สูงวัยไทย
จัดการเรื่องเปลี่ยนท่าและเคลื่อนไหวประจำวันช่วงพักฟื้น ไม่ใช่แค่รอเวลาไปทำกายภาพ
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
จัดการเรื่องเปลี่ยนท่าและเคลื่อนไหวประจำวันช่วงพักฟื้น ไม่ใช่แค่รอเวลาไปทำกายภาพ
วิธีจัดจังหวะเปลี่ยนท่าและเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ระหว่างวันช่วงพักฟื้น เพื่อป้องกันแผลกดทับและลิ่มเลือด โดยไม่ต้องรอถึงเวลาทำกายภาพบำบัดตามตาราง
เผยแพร่เมื่อ 3 กันยายน 2026

รูปภาพโดย Wheeleo Walker / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การเปลี่ยนท่าและเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ระหว่างวัน เช่น พลิกตัว ขยับข้อเท้า หรือลุกนั่งขอบเตียง มีความสำคัญไม่แพ้ตารางกายภาพบำบัดที่นัดไว้ เพราะช่วยป้องกันแผลกดทับและลิ่มเลือดที่เกิดจากการอยู่นิ่งนานเกินไป
- ควรเปลี่ยนท่านอนหรือท่านั่งอย่างน้อยทุกสองชั่วโมงในช่วงที่ยังเคลื่อนไหวเองได้จำกัด แม้จะรู้สึกว่าท่าเดิมยังสบายอยู่ก็ตาม เพื่อลดแรงกดสะสมที่จุดเดิมซ้ำ ๆ
- การจัดสรรพลังงานให้เหมาะกับแต่ละช่วงวันสำคัญพอ ๆ กับการเคลื่อนไหว เพราะการฝืนทำกิจกรรมมากเกินไปในช่วงที่ร่างกายยังอ่อนล้าอาจทำให้เหนื่อยเกินไปจนไม่มีแรงเคลื่อนไหวในช่วงถัดไป
- การเคลื่อนไหวประจำวันนี้แยกจากการฝึกกายภาพบำบัดที่มีเป้าหมายสร้างความแข็งแรงเฉพาะจุด ทั้งสองส่วนควรทำควบคู่กันไป ไม่ใช่ทำอย่างใดอย่างหนึ่งแทนกัน
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับผู้ดูแลที่ต้องการวิธีจัดการเรื่องการเคลื่อนไหวประจำวันของผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวเองได้จำกัดในช่วงพักฟื้น
- เหมาะกับบ้านที่ผู้สูงอายุนอนติดเตียงบางส่วนหรือนั่งรถเข็นเป็นเวลานานระหว่างวัน
- ไม่เหมาะกับกรณีที่มีคำสั่งแพทย์ให้จำกัดการเคลื่อนไหวอย่างเข้มงวด เช่น หลังผ่าตัดกระดูกสันหลังบางประเภท กรณีนั้นต้องปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์เฉพาะรายเท่านั้น
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมการเปลี่ยนท่าบ่อยสำคัญพอ ๆ กับการฝึกกายภาพ
ตารางกายภาพบำบัดมักมีไม่กี่ครั้งต่อวัน แต่ช่วงเวลาที่เหลือระหว่างวันซึ่งผู้สูงอายุอยู่นิ่งบนเตียงหรือรถเข็นมีผลต่อความเสี่ยงแผลกดทับและลิ่มเลือดมากกว่าที่หลายคนคิด การอยู่ในท่าเดิมนานเกินไปทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดีที่จุดรับน้ำหนัก และเพิ่มความเสี่ยงเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึกของขา
การจัดจังหวะเปลี่ยนท่าเป็นประจำจึงเป็นงานของผู้ดูแลที่ต้องทำตลอดวัน ไม่ใช่รอให้นักกายภาพบำบัดมาถึงเท่านั้น
ความถี่ในการเปลี่ยนท่าที่แนะนำ
โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนท่านอนหรือท่านั่งอย่างน้อยทุกสองชั่วโมงในผู้ที่เคลื่อนไหวเองได้จำกัดมาก แม้ผู้สูงอายุจะบอกว่ายังสบายในท่าเดิมอยู่ก็ตาม เพราะแรงกดสะสมที่จุดเดิมอาจทำให้ผิวหนังเสียหายได้ก่อนจะรู้สึกเจ็บ
หากผู้สูงอายุนั่งรถเข็นได้เอง ควรกระตุ้นให้ขยับน้ำหนักตัวหรือยกก้นพ้นเบาะเป็นระยะทุกสิบห้าถึงยี่สิบนาทีเพื่อลดแรงกดต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้เองโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือ
การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ที่ทำได้แม้ยังลุกไม่ไหว
แม้ผู้สูงอายุจะยังลุกเดินไม่ได้ การขยับข้อเท้า กระดกปลายเท้าขึ้นลง หรือขยับนิ้วมือนิ้วเท้าเป็นระยะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่ขาซึ่งเป็นจุดเสี่ยงลิ่มเลือดสูง กิจกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้ทำได้หลายครั้งต่อวันโดยไม่ต้องรอเวลาทำกายภาพ
การนั่งขอบเตียงห้อยขาสั้น ๆ แม้ยังไม่ลุกเดิน ก็ช่วยให้ร่างกายปรับตัวกับการเปลี่ยนท่าและลดความเสี่ยงความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าหรือ orthostatic hypotension ที่มักเกิดขึ้นเมื่อลุกยืนกะทันหันหลังนอนนิ่งนาน
จัดสรรพลังงานให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัน
ร่างกายที่กำลังฟื้นตัวมักมีพลังงานไม่สม่ำเสมอตลอดวัน การฝืนทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวมากเกินไปในช่วงที่ยังอ่อนล้าอาจทำให้เหนื่อยเกินไปจนไม่มีแรงเคลื่อนไหวในช่วงถัดไป ควรสังเกตว่าช่วงไหนของวันที่ผู้สูงอายุมีแรงมากที่สุดแล้วจัดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากไว้ในช่วงนั้น
การผสมผสานกิจวัตรประจำวัน เช่น การแปรงฟันหรือหวีผมเอง เข้ากับการเคลื่อนไหวก็เป็นวิธีที่ช่วยให้ได้เคลื่อนไหวโดยไม่รู้สึกเหมือนเป็นการออกกำลังกายที่ต้องฝืนทำ ผู้ดูแลควรทบทวนตารางพลังงานนี้ใหม่เป็นระยะ เพราะระดับแรงของผู้สูงอายุมักเปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของการฟื้นตัวในแต่ละสัปดาห์

รูปภาพโดย Yaroslav Shuraev / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: กำหนดตารางเปลี่ยนท่าให้ชัดเจน
สร้างตารางเวลาที่ผู้ดูแลทุกคนในบ้านเห็นตรงกัน
- กำหนดเวลาพลิกตัวหรือเปลี่ยนท่านั่งอย่างน้อยทุกสองชั่วโมง
- ติดตารางไว้ในจุดที่ผู้ดูแลทุกคนเห็นได้ง่าย
- จดบันทึกเวลาที่เปลี่ยนท่าล่าสุดเพื่อไม่ให้ลืมหรือทำซ้ำถี่เกินไป
ขั้นที่ 2: แทรกการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ระหว่างวัน
เพิ่มกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้แม้ยังลุกเดินไม่ได้
- กระตุ้นให้ขยับข้อเท้าและนิ้วเท้าหลายครั้งต่อวัน
- ช่วยให้นั่งขอบเตียงห้อยขาสั้น ๆ ตามคำแนะนำแพทย์
- ผสมกิจวัตรประจำวัน เช่น แปรงฟันหรือหวีผม เข้ากับการเคลื่อนไหว
ขั้นที่ 3: จัดกิจกรรมตามช่วงพลังงานของแต่ละวัน
สังเกตและวางแผนตามพลังงานที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน
- สังเกตว่าช่วงไหนของวันที่ผู้สูงอายุมีแรงมากที่สุด
- จัดกิจกรรมที่ใช้แรงมากไว้ในช่วงที่มีพลังงานสูง
- ให้พักเมื่อสังเกตเห็นสัญญาณอ่อนล้า ไม่ฝืนทำต่อ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
IKEA อิเกีย ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน แบบบาง 3 ฟุต 90 x 200 ซม.TAGELSÄV ทอเกลเซฟ
IKEAผ้ารองกันเปื้อนที่นอนกันน้ำ ล้อมรอบทั้งหมด ผ้าปูที่นอนกันลื่น TPU 100%กันไรฝุ่น ปัสสาวะหลักฐาน 3ฟุต/5ฟุต/6ฟุต/6.5ฟุต
ผ้ารองกันเปื้อนที่นอนโรงแรม ซึมซับคราบ ของเหลวได้ดี (ไม่กันน้ำ) แบรนด์บ้านมิลิน
ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน รัดมุม360° ล้อมรอบทั้งหมด ผ้าปูที่นอนกันลื่น กันไรฝุ่น ผ้าปู 3ฟุต/3.5ฟุต/5ฟุต/6ฟุต/6.5ฟุต
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าปล่อยให้อยู่ในท่าเดิมนานเกินสองชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนท่าแม้จะดูสบายอยู่
- อย่ารอให้ถึงเวลาทำกายภาพบำบัดเท่านั้นถึงจะให้เคลื่อนไหว
- อย่าให้ลุกยืนกะทันหันหลังนอนนิ่งนานโดยไม่ให้เวลาปรับตัวนั่งก่อน
- อย่าฝืนให้ทำกิจกรรมต่อเมื่อผู้สูงอายุแสดงสัญญาณอ่อนล้าชัดเจน
- อย่ามองข้ามรอยแดงหรือรอยกดที่ผิวหนังบริเวณจุดรับน้ำหนักว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากขาข้างใดข้างหนึ่งบวมแดงเฉียบพลันร่วมกับปวดมาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึก
- ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากพบรอยแดงที่ผิวหนังบริเวณจุดรับน้ำหนักไม่จางหายภายในสามสิบนาทีหลังเปลี่ยนท่า
- นัดพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดภายในสัปดาห์นี้ หากรู้สึกว่าความสามารถในการเคลื่อนไหวไม่ดีขึ้นตามที่คาดหวังหลังผ่านไปหลายสัปดาห์
- ทำตามแผนเปลี่ยนท่าและเคลื่อนไหวต่อไปตามปกติ หากยังไม่มีสัญญาณผิดปกติ
เช็กลิสต์สรุป
- กำหนดตารางเปลี่ยนท่าอย่างน้อยทุกสองชั่วโมง
- กระตุ้นให้ขยับข้อเท้าและนิ้วเท้าหลายครั้งต่อวัน
- ช่วยนั่งขอบเตียงห้อยขาสั้น ๆ ตามคำแนะนำแพทย์
- สังเกตช่วงเวลาที่มีพลังงานมากที่สุดในแต่ละวัน
- ตรวจสอบรอยแดงหรือรอยกดที่ผิวหนังบริเวณจุดรับน้ำหนักทุกวัน
- ให้เวลาปรับตัวนั่งก่อนลุกยืนทุกครั้งหลังนอนนิ่งนาน
- ให้พักทันทีเมื่อสังเกตเห็นสัญญาณอ่อนล้า
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าผู้สูงอายุบอกว่าไม่อยากขยับเพราะเจ็บแผล ควรฝืนให้เปลี่ยนท่าหรือไม่
ไม่ควรฝืนหากมีอาการปวดรุนแรง ควรปรึกษาทีมแพทย์เรื่องการจัดการความปวดก่อนเปลี่ยนท่า หรือปรับวิธีเปลี่ยนท่าให้นุ่มนวลขึ้น เช่น ใช้หมอนช่วยพยุงระหว่างพลิกตัว การเปลี่ยนท่ายังจำเป็นแต่ควรทำอย่างระมัดระวังและสอบถามวิธีที่เหมาะสมจากพยาบาล
รอยแดงบนผิวหนังแบบไหนถือว่าปกติและแบบไหนต้องรีบแจ้งแพทย์
รอยแดงที่จางหายภายในสามสิบนาทีหลังเปลี่ยนท่าถือว่าเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวหนัง แต่หากรอยแดงไม่จางหายหรือผิวเริ่มมีลักษณะเป็นแผลหรือพองใส ควรรีบแจ้งทีมแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของแผลกดทับ
การขยับข้อเท้าควรทำกี่ครั้งต่อวันถึงจะเพียงพอ
ไม่มีจำนวนตายตัวที่แน่นอน แต่โดยทั่วไปแนะนำให้ทำหลายรอบต่อวัน เช่น ทุกครั้งที่นึกได้หรือทุกชั่วโมงในช่วงที่ตื่น ควรสอบถามนักกายภาพบำบัดหรือพยาบาลถึงความถี่ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายเฉพาะของผู้สูงอายุแต่ละคน
การเคลื่อนไหวประจำวันนี้ทดแทนการทำกายภาพบำบัดได้หรือไม่
ไม่ทดแทนกัน การเคลื่อนไหวประจำวันช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการอยู่นิ่งนาน ในขณะที่กายภาพบำบัดมีเป้าหมายสร้างความแข็งแรงและฟื้นฟูการทำงานเฉพาะจุดตามแผนของนักกายภาพบำบัด ทั้งสองส่วนควรทำควบคู่กันไป
ถ้าผู้ดูแลไม่อยู่บ้านตลอดเวลา จะจัดการเรื่องเปลี่ยนท่าทุกสองชั่วโมงได้อย่างไร
ควรวางแผนร่วมกับผู้ดูแลคนอื่นในบ้านหรือพิจารณาอุปกรณ์ช่วย เช่น เบาะลมสลับแรงดันที่ช่วยกระจายแรงกดโดยไม่ต้องพลิกตัวบ่อยเท่าเดิม แต่ควรปรึกษาทีมแพทย์ก่อนเลือกใช้อุปกรณ์เพื่อให้เหมาะกับสภาพร่างกายจริง
ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางหรือมวลกล้ามเนื้อน้อยอยู่ก่อนผ่าตัด ควรเริ่มเคลื่อนไหวช้ากว่าคนทั่วไปหรือไม่
ควรเริ่มช้ากว่าและอยู่ภายใต้การดูแลใกล้ชิดกว่าคนที่ไม่มีภาวะนี้มาก่อน เพราะร่างกายฟื้นตัวช้ากว่าและเสี่ยงหกล้มหรืออ่อนล้าง่ายกว่า ทีมแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดมักปรับความถี่และความหนักของการเคลื่อนไหวให้เหมาะกับระดับความเปราะบางของแต่ละคนเป็นรายกรณี ไม่ควรใช้ตารางเดียวกับผู้สูงอายุที่แข็งแรงกว่า
ควรบันทึกอะไรบ้างทุกครั้งที่ช่วยผู้สูงอายุเปลี่ยนท่าหรือลุกเดิน
ควรบันทึกเวลา ท่าทางหรือระยะทางที่ทำได้ ระดับความเหนื่อยหรือความเจ็บปวดที่ผู้สูงอายุรายงาน และสภาพผิวหนังบริเวณจุดรับน้ำหนักหลัก การบันทึกอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ทีมแพทย์เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวและปรับแผนการเคลื่อนไหวได้แม่นยำขึ้นในการนัดติดตามครั้งถัดไป
สรุป
- การเปลี่ยนท่าและเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ระหว่างวันสำคัญไม่แพ้ตารางกายภาพบำบัดที่นัดไว้
- ควรเปลี่ยนท่าอย่างน้อยทุกสองชั่วโมงเพื่อลดความเสี่ยงแผลกดทับและลิ่มเลือด
- การจัดกิจกรรมตามช่วงพลังงานของแต่ละวันช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ฝืนจนอ่อนล้า
- รอยแดงที่ไม่จางหายหรือขาบวมเฉียบพลันเป็นสัญญาณที่ต้องรีบแจ้งแพทย์ ไม่ปล่อยผ่าน
อุปกรณ์ที่คนมักหาคู่กับเรื่องนี้
รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง
ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน 150/180cm ผ้าปูที่นอน พร้อมหมอน 2PC ผ้าปูกันเปื้อน รัดมุม360° เป็นมิตรกับผิว bedsheets
ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน สารต้านจุลินทรีย์ ป้องกันแบคทีเรีย ระบายอากาศ สี่ฤดูทั่วไป
ผ้ารองกันเปื้อน ปลอกป้องกันที่นอน ที่นอน (กันน้ำได้ 100%) 6/5/4/3ฟุต มียางรัดมุม 4ด้าน ผ้าปูที่นอนกันน้ำ
[ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน] ยางยืด 4 มุม เชื่อมต่อที่นอนพร้อมกันเปื้อนในตัว 3.5/5/6/7/8/8.5/9.5/10 ฟุต
Kiss(คิส)
ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม
แหล่งข้อมูล
- Ageing and Health — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-20)
- แนวทางการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดและพักฟื้นที่บ้าน — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-20)
- คู่มือการดูแลผู้สูงอายุในช่วงพักฟื้น — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-20)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีฝึกเคลื่อนไหวผู้สูงอายุที่บ้านหลังออกจากโรงพยาบาล ทีละขั้นแบบไม่เสี่ยงล้ม
ขั้นตอนฝึกลุกนั่ง ยืน และเดินให้ผู้สูงอายุที่บ้านหลังออกจากโรงพยาบาล เริ่มจากง่ายไปยาก พร้อมจุดสังเกตว่าเมื่อไรควรหยุดฝึกและเมื่อไรควรขอความช่วยเหลือ

ให้พ่อฝึกเดินตามตารางนักกายภาพบำบัดแล้ว แต่ทำไมความแข็งแรงยังไม่กลับมา
ครอบครัวหลายบ้านทำตามตารางฝึกเดินที่นักกายภาพบำบัดกำหนดอย่างเคร่งครัด แต่ความแข็งแรงโดยรวมของผู้สูงอายุยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจัดการเคลื่อนไหวระหว่างวันที่มักถูกมองข้าม

จัดตารางยาช่วงพักฟื้นให้ไม่หลุดมือ ทั้งที่ยาเปลี่ยนบ่อยกว่าตอนป่วยปกติ
ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดหรือเจ็บป่วยมักมียาชั่วคราวและยาที่ต้องกินให้ครบคอร์สแทรกเข้ามา วิธีจัดตารางยาให้ตามทันความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้โดยไม่พลาดมื้อยาสำคัญ

จัดห้องนอนและท่าทางช่วงพักฟื้นให้นอนได้จริง ไม่ใช่แค่ล้มตัวลงเตียงแล้วรอเวลา
วิธีจัดห้องนอน ท่าทางการนอน และจังหวะยาแก้ปวดให้เอื้อต่อการนอนหลับจริงในช่วงพักฟื้น พร้อมแนวทางการเฝ้าระวังตอนกลางคืนสำหรับผู้ดูแล