สูงวัยไทย
ดูแลเครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน ล้างไส้กรอง เปลี่ยนน้ำกระบอกความชื้น และสายให้ตรงรอบ
พิมพ์เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026
ดูแลเครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน ล้างไส้กรอง เปลี่ยนน้ำกระบอกความชื้น และสายให้ตรงรอบ
ตารางดูแลเครื่องผลิตออกซิเจนสำหรับผู้ดูแล ว่าอะไรต้องทำทุกวัน ทุกสัปดาห์ และเมื่อใดต้องเรียกผู้ให้บริการ ครอบคลุมไส้กรอง กระบอกความชื้น และสายให้ออกซิเจน
เผยแพร่เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026

รูปภาพโดย Stephen Andrews / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- การดูแลเครื่องผลิตออกซิเจนแบ่งเป็นสามชั้น ทุกวันคือเปลี่ยนน้ำในกระบอกความชื้นและเช็ดสายกับหน้ากาก ทุกสัปดาห์คือถอดไส้กรองด้านนอกไปล้างให้แห้งสนิทแล้วใส่คืน และตามรอบที่คู่มือหรือผู้ให้บริการระบุคือเปลี่ยนสายและอุปกรณ์สิ้นเปลือง ส่วนข้างในตัวเครื่องห้ามเปิดเอง
- ตัวเลขที่ไม่ควรจำจากบ้านอื่นคือความถี่ที่แน่นอน เพราะแต่ละรุ่นกำหนดต่างกัน ให้ถามร้านหรือผู้ให้บริการที่ส่งเครื่อง แล้วเขียนรอบนั้นแปะข้างเครื่องไว้ ส่วนค่าอัตราการไหลที่แพทย์สั่ง ผู้ดูแลไม่ควรเปลี่ยนเองไม่ว่าเหตุผลใด
- ถ้าผู้ป่วยหายใจเหนื่อยขึ้น ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียว หรือซึมสับสนกะทันหัน ให้ถือว่าเป็นเรื่องฉุกเฉิน โทร 1669 ก่อน แล้วค่อยตรวจเครื่อง ไม่ใช่มัวล้างไส้กรองหรือเปลี่ยนสายก่อนโทร
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับลูกหลานหรือผู้ดูแลที่บ้านซึ่งมีเครื่องผลิตออกซิเจนอยู่แล้ว แพทย์สั่งใช้แล้ว และอยากรู้ว่างานประจำวัน สัปดาห์ และเดือนมีอะไรบ้าง
- ไม่ใช่คู่มือเลือกซื้อหรือตั้งค่าเครื่อง เรื่องนั้นอยู่ในบทความเลือกและใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน และไม่ใช้แทนคำสั่งของแพทย์หรือคู่มือของเครื่องรุ่นนั้น
สิ่งที่ควรรู้
ไส้กรองของเครื่องผลิตออกซิเจนอยู่ตรงไหน และล้างบ่อยแค่ไหนจึงพอ
เครื่องผลิตออกซิเจนดูดอากาศในห้องเข้าไปแยกก๊าซ จึงต้องมีไส้กรองกันฝุ่นก่อนถึงตัวเครื่อง ส่วนใหญ่เป็นแผ่นฟองน้ำหรือตาข่ายอยู่ด้านหลังหรือด้านข้าง ถอดออกได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง มีฝุ่นจากถนน หรือเปิดหน้าต่างบ่อย แผ่นกรองจะอุดเร็วกว่าบ้านที่ปิดแอร์ตลอด
ไส้กรองที่ตันทำให้เครื่องต้องดึงอากาศหนักขึ้น เสียงดังขึ้น ร้อนขึ้น และบางรุ่นเตือนด้วยเสียงหรือไฟ ผู้ดูแลที่ดูกรองแล้วเห็นเป็นฝุ่นเทาก็ถึงเวลาล้างแล้ว โดยทั่วไปคู่มือกำหนดให้ล้างด้วยน้ำสะอาดกับสบู่อ่อน ๆ บีบน้ำออก แล้วผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใส่คืน กรองที่ยังชื้นจะทำให้เกิดรา และความชื้นอาจเข้าเครื่อง
ผู้ให้บริการหลายรายแนะนำให้มีไส้กรองสำรองหนึ่งแผ่น เพราะกรองที่ล้างแล้วใช้เวลาแห้งทั้งวันในหน้าฝน ถ้าไม่มีสำรองจะเกิดช่วงที่ต้องเปิดเครื่องโดยไม่มีกรอง ซึ่งไม่ควรทำ ส่วนกรองละเอียดที่อยู่ข้างในเครื่อง ไม่ใช่งานของผู้ดูแล ต้องให้ช่างเปลี่ยนตามรอบ
น้ำในกระบอกความชื้น ใช้น้ำอะไร และทำไมต้องเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่เติม
กระบอกความชื้นช่วยให้ออกซิเจนที่ไหลเข้าจมูกไม่แห้งจนแสบ แต่มันเป็นที่เพาะเชื้อได้ง่ายถ้าดูแลไม่ดี น้ำที่อุ่นอยู่ข้างเตียงทั้งวันและผ่านการเป่าของก๊าซคือสภาพที่เชื้อโรคชอบ ผู้ดูแลหลายคนเติมน้ำเพิ่มเมื่อเหลือน้อย ซึ่งทำให้น้ำใหม่ปนน้ำเก่า และผนังกระบอกก็ไม่เคยถูกล้าง
ให้เปลี่ยนน้ำใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง เทของเก่าทิ้ง ล้างกระบอกด้วยน้ำสะอาดกับน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ ล้างให้สะอาดแล้วคว่ำให้แห้ง ก่อนเติมน้ำใหม่ถึงขีดที่กำหนด น้ำที่ใช้ตามคู่มือของเครื่องส่วนใหญ่เป็นน้ำกลั่นหรือน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว อย่าใช้น้ำประปาตรง ๆ เพราะแร่ธาตุในน้ำทำให้เกิดคราบและอาจพ่นเป็นละอองเข้าสาย ถ้าไม่แน่ใจให้โทรถามผู้ให้บริการ
ผู้ป่วยบางคนไม่จำเป็นต้องใช้กระบอกความชื้นเลย โดยเฉพาะเมื่ออัตราการไหลต่ำ แพทย์หรือผู้ให้บริการจะเป็นคนบอก ผู้ดูแลที่เห็นว่ากระบอกยุ่งยากอย่าถอดทิ้งเองโดยไม่ถาม เพราะบางคนจมูกแห้งและมีเลือดกำเดาออกถ้าไม่มี
สายให้ออกซิเจน สายต่อ และหน้ากาก เปลี่ยนเมื่อไรและสังเกตอะไร
สายซิลิโคนหรือพลาสติกที่ส่งก๊าซจากเครื่องถึงจมูก ทำงานหนักอยู่ตลอดและสัมผัสผิวหน้า เมื่อใช้ไปนานจะแข็ง เหนียว เปลี่ยนสี มีกลิ่น หรือพับแล้วไม่คืนรูป นี่คือสัญญาณให้เปลี่ยน ไม่ต้องรอครบรอบ สายที่พับงอก็ทำให้ก๊าซไหลไม่ได้เต็มที่ โดยที่เครื่องไม่รู้ตัว และผู้ป่วยก็ไม่รู้ว่าได้ออกซิเจนน้อยลง
ปลายสายที่แตะจมูกควรเช็ดด้วยผ้าสะอาดวันละครั้ง ถ้าใช้หน้ากากให้ล้างตามคู่มือและผึ่งให้แห้ง ตรวจดูผิวรอบจมูก ใบหู และหลังใบหูทุกวัน เพราะสายรัดทำให้เกิดรอยกดเร็วในผู้สูงอายุที่ผิวบางและนอนติดเตียง การรองผ้านิ่มหรือใช้ปลอกครอบสายช่วยลดแรงกดได้
ความยาวสายเป็นเรื่องความปลอดภัยด้วย สายที่ยาวเกินไปลากบนพื้นเป็นกับดักสะดุดสำหรับคนที่เดินด้วยไม้เท้าหรือวอล์คเกอร์ สายที่สั้นเกินไปดึงจมูกเมื่อผู้ป่วยพลิกตัว ให้เดินสายไปทางผนังและไม่ข้ามทางเดินจากเตียงไปห้องน้ำ และอย่าต่อสายเองจากหลายชิ้นโดยไม่ถามผู้ให้บริการ
ความปลอดภัยรอบเครื่อง ไฟ ความร้อน และน้ำมัน
ออกซิเจนทำให้สิ่งที่ติดไฟอยู่แล้วลุกเร็วขึ้น ห้ามสูบบุหรี่ จุดธูป เทียน หรือใช้เตาแก๊สใกล้เครื่องและผู้ป่วย รวมถึงแหล่งความร้อนอย่างฮีตเตอร์ พัดลมไอร้อน บ้านที่มีพิธีกรรมจุดธูปหน้าห้องนอนผู้ป่วยต้องคุยกันก่อนว่าจะย้ายไปจุดไกลออกไปเท่าไร และอย่าใช้ครีมหรือวาสลีนทาจมูกที่มีน้ำมันปิโตรเลียม ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ให้บริการแนะนำ
วางเครื่องให้ห่างจากผนังตามที่คู่มือกำหนด เพื่อให้ระบายความร้อนได้ ไม่วางบนพรม ไม่คลุมผ้า ไม่วางแก้วน้ำหรือกระป๋องสเปรย์บนหลังเครื่อง และเสียบปลั๊กตรงเข้าผนังโดยไม่พ่วงรางไฟที่ใช้พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นหรือหม้อหุงข้าว ไฟดับเป็นเรื่องที่เกิดได้ ต้องมีถังสำรองหรือแผนไปโรงพยาบาลล่วงหน้า ตามที่ผู้ให้บริการและแพทย์วางไว้

รูปภาพโดย Tima Miroshnichenko / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
งานทุกวัน ตอนเช้าก่อนเปิดเครื่องให้ผู้ป่วย
ดูก่อนว่าเครื่องวางตรงที่เดิม ไม่ถูกผ้าห่มบังช่องลม จากนั้นเทน้ำในกระบอกความชื้นทิ้ง ล้าง ใส่น้ำใหม่ตามขีด เช็ดปลายสายที่แตะจมูก แล้วเปิดเครื่องและฟังเสียง ถ้าเสียงเปลี่ยนไป มีสัญญาณเตือน หรือไฟเตือนขึ้น ให้จดไว้และโทรหาผู้ให้บริการ ไม่ต้องลองถอดแยกเอง
สังเกตผู้ป่วยไปด้วย การทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ เช่น ลุกไปห้องน้ำ กินข้าว แล้วเหนื่อยขึ้นผิดปกติ ถือเป็นสัญญาณให้บอกแพทย์ ไม่ใช่ปัญหาของเครื่องเท่านั้น
งานทุกสัปดาห์ และงานตามรอบเดือน
สัปดาห์ละครั้ง ถอดไส้กรองด้านนอกไปล้าง ผึ่งให้แห้ง แล้วใส่แผ่นสำรองแทนระหว่างนั้น เช็ดตัวเครื่องด้านนอกด้วยผ้าหมาด ๆ ที่ไม่เปียกชุ่ม ปลั๊กต้องถอดก่อนเช็ด ดูสายไฟและปลั๊กว่ามีรอยไหม้หรือร้อนผิดปกติหรือไม่
ตามรอบเดือน เปิดสมุดบันทึกดูว่ามีกี่ครั้งที่เครื่องร้อนหรือเตือน ตรวจชั่วโมงใช้งานที่หน้าจอ ถ้ามี แล้วเทียบกับรอบเปลี่ยนไส้กรองภายในและสายที่ผู้ให้บริการแจ้ง ถ้าเครื่องเป็นของเช่าหรือยืม ให้ถามว่าใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสิ้นเปลือง
เมื่อเครื่องขัดข้อง ทำตามลำดับนี้
ตรวจสุขภาพผู้ป่วยก่อน ถ้าหายใจลำบากหรือซึมให้โทร 1669 แล้วต่อสายสำรองหรือใช้ถังออกซิเจนที่เตรียมไว้ตามที่ได้รับการสอน จากนั้นตรวจว่าปลั๊กเสียบแน่น ไฟบ้านมี สายไม่พับ แล้วโทรผู้ให้บริการพร้อมบอกรุ่นและอาการ อย่าใช้เครื่องที่ส่งเสียงเตือนหรือไม่ผลิตออกซิเจนต่อเพียงเพราะมันยังหมุนอยู่
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- เติมน้ำต่อจากน้ำเก่าในกระบอกความชื้น หรือใช้น้ำประปาตรง ๆ เมื่อคู่มือระบุน้ำชนิดอื่น
- ใส่ไส้กรองที่ยังเปียกชื้น หรือเปิดเครื่องทั้งที่ไม่มีกรอง
- ปรับอัตราการไหลตามความรู้สึกหรือให้ผู้ป่วยบอกว่าอยากได้เพิ่ม
- จุดธูป เทียน หรือสูบบุหรี่ใกล้เครื่อง และใช้ครีมน้ำมันทาจมูกคนที่ใช้ออกซิเจน
- เปิดฝาเครื่องเพื่อทำความสะอาดข้างใน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 ทันทีถ้าผู้ป่วยหายใจหอบเหนื่อยผิดปกติ ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียว ซึมลง สับสนเฉียบพลัน เจ็บแน่นหน้าอก หรือพูดเป็นประโยคไม่จบ เพราะภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอาจเป็นสัญญาณขาดออกซิเจน อย่าเสียเวลาแก้ปัญหาเครื่องก่อน
- ติดต่อผู้ให้บริการหรือแพทย์ในวันเดียวกัน ถ้าเครื่องส่งเสียงเตือน ร้อนจนจับไม่ได้ ไม่มีลมออกจากสาย หรือผู้ป่วยบอกว่าลมออกน้อยลงชัดเจน
- นัดพบแพทย์ในไม่กี่วันถ้าผู้ป่วยตื่นนอนปวดหัวบ่อย ง่วงตอนกลางวันมากขึ้น เลือดกำเดาออกซ้ำ หรือผิวรอบจมูกเป็นแผล จดเวลาและอัตราการไหลที่ใช้ตอนนั้นไว้เล่า
เช็กลิสต์สรุป
- ล้างกระบอกและเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวัน
- เช็ดปลายสายที่แตะจมูกและตรวจผิวรอบจมูกทุกวัน
- ล้างไส้กรองด้านนอกสัปดาห์ละครั้งและผึ่งให้แห้งสนิท
- มีไส้กรองสำรองอย่างน้อยหนึ่งแผ่น
- จดวันเปลี่ยนสายและวันเปลี่ยนไส้กรองไว้ข้างเครื่อง
- เก็บเบอร์ผู้ให้บริการและเบอร์ 1669 ไว้ที่ผนังข้างเตียง
- เดินสายไม่ให้ข้ามทางเดินไปห้องน้ำ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องล้างไส้กรองเครื่องผลิตออกซิเจนบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปคู่มือหลายรุ่นให้ล้างไส้กรองด้านนอกประมาณสัปดาห์ละครั้ง หรือเมื่อเห็นฝุ่นจับ บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือฝุ่นมากอาจต้องถี่กว่า แต่ให้ยึดรอบในคู่มือหรือที่ผู้ให้บริการแจ้งสำหรับรุ่นของท่าน และต้องผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใส่คืนทุกครั้ง
ใช้น้ำประปาใส่กระบอกความชื้นได้ไหม
คู่มือส่วนใหญ่ระบุน้ำกลั่นหรือน้ำที่ต้มสุกแล้วเย็น เพราะแร่ธาตุและเชื้อในน้ำประปาอาจทำให้เกิดคราบและเชื้อสะสม ให้ถามผู้ให้บริการว่าเครื่องรุ่นนี้ระบุน้ำชนิดใด และเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกครั้งแทนเติมต่อ
ถ้าไม่ใส่กระบอกความชื้นแล้วผู้ป่วยจมูกแห้ง ต้องทำอย่างไร
บอกผู้ให้บริการหรือแพทย์ว่ามีอาการจมูกแห้ง แสบ หรือมีเลือดกำเดา แล้วขอให้ประเมินว่าควรใช้กระบอกความชื้นหรือวิธีอื่น อย่าทาวาสลีนหรือครีมน้ำมันที่จมูก เพราะติดไฟง่ายเมื่ออยู่ใกล้ออกซิเจน
สายให้ออกซิเจนควรเปลี่ยนเมื่อไร
เปลี่ยนตามรอบที่ผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการกำหนด และเปลี่ยนก่อนทันทีเมื่อสายแข็ง เหนียว เปลี่ยนสี มีกลิ่น พับแล้วไม่คืนรูป หรือเปื้อนหลังผู้ป่วยป่วยเป็นหวัดหรือติดเชื้อทางเดินหายใจ
เครื่องผลิตออกซิเจนใช้แทนถังออกซิเจนได้ทุกกรณีไหม
ไม่ใช่ทุกกรณี เครื่องต้องใช้ไฟฟ้าและมีกำลังจำกัด เมื่อไฟดับหรือเครื่องเสีย ต้องมีแผนสำรองตามที่แพทย์และผู้ให้บริการกำหนด เช่น ถังสำรองหรือการไปสถานพยาบาล ควรคุยเรื่องนี้ตั้งแต่วันติดตั้ง ไม่ใช่รอวันฉุกเฉิน
เมื่อไรไม่ควรรอ ต้องโทร 1669 แทนการแก้เครื่อง
เมื่อผู้ป่วยหายใจหอบ ริมฝีปากเขียว ซึมลง สับสน หรือเจ็บแน่นหน้าอก ให้โทร 1669 ทันที แล้วจึงตรวจเครื่องหรือเปลี่ยนไปใช้ถังสำรอง การรอแก้เครื่องก่อนอาจทำให้ผู้ป่วยขาดออกซิเจนนานขึ้น
สรุป
- งานดูแลมีสามชั้น คือทุกวันที่กระบอกและสาย ทุกสัปดาห์ที่ไส้กรองด้านนอก และตามรอบที่ผู้ให้บริการกำหนดสำหรับของสิ้นเปลืองและไส้กรองภายใน
- น้ำในกระบอกต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง ไส้กรองต้องแห้งสนิทก่อนใส่คืน และห้ามปรับอัตราการไหลหรือเปิดตัวเครื่องเอง
- ถ้าผู้ป่วยแย่ลง ให้โทร 1669 ก่อน แล้วค่อยตรวจเครื่อง
แหล่งข้อมูล
- ข้อมูลโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและการดูแลผู้ป่วยที่ใช้ออกซิเจนที่บ้าน — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-11-07)
- เครื่องมือแพทย์และการใช้งานอย่างปลอดภัย — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-11-07)
- Chronic obstructive pulmonary disease (COPD) — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-11-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน: อะไรที่ครอบครัวดูแลเองได้ และอะไรที่ต้องให้พยาบาลสอนก่อน
แนวทางเลือกและใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ความต่างระหว่างเครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจน การจัดที่วางและความปลอดภัยเรื่องไฟ ไปจนถึงเส้นแบ่งว่างานไหนครอบครัวทำเองได้ และงานไหนต้องให้พยาบาลสอนก่อนเสมอ

เครื่องผลิตออกซิเจนตั้งบ้านหรือถังออกซิเจนพกพา ผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรังควรใช้แบบไหน
เปรียบเทียบเครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจนสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทั้งค่าใช้จ่าย การพกพา และความปลอดภัยในบ้าน

เครื่องพ่นละอองยาแบบพกพากับแบบตั้งโต๊ะ ที่บ้านผู้สูงอายุควรเลือกแบบไหน
เทียบเครื่องพ่นละอองยาแบบพกพา (ตะแกรงสั่น) กับแบบคอมเพรสเซอร์ตั้งโต๊ะ ทั้งเสียง ความเร็ว ยาที่ใช้ได้ และค่าอะไหล่ เพื่อถามหมอหรือเภสัชกรให้ตรงจุด

จัดเตียงผู้ป่วยในห้องเล็กให้รถเข็น ผู้ดูแล และเก้าอี้นั่งถ่ายมีที่พอ
ห้องนอนแคบแต่ต้องใส่เตียงผู้ป่วย รถเข็น และที่นั่งถ่าย อ่านวิธีวัดพื้นที่ด้วยเทปกาว ลำดับวางเตียง ด้านที่ควรเว้นว่าง และสิ่งที่ควรย้ายออกก่อนซื้อ