สูงวัยไทย
ครอบครัวรู้ว่าแม่โอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว แต่กลับพลาดจังหวะสำคัญเพราะทำสิ่งเหล่านี้
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
ครอบครัวรู้ว่าแม่โอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว แต่กลับพลาดจังหวะสำคัญเพราะทำสิ่งเหล่านี้
จุดพลาดที่ครอบครัวไทยมักทำหลังผู้สูงอายุโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ตั้งแต่รอให้แน่ใจก่อนแจ้ง ไปจนถึงยึดควบคุมชีวิตทางการเงินของผู้สูงอายุทั้งหมด
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Kampus Production / Pexels
คำตอบสั้น ๆ
- จุดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการรอให้ทุกคนในบ้านเห็นตรงกันหรือรอสอบถามญาติก่อนโทรแจ้งธนาคาร ซึ่งกินเวลาที่มีค่าที่สุดไปโดยเปล่าประโยชน์
- อีกจุดพลาดคือครอบครัวยึดบัตร ATM หรือโทรศัพท์ของผู้สูงอายุไปทั้งหมดเพื่อ “ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ” ซึ่งทำร้ายศักดิ์ศรีและความเป็นอิสระโดยไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริง
- ครอบครัวจำนวนไม่น้อยตกเป็นเหยื่อซ้ำเพราะค้นหาเบอร์ติดต่อธนาคารหรือตำรวจจากอินเทอร์เน็ตแล้วเชื่อผลการค้นหาลำดับแรกโดยไม่ตรวจสอบว่าเป็นเบอร์ปลอมหรือไม่
- การพูดตำหนิหรือทะเลาะกันในบ้านว่าใครควรรับผิดชอบ ทำให้เสียเวลาที่ควรใช้แจ้งเหตุ และอาจทำให้ผู้สูงอายุไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมด
- การมองข้ามว่าบัญชีหรือแอปอื่นอาจใช้รหัสผ่านเดียวกัน ทำให้ความเสี่ยงลุกลามไปยังบัญชีที่ยังไม่ถูกแตะต้อง
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับลูกหลานหรือผู้ดูแลที่กำลังช่วยพ่อแม่จัดการเรื่องหลังถูกโกงเงิน และอยากรู้ว่าสิ่งที่ครอบครัวอื่นเคยพลาดคืออะไร
- เหมาะกับครอบครัวที่มีพี่น้องหลายคนและกำลังตัดสินใจว่าใครควรทำอะไรก่อน-หลัง เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปกับความเห็นไม่ตรงกัน
- เหมาะกับผู้ดูแลที่กำลังคิดจะยึดบัตรหรือโทรศัพท์ของผู้สูงอายุไปทั้งหมด และอยากรู้ทางเลือกอื่นที่ปลอดภัยกว่า
- ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการขั้นตอนแจ้งธนาคารและตำรวจแบบละเอียดทีละขั้น ซึ่งมีอยู่ในบทความคู่กันเรื่องสิ่งที่ควรทำทันทีหลังโอนเงินให้มิจฉาชีพ
สิ่งที่ควรรู้
พลาดเพราะรอให้ทุกคนเห็นตรงกันก่อนแจ้งธนาคาร
การจัดการเงินเป็นกิจวัตรที่ซับซ้อนกว่าการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า IADL (Instrumental Activities of Daily Living) ในหลายครอบครัวไทยเรื่องเงินเป็นเรื่องที่ต้องรอให้ลูกคนโตหรือหัวหน้าครอบครัวตัดสินใจก่อนจึงจะลงมือทำ พอเกิดเหตุฉุกเฉินแบบนี้ ครอบครัวจึงเสียเวลาไปกับการโทรถามกันไปมาว่าใครควรเป็นคนโทรแจ้งธนาคาร แทนที่จะให้ใครก็ตามที่อยู่ใกล้ที่สุดโทรแจ้งก่อนได้ทันที
ความล่าช้าแบบนี้ต่างจากความล่าช้าที่เกิดจากผู้สูงอายุเองในบทความก่อนหน้า เพราะเป็นความล่าช้าที่เกิดจากระบบการตัดสินใจภายในครอบครัว ซึ่งแก้ได้ด้วยการตกลงกันล่วงหน้าว่าใครมีสิทธิ์โทรแจ้งธนาคารได้ทันทีโดยไม่ต้องรอมติเอกฉันท์
พลาดเพราะยึดควบคุมชีวิตการเงินของผู้สูงอายุทั้งหมด
หลังเหตุการณ์ ครอบครัวบางบ้านตอบสนองด้วยการยึดบัตร ATM ปิดแอปธนาคาร หรือห้ามผู้สูงอายุใช้โทรศัพท์เพียงลำพัง โดยคิดว่าเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด แต่การตัดสิทธิ์ทั้งหมดโดยไม่ปรึกษาผู้สูงอายุก่อนเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีและความสามารถในการตัดสินใจที่ท่านยังมีอยู่ ทั้งที่ปัญหาจริงอยู่ที่วิธีสังเกตกลโกง ไม่ใช่ความสามารถในการใช้เงินโดยรวม
วิธีที่สมดุลกว่าคือชวนผู้สูงอายุคุยตรง ๆ ว่ากลัวเรื่องอะไร แล้วออกแบบระบบป้องกันร่วมกัน เช่น ตั้งวงเงินโอนต่อวันที่ต่ำลงชั่วคราว หรือให้มีคนที่ไว้ใจได้ช่วยตรวจสอบยอดร่วมกันเป็นระยะ แทนการยึดอำนาจตัดสินใจไปทั้งหมด
พลาดเพราะเชื่อเบอร์แรกที่เจอจากการค้นหาโดยไม่ตรวจสอบ
เมื่อรีบร้อนอยากได้เบอร์ธนาคารหรือช่องทางแจ้งความ หลายครอบครัวพิมพ์ค้นหาในอินเทอร์เน็ตแล้วกดโทรไปที่เบอร์แรกที่ปรากฏโดยไม่ทันสังเกตว่าเป็นโฆษณาหรือเว็บปลอมที่แอบใช้ชื่อธนาคารจริง ทำให้ตกเป็นเหยื่อรอบสองซ้อนเข้าไปอีก ทั้งที่ตั้งใจจะช่วยพ่อแม่แก้ปัญหา
เบอร์ที่เชื่อถือได้ที่สุดคือเบอร์จากด้านหลังบัตร ATM สมุดบัญชี หรือเว็บไซต์ทางการของธนาคารที่พิมพ์ URL เองโดยตรง ไม่ใช่การกดลิงก์หรือผลการค้นหาที่ปรากฏขึ้นมาก่อน
พลาดเพราะมองข้ามว่าบัญชีอื่นอาจเสี่ยงไปด้วย
หลายครอบครัวสนใจแค่บัญชีที่เงินหายไป โดยลืมตรวจสอบว่าผู้สูงอายุใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบัญชีธนาคารอื่น อีเมล หรือแอปกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ ถ้ารหัสผ่านซ้ำกัน มิจฉาชีพที่ได้ข้อมูลไปแล้วอาจเข้าถึงบัญชีอื่นต่อได้โดยที่ครอบครัวไม่ทันรู้ตัวจนกว่าจะสายเกินไป
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือสภาพจิตใจของผู้สูงอายุหลังเกิดเหตุ บางท่านแสดงออกด้วยอาการแสดงไม่ตรงแบบ คือไม่พูดว่าเสียใจหรือเครียดตรง ๆ แต่กลับเงียบลง ไม่อยากออกจากห้อง หรือเบื่ออาหารแทน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุมักแสดงออก ต่างจากคนวัยหนุ่มสาวที่มักบอกตรง ๆ ว่ารู้สึกอย่างไร ครอบครัวจึงต้องสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่รอให้ท่านพูดออกมาเอง

รูปภาพโดย Adventure Studio / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
แก้พลาดเรื่องความล่าช้า: ตกลงล่วงหน้าว่าใครโทรแจ้งได้ทันที
คุยกันในครอบครัวล่วงหน้าว่าถ้าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ใครก็ตามที่รู้เรื่องก่อนมีสิทธิ์โทรแจ้งธนาคารได้ทันทีโดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากทุกคน แล้วค่อยแจ้งให้สมาชิกคนอื่นทราบทีหลังผ่านกลุ่มไลน์ครอบครัว การมีกติกาชัดเจนล่วงหน้าช่วยตัดขั้นตอนการถกเถียงที่กินเวลาทองไปโดยไม่จำเป็น
บันทึกเบอร์สายด่วนธนาคารของบัญชีที่ผู้สูงอายุใช้ประจำไว้ในโทรศัพท์ของสมาชิกครอบครัวทุกคนล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาตอนเกิดเหตุจริง
แก้พลาดเรื่องศักดิ์ศรี: ออกแบบระบบป้องกันร่วมกัน ไม่ใช่ยึดอำนาจ
แทนที่จะยึดบัตรหรือห้ามใช้โทรศัพท์ ให้ชวนผู้สูงอายุคุยว่ารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากได้ความช่วยเหลือแบบไหน บางท่านอยากมีคนช่วยตรวจสอบยอดเป็นระยะ บางท่านอยากเรียนรู้วิธีสังเกตกลโกงด้วยตัวเองมากกว่าถูกจำกัดสิทธิ์ การให้ท่านมีส่วนร่วมในการออกแบบวิธีป้องกันช่วยรักษาความมั่นใจในตัวเองไว้ได้
ถ้าจำเป็นต้องปรับวงเงินโอนต่อวันหรือเพิ่มขั้นตอนยืนยันตัวตน ควรทำร่วมกับผู้สูงอายุที่สาขาธนาคารหรือผ่านการพูดคุยที่ท่านเข้าใจเหตุผล ไม่ใช่ทำลับหลังแล้วแจ้งภายหลังว่าทำไปแล้ว
แก้พลาดเรื่องหลักฐาน: ทำรายการตรวจสอบร่วมกันทั้งบ้านทันที
รวบรวมรายชื่อบัญชีธนาคาร อีเมล และแอปทั้งหมดที่ผู้สูงอายุใช้งาน แล้วตรวจสอบทีละรายการว่าใช้รหัสผ่านซ้ำกับบัญชีที่ถูกโกงหรือไม่ ถ้าซ้ำให้เปลี่ยนรหัสผ่านทุกบัญชีที่เกี่ยวข้องจากอุปกรณ์ที่ปลอดภัย และเก็บหลักฐานทุกขั้นตอนที่ทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เผื่อต้องใช้ประกอบการแจ้งความหรือทวงถามในภายหลัง
แบ่งหน้าที่กันในครอบครัวให้ชัดเจน เช่น คนหนึ่งดูแลการติดต่อธนาคาร อีกคนดูแลการแจ้งความ และอีกคนดูแลจิตใจของผู้สูงอายุ เพื่อไม่ให้ภาระทั้งหมดตกอยู่กับคนเดียวจนเหนื่อยล้าเกินไป
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าลบประวัติแชทหรือสลิปโอนเงินเพราะอยากรีบลืมเรื่องที่เกิดขึ้น หลักฐานเหล่านี้ยังจำเป็นต่อการแจ้งความและติดตามเงินคืน
- อย่าเปลี่ยนเรื่องเป็นการทะเลาะกันในครอบครัวว่าใครควรรับผิดชอบหรือใครเตือนไม่ทัน เพราะเสียเวลาที่ควรใช้แจ้งเหตุ
- อย่าปล่อยให้คนคนเดียวแบกรับทุกขั้นตอนตามลำพัง ทั้งโทรแจ้งธนาคาร แจ้งความ และดูแลจิตใจผู้สูงอายุพร้อมกันในคราวเดียว
- อย่าพูดย้ำเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ต่อหน้าผู้สูงอายุเพื่อเตือนสติ เพราะอาจทำให้ท่านรู้สึกผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่จำเป็น
- อย่ามองข้ามว่าอุปกรณ์หรือบัญชีอื่นที่เชื่อมโยงกันอาจตกอยู่ในความเสี่ยงเดียวกัน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที ถ้าผู้สูงอายุแสดงความคิดทำร้ายตนเอง พูดว่าอยากตายหรืออยากหายไป หรือมีอาการทางกายรุนแรงร่วมด้วยหลังทราบเรื่อง
- ติดต่อธนาคารและแจ้งความภายในวันเดียวกันที่ครอบครัวทราบเรื่อง อย่ารอให้ทุกคนในบ้านตกลงกันก่อน
- ถ้าผู้สูงอายุเงียบลงผิดปกติ ไม่อยากพบใคร หรือเบื่ออาหารต่อเนื่องเกินหนึ่งสัปดาห์หลังเกิดเหตุ ควรพาไปพบแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อประเมินภาวะซึมเศร้า
- ถ้าครอบครัวขัดแย้งกันรุนแรงจนกระทบความสัมพันธ์ ควรหาคนกลางหรือญาติผู้ใหญ่ที่ทุกฝ่ายไว้ใจมาช่วยพูดคุยภายในไม่กี่วัน
- เฝ้าสังเกตพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์และการเงินของผู้สูงอายุในเดือนถัดไป จดบันทึกความเปลี่ยนแปลงไว้เพื่อปรับวิธีดูแลให้เหมาะสมขึ้น
เช็กลิสต์สรุป
- ตกลงล่วงหน้าว่าใครมีสิทธิ์โทรแจ้งธนาคารได้ทันทีโดยไม่ต้องรอมติทั้งบ้าน
- บันทึกเบอร์สายด่วนธนาคารจริงไว้ในโทรศัพท์ของสมาชิกครอบครัวทุกคน
- ชวนผู้สูงอายุออกแบบระบบป้องกันร่วมกันแทนการยึดบัตรหรือโทรศัพท์ไปทั้งหมด
- ตรวจสอบว่าบัญชีหรือแอปอื่นใช้รหัสผ่านซ้ำกับบัญชีที่ถูกโกงหรือไม่
- แบ่งหน้าที่ในครอบครัวให้ชัดเจนระหว่างเรื่องธนาคาร ตำรวจ และการดูแลจิตใจ
- สังเกตพฤติกรรมและอารมณ์ของผู้สูงอายุต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งเดือน
- เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้เป็นระบบ ไม่ลบทิ้งแม้เรื่องจะดูจบไปแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
ควรยึดโทรศัพท์หรือบัตร ATM ของพ่อแม่ไปเลยหลังถูกโกงหรือไม่
ไม่ควรทำโดยไม่ปรึกษาท่านก่อน การยึดอำนาจทั้งหมดลดทอนศักดิ์ศรีและไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทางที่ดีกว่าคือชวนคุยและออกแบบระบบป้องกันร่วมกัน เช่น ปรับวงเงินโอนต่อวันหรือมีคนช่วยตรวจสอบยอดเป็นระยะ
ลูกหลานหลายคนควรแบ่งหน้าที่กันอย่างไรเมื่อเกิดเหตุ
แบ่งให้ชัดว่าใครติดต่อธนาคาร ใครไปแจ้งความ และใครอยู่ดูแลจิตใจผู้สูงอายุ เพื่อไม่ให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่คนเดียว และทุกคนควรอัปเดตความคืบหน้ากันผ่านช่องทางเดียว เช่น กลุ่มไลน์ครอบครัว
ถ้าครอบครัวทะเลาะกันเรื่องใครควรรับผิดชอบ ควรทำอย่างไร
ควรหยุดโทษกันก่อนแล้วโฟกัสที่การแจ้งธนาคารและตำรวจให้เร็วที่สุด ค่อยพูดคุยเรื่องบทบาทหน้าที่ทีหลังเมื่อสถานการณ์เฉพาะหน้าคลี่คลายแล้ว การทะเลาะกันในช่วงวิกฤตมีแต่จะเสียเวลาที่มีค่า
ถ้าหาเบอร์ธนาคารจาก Google แล้วเจอเบอร์ปลอม จะรู้ได้อย่างไร
เบอร์ที่เชื่อถือได้ที่สุดคือเบอร์จากด้านหลังบัตร ATM สมุดบัญชี หรือเว็บไซต์ทางการของธนาคารที่พิมพ์ URL เข้าไปเอง ไม่ใช่กดจากผลการค้นหาหรือโฆษณาที่ปรากฏขึ้นมา หากไม่แน่ใจให้โทรผ่านสาขาธนาคารที่เคยติดต่อมาก่อน
ควรบันทึกอะไรไว้เผื่อเกิดเหตุอีกในอนาคต
บันทึกเบอร์สายด่วนธนาคารจริง ขั้นตอนแจ้งความที่เคยใช้ รายชื่อบัญชีและแอปทั้งหมดที่ผู้สูงอายุใช้งาน และรายละเอียดกลโกงที่เคยเจอ เพื่อให้สมาชิกครอบครัวคนอื่นนำไปใช้ได้ทันทีหากเกิดเหตุซ้ำ
พี่น้องที่อยู่ไกลควรช่วยเหลืออย่างไรเมื่อไม่ได้อยู่ที่บ้าน
ช่วยได้ผ่านโทรศัพท์ เช่น ค้นหาเบอร์ธนาคารที่ถูกต้อง ช่วยจดบันทึกรายละเอียดเหตุการณ์ หรือช่วยติดตามความคืบหน้ากับธนาคารและตำรวจแทนคนที่อยู่บ้านซึ่งอาจกำลังดูแลจิตใจผู้สูงอายุอยู่
หลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ควรพูดคุยเรื่องนี้กับผู้สูงอายุอย่างไรให้ไม่กระทบใจ
หลีกเลี่ยงการพูดย้ำเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เพื่อเตือนสติ ให้โฟกัสที่การวางระบบป้องกันร่วมกันแทน และสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น เงียบลงหรือเบื่ออาหาร ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าท่านยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่แม้จะไม่พูดออกมาตรง ๆ
สรุป
- จุดพลาดของครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ความรู้ไม่พอ แต่อยู่ที่ระบบตัดสินใจในบ้านที่ยังไม่ชัดเจนล่วงหน้า
- การยึดควบคุมทั้งหมดจากผู้สูงอายุไม่ใช่การป้องกันที่ได้ผล และมักทำร้ายศักดิ์ศรีมากกว่าจะช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
- การตรวจสอบบัญชีอื่นที่อาจเสี่ยงร่วมกันสำคัญพอ ๆ กับการจัดการบัญชีที่เงินหายไปแล้ว
- สภาพจิตใจของผู้สูงอายุหลังเกิดเหตุต้องได้รับความใส่ใจไม่น้อยไปกว่าการติดตามเงินคืน
แหล่งข้อมูล
- มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยทุจริตทางการเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี — ธนาคารแห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางรู้เท่าทันกลลวงออนไลน์และการป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับประชาชน — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- แนวทางส่งเสริมสุขภาพใจและป้องกันภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ — กรมสุขภาพจิต (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง

เผลอโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ผู้สูงอายุและลูกหลานต้องทำอะไรก่อนภายในไม่กี่ชั่วโมง
ลำดับขั้นตอนที่ควรทำทันทีเมื่อผู้สูงอายุโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ตั้งแต่แจ้งธนาคารและตำรวจ ไปจนถึงตรวจสอบโทรศัพท์และป้องกันการตกเป็นเหยื่อซ้ำ

7 จุดที่ครอบครัวมักพลาดเรื่องสายโทรศัพท์หลอกลวง จนผู้สูงอายุตกเป็นเป้าซ้ำ
ครอบครัวจำนวนมากเตรียมรับมือสายโทรศัพท์หลอกลวงผิดจุด ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ บทความนี้ชี้ 7 ความผิดพลาดที่พบบ่อยพร้อมวิธีแก้ที่ทำได้จริงในบ้านไทย

จุดพลาดที่ทำให้ผู้สูงอายุยังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ทั้งที่ครอบครัวคิดว่าเตือนแล้ว
หลายครอบครัวเตือนพ่อแม่เรื่องมิจฉาชีพแล้วคิดว่าปลอดภัย แต่กลโกงเปลี่ยนรูปแบบเร็วกว่าคำเตือนแบบเดิม บทความนี้ชี้ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีวางระบบป้องกันที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

SMS ปลอมถึงผู้สูงอายุ: จุดพลาดที่ครอบครัวมักมองข้ามจนเสียเงิน
รวมจุดพลาดที่ครอบครัวไทยมักมองข้ามเมื่อผู้สูงอายุได้รับ SMS ปลอม ตั้งแต่แบบ SMS ที่หลอกง่ายที่สุดไปจนถึงพฤติกรรมของคนใกล้ตัวที่เผลอเปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าถึง