LINE จะมีสัญลักษณ์ยืนยันตัวตน เช่น ป้ายโล่สีเขียวข้างชื่อบัญชี หากไม่มีสัญลักษณ์นี้หรือดูไม่แน่ใจ ควรถือว่าเป็นบัญชีต้องสงสัยไว้ก่อน และไม่กดลิงก์หรือให้ข้อมูลใด ๆ จนกว่าจะตรวจสอบผ่านช่องทางทางการอื่นได้แล้ว
- ตรวจสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนข้างชื่อบัญชีก่อนเชื่อข้อความ
- ไม่กดลิงก์จากบัญชีที่ไม่มีสัญลักษณ์ยืนยันตัวตน
- โทรสอบถามหน่วยงานผ่านเบอร์ทางการแทนการตอบกลับในแชท
เมื่อบัญชีเพื่อนหรือญาติถูกขโมย ข้อความอาจไม่ใช่คนที่เรารู้จักอีกต่อไป
มิจฉาชีพบางรายไม่ได้สร้างบัญชีปลอมขึ้นใหม่ แต่ขโมยบัญชี LINE ของคนจริงมาใช้ต่อ มักเกิดจากการกดลิงก์ปลอมที่ขอให้ล็อกอินซ้ำ หรือสแกน QR code ที่ดูเหมือนใช้เข้าคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นแต่จริง ๆ เป็นการโอนสิทธิ์เข้าบัญชีให้คนร้าย เมื่อขโมยบัญชีสำเร็จ คนร้ายจะทักไปหาเพื่อนในลิสต์ทุกคนเพื่อขอยืมเงินด่วน
จุดสังเกตคือน้ำเสียงการพิมพ์ที่เปลี่ยนไปจากที่คุ้นเคย เร่งรัดผิดปกติ อ้างเหตุฉุกเฉินที่ต้องโอนเงินทันที และมักขอให้โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ไม่เคยใช้มาก่อน หากพบลักษณะนี้ควรโทรคุยด้วยเสียงจริงเพื่อยืนยันตัวตนก่อนโอนเงินทุกครั้ง ไม่ว่าข้อความจะดูเร่งด่วนแค่ไหน
- สังเกตน้ำเสียงการพิมพ์ที่เปลี่ยนไปจากปกติ
- ระวังการขอโอนเงินเข้าบัญชีใหม่ที่ไม่เคยใช้
- โทรคุยด้วยเสียงจริงก่อนโอนเงินทุกครั้งที่มีการขอผ่านแชท
ข้อความส่งต่อในกลุ่มที่ดูน่าเชื่อถือแต่ไม่มีแหล่งอ้างอิงจริง
กลุ่มไลน์ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกันเป็นช่องทางที่ข้อความหลอกลวงแพร่กระจายเร็วมาก เพราะความไว้ใจในกลุ่มทำให้คนอ่านข้ามขั้นตอนตรวจสอบไปเลย ข้อความลักษณะนี้มักอ้างสรรพคุณอาหารเสริมที่รักษาโรคได้ทุกชนิด โอกาสลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ หรือข่าวปลอมด้านสุขภาพที่ทำให้ตื่นตระหนกจนต้องรีบส่งต่อเตือนคนอื่น
ก่อนเชื่อหรือส่งต่อข้อความใดในกลุ่ม ควรถามตัวเองว่าข้อความนี้บอกแหล่งที่มาชัดเจนหรือไม่ เป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบได้จริงหรือไม่ และมีคำเร่งให้แชร์ด่วนหรือเปล่า ถ้ามีลักษณะเร่งรัดร่วมกับการอ้างสรรพคุณเกินจริง ให้สันนิษฐานว่าเป็นข้อความหลอกลวงไว้ก่อน
- ตรวจแหล่งที่มาของข้อความก่อนเชื่อหรือส่งต่อ
- ระวังข้อความที่อ้างสรรพคุณรักษาโรคได้ทุกชนิด
- สงสัยข้อความที่เร่งให้แชร์หรือตัดสินใจทันที
ทำไมผู้สูงอายุบางคนตกเป็นเป้าหมายง่ายกว่าที่คิด
สายตายาวตามวัย หรือ presbyopia คือภาวะที่กล้ามเนื้อตาปรับโฟกัสได้ช้าลงตามอายุ ทำให้อ่านตัวหนังสือขนาดเล็กบนหน้าจอโทรศัพท์ได้ยากขึ้น หลายครั้งผู้สูงอายุจึงมองข้ามรายละเอียดสำคัญ เช่น สัญลักษณ์ยืนยันตัวตน หรือข้อความเตือนก่อนกดยืนยันการทำรายการ เพราะอ่านไม่ทันหรืออ่านข้ามไปเลย
อีกปัจจัยหนึ่งคือภาวะการรู้คิดถดถอยระยะเริ่มต้น หรือ mild cognitive impairment ซึ่งเป็นภาวะที่ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลซับซ้อนและตัดสินใจภายใต้ความกดดันช้าลงกว่าปกติ แต่ยังไม่ถึงระดับสมองเสื่อม ผู้ที่มีภาวะนี้อาจตัดสินใจเร็วขึ้นเมื่อเจอข้อความเร่งรัดโดยไม่ทันได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสองปัจจัยนี้ไม่ใช่ความผิดของผู้สูงอายุเอง แต่เป็นเหตุผลที่ครอบครัวควรช่วยตั้งค่าและวางระบบป้องกันล่วงหน้า แทนที่จะปล่อยให้ตัดสินใจคนเดียว
- ตัวหนังสือเล็กบนหน้าจอทำให้มองข้ามสัญลักษณ์เตือนได้ง่าย
- ความกดดันจากข้อความเร่งรัดอาจทำให้ตัดสินใจเร็วเกินไป
- ครอบครัวควรช่วยตั้งค่าและวางระบบป้องกันล่วงหน้า ไม่ใช่ปล่อยให้ตัดสินใจคนเดียว

รูปภาพโดย Anna Shvets / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวพื้นฐานในแอป LINE ทีละขั้นตอน
เริ่มจากเข้าเมนูตั้งค่าในแอป LINE แล้วปิดการเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติจากเบอร์โทรศัพท์และจากการสแกน QR code ที่ไม่ได้ตั้งใจ วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่คนแปลกหน้าจะเพิ่มบัญชีเป็นเพื่อนโดยที่ผู้สูงอายุไม่รู้ตัว จากนั้นตั้งรหัส PIN สำหรับเข้าแอปเพื่อป้องกันคนอื่นเปิดเครื่องแล้วเข้าถึงแชทได้ทันที
ควรตรวจสอบด้วยว่ามีอุปกรณ์อื่นล็อกอินเข้าบัญชีเดียวกันอยู่หรือไม่ผ่านเมนูอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ หากพบเครื่องที่ไม่คุ้นเคย ให้ออกจากระบบอุปกรณ์นั้นทันทีและเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี ขั้นตอนทั้งหมดนี้ทำครั้งเดียวแล้วใช้ได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องทำซ้ำทุกวัน
- ปิดการเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติจาก QR code และเบอร์โทรศัพท์
- ตั้งรหัส PIN สำหรับเข้าแอป
- ตรวจสอบและออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่คุ้นเคย
ฝึกสังเกตสัญญาณบัญชีปลอมหรือถูกขโมยก่อนตอบกลับ
ฝึกให้ผู้สูงอายุในบ้านสังเกตสามจุดหลักก่อนเชื่อข้อความใด ๆ คือสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนของบัญชี น้ำเสียงการพิมพ์ที่คุ้นเคยหรือเปลี่ยนไป และความเร่งรัดผิดปกติของข้อความ การฝึกนี้ควรทำเป็นบทสนทนาสั้น ๆ ไม่ใช่การท่องจำกฎ เช่น ลองยกตัวอย่างข้อความจริงที่เคยเจอมาคุยกันว่าจุดไหนน่าสงสัย
หากไม่แน่ใจว่าข้อความใดน่าเชื่อถือหรือไม่ ควรตั้งเป็นกติกาง่าย ๆ ในบ้านว่าให้ถามคนในครอบครัวก่อนตอบกลับหรือกดลิงก์เสมอ แทนที่จะตัดสินใจคนเดียวในตอนที่รู้สึกกดดัน
- ฝึกดูสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนของบัญชีก่อนเชื่อ
- ฝึกสังเกตน้ำเสียงการพิมพ์ที่เปลี่ยนไป
- ตั้งกติกาถามครอบครัวก่อนตอบกลับข้อความที่ไม่แน่ใจ
วางระบบตรวจสอบซ้ำในครอบครัวก่อนโอนเงินหรือกดลิงก์
ตกลงกันล่วงหน้าในครอบครัวว่าธุรกรรมทางการเงินใดที่ขอผ่าน LINE จะต้องโทรคุยด้วยเสียงจริงยืนยันก่อนเสมอ ไม่ว่าผู้ขอจะดูเป็นใครก็ตาม กติกานี้ควรตั้งไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้สูงอายุจำได้และไม่รู้สึกอึดอัดเวลาต้องปฏิเสธคำขอที่ดูเร่งด่วน
หากพบบัญชีหรือข้อความต้องสงสัย ให้ใช้ฟังก์ชันบล็อกและรายงานในแอป LINE ทันที วิธีนี้ช่วยป้องกันทั้งตัวเองและช่วยให้ LINE ตรวจสอบบัญชีต้องสงสัยได้เร็วขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียมารยาทหากปิดกั้นบัญชีที่ดูน่าสงสัย เพราะความปลอดภัยสำคัญกว่าความเกรงใจ
- ตกลงกติกาโทรยืนยันด้วยเสียงก่อนโอนเงินทุกครั้ง
- ใช้ฟังก์ชันบล็อกและรายงานบัญชีต้องสงสัยทันที
- ทบทวนกติกาครอบครัวซ้ำเป็นระยะ ไม่ใช่ตั้งไว้ครั้งเดียวแล้วลืม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่ากดลิงก์ในข้อความส่งต่อที่ไม่รู้แหล่งที่มา แม้จะมาจากคนรู้จักในกลุ่มไลน์ที่ไว้ใจ
- อย่าให้รหัส OTP หรือรหัสผ่านกับใครทาง LINE ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นธนาคารหรือหน่วยงานใด
- อย่าเพิ่มเพื่อนหรือสแกน QR code จากคนแปลกหน้าที่ทักมาโดยไม่รู้จักมาก่อน
- อย่าโอนเงินให้ใครทาง LINE โดยไม่โทรคุยด้วยเสียงจริงยืนยันตัวตนก่อน แม้จะเป็นคนในครอบครัว
- อย่าเชื่อข้อความที่เร่งให้ตัดสินใจเร็ว เช่น ด่วนที่สุดหรือจำกัดเวลา เพราะเป็นกลยุทธ์ทั่วไปของมิจฉาชีพ
- อย่าปิดบังไม่ให้ครอบครัวรู้เมื่อสงสัยว่าถูกหลอก ความอายจะทำให้แก้ปัญหาได้ช้าลง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- หากหลังรู้ตัวว่าโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ผู้สูงอายุมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่นรุนแรง หายใจไม่ทัน หรือเป็นลมหมดสติจากความเครียดเฉียบพลัน ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอจัดการเรื่องเงินก่อน
- หากโอนเงินหรือให้ข้อมูล OTP ไปแล้ว ให้ติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชีและแจ้งความกับตำรวจภายในวันเดียวกัน ยิ่งแจ้งเร็วโอกาสอายัดเงินคืนยิ่งสูง
- หากไม่แน่ใจว่าการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในเครื่องของผู้สูงอายุปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ ควรนัดเวลาช่วยตรวจสอบและตั้งค่าร่วมกันในเร็ว ๆ นี้
- หากพบข้อความหรือบัญชีต้องสงสัยแต่ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น ให้บันทึกภาพหน้าจอและรายละเอียดไว้เผื่อใช้อ้างอิงหรือเตือนคนอื่นในครอบครัวภายหลัง
เช็กลิสต์สรุป
- ปิดการเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติจาก QR code และเบอร์โทรศัพท์แล้ว
- ตั้งรหัส PIN สำหรับเข้าแอป LINE แล้ว
- ตรวจสอบและออกจากระบบอุปกรณ์ที่ไม่คุ้นเคยแล้ว
- รู้วิธีตรวจสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนของบัญชีทางการแล้ว
- ตกลงกับครอบครัวแล้วว่าจะโทรคุยด้วยเสียงก่อนโอนเงินทุกครั้ง
- รู้วิธีบล็อกและรายงานบัญชีต้องสงสัยแล้ว
- เก็บเบอร์สายด่วนธนาคารและตำรวจไว้ในที่หยิบใช้ง่ายแล้ว
- พูดคุยกับผู้สูงอายุในบ้านเรื่องสัญญาณข้อความหลอกลวงแบบไม่ตำหนิแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
จะรู้ได้อย่างไรว่าบัญชี LINE ของธนาคารหรือหน่วยงานที่ทักมาเป็นของจริง
ให้ตรวจสัญลักษณ์ยืนยันตัวตน ซึ่งมักเป็นป้ายโล่สีเขียวข้างชื่อบัญชี หากไม่มีสัญลักษณ์นี้หรือไม่แน่ใจ ควรถือว่าเป็นบัญชีต้องสงสัยไว้ก่อน และโทรสอบถามหน่วยงานผ่านเบอร์ทางการแทนการตอบกลับหรือกดลิงก์ในแชท
ถ้าญาติทักมาขอยืมเงินผ่าน LINE แบบเร่งด่วน ควรทำอย่างไรก่อนโอน
ควรโทรคุยด้วยเสียงจริงเพื่อยืนยันตัวตนก่อนโอนเงินทุกครั้ง แม้จะเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท เพราะบัญชีอาจถูกขโมยไปแล้วโดยที่เจ้าของตัวจริงไม่รู้ตัว การโทรยืนยันใช้เวลาไม่กี่นาทีแต่ช่วยป้องกันความเสียหายได้มาก
ตั้งค่าปิดการเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติใน LINE ยากหรือไม่ ผู้สูงอายุทำเองได้ไหม
ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ทำในเมนูตั้งค่าของแอปครั้งเดียวแล้วใช้ได้ต่อเนื่อง ผู้สูงอายุบางคนทำเองได้หากมีคำแนะนำทีละขั้นตอน แต่หลายครอบครัวพบว่าการนั่งทำร่วมกันครั้งแรกช่วยให้เข้าใจเหตุผลของแต่ละการตั้งค่าและจำวิธีแก้ไขในอนาคตได้ดีกว่า
ข้อความในกลุ่มไลน์ครอบครัวที่บอกว่าสมุนไพรชนิดหนึ่งรักษาโรคได้ทุกอย่าง ควรเชื่อหรือไม่
ไม่ควรเชื่อหรือส่งต่อโดยไม่ตรวจสอบ ข้อความที่อ้างว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งรักษาโรคได้ทุกชนิดมักเป็นสัญญาณของข้อมูลเท็จ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาว่าเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบได้จริงหรือไม่ก่อนเชื่อหรือส่งต่อให้คนอื่นในกลุ่ม
ถ้าเผลอกดลิงก์ต้องสงสัยไปแล้วแต่ยังไม่ได้กรอกข้อมูลอะไร ต้องทำอะไรทันที
ให้ปิดหน้าเว็บหรือแอปที่เปิดขึ้นมาทันทีโดยไม่กรอกข้อมูลใด ๆ จากนั้นเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี LINE และบัญชีอื่นที่ใช้รหัสผ่านเดียวกัน หากไม่แน่ใจว่ามีข้อมูลรั่วไหลไปแล้วหรือไม่ ควรปรึกษาคนในครอบครัวหรือติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยเพิ่มเติม
การบล็อกบัญชีต้องสงสัยใน LINE จะทำให้บัญชีจริงของคนคนนั้นถูกลบไปด้วยหรือไม่
ไม่ การบล็อกเป็นการหยุดไม่ให้บัญชีนั้นติดต่อเรา ไม่ได้ลบหรือทำอันตรายบัญชีของฝ่ายตรงข้าม หากบัญชีที่ถูกขโมยเป็นของคนรู้จักจริง เจ้าของตัวจริงยังสามารถกู้คืนบัญชีของตนเองได้ตามปกติผ่านช่องทางของ LINE
ควรพูดคุยเรื่องความปลอดภัยใน LINE กับผู้สูงอายุในบ้านบ่อยแค่ไหน
ควรพูดคุยเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ เพราะรูปแบบการหลอกลวงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ การพูดคุยแบบไม่ตำหนิเมื่อเจอข้อความต้องสงสัยจริง จะช่วยให้ผู้สูงอายุกล้าปรึกษาครอบครัวทันทีแทนการปิดบังเพราะอาย
สรุป
- ความปลอดภัยใน LINE เริ่มจากการตั้งค่าพื้นฐานที่ทำครั้งเดียวและการสังเกตสัญญาณผิดปกติก่อนตอบกลับหรือโอนเงิน
- บัญชีที่หน้าตาเหมือนคนรู้จักอาจไม่ใช่ตัวจริงเสมอไป การโทรคุยด้วยเสียงจริงคือวิธีตรวจสอบที่เชื่อถือได้ที่สุด
- ครอบครัวควรตกลงกันล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไรเมื่อมีข้อความขอเงินหรือข้อมูลส่วนตัวผ่าน LINE เพื่อไม่ต้องตัดสินใจคนเดียวตอนตื่นตระหนก
- ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ความเร็วในการแจ้งธนาคารและตำรวจสำคัญกว่าความอาย
แหล่งข้อมูล
- แนวทางรู้เท่าทันภัยไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์สำหรับประชาชน — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางป้องกันภัยทางการเงินและการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบนแอปพลิเคชันสื่อสาร — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนทักไลน์ขอยืมเงินกะทันหัน กับบัญชีทางการปลอม: ผู้สูงอายุตรวจสอบอย่างไรให้ทัน
คู่มือสังเกตและรับมือบัญชีไลน์ปลอมสามแบบที่พบบ่อยกับผู้สูงอายุไทย ตั้งแต่บัญชีทางการปลอม บัญชีเพื่อนที่ถูกแฮ็ก ไปจนถึงกลุ่มลงทุนปลอม พร้อมขั้นตอนตรวจสอบก่อนโอนเงินทุกครั้ง

ทำไมครอบครัวยังเปิดช่องให้บัญชีไลน์ผู้สูงอายุถูกแฮ็กซ้ำ ทั้งที่เคยเตือนแล้ว
จุดพลาดด้านความปลอดภัยที่ครอบครัวไทยมักมองข้ามจนบัญชีไลน์ของผู้สูงอายุถูกแฮ็กซ้ำ ตั้งแต่การตั้งรหัสผ่าน ระบบยืนยันตัวตน ไปจนถึงพฤติกรรมรับเพื่อนใหม่ที่เปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าถึง

7 จุดพลาดเรื่องโทรฉุกเฉินที่บ้านผู้สูงอายุมักมองข้าม จนช่วยไม่ทันเวลา
หลายบ้านคิดว่ามีโทรศัพท์ให้ผู้สูงอายุพกติดตัวก็เพียงพอแล้ว แต่จุดพลาดเล็ก ๆ เช่นหน้าจอล็อก เบอร์โปรดที่ไม่เคยตั้ง หรือไม่เคยซ้อมบอกที่อยู่ อาจทำให้ช่วยไม่ทันในวินาทีที่สำคัญที่สุด