สูงวัยไทย
จัดตารางออกกำลังกายรายสัปดาห์ผู้สูงอายุ ตัดสินใจอย่างไรให้สมดุลและทำได้จริง
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
จัดตารางออกกำลังกายรายสัปดาห์ผู้สูงอายุ ตัดสินใจอย่างไรให้สมดุลและทำได้จริง
แนวทางตัดสินใจจัดตารางออกกำลังกายรายสัปดาห์สำหรับผู้สูงอายุ ผสมกิจกรรมเดิน ฝึกความแข็งแรง ฝึกการทรงตัว และวันพัก พร้อมเกณฑ์ปรับตามระดับความฟิตของแต่ละคน
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Cara Denison / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ตารางออกกำลังกายรายสัปดาห์ที่ดีต้องผสมทั้งกิจกรรมกระตุ้นหัวใจอย่างเดิน ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฝึกการทรงตัว และมีวันพักสลับกัน ไม่ใช่ทำกิจกรรมเดียวซ้ำทุกวัน
- ผู้ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายควรเริ่มจากความถี่น้อยและความหนักเบาก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีละน้อยตามความฟิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่เริ่มทำทุกวันด้วยความหนักเต็มที่ตั้งแต่สัปดาห์แรก
- การจัดวันพักให้เหมาะสมสำคัญพอกับวันฝึก โดยเฉพาะหลังวันที่ฝึกความแข็งแรงหนัก กล้ามเนื้อต้องการเวลาฟื้นตัวก่อนฝึกกลุ่มเดิมซ้ำ
- โดยทั่วไปควรให้นักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ช่วยปรับตารางให้เหมาะกับโรคประจำตัวและความสามารถเฉพาะบุคคล แทนที่จะใช้ตารางสำเร็จรูปเดียวกันกับทุกคน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายอยู่แล้วบางส่วนแต่ยังไม่มีตารางที่ชัดเจน หรือรู้สึกว่าทำกิจกรรมเดิมซ้ำทุกวันโดยไม่มีการวางแผน
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการช่วยผู้สูงอายุจัดตารางออกกำลังกายให้ครอบคลุมและไม่หนักเกินไป
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวที่แพทย์กำหนดข้อจำกัดการออกกำลังกายเฉพาะไว้แล้ว ควรทำตามตารางที่แพทย์กำหนดเป็นหลักแทนตารางทั่วไป
- ไม่เหมาะกับผู้ที่เพิ่งผ่าตัดหรืออยู่ระหว่างพักฟื้นเฉียบพลัน กรณีนี้ต้องรอคำแนะนำเฉพาะจากแพทย์ก่อนวางตารางออกกำลังกายใด ๆ
สิ่งที่ควรรู้
องค์ประกอบที่ตารางออกกำลังกายที่ดีควรมี
ตารางที่สมดุลควรมีกิจกรรมกระตุ้นหัวใจ เช่น เดิน ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและแขน ฝึกการทรงตัว และการยืดเหยียด กระจายอยู่ตลอดสัปดาห์ ไม่ใช่รวมกิจกรรมเดียวไว้ทุกวัน
แต่ละองค์ประกอบมีบทบาทต่างกัน กิจกรรมกระตุ้นหัวใจช่วยระบบไหลเวียนเลือด ฝึกความแข็งแรงช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ฝึกการทรงตัวช่วยป้องกันหกล้ม และการยืดเหยียดช่วยรักษาระยะการเคลื่อนไหวของข้อต่อ การขาดองค์ประกอบใดไปนาน ๆ อาจทำให้ความสามารถด้านนั้นถดถอยเร็วกว่าที่ควร
- กิจกรรมกระตุ้นหัวใจ เช่น เดิน ควรมีอย่างสม่ำเสมอในสัปดาห์
- ฝึกความแข็งแรงควรมีอย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์โดยเว้นวันพัก
- ฝึกการทรงตัวควรทำสม่ำเสมอเพราะความเสี่ยงต่ำ
- ยืดเหยียดทำได้เกือบทุกวันเพื่อรักษาความยืดหยุ่น
จัดวันพักให้เหมาะสม
วันพักไม่ได้แปลว่าต้องนิ่งอยู่กับที่ทั้งวัน แต่หมายถึงงดกิจกรรมที่หนักหรือใช้กล้ามเนื้อกลุ่มเดิมซ้ำ อาจใช้วันพักทำกิจกรรมเบา เช่น เดินระยะสั้นหรือยืดเหยียดแทน
หลังวันที่ฝึกความแข็งแรงหนัก ควรเว้นอย่างน้อยหนึ่งวันก่อนฝึกกล้ามเนื้อกลุ่มเดิมซ้ำ เพราะกล้ามเนื้อผู้สูงอายุต้องการเวลาฟื้นตัวมากกว่าคนวัยหนุ่มสาวเล็กน้อย การสังเกตความล้าที่ยังหลงเหลืออยู่ก่อนเริ่มฝึกกลุ่มกล้ามเนื้อเดิมซ้ำจึงช่วยป้องกันการฝึกหนักเกินไปได้
- เว้นวันพักอย่างน้อยหนึ่งวันหลังฝึกความแข็งแรงหนัก
- ใช้วันพักทำกิจกรรมเบา เช่น เดินสั้นหรือยืดเหยียด
- สังเกตความล้าสะสมหากรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติต่อเนื่อง
ตัวอย่างการกระจายกิจกรรมในสัปดาห์
ตัวอย่างหนึ่งที่ใช้ได้กับผู้ที่มีความฟิตระดับปานกลาง คือ เดินสามวัน ฝึกความแข็งแรงสองวันสลับกับวันเดิน ฝึกการทรงตัวเกือบทุกวัน และยืดเหยียดทุกวัน โดยเว้นหนึ่งวันเป็นวันพักเต็มที่
ตัวอย่างนี้เป็นเพียงแนวทางเริ่มต้น ควรปรับสัดส่วนตามความฟิต โรคประจำตัว และความชอบส่วนตัว เพราะตารางที่ทำตามได้จริงอย่างสม่ำเสมอมีประโยชน์มากกว่าตารางที่สมบูรณ์แบบแต่ทำตามไม่ได้ในระยะยาว
- ผู้เพิ่งเริ่มอาจเริ่มจากเดินสามวันและฝึกทรงตัวเบา ๆ ทุกวันก่อน
- เพิ่มฝึกความแข็งแรงเมื่อคุ้นเคยกับกิจกรรมพื้นฐานแล้ว
- ปรับตารางใหม่ทุก 4-6 สัปดาห์ตามความก้าวหน้า
ปัจจัยสุขภาพที่ต้องพิจารณาในการจัดตาราง
ผู้ที่มีภาวะเปราะบางหรือ Clinical Frailty ควรเริ่มจากความถี่น้อยกว่าตัวอย่างทั่วไปและเพิ่มช้ากว่าคนที่แข็งแรงดี ส่วนผู้ที่มีโรคหัวใจควรให้แพทย์กำหนดขอบเขตความหนักและความถี่ที่ปลอดภัยก่อนวางตาราง
ผู้ที่ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันควรพิจารณาช่วงเวลาที่ยาออกฤทธิ์เต็มที่เมื่อจัดตาราง เช่น หลีกเลี่ยงออกกำลังกายหนักในช่วงที่ยาบางชนิดทำให้ง่วงซึมหรือความดันต่ำ
- แจ้งแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดถึงโรคประจำตัวก่อนวางตาราง
- พิจารณาช่วงเวลาที่ยาออกฤทธิ์เมื่อจัดตาราง
- เริ่มจากความถี่น้อยกว่าตัวอย่างทั่วไปหากมีภาวะเปราะบาง

รูปภาพโดย Jess Bailey Designs / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ประเมินระดับความฟิตปัจจุบันก่อนจัดตาราง
ก่อนจัดตาราง ควรทราบระดับความฟิตปัจจุบันจากการประเมินของนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ เพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมและปลอดภัย
- แจ้งกิจกรรมที่ทำอยู่แล้วในปัจจุบันให้ผู้เชี่ยวชาญทราบ
- แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่
- สอบถามความถี่และความหนักที่เหมาะสมกับตนเอง
ร่างตารางเริ่มต้นและกระจายองค์ประกอบให้ครบ
ร่างตารางที่มีทั้งกิจกรรมกระตุ้นหัวใจ ฝึกความแข็งแรง ฝึกการทรงตัว ยืดเหยียด และวันพัก กระจายอยู่ตลอดสัปดาห์ โดยเริ่มจากความถี่ที่ทำได้จริง
- กำหนดวันเดินหรือกิจกรรมกระตุ้นหัวใจก่อน
- เพิ่มวันฝึกความแข็งแรงสลับกับวันพักกล้ามเนื้อกลุ่มนั้น
- แทรกฝึกการทรงตัวและยืดเหยียดในวันที่เหลือ
ทบทวนและปรับตารางเป็นระยะ
หลังใช้ตารางไปสักระยะ ควรทบทวนว่าทำตามได้จริงหรือไม่ รู้สึกเหนื่อยล้าสะสมหรือไม่ และปรับความถี่หรือความหนักตามความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นจริง
- ทบทวนตารางทุก 4-6 สัปดาห์
- ปรับความหนักหรือความถี่ตามความฟิตที่เปลี่ยนไป
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากรู้สึกล้าสะสมหรือไม่ก้าวหน้า
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าจัดตารางที่ทำกิจกรรมเดียวซ้ำทุกวันโดยไม่มีองค์ประกอบอื่น
- อย่าเริ่มตารางด้วยความถี่และความหนักเต็มที่ตั้งแต่สัปดาห์แรก
- อย่าฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อกลุ่มเดิมติดต่อกันทุกวันโดยไม่พัก
- อย่าใช้ตารางสำเร็จรูปเดียวกันโดยไม่ปรับตามโรคประจำตัวของตนเอง
- อย่าฝืนทำตามตารางเดิมทั้งที่รู้สึกล้าสะสมต่อเนื่องหลายวัน
- อย่าละเลยการทบทวนตารางเมื่อความสามารถหรือสภาพร่างกายเปลี่ยนไป
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันทีหากขณะทำกิจกรรมตามตารางมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่มรุนแรง หรือหมดสติ
- โทร 1669 ทันทีหากล้มระหว่างออกกำลังกายและศีรษะกระแทกจนซึมลง
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกันหากปวดข้อหรือกล้ามเนื้อรุนแรงขึ้นทันทีหลังทำตามตาราง
- นัดพบนักกายภาพบำบัดในสัปดาห์นี้หากรู้สึกล้าสะสมต่อเนื่องเกินหนึ่งสัปดาห์แม้ปรับตารางแล้ว
- นัดพบแพทย์เร็วขึ้นหากมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติชัดเจนเมื่อทำกิจกรรมความหนักเท่าเดิม
- สังเกตและจดบันทึกไว้หากรู้สึกล้ากล้ามเนื้อตามปกติหลังวันฝึกหนักแต่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน
เช็กลิสต์สรุป
- ประเมินระดับความฟิตปัจจุบันกับนักกายภาพบำบัดก่อนจัดตาราง
- กระจายกิจกรรมกระตุ้นหัวใจ ฝึกความแข็งแรง ฝึกการทรงตัว และยืดเหยียดตลอดสัปดาห์
- เว้นวันพักอย่างน้อยหนึ่งวันหลังฝึกความแข็งแรงหนัก
- เริ่มจากความถี่และความหนักเบาก่อนเพิ่มทีละน้อย
- ทบทวนและปรับตารางทุก 4-6 สัปดาห์
- แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ก่อนวางตาราง
- สังเกตความล้าสะสมและปรับตารางเมื่อจำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
ควรออกกำลังกายกี่วันต่อสัปดาห์
โดยทั่วไปแนะนำให้มีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอเกือบทุกวันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่จำนวนวันและความหนักที่เหมาะสมควรปรับตามสภาพร่างกายแต่ละคน ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดหรือแพทย์เพื่อกำหนดจำนวนวันที่เหมาะสมกับตนเอง
ถ้าพลาดตารางไปหนึ่งวันต้องชดเชยไหม
ไม่จำเป็นต้องชดเชยด้วยการเพิ่มความหนักเป็นสองเท่าในวันถัดไป เพียงกลับมาทำตามตารางเดิมตามปกติในวันถัดไปก็เพียงพอ การฝืนชดเชยอาจเพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บ
ตารางเดียวกันใช้ได้กับผู้สูงอายุทุกคนไหม
ไม่ควรใช้ตารางเดียวกันกับทุกคน เพราะความฟิต โรคประจำตัว และความเสี่ยงหกล้มแตกต่างกัน ควรปรับตารางให้เหมาะกับแต่ละบุคคลโดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
วันพักควรทำอะไรบ้าง
วันพักสามารถทำกิจกรรมเบา เช่น เดินระยะสั้นหรือยืดเหยียดเบา ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องนิ่งอยู่กับที่ทั้งวัน เพียงหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักที่ใช้กล้ามเนื้อกลุ่มเดิมซ้ำ
รู้ได้อย่างไรว่าตารางที่ใช้อยู่หนักเกินไป
สังเกตได้จากความล้าสะสมที่ไม่หายไปแม้พักแล้ว นอนหลับไม่ดีขึ้น หรือรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติต่อเนื่องหลายวัน หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรลดความหนักหรือความถี่และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ควรปรับตารางบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำให้ทบทวนและปรับตารางทุก 4-6 สัปดาห์ตามความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นจริง แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงสุขภาพกะทันหันควรปรับทันทีและปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
ตารางออกกำลังกายช่วยดูแลกิจวัตรประจำวันโดยรวมได้อย่างไร
ตารางที่สมดุลช่วยรักษาทั้ง ADL และ IADL ไว้ได้นานขึ้น เพราะกิจวัตรประจำวันพื้นฐานอย่างการอาบน้ำแต่งตัว และกิจวัตรที่ซับซ้อนกว่าอย่างการออกไปซื้อของ ล้วนต้องอาศัยความแข็งแรง การทรงตัว และความทนทานของหัวใจที่ได้จากการฝึกอย่างสม่ำเสมอ
สรุป
- ตารางออกกำลังกายรายสัปดาห์ที่ดีต้องผสมกิจกรรมกระตุ้นหัวใจ ฝึกความแข็งแรง ฝึกการทรงตัว ยืดเหยียด และวันพัก
- เริ่มจากความถี่และความหนักที่ทำได้จริง แล้วค่อยเพิ่มตามความฟิตที่ดีขึ้น
- วันพักสำคัญพอกับวันฝึก โดยเฉพาะหลังวันที่ฝึกความแข็งแรงหนัก
- ทบทวนตารางเป็นระยะและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อรู้สึกล้าสะสมหรือไม่ก้าวหน้า
แหล่งข้อมูล
- Physical activity — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- แนวทางส่งเสริมกิจกรรมทางกายผู้สูงอายุ — กรมอนามัย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- คู่มือการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

วางตารางออกกำลังกายรายสัปดาห์ให้ผู้สูงอายุ สลับกิจกรรมอย่างไรไม่ให้เบื่อและไม่หนักเกินไป
ตารางออกกำลังกายที่ดีไม่ใช่แค่กำหนดวันและเวลา แต่ต้องสลับประเภทกิจกรรมให้ครอบคลุมกำลัง การทรงตัว และความยืดหยุ่น พร้อมเว้นวันพักให้เหมาะกับร่างกายผู้สูงอายุ

ทำไมตารางออกกำลังกายที่วางไว้ดีไม่เคยถูกทำตามจริง 7 จุดพลาดที่ครอบครัวควรรู้
หลายบ้านวางตารางออกกำลังกายให้ผู้สูงอายุอย่างตั้งใจ แต่ผ่านไปสองสัปดาห์ก็เลิกทำ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจ แต่อยู่ที่จุดพลาดเล็ก ๆ ในการออกแบบตารางตั้งแต่แรก

เช็กลิสต์ตารางออกกำลังกายรายสัปดาห์ของผู้สูงอายุ ตรวจอะไรก่อนเริ่มและระหว่างทำ
เช็กลิสต์ตรวจความพร้อมของร่างกาย ความหลากหลายของท่าทาง และสภาพแวดล้อม ก่อนและระหว่างทำตารางออกกำลังกายรายสัปดาห์ของผู้สูงอายุ

แผนฝึกการทรงตัวสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่นั่งมั่นคงไปจนถึงยืนขาเดียวอย่างปลอดภัย
การทรงตัวที่ดีขึ้นช่วยลดความเสี่ยงหกล้มได้จริง แต่ต้องฝึกเป็นลำดับขั้นจากง่ายไปยาก ไม่ข้ามขั้นตอน คู่มือนี้แนะนำวิธีฝึกทีละระดับพร้อมจุดที่ต้องระวังในแต่ละขั้น