สูงวัยไทย
จุดพลาดที่ครอบครัวผู้สูงอายุมักมองข้ามเวลาตั้งเสียงโทรศัพท์ จนเปิดช่องให้มิจฉาชีพง่ายขึ้น
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
จุดพลาดที่ครอบครัวผู้สูงอายุมักมองข้ามเวลาตั้งเสียงโทรศัพท์ จนเปิดช่องให้มิจฉาชีพง่ายขึ้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวตั้งเสียงเรียกเข้าและเสียงแจ้งเตือนให้ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ใช้เสียงเดียวกันทุกเบอร์ไปจนถึงปิดเสียงแจ้งเตือนธนาคาร ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Nothing Ahead / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือตั้งเสียงเรียกเข้าดังสุดเท่ากันทุกเบอร์ ทำให้ผู้สูงอายุแยกไม่ออกว่าเป็นสายลูกหลานหรือสายมิจฉาชีพ และต้องรีบรับทุกครั้งเพราะกลัวพลาดสายสำคัญ
- อีกจุดที่มองข้ามคือปิดเสียงแจ้งเตือนแอปธนาคารเพราะคิดว่าเป็นสแปม ทำให้พลาดข้อความแจ้งธุรกรรมผิดปกติจริง
- ครอบครัวจำนวนมากตั้งค่าเสร็จแล้วไม่เคยทดสอบกับผู้สูงอายุจริง จึงไม่รู้ว่าที่ตั้งไว้ว่า “ดังพอ” ในความคิดของลูกหลาน ผู้สูงอายุอาจไม่ได้ยินเลย
- การปล่อยให้ผู้สูงอายุปิดเสียงโทรศัพท์ทั้งหมดหลังเจอสายมิจฉาชีพถี่ ๆ เป็นการแก้ปัญหาที่สร้างปัญหาใหม่ เพราะพลาดสายจากคนที่ไว้ใจได้ไปด้วย
- ไม่มีใครในบ้านจดไว้ว่าเคยตั้งค่าอะไรบ้าง ทำให้แก้ไขซ้ำหรือย้อนกลับไม่ได้เมื่อเครื่องอัปเดตหรือเปลี่ยนมือผู้ดูแล
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับลูกหลานหรือผู้ดูแลที่เคยตั้งเสียงโทรศัพท์ให้ผู้สูงอายุไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังพบว่าพลาดสายบ่อยหรือเจอสายมิจฉาชีพซ้ำ
- เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้ดูแลหลายคนผลัดกันช่วยตั้งค่า และอยากตรวจสอบว่าใครเคยตั้งอะไรพลาดไปบ้าง
- ไม่เหมาะกับผู้ที่ยังไม่เคยตั้งค่าอะไรเลยและต้องการคู่มือเริ่มต้นจากศูนย์ ควรอ่านคู่มือตั้งค่าเสียงโทรศัพท์ฉบับเริ่มต้นก่อน
- ไม่ใช่คำแนะนำเรื่องวิธีสังเกตข้อความหรือสายหลอกลวงโดยตรง แต่เน้นเฉพาะจุดพลาดด้านการตั้งค่าเสียงที่ทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้นโดยไม่มีใครตั้งใจ
สิ่งที่ควรรู้
พลาดเพราะตั้งเสียงเรียกเข้าเสียงเดียวให้ทุกคน
การใช้โทรศัพท์เป็นหนึ่งใน IADL หรือกิจวัตรประจำวันที่ซับซ้อนขึ้น การรับสายให้ปลอดภัยจึงต้องอาศัยการแยกแยะ ไม่ใช่แค่การได้ยิน เมื่อทุกเบอร์ดังเสียงเดียวกันหมด ผู้สูงอายุจะไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่าสายที่กำลังเข้ามาเป็นคนคุ้นเคยหรือเบอร์แปลก และมักลงเอยด้วยการรีบรับทุกสายเพราะกลัวพลาดคนสำคัญ
จุดนี้เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดของครอบครัว เพราะมองว่าการตั้งเสียงเรียกเข้าเป็นเรื่องความชอบส่วนตัวมากกว่าเรื่องความปลอดภัย ทั้งที่จริงแล้วเสียงเรียกเข้าที่แยกกลุ่มคนได้ชัดเจนคือด่านแรกที่ช่วยให้ผู้สูงอายุตัดสินใจได้เร็วขึ้นก่อนรับสาย
พลาดเพราะปิดเสียงแจ้งเตือนที่ควรได้ยินที่สุด
เมื่อแอปธนาคารส่งเสียงแจ้งเตือนถี่จนน่ารำคาญ ทางลัดที่ครอบครัวมักเลือกคือปิดเสียงแจ้งเตือนทั้งแอปไปเลย โดยไม่รู้ว่ากำลังปิดช่องทางเดียวที่จะทำให้ผู้สูงอายุรู้ตัวเร็วที่สุดหากมีรายการผิดปกติเกิดขึ้นกับบัญชี ความผิดพลาดนี้มักเกิดตอนที่ผู้ดูแลรีบตั้งค่าให้เสร็จโดยไม่แยกว่าจะปิดเฉพาะแจ้งเตือนโฆษณาหรือแจ้งเตือนธุรกรรม
ปัญหาคล้ายกันเกิดกับเสียงเตือนนัดหมายหรือกิจวัตรอื่นในเครื่องเดียวกัน เมื่อผู้ดูแลปิดเสียงแจ้งเตือนรวมทั้งหมดเพื่อความเงียบ อาจกระทบไปถึงเสียงเตือนนัดพบแพทย์หรือเสียงเตือนที่ตั้งไว้เพื่อช่วยจำกิจวัตรประจำวันโดยไม่ได้ตั้งใจ
พลาดเพราะตั้งครั้งเดียวแล้วไม่เคยทดสอบซ้ำ
หลายครอบครัวตั้งค่าเสียงให้เสร็จในครั้งเดียวโดยอิงจากความรู้สึกของลูกหลานเองว่า “แบบนี้ดังพอแล้ว” แล้วไม่เคยกลับมาทดสอบกับผู้สูงอายุจริงอีกเลย ทั้งที่การได้ยินอาจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน สภาพอากาศ หรือแม้แต่การใส่เครื่องช่วยฟังในวันนั้นหรือไม่
อีกจุดที่มองข้ามคือการอัปเดตระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ ซึ่งบางครั้งรีเซ็ตค่าเสียงบางส่วนกลับไปเป็นค่าเริ่มต้นโดยไม่แจ้งเตือนผู้ใช้ให้ทราบ ครอบครัวที่ตั้งค่าไว้แล้ววางใจว่าจะคงอยู่ตลอดไป มักไม่รู้ตัวจนกว่าจะพลาดสายสำคัญไปแล้ว
พลาดเพราะแก้ปัญหาด้วยการปิดเสียงทั้งหมด
เมื่อผู้สูงอายุเจอสายมิจฉาชีพโทรกวนซ้ำ ๆ จนเหนื่อยใจ ทางออกที่ดูง่ายที่สุดในสายตาของทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลที่กำลังเหนื่อยล้าคือปิดเสียงเรียกเข้าไปเลยทั้งหมด วิธีนี้แก้ความรำคาญได้จริงในระยะสั้น แต่สร้างความเสี่ยงใหม่ในระยะยาว เพราะตัดขาดตัวเองจากสายจากลูกหลาน โรงพยาบาล หรือผู้ดูแลสำรองไปพร้อมกัน
ผู้ดูแลที่รับภาระหลายอย่างพร้อมกันมักไม่มีเวลากลับมาแก้ปัญหานี้อย่างละเอียด จึงปล่อยให้การปิดเสียงทั้งหมดกลายเป็นทางแก้ถาวรโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่การกรองสายเฉพาะเบอร์แปลกให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันโดยไม่ต้องเสียสายสำคัญไปด้วย

รูปภาพโดย dumitru B / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ตรวจสอบการตั้งค่าปัจจุบันทีละเครื่อง
เริ่มจากเปิดโทรศัพท์ของผู้สูงอายุแล้วไล่ดูทีละหัวข้อ ตั้งแต่เสียงเรียกเข้าโดยรวม เสียงเฉพาะรายชื่อ เสียงแจ้งเตือนแต่ละแอป ไปจนถึงโหมดห้ามรบกวน เพื่อดูว่าจุดไหนถูกปิดไปโดยไม่ตั้งใจหรือยังเป็นค่าเริ่มต้นที่ไม่เคยปรับเลย
จดสิ่งที่พบไว้เป็นรายการสั้น ๆ เพื่อให้ผู้ดูแลคนอื่นในบ้านรู้ว่าจุดใดต้องแก้ไข แทนที่จะแก้ไปพร้อมกันจนจำไม่ได้ว่าเปลี่ยนอะไรไปแล้วบ้าง
- ตรวจเสียงเรียกเข้าโดยรวมและเสียงเฉพาะรายชื่อ
- ตรวจเสียงแจ้งเตือนของแอปธนาคารและแอปข้อความ
- ตรวจโหมดห้ามรบกวนว่าเปิดอยู่หรือไม่
แก้ทีละจุดแทนการรื้อใหม่ทั้งหมด
เมื่อพบจุดพลาดหลายจุดพร้อมกัน ไม่ควรรื้อการตั้งค่าทั้งหมดในคราวเดียว เพราะผู้สูงอายุจะต้องปรับตัวกับเสียงใหม่ทั้งหมดพร้อมกันซึ่งสร้างความสับสนมากกว่าช่วย ให้เลือกแก้จุดที่กระทบความปลอดภัยมากที่สุดก่อน เช่น เปิดเสียงแจ้งเตือนธนาคารกลับมา แล้วค่อยตามด้วยจุดอื่น
ระหว่างแก้แต่ละจุด ให้อธิบายให้ผู้สูงอายุเข้าใจเหตุผลสั้น ๆ ว่าทำไมถึงเปลี่ยน ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแล้วเดินจากไป เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่ายังมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องของตัวเอง
- แก้จุดที่กระทบความปลอดภัยก่อนเสมอ เช่น เสียงแจ้งเตือนธนาคาร
- อธิบายเหตุผลสั้น ๆ ทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลง
- เว้นระยะให้ผู้สูงอายุคุ้นเคยก่อนแก้จุดถัดไป
นัดเวลาทดสอบสายจริงร่วมกับผู้สูงอายุ
หลังแก้ไขแต่ละจุด ควรนัดเวลาให้คนในครอบครัวโทรทดสอบจริงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ไม่ใช่แค่เปิดเสียงในเมนูตั้งค่าแล้วฟังจากมือถือเครื่องเดียวกัน เพราะเสียงที่ได้ยินจากเมนูกับเสียงที่ได้ยินตอนมีสายเข้าจริงอาจต่างกัน
ควรทดสอบในช่วงเวลาและสถานที่ที่ผู้สูงอายุอยู่บ่อยที่สุด และถามความรู้สึกตรง ๆ ว่าได้ยินชัดหรือไม่ ไม่ใช่แค่ถามว่าดังหรือไม่
- โทรทดสอบจริงจากเบอร์ในรายชื่อสำคัญ
- ทดสอบในตำแหน่งและช่วงเวลาที่ใช้งานจริง
- ถามความรู้สึกของผู้สูงอายุโดยตรงหลังทดสอบ
บันทึกการตั้งค่าไว้ให้ผู้ดูแลคนอื่นรู้
เขียนสรุปสั้น ๆ ว่าเครื่องนี้ตั้งเสียงอะไรไว้บ้าง เช่น ใครมีเสียงเฉพาะ โหมดห้ามรบกวนเปิดช่วงไหน และแอปใดที่ต้องคงเสียงแจ้งเตือนไว้เสมอ เก็บไว้ในที่ที่ผู้ดูแลคนอื่นในบ้านหาเจอได้ง่าย
การมีบันทึกนี้ช่วยให้เมื่อสลับคนดูแลหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ ไม่ต้องเริ่มไล่หาจุดพลาดใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น
- จดรายชื่อที่มีเสียงเฉพาะและเหตุผล
- จดช่วงเวลาโหมดห้ามรบกวนและรายชื่อที่โทรผ่านได้
- เก็บบันทึกไว้ในที่ที่ผู้ดูแลคนอื่นเข้าถึงได้
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ตั้งเสียงเรียกเข้าเดียวกันหมดทุกคนในสมุดโทรศัพท์ โดยไม่แยกกลุ่มคนสำคัญออกจากเบอร์ทั่วไป
- ปิดเสียงแจ้งเตือนแอปธนาคารหรือแอปเตือนนัดหมายทั้งหมดเพียงเพราะรำคาญเสียงเตือนที่ไม่จำเป็น
- ตั้งค่าเสร็จแล้วไม่เคยทดสอบกับผู้สูงอายุจริง เชื่อตามความรู้สึกของลูกหลานเองว่าดังพอแล้ว
- ปล่อยให้ผู้สูงอายุปิดเสียงเรียกเข้าถาวรหลังเจอสายมิจฉาชีพ แทนที่จะแก้ด้วยการกรองสายเฉพาะเบอร์แปลก
- ไม่มีใครในครอบครัวจดว่าตั้งค่าอะไรไว้บ้าง ทำให้แก้ไขซ้ำไม่ได้เมื่อเครื่องอัปเดตหรือเปลี่ยนมือผู้ดูแล
- มองว่าปัญหาคือ “หูไม่ดี” อย่างเดียวโดยไม่ตรวจสอบก่อนว่าตั้งค่าผิดช่องเสียงหรือถูกปิดไปโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุมีอาการแน่นหน้าอก ใจสั่นรุนแรง หรือหมดสติหลังรับสายมิจฉาชีพที่ทำให้ตกใจรุนแรง หรือหูดับข้างใดข้างหนึ่งกะทันหันภายในไม่กี่ชั่วโมง
- ติดต่อธนาคารผ่านสายด่วนที่ค้นหาเองภายในวันเดียวกัน หากพบว่าผู้สูงอายุเผลอกดลิงก์หรือให้ข้อมูลบัญชีไปแล้วเพราะพลาดสังเกตว่าเป็นสายหรือข้อความแปลก
- นัดพบผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินเร็ว ๆ นี้ หากแก้ทุกจุดที่ตั้งค่าผิดแล้วผู้สูงอายุยังไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ชัดเจนต่อเนื่องหลายสัปดาห์
- นัดคุยกับผู้ดูแลคนอื่นในครอบครัวเร็ว ๆ นี้เช่นกัน หากพบว่าจุดพลาดเกิดจากไม่มีใครรับผิดชอบตั้งค่าให้ชัดเจน เพื่อแบ่งหน้าที่ให้ตรงคนก่อนเกิดความเสียหายซ้ำ
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกทุกครั้งที่พบจุดตั้งค่าผิดพลาดใหม่ เพื่อรวบรวมไว้ทบทวนพร้อมกันแทนการแก้ทีละครั้งแบบเร่งรีบ
เช็กลิสต์สรุป
- ตรวจว่าเสียงแจ้งเตือนแอปธนาคารยังเปิดอยู่หรือไม่
- ตรวจว่าคนสำคัญมีเสียงเรียกเข้าเฉพาะครบทุกคน
- ตรวจว่าโหมดห้ามรบกวนไม่ได้ปิดกั้นสายจากครอบครัว
- ทดสอบสายจริงกับผู้สูงอายุอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- จดรายการตั้งค่าไว้ให้ผู้ดูแลคนอื่นอ่านได้
- ตรวจซ้ำหลังทุกครั้งที่เครื่องอัปเดตระบบ
- ถามผู้สูงอายุว่าพลาดสายหรือสับสนสายบ่อยแค่ไหนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
คำถามที่พบบ่อย
ตั้งเสียงแจ้งเตือนแอปธนาคารไว้แล้ว แต่ผู้สูงอายุยังพลาดข้อความสำคัญ เกิดจากอะไรได้บ้าง
อาจเกิดจากการอัปเดตระบบปฏิบัติการที่รีเซ็ตค่าเสียงบางส่วนกลับเป็นค่าเริ่มต้นโดยไม่แจ้งเตือน หรือแอปมีการตั้งค่าแจ้งเตือนแยกย่อยที่ต้องเปิดเพิ่มอีกชั้นหนึ่งนอกจากการตั้งค่าเสียงของเครื่อง ควรเข้าไปตรวจสอบในเมนูของแอปธนาคารโดยตรงอีกครั้ง
ถ้าผู้ดูแลหลายคนผลัดกันตั้งค่า จะรู้ได้อย่างไรว่าใครทำอะไรพลาดไปบ้าง
แนะนำให้จดบันทึกสั้น ๆ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า เช่น วันที่ ผู้ที่แก้ไข และเหตุผล เก็บไว้ในที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ วิธีนี้ช่วยลดความสับสนและป้องกันการแก้ไขซ้ำซ้อนที่อาจย้อนกลับไปเป็นจุดพลาดเดิม
ปิดเสียงแจ้งเตือนทั้งหมดตอนกลางคืนเพื่อให้ผู้สูงอายุนอนหลับสนิท ทำได้ไหม
ทำได้หากใช้โหมดห้ามรบกวนแบบมีเงื่อนไขแทนการปิดเสียงทั้งหมด โดยยังเปิดช่องพิเศษให้สายจากรายชื่อสำคัญโทรผ่านเข้ามาได้เสมอ การปิดเสียงทั้งหมดแบบไม่มีข้อยกเว้นเป็นจุดพลาดที่ทำให้พลาดสายฉุกเฉินจากครอบครัวไปด้วย
จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้สูงอายุเริ่มไม่กล้ารับสายเพราะกลัวมิจฉาชีพ ไม่ใช่เพราะไม่ได้ยิน
สังเกตจากพฤติกรรม เช่น เห็นสายเข้าแล้วไม่รับทั้งที่โทรศัพท์ดังชัดเจน หรือพูดถึงความกังวลเรื่องถูกหลอกบ่อยขึ้น ต่างจากกรณีไม่ได้ยินซึ่งมักไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายเข้า การพูดคุยตรง ๆ กับผู้สูงอายุจะช่วยแยกสาเหตุได้ชัดกว่าเดา
ตั้งเสียงเรียกเข้าเฉพาะให้ลูกหลานแล้ว ยังต้องเปิดฟีเจอร์กรองสายเบอร์แปลกอีกไหม
ยังจำเป็นอยู่ เพราะเสียงเฉพาะช่วยให้จำแนกคนสำคัญได้ แต่ไม่ได้ลดจำนวนสายมิจฉาชีพที่โทรเข้ามา การเปิดฟีเจอร์กรองสายเบอร์แปลกช่วยลดความถี่ของการถูกรบกวนไปพร้อมกันอีกชั้นหนึ่ง
ถ้าผู้สูงอายุใช้โทรศัพท์ปุ่มกดรุ่นเก่าที่ไม่มีฟีเจอร์เหล่านี้ จะแก้จุดพลาดเรื่องเสียงได้อย่างไร
โทรศัพท์ปุ่มกดหลายรุ่นยังตั้งเสียงเรียกเข้าต่อเบอร์ได้แม้ไม่ละเอียดเท่าสมาร์ทโฟน ควรตรวจคู่มือเครื่องนั้นโดยเฉพาะ และเน้นให้ครอบครัวช่วยจดจำนวนสายแปลกที่โทรเข้าบ่อยแทน เพื่อแจ้งเตือนผู้สูงอายุด้วยวาจาเป็นระยะแทนระบบอัตโนมัติ
ควรให้ผู้สูงอายุตั้งค่าเสียงเองหรือให้ลูกหลานตั้งให้ทั้งหมด
ควรทำร่วมกัน ให้ผู้สูงอายุมีส่วนเลือกโทนเสียงและตัดสินใจว่าใครควรอยู่ในรายชื่อพิเศษ เพื่อรักษาความรู้สึกเป็นเจ้าของการตัดสินใจ ลูกหลานทำหน้าที่ช่วยเรื่องขั้นตอนทางเทคนิคที่ซับซ้อนกว่าเท่านั้น
สรุป
- จุดพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากการรีบตั้งค่าครั้งเดียวแล้วไม่เคยกลับมาตรวจซ้ำ
- การปิดเสียงเพื่อความสงบกับการปิดช่องทางเตือนภัยสำคัญเป็นคนละเรื่องกัน ต้องแยกให้ชัดก่อนปิดอะไรก็ตาม
- การจดบันทึกสิ่งที่ตั้งค่าไว้ช่วยให้ครอบครัวแก้ปัญหาต่อกันได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนคนดูแล
- ควรทดสอบกับผู้สูงอายุจริงเป็นระยะ เพราะสิ่งที่เคยดังพอในวันที่ตั้งค่าอาจไม่พอในอีกไม่กี่เดือนถัดมา
แหล่งข้อมูล
- แนวทางความปลอดภัยทางธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการรู้เท่าทันการหลอกลวงทางโทรศัพท์ — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพและคอลเซ็นเตอร์ปลอม — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- Deafness and hearing loss — World Health Organization (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

ตั้งค่าเสียงโทรศัพท์ให้ผู้สูงอายุไม่พลาดสายสำคัญ และลดสายกวนใจจากมิจฉาชีพ
วิธีตั้งเสียงเรียกเข้า เสียงแจ้งเตือน และการกรองสายเบอร์แปลกในโทรศัพท์ผู้สูงอายุ ให้แยกสายจากคนสำคัญออกจากสายมิจฉาชีพได้ โดยไม่ต้องเร่งเสียงดังสุดเพียงอย่างเดียว

จะตั้งเสียงโทรศัพท์ให้ผู้สูงอายุแบบไหนดี เลือกให้เหมาะกับหูและบ้านแต่ละหลัง
แนวทางเลือกวิธีตั้งเสียงเรียกเข้า เสียงแจ้งเตือน และอุปกรณ์เสริมให้เหมาะกับผู้สูงอายุแต่ละคน ตามระดับการได้ยิน ความคุ้นเคยกับสมาร์ทโฟน และลักษณะการอยู่อาศัยของแต่ละบ้าน

7 จุดที่ครอบครัวมักพลาดเรื่องสายโทรศัพท์หลอกลวง จนผู้สูงอายุตกเป็นเป้าซ้ำ
ครอบครัวจำนวนมากเตรียมรับมือสายโทรศัพท์หลอกลวงผิดจุด ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ บทความนี้ชี้ 7 ความผิดพลาดที่พบบ่อยพร้อมวิธีแก้ที่ทำได้จริงในบ้านไทย

7 จุดที่ครอบครัวมักพลาดเวลาปรับโทรศัพท์ให้ผู้สูงอายุที่หูเริ่มไม่ไว
ความผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อครอบครัวพยายามแก้ปัญหาผู้สูงอายุไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ตั้งแต่การเดาสาเหตุผิดไปจนถึงการซื้ออุปกรณ์ที่ไม่ตรงกับปัญหาจริง