สูงวัยไทย

ผ้ารองกันเปื้อนผู้ป่วยติดเตียง เปลี่ยนด้วยวิธีพลิกตะแคง ไม่ต้องยกตัว

เปลี่ยนผ้ารองกันเปื้อนที่เปียกใต้ตัวผู้ป่วยโดยพลิกตะแคงทีละข้าง ผู้ดูแลคนเดียวทำได้ ไม่ฉุดผิว และใช้ผ้าขวางเตียงช่วยยกตัวได้ด้วย

14 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026

Caregivers supporting an elderly man lying in bed, providing assistance and comfort.

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • การเปลี่ยนผ้ารองกันเปื้อนใต้ตัวผู้ป่วยติดเตียง ทำได้โดยพลิกตัวผู้ป่วยตะแคงทีละข้างสองครั้ง ไม่ต้องช้อนตัวขึ้น ครั้งแรกพลิกไปหาราวเตียงด้านไกลเพื่อม้วนผืนเก่าไว้ที่แผ่นหลัง แล้ววางผืนใหม่ครึ่งหนึ่งทับพื้นที่ที่ว่าง ครั้งที่สองพลิกกลับข้ามสันนูนนั้นมาอีกด้านเพื่อดึงผืนเก่าออกและคลี่ผืนใหม่ให้เรียบ ผู้ดูแลคนเดียวทำได้เมื่อเตียงสูงถึงระดับสะโพกและผู้ป่วยตะแคงได้ตามที่ทีมรักษาอนุญาต
  • ผ้าขวางเตียง (ผ้าผืนครึ่งความกว้างเตียงที่พาดใต้ไหล่ถึงต้นขา) ใช้ได้สองหน้าที่ คือรองรับสิ่งสกปรกและเป็นผ้ายกตัวเวลาต้องเลื่อนผู้ป่วยขึ้นหัวเตียง ผู้ดูแลจึงเปลี่ยนเฉพาะผืนนี้ได้บ่อย โดยไม่ต้องรื้อผ้าปูเตียงทั้งชุด ข้อสำคัญคือห้ามซ้อนผ้ารองหลายชั้นเกินจำเป็น เพราะชั้นที่หนาจะลดผลของที่นอนป้องกันแผลกดทับ และรอยย่นเพียงเส้นเดียวก็กดผิวจนช้ำได้
  • ก่อนพลิกตัวต้องรู้ว่าผู้ป่วยตะแคงด้านไหนได้ เช่น หลังผ่าตัดสะโพก หลังโรคหลอดเลือดสมอง หรือมีสายระบายต่าง ๆ ถ้ายังไม่เคยได้รับคำสอนจากพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัด ให้ขอให้สอนที่เตียงจริงหนึ่งครั้งก่อน เพราะท่าที่ดูเรียบง่ายอาจดึงข้อไหล่ที่อ่อนแรงหรือทำให้ข้อสะโพกเทียมเคลื่อนได้

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องเปลี่ยนผ้ารองกันเปื้อนใต้ตัวผู้ป่วยติดเตียงหลายครั้งต่อวัน โดยมีคนช่วยไม่ทันหรือต้องทำคนเดียวตอนกลางคืน
  • ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องพึ่งผู้อื่นในกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน (ADL) เกือบทั้งหมด การเปลี่ยนผ้าจึงเป็นงานที่ทำซ้ำทุกวัน ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งคราว ส่วนบทความนี้ไม่ใช้แทนการสอนจากพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดเมื่อผู้ป่วยมีกระดูกหักไม่นาน มีแผลผ่าตัดช่องท้อง กระดูกสันหลังไม่มั่นคง หรือใส่อุปกรณ์ต่อกับร่างกายหลายเส้น ในกรณีเหล่านี้ต้องรู้ข้อห้ามของผู้ป่วยรายนั้นก่อน

สิ่งที่ควรรู้

ผ้ารองกันเปื้อน ผ้าขวางเตียง และผ้าปูเตียง ต่างกันที่หน้าที่

หลายบ้านเรียกผ้ากันน้ำทุกผืนว่าผ้ารองกันเปื้อนเหมือนกันหมด จนไม่รู้ว่าแต่ละผืนควรอยู่ตรงไหน เพื่อให้เปลี่ยนง่าย ลองแยกเป็นสามชั้นตามหน้าที่ ชั้นล่างสุดคือผ้าปูเตียงหรือผ้าคลุมที่นอนที่รัดมุมไว้ ชั้นกลางคือผ้ากันน้ำชนิดซักได้หรือแผ่นรองซับแบบใช้แล้วทิ้ง ชั้นบนคือผ้าขวางเตียงที่สัมผัสผิวผู้ป่วย

ชั้นบนต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด จึงควรทำให้ถอดง่ายที่สุด ผ้าขวางเตียงที่ดีกว้างพอครอบตั้งแต่ไหล่ถึงใต้เข่า ผ้าผืนที่แคบเกินไปจะเลื่อนหลุดจากตัวทุกครั้งที่ผู้ป่วยขยับ ทำให้ต้องเปลี่ยนซ้ำโดยที่ผ้าชั้นล่างยังสะอาดอยู่

ส่วนชั้นกลางที่กันน้ำมีข้อจำกัดเรื่องความร้อน ผ้าที่ด้านหลังเป็นพลาสติกทึบเก็บความร้อนและเหงื่อไว้ใต้ตัวผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะในห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ถ้าผู้ป่วยเหงื่อออกมากหรือผิวชื้นตลอด ให้ปรึกษาพยาบาลเรื่องวัสดุที่ระบายอากาศกว่า ซึ่งบทความเรื่องผ้าคลุมที่นอนกันน้ำชนิด PVC กับ TPU อธิบายเรื่องนี้ไว้ละเอียดกว่า

รอยย่นและผ้าเปียกค้าง ทำร้ายผิวได้เร็วกว่าที่คิด

แผลกดทับเกิดจากแรงกดที่ผิวเป็นเวลานาน แต่ผิวที่เปียกชื้น ถูกเสียดสี หรือถูกดึงไถลไปกับผ้าปูเตียง (ที่พยาบาลเรียกว่าแรงเฉือน) จะทนแรงกดได้น้อยลงมาก ในแบบประเมินความเสี่ยงที่พยาบาลใช้ เช่น Braden Scale ความชื้น แรงเสียดสีและแรงเฉือน เป็นหัวข้อที่ให้คะแนนแยกไว้ต่างหากจากเรื่องการเคลื่อนไหว

ผ้ารองที่ซับปัสสาวะจนอิ่มแล้วยังนอนทับอยู่ ทำให้ผิวบริเวณก้นกบและสะโพกเปื่อยยุ่ย ผิวชนิดนี้เรียกว่าผิวหนังอักเสบจากการกลั้นไม่ได้ และมักเป็นจุดเริ่มต้นของแผลที่ลึกขึ้น ส่วนผ้าที่ย่นเป็นสันใต้ก้นหรือใต้สะบัก จะกดเป็นเส้นแคบ ๆ ให้เห็นเป็นรอยแดงเป็นเส้นตรงเมื่อผู้ป่วยตื่นนอน

ผิวของผู้สูงอายุบางและแห้งกว่าวัยหนุ่มสาว ชั้นไขมันใต้ผิวที่ช่วยรับแรงน้อยลง และคนที่นอนนิ่งมานานมักกล้ามเนื้อบริเวณก้นลีบ กระดูกสะโพกและก้นกบจึงดันผิวใกล้กว่าเดิม รอยย่นที่คนสุขภาพดีนอนแล้วไม่รู้สึกอะไร จึงมีผลกับผู้ป่วยติดเตียงมากกว่าที่ใครคาดไว้

  • เปียกจากปัสสาวะหรืออุจจาระ: เปลี่ยนทันทีที่พบ ไม่รอรอบตามเวลา
  • ชื้นจากเหงื่อ: เปลี่ยนเมื่อผ้าเริ่มติดผิวและมือสัมผัสแล้วรู้สึกเย็นชื้น
  • ย่นหรือเป็นสัน: ดึงให้เรียบทุกครั้งที่พลิกตัว แม้ผ้าจะยังสะอาด

พลิกด้านไหนได้ และด้านไหนห้ามพลิก

ผู้ป่วยหลังโรคหลอดเลือดสมองที่แขนข้างหนึ่งอ่อนแรง ไหล่ข้างนั้นหลวมกว่าปกติ การดึงแขนเพื่อช่วยพลิกอาจทำให้ข้อไหล่เคลื่อนหรืออักเสบ ผู้ดูแลควรจับที่ไหล่และสะโพกหรือใช้ผ้าขวางเตียงช่วย ไม่จับที่แขนท่อนล่าง ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกมักได้รับคำแนะนำให้มีหมอนคั่นระหว่างเข่าและห้ามบิดขาเข้าใน ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลสอนไม่เหมือนกัน

ผู้ป่วยที่ใช้ท่อให้อาหารทางจมูกหรือกระเพาะ มักต้องยกหัวเตียงสูงตลอดเพื่อลดการสำลักย้อน ตอนเปลี่ยนผ้าอาจลดหัวเตียงลงได้เพียงชั่วครู่ตามที่ทีมดูแลบอก และต้องยกกลับทันที ถ้าสงสัยว่าหมอยอมให้นอนราบได้แค่ไหน ให้ถามก่อนทำ อย่าเดาจากความสะดวกของตัวเอง

ผู้ป่วยสมองเสื่อมบางคนต่อต้านเมื่อมีคนแตะตัว เพราะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร ผู้ดูแลควรบอกก่อนจะแตะทุกครั้งด้วยประโยคสั้น ๆ เช่น คุณแม่คะ หนูจะช่วยพลิกตัวไปทางนี้นะ แล้วรอให้สบตาหรือขยับตอบ การเร่งทำโดยไม่บอกมักได้การขัดขืน ซึ่งเสี่ยงต่อการตกเตียงและต่อหลังของผู้ดูแล ถ้าผู้ป่วยที่เคยสงบอยู่ดี ๆ กลับสับสน หงุดหงิด หรือซึมผิดปกติภายในไม่กี่ชั่วโมง ให้นึกถึงภาวะสับสนเฉียบพลัน (delirium) ที่อาจมาจากการติดเชื้อหรือยา ไม่ใช่อาการสมองเสื่อมที่แย่ลงเอง

ความสูงเตียงและท่าของผู้ดูแล

คนที่ต้องก้มเปลี่ยนผ้าวันละหลายรอบมักปวดหลังก่อนที่ผู้ป่วยจะมีปัญหาผิวเสียอีก ตั้งเตียงให้ขอบที่นอนอยู่ราวระดับสะโพกของผู้ดูแล ถ้าเตียงปรับระดับไม่ได้ ให้ยืนแยกเท้าและงอเข่าแทนการก้มหลัง ใช้น้ำหนักตัวโน้มไปทางผู้ป่วยแทนการออกแรงยกด้วยแขน

ล็อกล้อเตียงทุกครั้ง ยกราวกันตกด้านตรงข้ามขึ้นก่อนเริ่มพลิก แล้วดูว่าผู้ป่วยไม่ติดกับสายหรือท่อใด ๆ ราวเตียงช่วยกันตกได้ แต่ถ้าผู้ป่วยสับสนและพยายามปีนข้าม ราวอาจกลายเป็นความเสี่ยงอีกแบบ ซึ่งมีบทความแยกไว้ในเรื่องราวเตียงกับภาวะสมองเสื่อม

Nurse providing care to a patient in a hospital room with medical equipment.

รูปภาพโดย RDNE Stock project / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

เตรียมของให้ครบก่อนแตะตัวผู้ป่วย

วางผ้ารองผืนใหม่ ผ้าขวางเตียงสะอาด ถุงมือ ถุงขยะหรือตะกร้าผ้าเปื้อน ผ้าเช็ดตัวหรือทิชชูเปียกสำหรับผิวผู้ป่วย และครีมหรือฟิล์มกันผิวตามที่พยาบาลแนะนำ ไว้บนโต๊ะข้างเตียงหรือเก้าอี้ที่เอื้อมถึง อย่าให้ต้องเดินไปหยิบระหว่างผู้ป่วยตะแคงค้างอยู่

พับผืนใหม่ตามยาวเป็นสองส่วนโดยไม่ต้องรีดให้ตรงเป๊ะ แต่ให้ปลายทั้งสองข้างเสมอกัน และหมุนครึ่งที่จะอยู่ใกล้ผู้ป่วยให้ม้วนเป็นแท่งเตรียมไว้ เมื่อถึงเวลาจะได้ปูได้ทันทีโดยไม่ต้องจัดผ้าอยู่ตอนผู้ป่วยตะแคง

ล้างมือแล้วสวมถุงมือ บอกผู้ป่วยก่อนว่ากำลังจะทำอะไร แม้ผู้ป่วยจะดูไม่ตอบสนอง การพูดกับผู้ป่วยตลอดเป็นเรื่องของความเคารพ และผู้ป่วยหลายรายยังได้ยินแม้ลืมตาไม่ได้

พลิกครั้งแรก: ม้วนผืนเก่าไว้ที่หลังผู้ป่วย

ยืนด้านที่ผู้ป่วยจะหันหน้าเข้าหา ยกราวเตียงด้านตรงข้ามขึ้น งอเข่าข้างใกล้ผู้ดูแลของผู้ป่วยขึ้น วางแขนข้างนั้นพาดอก แล้วใช้มือหนึ่งจับที่ไหล่ อีกมือจับที่สะโพก ค่อย ๆ ผ่อนตัวผู้ป่วยตะแคงเข้าหาตัวเอง ใช้การโยกตัวทั้งตัวของผู้ดูแล ไม่ใช่ออกแรงที่แขน

เมื่อผู้ป่วยตะแคงมั่นคงแล้ว ใช้หมอนหนุนหลังกันไม่ให้ล้มกลับ จากนั้นคลายผืนเก่าด้านที่ยังอยู่ใต้ตัว พับม้วนเข้าหาตัวผู้ป่วยให้เหลือเป็นแท่งยาวชิดแผ่นหลัง เช็ดผิวหรือจัดการสิ่งสกปรกที่ตกค้างในตอนนี้ แล้วดูผิวหลัง ก้นกบ และสะโพกว่ามีรอยแดงที่กดแล้วไม่จางหรือไม่

ปูผืนใหม่ครึ่งหนึ่งในพื้นที่ที่ว่าง เหน็บขอบตามขวางเข้าใต้ที่นอนหรือเหน็บเข้าไปตามแนวผ้าขวางเดิม ส่วนครึ่งที่ม้วนอยู่ให้ซุกชิดกับแท่งผืนเก่าที่ด้านหลังผู้ป่วย ถึงตรงนี้ผ้าผืนใหม่และผืนเก่าจะอยู่คู่กันเป็นสันนูนเล็ก ๆ ใต้หลัง

พลิกครั้งที่สอง: ข้ามสันนูน ดึงผืนเก่าออก คลี่ผืนใหม่ให้เรียบ

เดินอ้อมไปอีกด้านของเตียง ยกราวด้านนี้ลง แล้วพลิกผู้ป่วยกลับข้ามสันนูนมานอนตะแคงอีกข้างโดยใช้วิธีเดียวกับรอบแรก ขั้นนี้ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าหลังมีก้อนนูนใต้ตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ให้บอกล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ตกใจ

ดึงผืนเก่าที่ม้วนอยู่ออกมาช้า ๆ ใส่ถุงทันที อย่าสะบัดผ้าในห้อง แล้วดึงผืนใหม่ที่เหลือให้คลี่เต็มผืน ดึงให้ตึงตามขวางและเรียบตามยาว โดยจับที่มุมเฉียงแล้วดึงออกไปทางขอบเตียง ไม่ลากตามแนวผิวผู้ป่วย

พลิกผู้ป่วยกลับมานอนหงายหรือท่าที่พยาบาลกำหนด ใช้ฝ่ามือลูบใต้ก้นกบ สะบัก และต้นขาเพื่อเช็กว่าไม่มีรอยย่นหรือชิ้นส่วนของผ้าม้วนค้างอยู่ จัดหมอนรองขาและส้นเท้าให้ลอยตามที่เคยได้รับสอน แล้วดึงผ้าห่มคลุมให้ผู้ป่วยอบอุ่นและมีความเป็นส่วนตัว

ตรวจผิวและเก็บกวาดก่อนวางมือ

ถอดถุงมือแล้วล้างมือ จดเวลาที่เปลี่ยน สภาพผ้า และสภาพผิวไว้ในสมุดประจำเตียงสั้น ๆ เช่น ก้นกบแดงจางเมื่อกด หรือพบผื่นที่ขาหนีบ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้พยาบาลหรือหมอเห็นแนวโน้มได้ดีกว่าคำบอกเล่าลอย ๆ ตอนมาตรวจ

ซักผ้าที่เปื้อนแยกจากผ้าของสมาชิกอื่นในบ้าน ผึ่งในที่ร้อนและมีลม ในหน้าฝนที่ผ้าไม่แห้ง ควรมีผ้ารองสำรองอย่างน้อยสองถึงสามชุดผลัดกัน เพื่อไม่ต้องหยิบผืนที่ยังชื้นมาใช้

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ซ้อนผ้ากันน้ำและผ้ารองหลายชั้นทับกันจนหนา เพราะชั้นที่เพิ่มมาลดการกระจายแรงกดของที่นอนป้องกันแผลกดทับ และสร้างรอยย่นระหว่างชั้น
  • ดึงผ้าที่อยู่ใต้ตัวผู้ป่วยออกโดยลากไปตามผิว เพราะแรงเฉือนทำให้ผิวบางถลอกได้ ควรใช้วิธีพลิกตะแคงแล้วม้วนผ้าออก
  • จับแขนผู้ป่วยที่อ่อนแรงเพื่อดึงให้พลิก ข้อไหล่ที่หลวมอาจเคลื่อนหรือเจ็บเรื้อรัง
  • ปล่อยผู้ป่วยตะแคงค้างโดยไม่มีหมอนหนุนหลัง แล้วเดินไปหยิบของ ผู้ป่วยอาจกลิ้งกลับหรือตกเตียง
  • ใช้ผ้าที่ยังชื้นเพราะซักไม่แห้ง เพราะความชื้นที่ผิวเป็นเหตุหนึ่งของผิวเปื่อยและแผลกดทับ

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อผู้ป่วยหายใจลำบากหรือหน้าซีดเขียวระหว่างพลิกตัว ซึมลงจนปลุกไม่ตื่น สับสนหรือซึมลงผิดจากเดิมอย่างรวดเร็ว ตกเตียงแล้วศีรษะกระแทก หรือมีขาผิดรูป เจ็บมากกะทันหันหลังพลิกตัว ซึ่งอาจเป็นกระดูกหักในผู้ที่กระดูกพรุน
  • ติดต่อพยาบาลหรือหน่วยดูแลที่บ้านภายในวันเดียวกันเมื่อผิวเป็นรอยแดงที่กดแล้วไม่จาง ผิวถลอกหรือพอง มีสีม่วงคล้ำหรือดำ มีแผลเปิดหรือมีกลิ่น หรือมีไข้ร่วมกับแผลกดทับ เพราะแผลกดทับในผู้สูงอายุอาจติดเชื้อลุกลามได้เร็ว
  • นัดพบพยาบาลหรือแพทย์ในสัปดาห์นี้เมื่อผ้ารองเปียกซ้ำหลายครั้งต่อวัน ผิวบริเวณขาหนีบหรือก้นเปื่อยแดงซ้ำ หรือผู้ดูแลเริ่มปวดหลังจากการพลิกตัว ถ้าไม่มีอาการเร่งด่วนให้จดบันทึกสั้น ๆ ไว้ถามในนัดถัดไป

เช็กลิสต์สรุป

  • ล็อกล้อเตียงและยกราวด้านตรงข้ามก่อนพลิกตัวทุกครั้ง
  • เตรียมผ้ารองผืนใหม่ ถุงมือ และถุงใส่ผ้าเปื้อนให้ครบก่อนเริ่ม
  • ถามพยาบาลล่วงหน้าว่าผู้ป่วยพลิกด้านไหนได้ ด้านไหนห้าม
  • ใช้ผ้าขวางเตียงผืนเดียวเป็นทั้งผ้ารองและผ้ายกตัว
  • ลูบฝ่ามือใต้ก้นกบและสะบักหลังปูเสร็จเพื่อหารอยย่น
  • ดูสีผิวก้นกบ สะโพก และส้นเท้าทุกครั้งที่เปลี่ยน
  • สำรองผ้ารองอย่างน้อยสองถึงสามชุดไว้ผลัดกันซัก
  • จดเวลาเปลี่ยนและสภาพผิวไว้ในสมุดประจำเตียง

คำถามที่พบบ่อย

เปลี่ยนผ้ารองกันเปื้อนให้ผู้ป่วยติดเตียงคนเดียวได้ไหม

ได้ ถ้าผู้ป่วยตะแคงตัวได้ตามที่ทีมรักษาอนุญาต เตียงสูงระดับสะโพกผู้ดูแล และมีราวเตียงด้านตรงข้าม วิธีพลิกตะแคงสองรอบแล้วม้วนผืนเก่าออกออกแบบมาให้คนเดียวทำได้ แต่ถ้าผู้ป่วยตัวใหญ่มากหรือขัดขืน ควรหาคนช่วยจับอีกคนหรือใช้ผ้ายกตัวสองคน

ผ้าขวางเตียงต่างจากผ้ารองกันเปื้อนอย่างไร

ผ้าขวางเตียงเป็นผ้าผืนที่พาดตามขวางเตียงตั้งแต่ไหล่ถึงใต้เข่า มักเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าซับ ใช้ได้ทั้งรองสิ่งสกปรกและดึงเลื่อนตัวผู้ป่วย ส่วนผ้ารองกันเปื้อนมักหมายถึงแผ่นกันน้ำหรือแผ่นซับชั้นกลาง ช่วยปกป้องที่นอน ทั้งสองอย่างใช้ร่วมกันได้ แต่ไม่ควรซ้อนหนาเกินจำเป็น

ควรเปลี่ยนผ้ารองกันเปื้อนบ่อยแค่ไหน

เปลี่ยนทันทีเมื่อเปียกหรือเปื้อน ไม่ต้องรอเวลา ถ้าผู้ป่วยใส่ผ้าอ้อมและผ้ารองยังแห้ง อาจเปลี่ยนตามรอบที่พยาบาลแนะนำ หรือเมื่อมีรอยย่นและกลิ่น ความถี่ที่เหมาะต่างกันตามผิวและการกลั้นปัสสาวะของแต่ละคน จึงควรดูจากสภาพผิวมากกว่ายึดตัวเลขตายตัว

ผ้ารองแบบใช้แล้วทิ้งกับแบบซักได้ เลือกอย่างไร

แบบใช้แล้วทิ้งสะดวกเวลาเปลี่ยนบ่อยและผู้ดูแลเหนื่อย แต่มีต้นทุนต่อเนื่องและขยะ แบบซักได้ประหยัดระยะยาวถ้ามีที่ซักและตากพอ แต่ต้องมีสำรองหลายผืนในหน้าฝน หลายบ้านใช้ผสมกัน คือแบบซักได้เป็นชั้นกลาง และแผ่นซับทิ้งได้ตอนกลางคืน

ผู้ป่วยตะแคงไม่ได้เลย เปลี่ยนผ้าอย่างไร

ถ้าตะแคงไม่ได้ตามคำสั่งแพทย์ อย่าฝืนทำเอง ให้ขอพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดสอนวิธีที่เหมาะกับผู้ป่วยรายนั้น เช่น ใช้ผ้ายกตัวสองคนยกขึ้นเล็กน้อยแล้วสอดผ้าใหม่ หรือใช้เตียงปรับระดับช่วย อย่าลากหรือดึงตัวผู้ป่วยตามพื้นที่นอน

ผิวก้นกบแดงหลังเปลี่ยนผ้า ควรทำอย่างไร

กดเบา ๆ ด้วยนิ้วแล้วปล่อย ถ้ารอยแดงจางไปภายในไม่นานและผิวไม่แตก ให้เปลี่ยนท่านอนไม่ให้ทับจุดนั้น แล้วเฝ้าดูต่อ แต่ถ้ากดแล้วสีไม่จาง ผิวพอง ถลอก หรือมีสีคล้ำ ให้ติดต่อพยาบาลภายในวันเดียวกัน เพราะอาจเป็นแผลกดทับระยะเริ่มต้น

สรุป

  • เปลี่ยนผ้ารองใต้ตัวด้วยการพลิกตะแคงสองรอบ ม้วนผืนเก่าไว้ข้างหลัง วางผืนใหม่ครึ่งหนึ่ง แล้วพลิกข้ามสันนูนเพื่อดึงออก วิธีนี้ถนอมทั้งผิวผู้ป่วยและหลังของผู้ดูแล
  • ผ้าขวางเตียงที่กว้างพอจากไหล่ถึงใต้เข่า ใช้ทั้งรองสิ่งสกปรกและยกเลื่อนตัวผู้ป่วยได้ ช่วยให้เปลี่ยนเฉพาะผืนบนบ่อย ๆ โดยไม่รื้อทั้งเตียง
  • ความชื้นกับรอยย่นสร้างความเสียหายต่อผิวได้เร็ว ผ้าเปียกควรเปลี่ยนทันที และผ้าที่ปูแล้วต้องเรียบ มือลูบตรวจได้ทุกครั้ง
  • ท่าพลิกที่ปลอดภัยขึ้นกับโรคของผู้ป่วยแต่ละราย จึงควรให้พยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดสอนที่เตียงจริงหนึ่งครั้งก่อนทำเอง

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด →

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายให้ผู้สูงอายุติดเตียงโดยไม่ลืมศักดิ์ศรี
home-care

อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายให้ผู้สูงอายุติดเตียงโดยไม่ลืมศักดิ์ศรี

วิธีทำความสะอาดร่างกายผู้สูงอายุที่ลุกจากเตียงไม่ได้ ทั้งการเช็ดตัวบนเตียง การดูแลช่องปาก และการรักษาความเป็นส่วนตัวระหว่างทำ

อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2026อ่าน 13 นาที
ผ้ายกตัวผู้ป่วยเลื่อนขึ้นหัวเตียง ต้องใช้กี่คนและจับตรงไหน
home-care

ผ้ายกตัวผู้ป่วยเลื่อนขึ้นหัวเตียง ต้องใช้กี่คนและจับตรงไหน

ผู้ป่วยไถลลงปลายเตียงบ่อย ดึงขึ้นทีไรหลังผู้ดูแลก็ร้าว บทความนี้บอกวิธีใช้ผ้ายกตัวเลื่อนขึ้นหัวเตียง จุดที่ต้องจับ และเมื่อไรต้องมีสองคน

อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2026อ่าน 11 นาที
แผ่นรองซับขนาด 45x70 กับ 60x90 เลือกตามที่นั่งหรือที่นอน
home-care

แผ่นรองซับขนาด 45x70 กับ 60x90 เลือกตามที่นั่งหรือที่นอน

เลือกแผ่นรองซับขนาด 45x70 หรือ 60x90 ให้ตรงกับเก้าอี้ เตียง ขนาดตัว และความถี่ในการพลิกตัว พร้อมข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนซื้อยกลัง

อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2026อ่าน 11 นาที
ผ้าปูที่นอนกันน้ำ PVC กับ TPU ต่างกันอย่างไร แบบไหนไม่ร้อน
home-care

ผ้าปูที่นอนกันน้ำ PVC กับ TPU ต่างกันอย่างไร แบบไหนไม่ร้อน

เปรียบเทียบผ้าปูที่นอนกันน้ำชนิด PVC กับ TPU ในมุมที่ผู้ดูแลต้องใช้จริง ทั้งความร้อน เสียงกรอบแกรบ การระบายอากาศ การซัก และเมื่อไรไม่ควรซื้อ สำหรับผู้สูงอายุที่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่

อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2026อ่าน 11 นาที
พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้ถูกจังหวะและถูกท่า ไม่ใช่แค่ตามนาฬิกา
home-care

พลิกตะแคงผู้สูงอายุติดเตียงให้ถูกจังหวะและถูกท่า ไม่ใช่แค่ตามนาฬิกา

วิธีพลิกตะแคงตัวผู้สูงอายุติดเตียงอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การกะความถี่ตามสภาพจริง ตำแหน่งมือที่ถูกต้อง ท่าตะแคง 30 องศา ไปจนถึงเมื่อไรต้องใช้ผ้าปูยกตัวและสองคนช่วย

อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2026อ่าน 21 นาที