สูงวัยไทย

ตรวจเท้าผู้สูงอายุเบาหวานทุกวัน ทำอย่างไรให้กลายเป็นกิจวัตรที่ไม่มีวันลืม

ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานอาจไม่รู้สึกเจ็บเมื่อเท้ามีแผล เพราะเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมลง การตรวจเท้าทุกวันจึงต้องเป็นกิจวัตรที่ทำได้จริงในบ้าน ไม่ใช่แค่คำแนะนำที่พูดครั้งเดียวแล้วลืม

16 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 20 กันยายน 2026

Close-up of a person checking blood glucose level with a meter in a sunny room, hands visible.

รูปภาพโดย i-SENS, USA / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงที่แผลที่เท้าจะลุกลามเร็วโดยไม่รู้ตัว เพราะเบาหวานทำให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมลง ความรู้สึกเจ็บที่ควรเตือนภัยจึงหายไป และเลือดไปเลี้ยงส่วนปลายก็น้อยลงทำให้แผลหายช้ากว่าคนทั่วไปมาก
  • การตรวจเท้าทุกวันคือมาตรการเดียวที่ทำได้ในบ้านและได้ผลจริง เพราะแผลที่เริ่มจากรอยถลอกเล็ก ๆ อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการลุกลามเป็นแผลลึกหรือติดเชื้อในผู้ที่เป็นเบาหวานนานและควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี
  • ปัญหาจริงไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าต้องตรวจเท้า แต่คือทำไม่ได้สม่ำเสมอ เพราะลืม เพราะมองไม่เห็นฝ่าเท้าตัวเองจากปัญหาสายตาหรือหลังไม่งอพอ หรือเพราะไม่มีใครกำหนดว่าใครเป็นคนตรวจในแต่ละวัน การแก้ปัญหาจึงต้องออกแบบระบบ ไม่ใช่แค่ตักเตือนให้ตรวจ
  • วิธีที่ได้ผลที่สุดคือผูกการตรวจเท้าเข้ากับกิจวัตรที่ทำอยู่แล้วทุกวัน เช่น หลังอาบน้ำหรือก่อนใส่ถุงเท้าตอนเช้า และใช้กระจกหรือให้ผู้ดูแลช่วยดูจุดที่มองไม่เห็นเอง แล้วบันทึกผลไว้เพื่อให้แพทย์ดูความเปลี่ยนแปลงได้ในนัดถัดไป

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลของผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานและกำลังหาวิธีทำให้การตรวจเท้าเป็นกิจวัตรที่ทำได้จริง ไม่ใช่แค่ตั้งใจแล้วลืม
  • เหมาะกับครอบครัวที่ผู้สูงอายุเริ่มมีอาการชาที่เท้า สายตาไม่ดี หรือหลังงอตัวเองดูฝ่าเท้าไม่ถนัดแล้ว
  • ไม่เหมาะกับกรณีที่พบแผลที่เท้ามีหนอง กลิ่นเหม็น บวมแดงร้อนลามขึ้นขา หรือมีไข้ร่วมด้วย กรณีนี้ต้องพบแพทย์ทันทีในวันเดียวกัน ไม่ใช่รอดูอาการที่บ้านต่อ

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมเบาหวานถึงทำให้แผลที่เท้าอันตรายกว่าคนทั่วไป

เบาหวานที่เป็นมานานและควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ทำให้เส้นประสาทส่วนปลายบริเวณเท้าเสื่อมลงทีละน้อย ผู้สูงอายุจึงอาจเหยียบของแหลม มีแผลจากรองเท้ากัด หรือมีตุ่มพองโดยไม่รู้สึกเจ็บเลย ทำให้แผลถูกปล่อยไว้นานกว่าจะถูกพบ ซึ่งต่างจากคนทั่วไปที่จะรู้สึกเจ็บและดูแลแผลตั้งแต่เริ่มเป็น

นอกจากความรู้สึกเจ็บที่หายไป เบาหวานยังทำให้หลอดเลือดส่วนปลายตีบแคบลง เลือดไปเลี้ยงเท้าน้อยลง แผลจึงหายช้ากว่าปกติมาก และภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อก็ลดลงเมื่อน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้แผลเล็ก ๆ ที่คนทั่วไปหายเองได้ใน ไม่กี่วัน อาจกลายเป็นแผลติดเชื้อลุกลามในผู้ที่เป็นเบาหวานได้ภายในเวลาไม่นาน

จุดที่ต้องดูทุกวัน และสัญญาณที่มองข้ามไม่ได้

การตรวจเท้าที่ครบถ้วนต้องดูทั้งฝ่าเท้า ส้นเท้า ระหว่างซอกนิ้วเท้า และรอบเล็บ เพราะเป็นจุดที่แผลเริ่มต้นบ่อยที่สุดแต่มองเห็นยากที่สุดด้วยตัวเอง ควรสังเกตรอยแดง รอยช้ำ ตุ่มพอง ผิวแตก ความชื้นผิดปกติระหว่างนิ้วเท้าซึ่งอาจเป็นเชื้อรา และอุณหภูมิของเท้าทั้งสองข้างว่าแตกต่างกันหรือไม่

สัญญาณที่บ่งบอกว่าแผลเริ่มมีปัญหาคือรอยแดงที่ขยายวงกว้างขึ้น มีของเหลวหรือหนองไหลออกมา มีกลิ่นผิดปกติ หรือผิวหนังรอบแผลบวมร้อนกว่าบริเวณอื่น อาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์ ไม่ใช่รอดูว่าจะดีขึ้นเองก่อน เพราะในผู้ที่เป็นเบาหวาน แผลติดเชื้อลุกลามเร็วกว่าที่คิด

อุปสรรคจริงที่ทำให้ตรวจเท้าไม่สม่ำเสมอ

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่การไม่รู้ว่าต้องตรวจเท้า แต่คือข้อจำกัดทางร่างกาย เช่น หลังไม่งอพอจะก้มดูฝ่าเท้าตัวเอง สายตายาวตามวัยหรือ presbyopia ทำให้มองรายละเอียดเล็ก ๆ ไม่ชัด หรือความจำที่เริ่มถดถอยทำให้ลืมว่าตรวจไปแล้วหรือยัง ยิ่งถ้าผู้สูงอายุอยู่คนเดียวในบางช่วงของวัน การตรวจเท้าก็ยิ่งขาดหายง่าย

อีกอุปสรรคหนึ่งคือไม่มีใครรับผิดชอบชัดเจนว่าใครเป็นคนตรวจในแต่ละวัน โดยเฉพาะบ้านที่ผู้ดูแลผลัดกันหลายคน การแก้ปัญหานี้ต้องกำหนดให้ชัดว่าใครตรวจวันไหน และมีจุดบันทึกที่ทุกคนเห็นร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างจำในหัวว่าตรวจไปหรือยัง

ผูกการตรวจเท้าเข้ากับกิจวัตรประจำวันที่มีอยู่แล้ว

วิธีที่ได้ผลที่สุดในการทำให้กิจกรรมใหม่กลายเป็นกิจวัตรที่ทำได้จริง คือผูกมันเข้ากับกิจวัตรประจำวัน (ADL) ที่ทำอยู่แล้วทุกวัน เช่น ตรวจเท้าทันทีหลังอาบน้ำตอนที่เท้ายังเปียกและมองเห็นชัด หรือตรวจก่อนใส่ถุงเท้าตอนเช้าซึ่งเป็นจังหวะที่ต้องก้มดูเท้าอยู่แล้ว แทนที่จะสร้างเวลาตรวจใหม่ที่ต้องจำแยกต่างหาก

การใช้กระจกวางบนพื้นเพื่อดูฝ่าเท้าโดยไม่ต้องก้มมาก หรือให้สมาชิกครอบครัวช่วยดูซอกนิ้วเท้าและส้นเท้าให้ในจังหวะที่ทาโลชั่นหรือตัดเล็บ ก็ช่วยแก้ปัญหาหลังไม่งอพอและสายตาไม่ดีได้พร้อมกัน โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ราคาแพง

Close-up image of hands checking blood glucose level using a glucometer, featuring testing supplies on a white background.

รูปภาพโดย Artem Podrez / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ตั้งเวลาตรวจเท้าให้ผูกกับกิจวัตรเดิม

เลือกช่วงเวลาที่ทำกิจวัตรอื่นอยู่แล้วทุกวัน และให้การตรวจเท้าเป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากกิจวัตรนั้น เพื่อไม่ต้องอาศัยความจำแยกต่างหาก

  • ตรวจเท้าทันทีหลังอาบน้ำขณะเท้ายังเปียกและมองเห็นชัด
  • หรือตรวจก่อนใส่ถุงเท้าและรองเท้าตอนเช้าทุกวัน
  • กำหนดให้ชัดว่าวันไหนใครเป็นคนตรวจ หากมีผู้ดูแลผลัดกันหลายคน

ตรวจให้ครบทุกจุดอย่างเป็นระบบ

ใช้ลำดับการตรวจเดียวกันทุกครั้งเพื่อไม่ให้พลาดจุดใดจุดหนึ่ง โดยเฉพาะจุดที่มองเห็นยากที่สุด

  • ดูฝ่าเท้าทั้งสองข้างด้วยกระจกวางพื้นหรือให้ผู้ดูแลช่วยดู
  • ดูซอกนิ้วเท้าทุกซอกว่ามีความชื้นผิดปกติหรือผิวลอกหรือไม่
  • ดูรอบเล็บเท้าว่ามีรอยแดง บวม หรือเล็บขบหรือไม่
  • สัมผัสอุณหภูมิเท้าทั้งสองข้างเทียบกันว่าข้างใดร้อนหรือเย็นผิดปกติ

บันทึกผลและเตรียมข้อมูลไปพบแพทย์

การจดบันทึกช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปซึ่งตาเปล่าในแต่ละวันอาจมองไม่ทัน และช่วยให้แพทย์ประเมินได้แม่นยำขึ้นในนัดตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนเบาหวานประจำปี

  • ถ่ายภาพจุดที่สงสัยไว้เทียบกับวันก่อนหน้าเพื่อดูว่าใหญ่ขึ้นหรือไม่
  • จดวันที่พบรอยผิดปกติและตำแหน่งที่ชัดเจน
  • นำประวัติการตรวจเท้าไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่นัดตรวจเบาหวาน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าปล่อยให้แผลเล็ก ๆ ที่เท้าหายเองโดยไม่ทำความสะอาดหรือไม่แจ้งใคร เพราะแผลลุกลามเร็วกว่าที่คิดในผู้เป็นเบาหวาน
  • อย่าตัดเล็บเท้าลึกจนเข้าเนื้อหรือแคะซอกเล็บเองหากมีปัญหาสายตาหรือมือสั่น ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้าเบาหวานดูแลจุดที่เสี่ยงบาดเจ็บ
  • อย่าเดินเท้าเปล่าในบ้านหรือนอกบ้านแม้ระยะสั้น เพราะเสี่ยงเหยียบของแหลมโดยไม่รู้สึกเจ็บ
  • อย่าใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือแผ่นให้ความร้อนวางบนเท้าโดยตรงเพื่อคลายอาการชา เพราะความรู้สึกร้อนที่เท้าลดลงอาจทำให้ผิวหนังไหม้โดยไม่รู้ตัว
  • อย่ารอให้ครบนัดตรวจประจำปีหากพบรอยผิดปกติที่เท้าระหว่างนั้น ควรติดต่อแพทย์ทันทีไม่ต้องรอถึงนัด

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากพบแผลที่เท้าบวมแดงร้อนลามขึ้นขาอย่างรวดเร็ว มีไข้สูง หนาวสั่น หรือสับสนเฉียบพลันร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อรุนแรงลามเข้าสู่กระแสเลือด
  • ติดต่อแพทย์ภายในวันเดียวกัน หากพบแผลใหม่ที่มีหนองหรือกลิ่นผิดปกติ รอยแดงขยายวงกว้างขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือเท้าข้างหนึ่งบวมร้อนผิดปกติจากอีกข้าง
  • นัดพบแพทย์เร็วขึ้นกว่ากำหนด หากพบตุ่มพอง ผิวแตกลึก หรือเล็บขบที่ยังไม่มีหนอง แต่เป็นตำแหน่งที่รับน้ำหนักบ่อยเวลาเดิน
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้คุยกับแพทย์ในนัดถัดไป หากพบเพียงผิวแห้งแตกเป็นขุยเล็กน้อยโดยไม่มีแผลเปิดหรือรอยแดง

เช็กลิสต์สรุป

  • ตรวจเท้าทุกวันในเวลาเดียวกับกิจวัตรที่ทำอยู่แล้ว เช่น หลังอาบน้ำ
  • ดูฝ่าเท้า ซอกนิ้ว ส้นเท้า และรอบเล็บให้ครบทุกจุด
  • ใช้กระจกหรือให้ผู้ดูแลช่วยดูจุดที่เอื้อมไม่ถึง
  • ถ่ายภาพจุดที่สงสัยเทียบกับวันก่อนหน้า
  • กำหนดชัดว่าวันไหนใครเป็นคนตรวจ หากมีผู้ดูแลหลายคน
  • นำบันทึกไปให้แพทย์ดูทุกนัดตรวจเบาหวาน
  • ไม่เดินเท้าเปล่าในบ้านหรือนอกบ้าน

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุตัวเองมองไม่เห็นฝ่าเท้าเพราะหลังไม่งอ ควรทำอย่างไร

ใช้กระจกบานเล็กวางบนพื้นแล้วก้มดูโดยไม่ต้องงอหลังมาก หรือให้สมาชิกครอบครัวช่วยดูให้ในจังหวะที่ทำกิจวัตรอื่นอยู่แล้ว เช่น ตอนทาโลชั่นหรือตัดเล็บ วิธีนี้ช่วยให้ตรวจได้ครบโดยไม่ต้องฝืนร่างกาย

ตรวจเท้าทุกวันจำเป็นแค่ไหนถ้าควบคุมน้ำตาลได้ดีอยู่แล้ว

ยังจำเป็นอยู่ เพราะแม้ควบคุมน้ำตาลได้ดี ความรู้สึกที่เท้าที่เสียไปแล้วจากเส้นประสาทเสื่อมมักไม่กลับมาเป็นปกติทันที การตรวจเท้าทุกวันจึงยังเป็นวิธีเดียวที่พบแผลได้ตั้งแต่ระยะแรกก่อนลุกลาม

ตัดเล็บเท้าเองที่บ้านได้หรือไม่ในผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน

ทำได้หากเล็บปกติไม่หนา ไม่โค้งงุ้ม และผู้ตัดมองเห็นชัดมือไม่สั่น โดยตัดตรงไม่โค้งลึกเข้าซอกเล็บ แต่หากเล็บหนาผิดปกติ โค้งงุ้ม หรือมีปัญหาสายตาหรือมือสั่น ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้าเบาหวานดูแลแทนเพื่อลดความเสี่ยงบาดแผล

รองเท้าแบบไหนเหมาะกับผู้สูงอายุเบาหวานที่ต้องตรวจเท้าทุกวัน

ควรเลือกรองเท้าที่พอดีเท้า ไม่คับหรือหลวมเกินไป ไม่มีตะเข็บหรือปุ่มด้านในที่อาจเสียดสีจนเป็นแผล และควรตรวจด้านในรองเท้าก่อนสวมทุกครั้งว่ามีเศษวัสดุหรือสิ่งแปลกปลอมหรือไม่ เพราะเท้าที่ชาอาจไม่รู้สึกแม้เหยียบของแหลมในรองเท้า

ถ้าลืมตรวจเท้าไปหลายวันจะเป็นอันตรายทันทีหรือไม่

การลืมตรวจไม่กี่วันไม่ได้แปลว่าจะเกิดแผลทันที แต่ความเสี่ยงคือหากมีแผลเกิดขึ้นในช่วงที่ไม่ได้ตรวจ แผลนั้นอาจลุกลามไปแล้วโดยไม่มีใครรู้ วิธีที่ดีที่สุดคือกลับมาตรวจทันทีที่นึกได้ และหากพบรอยผิดปกติที่ดูเหมือนเป็นมาหลายวันแล้ว ควรรีบพบแพทย์แทนที่จะรอดูอาการต่อ

สรุป

  • ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานเสี่ยงแผลที่เท้าลุกลามเร็วเพราะเส้นประสาทเสื่อมทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ และเลือดไปเลี้ยงน้อยทำให้แผลหายช้า
  • การตรวจเท้าทุกวันจะได้ผลต่อเมื่อผูกเข้ากับกิจวัตรที่ทำอยู่แล้ว เช่น หลังอาบน้ำ ไม่ใช่สร้างเวลาตรวจใหม่ที่ต้องอาศัยความจำ
  • รอยแดงขยายวงกว้าง มีหนอง มีกลิ่น หรือเท้าบวมร้อนผิดปกติ ต้องพบแพทย์ทันทีไม่รอครบนัด
  • บันทึกภาพและวันที่ของจุดที่สงสัยไว้เทียบกันทุกวัน จะช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงและช่วยแพทย์ประเมินได้แม่นยำขึ้น

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เบาหวานในผู้สูงอายุ: ดูแลอย่างไรให้น้ำตาลคุมได้โดยไม่เสี่ยงหกล้มหรือช็อกน้ำตาล
health-body

เบาหวานในผู้สูงอายุ: ดูแลอย่างไรให้น้ำตาลคุมได้โดยไม่เสี่ยงหกล้มหรือช็อกน้ำตาล

เบาหวานในผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่างจากคนวัยทำงาน โดยเฉพาะภาวะน้ำตาลต่ำที่อาจไม่แสดงอาการชัดแบบเดิม คู่มือนี้ช่วยให้ครอบครัวดูแลได้ปลอดภัยและรู้ว่าเมื่อไรต้องขอความช่วยเหลือ

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 13 นาที
หมอบอกน้ำตาลคุมดีแล้ว แต่ทำไมยังหกล้มบ่อย: 7 จุดพลาดที่ครอบครัวเบาหวานผู้สูงอายุมักไม่รู้ตัว
health-body

หมอบอกน้ำตาลคุมดีแล้ว แต่ทำไมยังหกล้มบ่อย: 7 จุดพลาดที่ครอบครัวเบาหวานผู้สูงอายุมักไม่รู้ตัว

หลายครอบครัวตั้งใจดูแลเบาหวานของผู้สูงอายุอย่างเข้มงวด แต่กลับเจอปัญหาหกล้ม สับสน หรือแผลลุกลามโดยไม่รู้สาเหตุ เพราะความเข้าใจผิดบางอย่างซ่อนอยู่ในวิธีดูแลเอง

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 11 นาที
ตัดเล็บเท้าและดูแลเท้าผู้สูงอายุ อะไรทำเองได้ที่บ้าน และอะไรที่ต้องให้มืออาชีพทำ
health-body

ตัดเล็บเท้าและดูแลเท้าผู้สูงอายุ อะไรทำเองได้ที่บ้าน และอะไรที่ต้องให้มืออาชีพทำ

เท้าเป็นอวัยวะที่ผู้สูงอายุมองไม่เห็นและเอื้อมไม่ถึงที่สุด แผลเล็ก ๆ จึงมักถูกพบตอนที่ลุกลามไปแล้ว บทความนี้แยกให้ชัดว่าเรื่องไหนทำเองที่บ้านได้ เรื่องไหนห้ามแตะเด็ดขาดโดยเฉพาะในผู้เป็นเบาหวาน และสัญญาณแบบไหนที่รอถึงพรุ่งนี้ไม่ได้

อัปเดตล่าสุด 20 กันยายน 2026อ่าน 18 นาที
เช็กลิสต์รองเท้าผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างก่อนให้ท่านสวมใส่ทุกวัน
health-body

เช็กลิสต์รองเท้าผู้สูงอายุ: ตรวจอะไรบ้างก่อนให้ท่านสวมใส่ทุกวัน

รายการตรวจรองเท้าผู้สูงอายุแบบทำได้เองที่บ้าน ครอบคลุมพื้นรองเท้า โครงส้น ความพอดี และจุดเสี่ยงเฉพาะบ้านไทย พร้อมสัญญาณที่บอกว่าควรพาไปพบแพทย์เรื่องเท้าก่อนตัดสินใจเรื่องรองเท้าเอง

อัปเดตล่าสุด 4 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที