สูงวัยไทย
อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายผู้สูงอายุ เลือกรูปแบบไหนให้เหมาะกับกิจกรรมที่จะทำ
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายผู้สูงอายุ เลือกรูปแบบไหนให้เหมาะกับกิจกรรมที่จะทำ
แนวทางเลือกรูปแบบอบอุ่นร่างกายสำหรับผู้สูงอายุ ก่อนเดิน ฝึกความแข็งแรง หรือฝึกการทรงตัว พร้อมเกณฑ์ตัดสินใจตามระยะเวลาที่มีและสภาพร่างกายในวันนั้น
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Luna Joie / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- รูปแบบอบอุ่นร่างกายที่เหมาะสมควรสอดคล้องกับกิจกรรมหลักที่จะทำต่อ ไม่ใช่ทำท่าเดิมซ้ำทุกครั้งไม่ว่าจะไปเดิน ฝึกความแข็งแรง หรือฝึกการทรงตัว
- ก่อนเดินหรือกิจกรรมที่ใช้ขาเป็นหลัก ควรอบอุ่นร่างกายด้วยการขยับข้อเท้า เข่า และสะโพกเบา ๆ ก่อนเริ่มเดินจริง ส่วนก่อนฝึกความแข็งแรงควรเน้นขยับข้อต่อที่จะใช้แรงต้านโดยตรง
- ผู้ที่มีภาวะข้อฝืดตอนเช้าหรือความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าควรใช้เวลาอบอุ่นร่างกายนานกว่าปกติและเปลี่ยนท่าทางอย่างช้า ๆ
- โดยทั่วไปควรอบอุ่นร่างกายอย่างน้อย 5-10 นาทีก่อนกิจกรรมหลักทุกครั้ง แต่ระยะเวลาที่เหมาะสมควรปรับตามสภาพร่างกายในวันนั้นและควรปรึกษานักกายภาพบำบัดสำหรับแผนเฉพาะบุคคล
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายเป็นประจำและต้องการรู้ว่าควรอบอุ่นร่างกายอย่างไรให้เหมาะกับกิจกรรมที่จะทำ
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ช่วยเตรียมร่างกายผู้สูงอายุก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกหรือหายใจไม่อิ่มขณะพักอยู่แล้ว เพราะต้องได้รับการประเมินหัวใจก่อนออกกำลังกายทุกรูปแบบรวมถึงการอบอุ่นร่างกาย
- ไม่เหมาะเป็นการทดแทนการอบอุ่นข้อต่อเฉพาะจุดที่แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดสั่งให้ทำเป็นพิเศษหลังผ่าตัดหรือบาดเจ็บ
สิ่งที่ควรรู้
อบอุ่นร่างกายก่อนเดินหรือกิจกรรมที่ใช้ขา
ก่อนเดินออกกำลังกาย ควรขยับข้อเท้า เข่า และสะโพกเบา ๆ ในท่านั่งหรือยืนจับพนักเก้าอี้ เช่น หมุนข้อเท้าเป็นวงกลม ยกเข่าสลับข้าง และแกว่งขาเบา ๆ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อขาก่อนใช้งานจริง
การอบอุ่นร่างกายส่วนนี้ช่วยลดความเสี่ยงกล้ามเนื้อขาตึงหรือเป็นตะคริวระหว่างเดิน โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยที่กล้ามเนื้อต้องการเวลาปรับตัวก่อนใช้งานหนัก การเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อขาอย่างค่อยเป็นค่อยไปยังช่วยให้ร่างกายพร้อมรับแรงกระแทกจากการก้าวเดินได้ดีกว่าการเริ่มเดินทันทีโดยไม่เตรียมตัว
- หมุนข้อเท้าเป็นวงกลมข้างละ 10 ครั้ง
- ยกเข่าสลับข้างขณะนั่งหรือยืนจับพนักเก้าอี้
- แกว่งขาเบา ๆ ไปข้างหน้าข้างหลัง
- ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก่อนเริ่มเดินจริง
อบอุ่นร่างกายก่อนฝึกความแข็งแรง
ก่อนฝึกความแข็งแรงของขาหรือแขน ควรขยับข้อต่อที่จะใช้แรงต้านโดยตรงก่อน เช่น หากจะฝึกขาให้ขยับเข่าและสะโพก หากจะฝึกแขนไหล่ให้หมุนไหล่และยืดแขนเบา ๆ ก่อน
การอบอุ่นเฉพาะจุดแบบนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณที่จะใช้แรงต้านพร้อมรับน้ำหนักมากกว่าการอบอุ่นทั่วร่างกายแบบเดียวกันทุกครั้ง
- ขยับข้อต่อที่จะใช้แรงต้านโดยตรงก่อนเสมอ
- ทำท่าเดียวกับที่จะฝึกแต่ไม่มีแรงต้านก่อน 8-10 ครั้ง
- เพิ่มความเร็วและระยะการเคลื่อนไหวทีละน้อย
อบอุ่นร่างกายก่อนฝึกการทรงตัว
ก่อนฝึกการทรงตัว ควรเริ่มจากการยืนนิ่งจับพนักเก้าอี้ก่อนสักครู่เพื่อให้ร่างกายปรับตัวกับท่ายืน แล้วค่อยขยับน้ำหนักตัวไปมาเบา ๆ ระหว่างเท้าทั้งสองข้างก่อนเริ่มท่าที่ท้าทายขึ้น
ขั้นตอนนี้สำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า เพราะการยืนนิ่งสักครู่ก่อนเริ่มขยับช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดปรับตัวและลดความเสี่ยงหน้ามืด
- ยืนนิ่งจับพนักเก้าอี้ประมาณ 30 วินาทีถึง 1 นาที
- ขยับน้ำหนักตัวไปมาระหว่างเท้าทั้งสองข้างเบา ๆ
- เริ่มท่าท้าทายเมื่อรู้สึกมั่นคงดีแล้วเท่านั้น
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการกำหนดระยะเวลาอบอุ่นร่างกาย
ผู้ที่มีข้อฝืดตอนเช้าหรือภาวะข้ออักเสบเรื้อรังมักต้องการเวลาอบอุ่นร่างกายนานกว่าคนทั่วไป อาจต้องใช้เวลา 10-15 นาทีแทนที่จะเป็น 5 นาที เพื่อให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้นก่อนออกแรงจริง หากข้อฝืดรุนแรงเป็นพิเศษในตอนเช้า อาจพิจารณาย้ายเวลาออกกำลังกายหลักไปเป็นช่วงสายหรือบ่ายแทน เพื่อให้ร่างกายมีเวลาคลายตัวตามธรรมชาติก่อน
อากาศเย็นก็มีผลต่อระยะเวลาที่ต้องการอบอุ่นร่างกาย เพราะกล้ามเนื้อและข้อต่อมักฝืดกว่าปกติในอากาศเย็น จึงควรเพิ่มเวลาอบอุ่นร่างกายในวันที่อากาศเย็นกว่าปกติ การสวมเสื้อผ้าที่อุ่นเพียงพอระหว่างอบอุ่นร่างกายในอากาศเย็นก็ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้เร็วขึ้นเช่นกัน
- เพิ่มเวลาอบอุ่นร่างกายในวันที่ข้อฝืดมากกว่าปกติ
- เพิ่มเวลาอบอุ่นร่างกายในวันที่อากาศเย็น
- ลดความเร็วของท่าอบอุ่นหากรู้สึกปวดข้อระหว่างทำ

รูปภาพโดย cottonbro studio / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ระบุกิจกรรมหลักที่จะทำก่อนเลือกท่าอบอุ่นร่างกาย
ก่อนเริ่มอบอุ่นร่างกาย ให้ทราบก่อนว่ากิจกรรมหลักที่จะทำต่อคืออะไร เพื่อเลือกท่าอบอุ่นที่ตรงกับข้อต่อและกล้ามเนื้อที่จะใช้งานจริง
- หากจะเดิน เน้นอบอุ่นข้อเท้า เข่า และสะโพก
- หากจะฝึกความแข็งแรง เน้นอบอุ่นข้อต่อที่จะใช้แรงต้าน
- หากจะฝึกการทรงตัว เน้นยืนนิ่งปรับตัวก่อนขยับ
ทำท่าอบอุ่นร่างกายอย่างช้าและสังเกตอาการ
ท่าอบอุ่นร่างกายควรทำอย่างช้าและควบคุมได้ ไม่ใช่รีบทำให้เสร็จเพื่อไปถึงกิจกรรมหลักเร็วขึ้น เพราะจุดประสงค์คือเตรียมร่างกายให้พร้อม ไม่ใช่การออกกำลังกายหลักเอง
- ทำท่าอบอุ่นแต่ละท่าอย่างช้าและควบคุมจังหวะ
- สังเกตอาการปวดหรือฝืดที่ผิดปกติระหว่างทำ
- ปรับความเร็วหรือระยะเวลาตามสภาพร่างกายวันนั้น
เริ่มกิจกรรมหลักเมื่อร่างกายพร้อม
เมื่ออบอุ่นร่างกายเพียงพอแล้ว ควรเริ่มกิจกรรมหลักด้วยความหนักที่เบาก่อนแล้วค่อยเพิ่มขึ้น แทนที่จะกระโดดเข้าสู่ความหนักเต็มที่ทันที
- เริ่มกิจกรรมหลักด้วยความหนักเบาในช่วง 2-3 นาทีแรก
- เพิ่มความหนักทีละน้อยเมื่อรู้สึกพร้อม
- หยุดและกลับไปอบอุ่นร่างกายเพิ่มหากยังรู้สึกฝืด
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าข้ามการอบอุ่นร่างกายแม้จะรีบหรือมีเวลาน้อย
- อย่าใช้ท่าอบอุ่นร่างกายแบบเดียวกันทุกครั้งโดยไม่สนใจกิจกรรมหลักที่จะทำ
- อย่ารีบเข้าสู่กิจกรรมหลักด้วยความหนักเต็มที่ทันทีหลังอบอุ่นร่างกายสั้นเกินไป
- อย่าอบอุ่นร่างกายด้วยการยืดกระตุกแรงหรือเคลื่อนไหวเร็วเกินไป
- อย่าฝืนอบอุ่นร่างกายต่อเมื่อรู้สึกปวดข้อผิดปกติ
- อย่าลดเวลาอบอุ่นร่างกายในวันที่ข้อฝืดมากกว่าปกติหรืออากาศเย็น
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันทีหากขณะอบอุ่นร่างกายมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่มรุนแรง หรือหมดสติ
- โทร 1669 ทันทีหากล้มระหว่างอบอุ่นร่างกายและศีรษะกระแทกจนซึมลง
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกันหากปวดข้อรุนแรงขึ้นทันทีระหว่างอบอุ่นร่างกาย
- นัดพบนักกายภาพบำบัดในสัปดาห์นี้หากข้อฝืดตอนเช้าแย่ลงเรื่อย ๆ แม้อบอุ่นร่างกายนานขึ้นแล้ว
- นัดพบแพทย์เร็วขึ้นหากรู้สึกหน้ามืดทุกครั้งที่ลุกยืนแม้อบอุ่นร่างกายแล้ว
- สังเกตและจดบันทึกไว้หากรู้สึกตึงกล้ามเนื้อเล็กน้อยระหว่างอบอุ่นร่างกายแต่หายไปเมื่อทำต่อ
เช็กลิสต์สรุป
- ระบุกิจกรรมหลักที่จะทำก่อนเลือกท่าอบอุ่นร่างกาย
- อบอุ่นข้อต่อที่จะใช้งานจริงในกิจกรรมหลัก
- ใช้เวลาอบอุ่นร่างกายอย่างน้อย 5-10 นาทีทุกครั้ง
- เพิ่มเวลาอบอุ่นร่างกายในวันที่ข้อฝืดหรืออากาศเย็น
- ทำท่าอบอุ่นร่างกายอย่างช้าและควบคุมจังหวะ
- เริ่มกิจกรรมหลักด้วยความหนักเบาก่อนเพิ่มขึ้น
- หยุดทันทีหากรู้สึกปวดข้อหรือหน้ามืดระหว่างอบอุ่นร่างกาย
คำถามที่พบบ่อย
ต้องอบอุ่นร่างกายนานแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำอย่างน้อย 5-10 นาทีก่อนกิจกรรมหลัก แต่ควรเพิ่มเวลาในวันที่ข้อฝืดมากกว่าปกติหรืออากาศเย็น และควรปรึกษานักกายภาพบำบัดสำหรับระยะเวลาที่เหมาะกับสภาพร่างกายเฉพาะบุคคล
อบอุ่นร่างกายแบบเดียวกันใช้กับทุกกิจกรรมได้ไหม
ทำได้ในระดับพื้นฐาน แต่จะได้ผลดีกว่าหากเลือกท่าที่ตรงกับข้อต่อและกล้ามเนื้อที่จะใช้งานจริงในกิจกรรมหลัก เช่น เน้นขาก่อนเดินหรือเน้นไหล่ก่อนฝึกแขน
อบอุ่นร่างกายด้วยการยืดค้างได้ไหม
ไม่แนะนำในช่วงอบอุ่นร่างกาย เพราะการยืดค้างเหมาะกับหลังออกกำลังกายมากกว่า ก่อนออกกำลังกายควรเน้นการเคลื่อนไหวข้อต่อแบบเบา ๆ ต่อเนื่องแทน
ทำไมอากาศเย็นถึงต้องอบอุ่นร่างกายนานขึ้น
เพราะกล้ามเนื้อและข้อต่อมักฝืดและไหลเวียนเลือดช้าลงในอากาศเย็น การเพิ่มเวลาอบอุ่นร่างกายช่วยให้ร่างกายพร้อมรับแรงมากขึ้นก่อนเริ่มกิจกรรมหลัก
ข้ามอบอุ่นร่างกายได้ไหมถ้ามีเวลาน้อย
ไม่ควรข้าม แม้จะมีเวลาน้อยก็ควรทำอบอุ่นร่างกายแบบสั้นอย่างน้อย 3-5 นาที เพราะการข้ามอบอุ่นร่างกายเพิ่มความเสี่ยงกล้ามเนื้อตึงหรือบาดเจ็บระหว่างกิจกรรมหลัก
หน้ามืดหลังลุกยืนช่วงอบอุ่นร่างกายเกิดจากอะไร
อาจเกี่ยวข้องกับภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า ควรลุกยืนอย่างช้า ๆ และยืนนิ่งสักครู่ก่อนขยับ หากเกิดขึ้นบ่อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
ผู้ที่ใช้ยาหลายชนิดต้องอบอุ่นร่างกายต่างจากคนอื่นไหม
ผู้ที่มีภาวะใช้ยาหลายชนิดหรือ polypharmacy ควรอบอุ่นร่างกายอย่างช้าและสังเกตอาการง่วงซึมหรือเวียนศีรษะที่อาจเป็นผลข้างเคียงของยา หากรู้สึกผิดปกติระหว่างอบอุ่นร่างกายควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อทบทวนรายการยาที่ใช้อยู่
สรุป
- เลือกท่าอบอุ่นร่างกายให้ตรงกับกิจกรรมหลักที่จะทำ ไม่ใช่ทำท่าเดิมซ้ำทุกครั้ง
- ผู้ที่มีข้อฝืดตอนเช้าหรือความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าควรใช้เวลาอบอุ่นร่างกายนานกว่าปกติ
- ทำท่าอบอุ่นร่างกายอย่างช้าและสังเกตอาการก่อนเริ่มกิจกรรมหลัก
- หยุดทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติและประเมินความรุนแรงตามระดับที่ระบุไว้
แหล่งข้อมูล
- Physical activity — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- แนวทางส่งเสริมกิจกรรมทางกายผู้สูงอายุ — กรมอนามัย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- คู่มือการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายในผู้สูงอายุ ทำไมข้ามขั้นตอนนี้ไม่ได้
หลายคนรีบเข้าท่าหลักทันทีเพราะคิดว่าอบอุ่นร่างกายเป็นแค่ขั้นตอนเสริม แต่ในผู้สูงอายุ การข้ามขั้นตอนนี้เพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บและเวียนศีรษะมากกว่าที่คิด

7 ข้อผิดพลาดเรื่องอบอุ่นร่างกายที่ทำให้ผู้สูงอายุปวดหรือเวียนหัวโดยไม่จำเป็น
อบอุ่นร่างกายผิดวิธีอาจทำให้ผู้สูงอายุเจ็บตัวมากกว่าไม่ทำเลย ตั้งแต่ยืดค้างขณะกล้ามเนื้อยังเย็นไปจนถึงเร่งเวลาให้เสร็จเร็วเกินไป

เช็กลิสต์ความพร้อมก่อนอบอุ่นร่างกาย ผู้สูงอายุควรตรวจอะไรก่อนเริ่ม
เช็กลิสต์ตรวจอุณหภูมิห้อง เวลามื้อยา และสัญญาณร่างกายก่อนเริ่มอบอุ่นร่างกายในผู้สูงอายุ ช่วยให้ครอบครัวไม่ลืมจุดสำคัญที่มักถูกมองข้ามก่อนออกกำลังกาย

ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อข้อเริ่มฝืดตามวัย
ข้อฝืดและกล้ามเนื้อตึงเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น การยืดเหยียดที่ถูกวิธีช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวกขึ้นโดยไม่บาดเจ็บ บทความนี้แนะนำหลักการยืดเหยียดที่เหมาะกับร่างกายผู้สูงอายุ