สูงวัยไทย

ไฟดับระหว่างใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน เตรียมแผนสำรองไว้ก่อนอย่างไร

แผนรับมือไฟดับสำหรับผู้ป่วยที่ใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน: ถังสำรอง รายชื่อติดต่อ สัญญาณที่ต้องโทร 1669 และสิ่งที่ผู้ดูแลต้องซ้อมก่อนวันเกิดเหตุจริง

12 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026

Doctor in scrubs using tablet to check health of patient lying in hospital bed with nasal cannula.

รูปภาพโดย Tima Miroshnichenko / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • ไฟดับระหว่างใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน เครื่องจะหยุดทำงานทันทีและผู้ป่วยไม่ได้รับออกซิเจนเพิ่ม ต้องเปลี่ยนไปใช้ถังออกซิเจนสำรองที่เตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วดูอาการผู้ป่วยตลอด ถ้าหายใจหอบเหนื่อยมาก ริมฝีปากเขียว ซึม หรือสับสน โทร 1669 ทันที
  • แผนนี้ต้องทำก่อนไฟดับ ไม่ใช่ตอนไฟดับ ผู้ดูแลควรรู้ว่าถังสำรองอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนต่อ ใช้ได้นานเท่าไรตามที่โรงพยาบาลหรือผู้ให้บริการบอก และเบอร์ที่ต้องโทรอยู่ตรงไหน ตัวเลขอัตราไหลและชั่วโมงใช้งานต้องมาจากแพทย์หรือผู้ให้บริการที่ดูแลเครื่องเท่านั้น
  • อย่าเปลี่ยนค่าที่เครื่องเองระหว่างฉุกเฉิน และอย่าเอาผู้ป่วยออกจากบ้านเองถ้าหายใจลำบากมาก ให้เรียกรถพยาบาลและบอกชัดว่า ผู้ป่วยใช้ออกซิเจนที่บ้านและไฟดับ

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ดูแลที่มีผู้ป่วยโรคปอด ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ต้องใช้เครื่องผลิตออกซิเจนวันละหลายชั่วโมง โดยเฉพาะบ้านที่ไฟดับบ่อยในหน้าฝน พื้นที่ห่างเมือง หรือบ้านที่เพิ่งเช่าเครื่องมา
  • ถ้าผู้ป่วยแค่ใช้เครื่องเป็นครั้งคราวหรือยังไม่ได้รับคำสั่งใช้ออกซิเจนจากแพทย์ อย่าซื้อหรือใช้ออกซิเจนเอง ให้ไปพบแพทย์ก่อน บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้เริ่มใช้ออกซิเจน

สิ่งที่ควรรู้

เครื่องผลิตออกซิเจนต่างจากถังออกซิเจน ไฟดับแล้วต่างกันอย่างไร

เครื่องผลิตออกซิเจนดึงอากาศในห้อง กรองไนโตรเจนออก แล้วส่งอากาศที่มีออกซิเจนเข้มข้นขึ้นมาให้ผู้ป่วย เครื่องต้องใช้ไฟฟ้าตลอด เมื่อไฟดับเครื่องจึงหยุดเกือบทันที ต่างจากถังออกซิเจนที่เก็บก๊าซไว้แล้ว ใช้ได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า แต่หมดเมื่อก๊าซหมด

เครื่องบางรุ่นมีแบตเตอรี่ในตัวหรือแบตเตอรี่เสริม ซึ่งมักเป็นรุ่นพกพา ใช้ได้ช่วงสั้น ๆ รุ่นตั้งโต๊ะที่ใช้ในบ้านส่วนใหญ่ไม่มี ครอบครัวต้องดูจากคู่มือและถามผู้ให้บริการว่าเครื่องที่ใช้อยู่มีแบตสำรองหรือไม่ และเก็บชาร์จไว้เต็มเสมอถ้ามี

ผู้ป่วยแต่ละคนรับมือการขาดออกซิเจนได้ไม่เท่ากัน บางคนทนได้ช่วงสั้น ๆ บางคนเหนื่อยทันที ผู้ดูแลจึงไม่ควรเดาว่าอีกสักครู่คงไม่เป็นไร ให้ถามแพทย์ล่วงหน้าว่าผู้ป่วยรายนี้ควรทำอย่างไรเมื่อไม่มีออกซิเจนชั่วคราว ผู้สูงอายุที่ภาวะเปราะบางหรือใช้ยาหลายชนิดอาจแสดงอาการขาดออกซิเจนไม่ชัด เช่น แค่ซึมลงหรือสับสนเฉียบพลัน (delirium) ผู้ดูแลจึงต้องดูกิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไปด้วย ไม่ใช่ดูแค่เสียงหอบ

ถังสำรองต้องมีเท่าไรและเก็บอย่างไรให้ปลอดภัย

จำนวนและขนาดถังสำรองขึ้นกับอัตราไหลที่แพทย์สั่ง จำนวนชั่วโมงที่ไฟอาจดับในพื้นที่ และระยะเวลาที่ผู้ให้บริการเติมหรือส่งถังใหม่ได้ ผู้ดูแลต้องถามผู้ให้บริการหรือโรงพยาบาลตรง ๆ ว่า ถังที่ให้มาใช้ได้ประมาณกี่ชั่วโมงที่ค่าไหลของผู้ป่วยคนนี้ แล้วจดไว้ที่ถัง อย่าคำนวณเองจากตัวเลขในอินเทอร์เน็ต

ถังออกซิเจนเก็บให้ตั้งตรง ยึดด้วยขาตั้งหรือเชือกไม่ให้ล้ม ห่างจากเปลวไฟ เตาแก๊ส ธูป เทียน ที่จุดบุหรี่ และของที่ติดไฟง่าย ห้ามสูบบุหรี่ในห้อง ห้ามใช้น้ำมันหรือครีมทาแผลที่ติดไฟง่ายรอบหน้าและท่อ เพราะออกซิเจนช่วยให้ไฟลุกเร็ว อ่านเพิ่มเรื่องแผนหนีไฟของผู้ป่วยติดเตียงที่ใช้ออกซิเจนได้ในบทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจมาตรวัดที่ถังทุกสัปดาห์ ว่ายังมีก๊าซเหลืออยู่ และตรวจว่าท่อ ข้อต่อ และตัวควบคุมการไหลใช้ต่อได้จริง ถังที่เต็มแต่ต่อไม่เป็นช่วยอะไรไม่ได้ในนาทีที่ไฟดับ

ใครบ้างที่ต้องรู้แผน และรู้อะไร

ผู้ดูแลหลักอาจไม่อยู่บ้านตอนไฟดับ คนอื่นในบ้านที่ต้องรู้อย่างน้อยคือ ถังสำรองอยู่ตรงไหน ต่อสายอย่างไร อาการแบบไหนต้องโทร 1669 และเบอร์ผู้ให้บริการเครื่อง ถ้ามีเพื่อนบ้านหรือญาติที่อยู่ใกล้ ให้บอกเขาไว้ด้วยเผื่อขอความช่วยเหลือ

ติดกระดาษแผนฉุกเฉินไว้ข้างเตียงหรือใกล้เครื่อง เขียนชื่อผู้ป่วย โรคประจำตัว ยาที่ใช้ อัตราไหลที่แพทย์สั่ง เบอร์โรงพยาบาลที่ติดตามอยู่ เบอร์ผู้ให้บริการเครื่อง และที่อยู่บ้านพร้อมจุดสังเกต เพื่อให้คนที่ไม่ได้ดูแลประจำอ่านแล้วทำตามได้ ข้อมูลเดียวกันนี้ช่วยทีมรถพยาบาลได้ด้วย

แจ้งการไฟฟ้าและโรงพยาบาลล่วงหน้าได้อย่างไร

การไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่อาจมีช่องทางแจ้งไฟดับตามแผนงานซ่อมบำรุงล่วงหน้า ครอบครัวควรสอบถามการไฟฟ้าเขตที่ดูแลบ้านว่า มีบริการแจ้งเตือนหรือช่องทางแจ้งกรณีบ้านมีผู้ป่วยใช้เครื่องการแพทย์หรือไม่ บริการอาจต่างกันตามพื้นที่ จึงไม่ควรสันนิษฐานว่ามี ถ้าไม่มี อย่างน้อยก็ให้ติดตามประกาศไฟดับตามแผนเพื่อเตรียมถังไว้ล่วงหน้า

โรงพยาบาลที่ติดตามผู้ป่วยและทีมดูแลที่บ้านของโรงพยาบาลใกล้บ้าน มักรู้ว่าพื้นที่ใดมีผู้ป่วยใช้ออกซิเจนที่บ้าน ถามพยาบาลที่ดูแลว่าควรโทรเบอร์ไหนนอกเวลาทำการ และผู้ให้บริการเครื่องมีบริการส่งถังฉุกเฉินหรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขทั้งหมดว่าใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม

A paramedic examines a sick woman with a stethoscope indoors, providing medical care.

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ก่อนวันไฟดับ จัดชุดสำรองให้พร้อมใช้

ทำรายการอุปกรณ์ให้ครบและเก็บรวมจุดเดียว ใกล้เตียงผู้ป่วย ตรวจเดือนละครั้งและหลังมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ทุกครั้ง

  • ถังออกซิเจนสำรองพร้อมตัวควบคุมและมาตรวัด
  • ท่อ สายต่อ และหน้ากากหรือสายจมูกสำรองอย่างน้อยหนึ่งชุด
  • ไฟฉายและถ่านใหม่ เพราะต้องต่อสายในที่มืด
  • กระดาษแผนฉุกเฉินพร้อมเบอร์โทรที่ติดไว้ชัดเจน
  • เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วถ้าแพทย์แนะนำให้ใช้ พร้อมค่าปกติของผู้ป่วยที่แพทย์บอก

ซ้อมเปลี่ยนจากเครื่องเป็นถังสักครั้งตอนไฟยังไม่ดับ

ขอให้ผู้ให้บริการหรือพยาบาลสอนวิธีสลับสายจากเครื่องไปถังก่อน แล้วให้ผู้ดูแลทุกคนลองทำตามต่อหน้า ถามเรื่องการปิดเปิดวาล์ว การอ่านมาตรวัด และเสียงผิดปกติที่ต้องระวัง ไม่ควรซ้อมโดยปิดเครื่องของผู้ป่วยจริงขณะที่ผู้ป่วยต้องพึ่งออกซิเจน ให้ซ้อมในช่วงที่แพทย์หรือพยาบาลอนุญาตและมีคนเฝ้าสังเกตอาการ

ตอนไฟดับจริง ทำตามลำดับนี้

ตั้งสติและดูผู้ป่วยก่อนดูไฟ ถามว่าเหนื่อยไหม สังเกตสีริมฝีปากและความรู้สึกตัว จากนั้นสลับไปใช้ถังสำรองตามที่ซ้อมไว้ ปิดเครื่องผลิตออกซิเจนเพื่อไม่ให้กระชากเมื่อไฟกลับมา จุดไฟฉายแทนเทียนหรือตะเกียง เพราะอยู่ใกล้ออกซิเจน

โทรหาผู้ให้บริการหรือโรงพยาบาลที่ติดตามเพื่อแจ้งว่าไฟดับและขอคำแนะนำ ถ้าผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นหลังต่อถัง หายใจหอบมาก ริมฝีปากเขียว ซึม หรือสับสน โทร 1669 ไม่ต้องรอไฟกลับมา

หลังไฟกลับมา ตรวจก่อนเปลี่ยนกลับ

ดูอาการผู้ป่วยให้นิ่งก่อน แล้วค่อยเปิดเครื่องผลิตออกซิเจนและรอให้เครื่องทำงานเป็นปกติ ตามคู่มือหรือที่ผู้ให้บริการบอก จึงสลับสายกลับ บันทึกเวลาไฟดับ ระยะเวลาใช้ถัง และอาการผู้ป่วย เพื่อนำไปแจ้งแพทย์ในนัดถัดไป แล้วเติมหรือเปลี่ยนถังที่ใช้ไปแล้วโดยเร็ว

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ไม่จุดเทียน ตะเกียง ธูป หรือไฟแช็กใกล้ถังหรือสายออกซิเจนตอนไฟดับ
  • ไม่ปรับอัตราไหลเองเพราะรู้สึกว่าผู้ป่วยเหนื่อย
  • ไม่ต่อเครื่องผลิตออกซิเจนเข้ากับเครื่องปั่นไฟหรือปลั๊กพ่วงชั่วคราวโดยไม่ถามผู้ให้บริการ
  • ไม่ปล่อยให้ถังสำรองหมดอายุการตรวจหรือเหลือก๊าซน้อยโดยไม่เติม
  • ไม่ขับรถพาผู้ป่วยที่หายใจลำบากมากไปเอง ให้เรียก 1669

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 เมื่อผู้ป่วยหายใจหอบเหนื่อยมาก พูดไม่เป็นประโยค ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียว ซึมหรือสับสนเฉียบพลัน หมดสติ หรือถังสำรองไม่มี ต่อไม่ได้ หรือหมดขณะที่ผู้ป่วยอาการไม่ดี
  • โทรหาผู้ให้บริการเครื่องหรือโรงพยาบาลที่ติดตามในวันเดียวกัน เมื่อไฟดับนานกว่าที่ถังสำรองจะรองรับได้ เครื่องมีเสียงเตือนหรือไฟแสดงความผิดปกติหลังไฟกลับ หรือผู้ป่วยเหนื่อยกว่าเดิมแม้ใช้ถัง
  • นัดพบแพทย์หรือพยาบาลภายในสัปดาห์นี้ เมื่อเพิ่งผ่านเหตุไฟดับที่ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยขึ้น หรือผู้ดูแลยังไม่แน่ใจว่าชุดสำรองเพียงพอ
  • สังเกตและบันทึก เมื่อไฟดับสั้นมากและผู้ป่วยเป็นปกติ จดเวลา อาการ และสิ่งที่ทำ แล้วนำไปคุยในนัดถัดไป

เช็กลิสต์สรุป

  • ถามผู้ให้บริการว่าถังสำรองใช้ได้นานเท่าไรที่ค่าไหลของผู้ป่วย
  • จดตัวเลขที่ได้ไว้ที่ถังและบนกระดาษแผนฉุกเฉิน
  • เก็บถังตั้งตรง ยึดแน่น ห่างเปลวไฟ
  • ซ้อมสลับสายจากเครื่องเป็นถังกับคนดูแลทุกคน
  • ติดเบอร์ 1669 โรงพยาบาลและผู้ให้บริการไว้ใกล้เตียง
  • เตรียมไฟฉายและถ่านใหม่ไว้ใกล้เครื่อง
  • ตรวจมาตรวัดถังและสภาพท่อทุกสัปดาห์
  • สอบถามการไฟฟ้าเขตเรื่องการแจ้งไฟดับล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย

ไฟดับแล้วเครื่องผลิตออกซิเจนใช้แบตเตอรี่ได้ไหม

ขึ้นกับรุ่น เครื่องพกพาบางรุ่นมีแบตเตอรี่ แต่เครื่องตั้งโต๊ะที่ใช้ในบ้านส่วนใหญ่ต้องพึ่งไฟฟ้า ให้ตรวจคู่มือหรือถามผู้ให้บริการว่าเครื่องของคุณมีแบตสำรองไหม ใช้ได้นานเท่าไร และอย่าสันนิษฐานว่ามี

เครื่องปั่นไฟหรือ UPS ต่อกับเครื่องผลิตออกซิเจนได้ไหม

ควรถามผู้ให้บริการเครื่องก่อน เพราะกำลังไฟ ชนิดคลื่นไฟ และอุปกรณ์ต้องเข้ากับเครื่องรุ่นนั้น การต่อผิดอาจทำให้เครื่องเสียหรือจ่ายออกซิเจนไม่ได้ และเครื่องปั่นไฟมีเรื่องไอเสียกับไฟไหม้ ถ้าไม่มั่นใจ ให้พึ่งถังสำรองเป็นหลัก

ถังสำรองควรมีกี่ถัง

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับอัตราไหลที่แพทย์สั่ง ไฟดับนานแค่ไหนในพื้นที่ และผู้ให้บริการเติมถังได้เร็วเพียงไร ให้ถามโรงพยาบาลหรือผู้ให้บริการตรง ๆ แล้วเผื่อกรณีเลวร้ายกว่าปกติ โดยอย่าให้ถังเหลือน้อยแล้วรอเติมทีหลัง

ไฟดับสั้นไม่กี่นาที ต้องโทรหาใครไหม

ถ้าผู้ป่วยเป็นปกติและกลับมาใช้เครื่องได้ ไม่ต้องรีบโทร แต่ควรจดเวลาและอาการ แล้วแจ้งพยาบาลในนัดถัดไป ถ้าไฟดับบ่อยในพื้นที่ ควรคุยกับผู้ให้บริการเรื่องเพิ่มถังสำรองหรือเปลี่ยนแผน

อาการแบบไหนที่แปลว่าขาดออกซิเจนต้องโทร 1669

หายใจหอบเหนื่อยมาก พูดเป็นคำ ๆ ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียว ซึมหรือสับสนเฉียบพลัน หรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันทีและต่อถังสำรองระหว่างรอ ไม่ต้องรอดูว่าจะดีขึ้นเอง

เครื่องผลิตออกซิเจนต่างจากถังออกซิเจนอย่างไร

เครื่องผลิตออกซิเจนทำออกซิเจนจากอากาศและต้องใช้ไฟฟ้า ใช้ได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ส่วนถังเก็บก๊าซไว้แล้วใช้ได้โดยไม่ต้องมีไฟ แต่ต้องเติมเมื่อหมด และเก็บให้ปลอดภัย ผู้ป่วยหลายรายใช้เครื่องเป็นหลักและมีถังเป็นตัวสำรอง

สรุป

  • เครื่องผลิตออกซิเจนหยุดเมื่อไฟดับ ผู้ป่วยที่ต้องพึ่งออกซิเจนจึงต้องมีถังสำรองที่ต่อใช้ได้จริง
  • ตัวเลขชั่วโมงใช้งานและอัตราไหลต้องมาจากแพทย์หรือผู้ให้บริการของผู้ป่วยรายนั้น
  • ซ้อมสลับสายก่อนเกิดเหตุ ติดเบอร์ฉุกเฉิน และอย่าใช้เปลวไฟใกล้ออกซิเจน
  • ถ้าผู้ป่วยหอบมากหรือริมฝีปากเขียว โทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอไฟกลับมา

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด →

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน: อะไรที่ครอบครัวดูแลเองได้ และอะไรที่ต้องให้พยาบาลสอนก่อน
home-care

เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน: อะไรที่ครอบครัวดูแลเองได้ และอะไรที่ต้องให้พยาบาลสอนก่อน

แนวทางเลือกและใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ความต่างระหว่างเครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจน การจัดที่วางและความปลอดภัยเรื่องไฟ ไปจนถึงเส้นแบ่งว่างานไหนครอบครัวทำเองได้ และงานไหนต้องให้พยาบาลสอนก่อนเสมอ

อัปเดตล่าสุด 20 กันยายน 2026อ่าน 17 นาที
ดูแลเครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน ล้างไส้กรอง เปลี่ยนน้ำกระบอกความชื้น และสายให้ตรงรอบ
home-care

ดูแลเครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน ล้างไส้กรอง เปลี่ยนน้ำกระบอกความชื้น และสายให้ตรงรอบ

ตารางดูแลเครื่องผลิตออกซิเจนสำหรับผู้ดูแล ว่าอะไรต้องทำทุกวัน ทุกสัปดาห์ และเมื่อใดต้องเรียกผู้ให้บริการ ครอบคลุมไส้กรอง กระบอกความชื้น และสายให้ออกซิเจน

อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2026อ่าน 10 นาที
เช่าหรือซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน คิดค่าไฟ ค่าดูแล และสิทธิยืมจากโรงพยาบาล
home-care

เช่าหรือซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน คิดค่าไฟ ค่าดูแล และสิทธิยืมจากโรงพยาบาล

เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้านควรเช่าหรือซื้อ บทความพาคิดตามระยะเวลาที่ต้องใช้ ค่าไฟจากวัตต์บนฉลาก ค่าดูแลและบริการซ่อม รวมถึงวิธีถามโรงพยาบาลเรื่องโครงการให้ยืมและสิทธิ

อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2026อ่าน 10 นาที
เครื่องตรวจจับควันในห้องผู้ป่วยติดเตียงที่ใช้ออกซิเจนที่บ้าน ติดตรงไหนและต้องเตรียมอะไรอีก
home-care

เครื่องตรวจจับควันในห้องผู้ป่วยติดเตียงที่ใช้ออกซิเจนที่บ้าน ติดตรงไหนและต้องเตรียมอะไรอีก

ผู้ป่วยติดเตียงใช้ออกซิเจนที่บ้านเสี่ยงไฟไหม้มากขึ้น อ่านวิธีวางเครื่องตรวจจับควัน กฎห้ามไฟและธูปในห้อง แผนเคลื่อนย้ายคนที่ลุกเองไม่ได้ และสิ่งที่เครื่องทำไม่ได้

อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2026อ่าน 12 นาที
ผู้ป่วยติดเตียงใช้ออกซิเจนที่บ้าน อ่านค่าเครื่องวัดออกซิเจนอย่างไร
home-care

ผู้ป่วยติดเตียงใช้ออกซิเจนที่บ้าน อ่านค่าเครื่องวัดออกซิเจนอย่างไร

วิธีวัดและจดค่าจากเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วของผู้ป่วยติดเตียงที่ใช้เครื่องผลิตออกซิเจน มือเย็นอ่านไม่ขึ้นต้องทำอย่างไร และเมื่อไหร่ต้องโทรหาทีมแพทย์ก่อนปรับเอง

อัปเดตล่าสุด 7 พฤศจิกายน 2026อ่าน 11 นาที