สูงวัยไทย

เช็กลิสต์ตรวจสอบเมื่อมีคนอ้างเป็นลูกหลานทักขอเงินด่วน ผู้สูงอายุและครอบครัวควรดูอะไรบ้าง

เช็กลิสต์ให้ผู้สูงอายุและครอบครัวตรวจสอบร่วมกัน ครอบคลุมการตั้งค่าบัญชี LINE แอปธนาคาร ข้อมูลที่ไม่ควรเผยแพร่ และรอบทบทวนที่ทำได้จริง เพื่อลดโอกาสถูกมิจฉาชีพสวมรอยเป็นลูกหลานหลอกขอเงิน

15 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

Elderly couple handling credit card transaction on smartphone indoors.

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • เช็กลิสต์นี้แบ่งเป็นสี่กลุ่มที่ควรตรวจร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุกับคนในครอบครัว คือ การตั้งค่าบัญชี LINE การตั้งค่าแอปธนาคาร ข้อมูลที่ไม่ควรเผยแพร่ต่อสาธารณะ และรอบทบทวนตรวจสอบซ้ำ
  • ควรทำเช็กลิสต์นี้ร่วมกันแบบนั่งคุยต่อหน้า ไม่ใช่ส่งให้พ่อแม่อ่านคนเดียว เพราะบางรายการต้องอาศัยการตั้งค่าในเครื่องจริงและการอธิบายเหตุผลไปพร้อมกัน
  • เช็กลิสต์นี้ไม่ใช่การรับประกันว่าจะไม่ถูกหลอกอีก แต่ช่วยลดจุดอ่อนที่มิจฉาชีพมักใช้ประโยชน์ เช่น บัญชีที่ไม่มีการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน หรือข้อมูลครอบครัวที่เปิดเผยต่อสาธารณะมากเกินไป
  • หากกำลังมีข้อความหรือสายอ้างเป็นลูกหลานขอเงินด่วนอยู่ในขณะนี้ ให้ข้ามเช็กลิสต์นี้ไปดูหัวข้อระดับความเร่งด่วนด้านล่างก่อน

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้สูงอายุและครอบครัวที่ต้องการตรวจสอบตัวเองว่ามีจุดอ่อนใดบ้างที่มิจฉาชีพอ้างเป็นลูกหลานอาจใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อนหรือไม่
  • เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการเครื่องมือทบทวนเป็นระยะ ไม่ใช่แค่อ่านครั้งเดียว เพราะการตั้งค่าความปลอดภัยต้องตรวจซ้ำเมื่อเปลี่ยนเครื่องหรือแอปอัปเดต
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสคริปต์พูดคุยระหว่างมีสายมิจฉาชีพอยู่ตรงหน้า กรณีนั้นควรอ่านคู่มือรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินโดยตรงแทนการไล่เช็กลิสต์
  • ไม่ใช่เช็กลิสต์สำหรับตรวจสอบการลงทุนหรือสินเชื่อ เพราะกลโกงกลุ่มนั้นมีจุดสังเกตต่างออกไปและควรอ่านคู่มือเฉพาะเรื่องแทน

สิ่งที่ควรรู้

กลุ่มที่ 1 เช็กลิสต์บัญชี LINE ที่มิจฉาชีพมักใช้สวมรอย

บัญชี LINE เป็นช่องทางหลักที่มิจฉาชีพใช้ปลอมตัวเป็นลูกหลาน เพราะสามารถปลอมรูปโปรไฟล์และชื่อให้คล้ายบัญชีจริงได้ง่าย การตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชี LINE จึงเป็นด่านแรกที่ควรทำ โดยเฉพาะการเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอนซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้าบัญชีได้แม้จะรู้รหัสผ่าน

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือการตั้งค่าว่าใครสามารถเพิ่มเป็นเพื่อนหรือเห็นข้อมูลโปรไฟล์ได้บ้าง หากเปิดสาธารณะทั้งหมด มิจฉาชีพจะเห็นรายชื่อเพื่อนและรูปครอบครัว ทำให้สร้างเรื่องหลอกได้สมจริงมากขึ้น

  • เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนในบัญชี LINE ของทั้งผู้สูงอายุและลูกหลาน
  • ตรวจสอบว่าใครสามารถเพิ่มเป็นเพื่อนหรือค้นหาบัญชีเจอได้บ้าง
  • ปิดการแสดงเบอร์โทรศัพท์เป็นสาธารณะในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
  • ตรวจรายชื่อเพื่อนเป็นระยะว่ามีบัญชีแปลกหน้าที่ไม่รู้จักเพิ่มเข้ามาหรือไม่

กลุ่มที่ 2 เช็กลิสต์แอปธนาคารและการโอนเงิน

แอปธนาคารเป็นด่านสุดท้ายก่อนเงินจะออกจากบัญชีจริง การตั้งวงเงินโอนสูงสุดต่อวันให้อยู่ในระดับที่ยอมรับความเสียหายได้จึงสำคัญมาก แม้พ่อแม่จะหลงเชื่อในช่วงตกใจก็ยังมีเพดานความเสียหายที่จำกัดไว้ล่วงหน้า

ควรตรวจด้วยว่าเครื่องโทรศัพท์ไม่มีแอปควบคุมหน้าจอระยะไกลที่ไม่ได้ใช้งานประจำติดตั้งอยู่ เพราะมิจฉาชีพบางกลุ่มหลอกให้ติดตั้งแอปลักษณะนี้โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ แล้วเข้าควบคุมหน้าจอเพื่อโอนเงินเอง

  • ตั้งวงเงินโอนสูงสุดต่อวันให้อยู่ในระดับรับความเสียหายได้
  • ตรวจว่าไม่มีแอปควบคุมหน้าจอระยะไกลที่ไม่รู้จักติดตั้งอยู่
  • ตั้งค่าให้แอปธนาคารต้องยืนยันตัวตนซ้ำก่อนโอนเงินจำนวนมาก
  • จดเบอร์ธนาคารสายด่วนอายัดบัญชีติดไว้ใกล้โทรศัพท์

กลุ่มที่ 3 เช็กลิสต์ข้อมูลที่ไม่ควรเผยแพร่ต่อสาธารณะ

มิจฉาชีพมักใช้ข้อมูลที่ครอบครัวโพสต์บนโซเชียลมีเดียมาสร้างเรื่องให้สมจริง เช่น ภาพหลานเดินทางต่างประเทศที่ทำให้อ้างได้ว่าเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่ต่างแดน หรือภาพเข้าโรงพยาบาลที่นำมาอ้างเป็นค่ารักษาฉุกเฉิน ครอบครัวจึงควรทบทวนว่าโพสต์อะไรบ้างที่เปิดเผยตารางชีวิตของลูกหลานมากเกินไป

สายตายาวตามวัย หรือ presbyopia ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากอ่านข้อความหรือชื่อบัญชีขนาดเล็กบนหน้าจอโทรศัพท์ได้ไม่ชัด จึงอาจไม่ทันสังเกตว่าชื่อบัญชีหรือรูปโปรไฟล์ที่ทักมาต่างจากของจริงเพียงเล็กน้อย เช่น สะกดชื่อผิดหนึ่งตัวอักษร การตั้งขนาดตัวอักษรในแอปให้ใหญ่ขึ้นจึงช่วยลดความเสี่ยงข้อนี้ได้จริง

  • ทบทวนโพสต์ที่เปิดเผยว่าลูกหลานอยู่ต่างประเทศหรือเดินทางอยู่
  • หลีกเลี่ยงโพสต์ภาพเข้าโรงพยาบาลหรือเหตุฉุกเฉินแบบเปิดเผยรายละเอียด
  • ตั้งขนาดตัวอักษรในแอปให้ใหญ่พอสังเกตความผิดปกติของชื่อบัญชี
  • ตรวจสอบว่าใครมองเห็นโพสต์เกี่ยวกับตารางชีวิตประจำวันของครอบครัวได้บ้าง

กลุ่มที่ 4 เช็กลิสต์การตรวจสอบตัวเป็นระยะในครอบครัว

การใช้ LINE และแอปธนาคารอย่างปลอดภัยจัดอยู่ในกลุ่มความสามารถ IADL หรือกิจวัตรประจำวันที่ซับซ้อน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหนื่อยล้า ความเครียด หรือสุขภาพในแต่ละช่วง เช็กลิสต์ที่ทำครั้งเดียวจึงไม่เพียงพอ ควรมีรอบทบทวนที่แน่นอน เช่น ทุกหกเดือนหรือทุกครั้งที่เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์

การนัดคุยทบทวนเช็กลิสต์ควรเป็นบรรยากาศปกติ ไม่ใช่ทำเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ตื่นตระหนก เพื่อให้พ่อแม่รู้สึกว่าเป็นกิจวัตรความปลอดภัยของครอบครัว ไม่ใช่การถูกจับผิด

  • กำหนดรอบทบทวนเช็กลิสต์ทั้งหมดทุกหกเดือนเป็นอย่างน้อย
  • ทบทวนทันทีที่เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์หรือแอปอัปเดตใหญ่
  • นัดคุยทบทวนในบรรยากาศปกติ ไม่ใช่หลังเกิดเหตุการณ์เท่านั้น
Diverse glad couple in warm outerwear using mobile phone near door of building on street

รูปภาพโดย Keira Burton / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นตอนที่ 1 นั่งทำเช็กลิสต์ร่วมกันทั้งบ้านในครั้งแรก

เลือกเวลาที่ทุกคนในบ้านว่างพร้อมกัน แล้วไล่ตรวจเช็กลิสต์ทีละกลุ่มพร้อมกับตั้งค่าจริงในเครื่อง ไม่ใช่แค่พูดคุยเฉย ๆ เพราะบางรายการ เช่น การเปิดยืนยันตัวตนสองขั้นตอน ต้องมีคนช่วยกดตั้งค่าให้จริง

ให้พ่อแม่เป็นคนกดยืนยันขั้นตอนสำคัญด้วยตัวเองทุกครั้งที่ทำได้ เพื่อให้เข้าใจว่าเครื่องของตัวเองมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง แทนที่ลูกหลานจะยึดเครื่องไปตั้งค่าให้ทั้งหมดโดยไม่อธิบาย

  • เลือกเวลาที่ทุกคนในบ้านว่างพร้อมกันอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
  • ตั้งค่าจริงในเครื่องไปพร้อมกับไล่เช็กลิสต์ ไม่ใช่แค่พูดคุย
  • ให้พ่อแม่เป็นคนกดยืนยันขั้นตอนสำคัญด้วยตัวเอง

ขั้นตอนที่ 2 ทดสอบระบบด้วยสถานการณ์จำลอง

หลังตั้งค่าเช็กลิสต์ครบแล้ว ลองจำลองสถานการณ์ส่งข้อความทดสอบจากบัญชีอื่นที่ไม่คุ้นเคยเพื่อดูว่าพ่อแม่จำขั้นตอนการตรวจสอบได้จริงหรือไม่ เช่น ถามคำถามยืนยันตัวตนหรือโทรกลับด้วยเบอร์เดิมก่อนทำอะไรต่อ

การซ้อมแบบนี้ควรทำด้วยน้ำเสียงชวนเล่นไม่ใช่การทดสอบเพื่อจับผิด และควรชมเมื่อพ่อแม่ทำขั้นตอนถูกต้อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารับมือได้จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

  • ทดลองส่งข้อความจำลองจากบัญชีที่ไม่คุ้นเคย
  • สังเกตว่าพ่อแม่ใช้ขั้นตอนตรวจสอบที่ตกลงกันไว้หรือไม่
  • ชมและให้กำลังใจเมื่อรับมือได้ถูกต้อง ไม่ใช่จับผิด

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดรอบทบทวนและผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่มเช็กลิสต์

มอบหมายให้สมาชิกในครอบครัวคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบติดตามแต่ละกลุ่มของเช็กลิสต์ เช่น คนหนึ่งดูแลเรื่องบัญชี LINE อีกคนดูแลเรื่องแอปธนาคาร เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่ที่คนเดียวและลดโอกาสที่บางรายการจะถูกลืมทบทวน

บันทึกวันที่ทบทวนล่าสุดของแต่ละกลุ่มไว้ในที่ที่ทุกคนเห็นได้ เช่น ปฏิทินครอบครัวหรือกลุ่มแชท เพื่อให้รู้ว่าถึงรอบทบทวนใหม่เมื่อไร

  • แบ่งความรับผิดชอบแต่ละกลุ่มเช็กลิสต์ให้สมาชิกในครอบครัว
  • บันทึกวันที่ทบทวนล่าสุดไว้ในที่ทุกคนเห็นได้
  • ตั้งเตือนล่วงหน้าก่อนถึงรอบทบทวนใหม่ทุกหกเดือน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ส่งเช็กลิสต์ให้พ่อแม่อ่านคนเดียวโดยไม่ช่วยตั้งค่าจริงในเครื่อง
  • ทำเช็กลิสต์เพียงครั้งเดียวแล้วไม่ทบทวนซ้ำ ทั้งที่แอปและกลอ้างของมิจฉาชีพเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
  • ทดสอบสถานการณ์จำลองด้วยน้ำเสียงจับผิดจนพ่อแม่รู้สึกอับอายหรือไม่กล้าทำผิดพลาดตรงหน้าลูกหลาน
  • มองข้ามการตรวจสอบว่าลูกหลานเองก็ตั้งค่าความปลอดภัยบัญชีตัวเองแล้วหรือยัง เพราะบัญชีลูกหลานเองก็ถูกสวมรอยได้
  • คิดว่าเช็กลิสต์นี้ใช้ได้กับทุกกลอ้างของมิจฉาชีพ ทั้งที่กลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือกลอ้างชวนลงทุนมีจุดสังเกตต่างออกไปและต้องอ่านคู่มือเฉพาะเรื่องเพิ่มเติม

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุมีอาการทางกายรุนแรงระหว่างตรวจเช็กลิสต์หรือหลังรู้ตัวว่าถูกหลอกไปแล้ว เช่น เจ็บแน่นหน้าอกหรือเป็นลมหมดสติ
  • หากกำลังมีข้อความหรือสายอ้างเป็นลูกหลานขอเงินด่วนอยู่ในขณะนี้ ให้หยุดการทำเช็กลิสต์นี้ก่อน แล้ววางสายหรือหยุดแชททันทีเพื่อโทรยืนยันกับลูกหลานตัวจริง
  • หากตรวจพบว่ามีการโอนเงินไปแล้วระหว่างทำเช็กลิสต์นี้ ให้ติดต่อธนาคารขออายัดบัญชีปลายทางและแจ้งความภายในวันเดียวกัน
  • หากพบว่าบัญชี LINE ถูกสวมรอยหรือมีการเพิ่มเพื่อนแปลกหน้าจำนวนมากผิดปกติ ควรเปลี่ยนรหัสผ่านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ภายในสัปดาห์นี้
  • หากทำเช็กลิสต์แล้วพบว่าพ่อแม่จำขั้นตอนตรวจสอบไม่ได้ซ้ำหลายครั้งแม้ฝึกซ้อมแล้ว ควรจดบันทึกไว้และปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความสามารถด้าน IADL ในนัดถัดไป

เช็กลิสต์สรุป

  • เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนในบัญชี LINE ของทุกคนในครอบครัว
  • ปิดการแสดงเบอร์โทรศัพท์และข้อมูลส่วนตัวเป็นสาธารณะ
  • ตั้งวงเงินโอนสูงสุดต่อวันในแอปธนาคารให้อยู่ในระดับรับความเสียหายได้
  • ตรวจว่าไม่มีแอปควบคุมหน้าจอระยะไกลที่ไม่รู้จักติดตั้งอยู่ในเครื่อง
  • ทบทวนโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่เปิดเผยตารางชีวิตของลูกหลานมากเกินไป
  • ตั้งขนาดตัวอักษรในแอปให้ใหญ่พอสังเกตความผิดปกติของชื่อบัญชี
  • ทดสอบระบบด้วยสถานการณ์จำลองอย่างน้อยหนึ่งครั้งหลังตั้งค่าเสร็จ
  • กำหนดผู้รับผิดชอบและวันทบทวนเช็กลิสต์ครั้งถัดไปทุกหกเดือน

คำถามที่พบบ่อย

ควรทำเช็กลิสต์นี้ซ้ำบ่อยแค่ไหน

ควรทบทวนอย่างน้อยทุกหกเดือน และทำใหม่ทันทีที่เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ เปลี่ยนเบอร์ หรือแอป LINE และแอปธนาคารมีการอัปเดตใหญ่ที่เปลี่ยนหน้าตาการตั้งค่า เพราะบางรายการอาจย้ายตำแหน่งเมนูไปจากเดิม

ถ้าครอบครัวอยู่คนละบ้านกับพ่อแม่ จะทำเช็กลิสต์ร่วมกันได้อย่างไร

สามารถใช้การโทรวิดีโอคอลพาพ่อแม่ไล่ตั้งค่าไปทีละขั้นตอนได้ แต่หากเป็นไปได้ควรมีอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่ลูกหลานไปตั้งค่าให้ถึงบ้าน เพราะบางรายการ เช่น การตรวจแอปที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง ทำผ่านวิดีโอคอลได้ยากกว่าการดูเครื่องจริง

เช็กลิสต์นี้ใช้ป้องกันกลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้ด้วยหรือไม่

บางรายการใช้ร่วมกันได้ เช่น การตั้งวงเงินโอนสูงสุดต่อวันและการตรวจแอปควบคุมหน้าจอระยะไกล แต่กลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมีจุดสังเกตเฉพาะ เช่น การตรวจสอบเบอร์ทางการของหน่วยงาน ซึ่งควรอ่านคู่มือเตรียมระบบป้องกันสำหรับกรณีนั้นแยกต่างหาก

ถ้าพ่อแม่ไม่ถนัดใช้สมาร์ทโฟนเลย เช็กลิสต์นี้ยังจำเป็นหรือไม่

กลุ่มเช็กลิสต์เรื่องบัญชี LINE และแอปธนาคารอาจไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่กลุ่มเรื่องข้อมูลที่ไม่ควรเผยแพร่และการทบทวนเป็นระยะยังจำเป็นอยู่ เพราะมิจฉาชีพยังหลอกผ่านโทรศัพท์ธรรมดาได้เช่นกัน ควรปรับเช็กลิสต์ให้เหลือเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับวิธีที่พ่อแม่ใช้ชีวิตจริง

ทำไมต้องให้พ่อแม่กดตั้งค่าเองแทนที่ลูกหลานจะทำให้เสร็จจะได้เร็วกว่า

การให้พ่อแม่กดตั้งค่าเองช่วยให้เข้าใจว่าเครื่องของตัวเองมีอะไรเปลี่ยนไป และจำขั้นตอนได้เมื่อต้องแก้ไขเองในอนาคตโดยไม่มีลูกหลานอยู่ด้วย หากลูกหลานทำให้ทั้งหมดโดยไม่อธิบาย พ่อแม่อาจไม่รู้วิธีตรวจสอบซ้ำเมื่อสงสัยว่าการตั้งค่าเปลี่ยนไปหรือไม่

ถ้าทำเช็กลิสต์ครบทุกข้อแล้ว ยังต้องกังวลเรื่องนี้อยู่อีกไหม

ยังต้องระวังอยู่ เพราะเช็กลิสต์นี้ลดจุดอ่อนที่มิจฉาชีพมักใช้ประโยชน์ได้มาก แต่ไม่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ กลอ้างใหม่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ การทบทวนเป็นระยะและการสังเกตสัญญาณผิดปกติในชีวิตประจำวันยังสำคัญควบคู่กันไป

สรุป

  • เช็กลิสต์นี้แบ่งเป็นสี่กลุ่มหลักคือ บัญชี LINE แอปธนาคาร ข้อมูลที่ไม่ควรเผยแพร่ และรอบทบทวนเป็นระยะ ซึ่งควรทำร่วมกันทั้งบ้านไม่ใช่ให้พ่อแม่ทำคนเดียว
  • การตั้งค่าความปลอดภัยเพียงครั้งเดียวไม่เพียงพอ เพราะความสามารถในการใช้แอปอย่างปลอดภัยเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพร่างกายและจิตใจในแต่ละช่วง
  • การทดสอบด้วยสถานการณ์จำลองด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจ ช่วยให้พ่อแม่มั่นใจว่ารับมือได้จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ไม่ใช่แค่ท่องจำทฤษฎี
  • เช็กลิสต์นี้ลดความเสี่ยงได้มาก แต่ไม่ใช่การรับประกัน ครอบครัวยังต้องคอยสังเกตสัญญาณผิดปกติและพร้อมช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุจริง

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อมีคนอ้างเป็นลูกหลานหลอกขอเงินพ่อแม่ ครอบครัวควรดูแลและจัดการอย่างไรให้ปลอดภัยต่อเนื่อง
tech-safety

เมื่อมีคนอ้างเป็นลูกหลานหลอกขอเงินพ่อแม่ ครอบครัวควรดูแลและจัดการอย่างไรให้ปลอดภัยต่อเนื่อง

วิธีจัดระบบครอบครัวเมื่อพ่อแม่เคยหรือเกือบถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นลูกหลานหลอกขอเงินผ่าน LINE หรือโทรศัพท์ ตั้งแต่การรักษาศักดิ์ศรี การพูดคุยโดยไม่ตำหนิ ไปจนถึงระบบป้องกันไม่ให้ถูกเลือกเป็นเป้าหมายซ้ำ

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 16 นาที
ได้ข้อความอ้างเป็นลูกหลานขอเงินด่วน ผู้สูงอายุควรตั้งสติทำอย่างไรก่อนโอน
tech-safety

ได้ข้อความอ้างเป็นลูกหลานขอเงินด่วน ผู้สูงอายุควรตั้งสติทำอย่างไรก่อนโอน

คู่มือรับมือเมื่อมีคนอ้างเป็นลูกหลานทัก LINE หรือโทรมาขอเงินด่วนฉุกเฉิน พร้อมขั้นตอนยืนยันตัวตนที่มิจฉาชีพเลียนแบบไม่ได้และวิธีป้องกันบัญชีถูกสวมรอย

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
ทำไมครอบครัวยังพลาดโอนเงินให้ “ลูกหลานปลอม” ทาง LINE ทั้งที่เคยคุยเรื่องมิจฉาชีพกันแล้ว
tech-safety

ทำไมครอบครัวยังพลาดโอนเงินให้ “ลูกหลานปลอม” ทาง LINE ทั้งที่เคยคุยเรื่องมิจฉาชีพกันแล้ว

จุดพลาดที่ครอบครัวไทยมักมองข้ามเมื่อมิจฉาชีพสวมรอยเป็นลูกหลานขอเงินด่วนผ่าน LINE หรือโทรศัพท์ พร้อมวิธีแก้ระบบป้องกันในบ้านให้ใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
มิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ละบ้านควรเตรียมระบบป้องกันแบบไหนให้เหมาะกับพ่อแม่
tech-safety

มิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ละบ้านควรเตรียมระบบป้องกันแบบไหนให้เหมาะกับพ่อแม่

คู่มือช่วยครอบครัวเลือกมาตรการป้องกันมิจฉาชีพที่อ้างเป็นตำรวจ ศาล หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ให้เหมาะกับสภาพบ้านจริง เช่น พ่อแม่อยู่คนเดียวหรือไม่ ใช้สมาร์ทโฟนหรือไม่ และเคยเกือบถูกหลอกมาก่อนหรือไม่

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 17 นาที