สูงวัยไทย
เลือกอุปกรณ์และแอปวิดีโอคอลให้ผู้สูงอายุอย่างไรให้เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
เลือกอุปกรณ์และแอปวิดีโอคอลให้ผู้สูงอายุอย่างไรให้เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง
ไม่มีอุปกรณ์หรือแอปวิดีโอคอลตัวเดียวที่เหมาะกับทุกบ้าน คู่มือนี้ช่วยครอบครัวเทียบทางเลือกจริงตามสภาพการมองเห็น การได้ยิน ความถนัดมือ และรูปแบบการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุแต่ละคน
เผยแพร่เมื่อ 5 สิงหาคม 2026

รูปภาพโดย Helena Lopes / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- ไม่มีอุปกรณ์หรือแอปวิดีโอคอลที่ดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน การเลือกต้องเริ่มจากสภาพการมองเห็น การได้ยิน และความถนัดมือของผู้สูงอายุคนนั้นจริง ๆ ไม่ใช่ตามความนิยมทั่วไป
- แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสายตา ส่วนอุปกรณ์แบบตั้งโต๊ะที่รับสายอัตโนมัติเหมาะกับผู้ที่มือสั่นหรือกดปุ่มเล็กลำบาก
- แอปที่ดีที่สุดคือแอปที่คนในบ้านทุกคนใช้ตรงกันและตั้งค่าความปลอดภัยไว้แล้ว ไม่ใช่แอปที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุด
- ไม่ว่าจะเลือกอุปกรณ์แบบใด ต้องมีแผนตรวจสอบตัวตนก่อนเชื่อสายที่ขอเรื่องเงินหรือข้อมูลส่วนตัวเสมอ
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่กำลังจะเริ่มตั้งวิดีโอคอลให้ผู้สูงอายุเป็นครั้งแรก และไม่รู้จะเลือกอุปกรณ์แบบไหน
- เหมาะกับบ้านที่เคยลองใช้อุปกรณ์หนึ่งแล้วไม่เวิร์ก และกำลังพิจารณาเปลี่ยนไปใช้แบบอื่น
- ไม่เหมาะกับผู้ที่ตั้งค่าและใช้งานได้ดีอยู่แล้ว บทความเรื่องแก้ปัญหาการใช้งานหรือจุดพลาดที่พบบ่อยอาจตรงความต้องการมากกว่า
- ไม่เหมาะกับกรณีฉุกเฉินที่ต้องการติดต่อผู้สูงอายุทันที กรณีนั้นควรใช้ช่องทางที่มีอยู่แล้วก่อน ไม่ใช่มาเลือกอุปกรณ์ใหม่
สิ่งที่ควรรู้
สภาพการมองเห็นและการได้ยินเป็นตัวกำหนดหลัก ไม่ใช่ราคาอุปกรณ์
ผู้สูงอายุจำนวนมากมีภาวะสายตายาวตามวัย หรือ presbyopia ซึ่งทำให้มองภาพหรือตัวอักษรขนาดเล็กบนหน้าจอโทรศัพท์ทั่วไปได้ยาก และภาวะการได้ยินเสื่อมตามวัย หรือ presbycusis ซึ่งทำให้ฟังเสียงแหลมหรือเสียงเบาจากลำโพงเล็กไม่ชัด ทั้งสองภาวะนี้เป็นเรื่องปกติตามวัยไม่ใช่ความผิดปกติ แต่ส่งผลโดยตรงต่อการเลือกอุปกรณ์
ก่อนเลือกซื้ออะไร ควรสังเกตก่อนว่าผู้สูงอายุในบ้านมีปัญหามองจอเล็กไม่ชัด หรือฟังเสียงลำโพงเล็กไม่ชัดมากกว่ากัน เพราะสองปัญหานี้แก้ด้วยอุปกรณ์คนละแบบ
- ปัญหาการมองเห็นเป็นหลัก ควรเลือกอุปกรณ์หน้าจอใหญ่และปรับขนาดตัวอักษรได้
- ปัญหาการได้ยินเป็นหลัก ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีลำโพงแยกหรือรองรับหูฟังภายนอก
ทางเลือกอุปกรณ์แบบต่าง ๆ และเหมาะกับใคร
แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสายตาเป็นหลักและยังใช้มือทั้งสองข้างได้คล่อง เพราะปรับขนาดตัวอักษรได้และเห็นหน้าคู่สนทนาชัดเจน แต่ต้องชาร์จแบตเป็นประจำและมีความเสี่ยงตกหล่นถ้าถืองุ่มง่ามหรือมือสั่น
อุปกรณ์วิดีโอคอลแบบตั้งโต๊ะที่รับสายอัตโนมัติเหมาะกับผู้ที่มือสั่นหรือมีปัญหาการเคลื่อนไหวมือ เพราะไม่ต้องกดปุ่มเล็ก ๆ เสียบปลั๊กตั้งไว้จุดเดียวไม่ต้องชาร์จ แต่เคลื่อนย้ายไม่สะดวกและเลือกได้เฉพาะจุดวางในบ้าน
สมาร์ตโฟนจอใหญ่เหมาะกับผู้ที่ยังเคลื่อนไหวออกนอกบ้านบ่อยและต้องการพกติดตัว แต่หน้าจอเล็กกว่าแท็บเล็ตและปุ่มกดยังต้องอาศัยความแม่นยำของมือพอสมควร
- แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ เหมาะกับปัญหาสายตา มือยังคล่องอยู่
- อุปกรณ์ตั้งโต๊ะรับสายอัตโนมัติ เหมาะกับมือสั่นหรือกดปุ่มเล็กลำบาก
- สมาร์ตโฟนจอใหญ่ เหมาะกับผู้ที่ยังออกนอกบ้านบ่อยและต้องพกติดตัว
เลือกแอปอย่างไรให้ปลอดภัยและใช้งานง่ายพร้อมกัน
แอปที่ดีที่สุดไม่ใช่แอปที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุด แต่คือแอปที่ทุกคนในบ้านตกลงใช้ตัวเดียวกัน เพราะผู้สูงอายุที่ต้องจำหลายแอปพร้อมกันมักสับสนว่าจะรับสายทางไหนเมื่อมีคนโทรมาจากแอปที่ไม่คุ้นเคย
ควรเลือกแอปที่ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ เช่น จำกัดว่าใครโทรเข้าได้บ้าง และหลีกเลี่ยงแอปที่อนุญาตให้คนแปลกหน้าโทรเข้าโดยไม่ผ่านการเพิ่มเป็นเพื่อนก่อน เพราะเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพมักใช้แอบอ้างเป็นคนรู้จัก
- เลือกแอปเดียวให้ทุกคนในบ้านใช้ตรงกัน ไม่สลับหลายแอป
- ตั้งค่าให้รับสายได้เฉพาะจากรายชื่อที่เพิ่มไว้แล้วเท่านั้น
- หลีกเลี่ยงแอปที่คนแปลกหน้าโทรเข้าได้โดยไม่ต้องเพิ่มเพื่อนก่อน
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
ไม่มีอุปกรณ์ใดแก้ปัญหาความจำหรือการตัดสินใจได้ หากผู้สูงอายุเริ่มมีปัญหาจำสับสนว่าใครโทรมา หรือหลงเชื่อสายหลอกลวงซ้ำ ๆ แม้ตั้งค่าอุปกรณ์ดีแค่ไหน ปัญหานั้นต้องได้รับการประเมินแยกต่างหาก ไม่ใช่แก้ด้วยการเปลี่ยนอุปกรณ์
อุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลในระดับหนึ่งเสมอ ไม่มีอุปกรณ์ใด ปลอดภัย 100% ครอบครัวจึงยังต้องมีระบบตรวจสอบตัวตนของผู้โทรควบคู่ไปกับการเลือกอุปกรณ์ที่ดี
- อุปกรณ์ไม่แก้ปัญหาความจำหรือการตัดสินใจที่เปลี่ยนไป ต้องประเมินแยกต่างหาก
- ไม่มีอุปกรณ์ใดปลอดภัยจากมิจฉาชีพได้ทั้งหมด ต้องมีระบบตรวจสอบตัวตนเสริมเสมอ

รูปภาพโดย Helena Lopes / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ประเมินสภาพร่างกายและความถนัดของผู้สูงอายุก่อนเลือกซื้อ
สังเกตหรือถามตรง ๆ ว่าอ่านตัวอักษรขนาดปกติบนโทรศัพท์ได้ชัดหรือไม่ ฟังเสียงจากลำโพงเล็กชัดหรือไม่ และมือยังกดปุ่มเล็กได้แม่นยำหรือไม่ คำตอบทั้งสามข้อนี้จะบอกทันทีว่าควรเลือกอุปกรณ์กลุ่มไหน
หากไม่แน่ใจ ให้ลองยืมหรือทดลองใช้อุปกรณ์ตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อจริง แทนการซื้อตามคำแนะนำของร้านหรือคนอื่นโดยไม่ได้ลองกับผู้สูงอายุคนนั้นเอง
- ทดสอบการอ่านตัวอักษรและฟังเสียงจริงก่อนตัดสินใจ
- ทดลองกดใช้งานอุปกรณ์ตัวอย่างก่อนซื้อจริงเมื่อทำได้
ตั้งค่าอุปกรณ์และแอปให้ปลอดภัยตั้งแต่วันแรก
หลังเลือกอุปกรณ์และแอปได้แล้ว ตั้งค่าจำกัดผู้ติดต่อให้รับสายได้เฉพาะรายชื่อที่เพิ่มไว้ และปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นซึ่งอาจทำให้ผู้สูงอายุสับสน จากนั้นฝึกให้ผู้สูงอายุลองรับสายจริงกับอุปกรณ์ใหม่อย่างน้อยสองสามครั้งก่อนถือว่าใช้งานได้จริง
บันทึกขั้นตอนตั้งค่าและรหัสผ่านสำคัญไว้ให้สมาชิกครอบครัวคนอื่นเข้าถึงได้ เผื่อกรณีต้องช่วยแก้ปัญหาในภายหลัง
- ตั้งค่าให้รับสายได้เฉพาะรายชื่อที่เพิ่มไว้แล้ว
- ฝึกรับสายจริงกับอุปกรณ์ใหม่อย่างน้อยสองสามครั้ง
- บันทึกขั้นตอนตั้งค่าไว้ให้คนอื่นในบ้านเข้าถึงได้
วางระบบตรวจสอบตัวตนควบคู่กับอุปกรณ์ที่เลือก
ไม่ว่าจะเลือกอุปกรณ์แบบใด ให้ตกลงกับผู้สูงอายุและคนในบ้านว่าจะไม่โอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวผ่านวิดีโอคอลโดยไม่ตรวจสอบตัวตนก่อนเสมอ เช่น การถามคำถามที่คนนอกครอบครัวไม่รู้ หรือวางสายแล้วโทรกลับด้วยเบอร์เดิมที่เคยใช้
ทบทวนระบบตรวจสอบตัวตนนี้เป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนอุปกรณ์หรือแอปใหม่ เพราะรูปแบบการหลอกลวงมักปรับเปลี่ยนตามเทคโนโลยีที่คนใช้กันมากขึ้น
- ตกลงกฎไม่โอนเงินหรือให้ข้อมูลผ่านวิดีโอคอลโดยไม่ตรวจสอบก่อน
- เตรียมคำถามยืนยันตัวตนที่คนนอกครอบครัวตอบไม่ได้
- ทบทวนระบบตรวจสอบตัวตนใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนอุปกรณ์หรือแอป
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าเลือกอุปกรณ์ตามราคาแพงที่สุดหรือฟีเจอร์เยอะที่สุดโดยไม่ทดลองกับผู้สูงอายุคนนั้นจริง
- อย่าใช้หลายแอปพร้อมกันในบ้านเดียวจนผู้สูงอายุสับสนว่าจะรับสายทางไหน
- อย่าเปิดให้คนแปลกหน้าโทรเข้าได้โดยไม่ผ่านการเพิ่มรายชื่อก่อน
- อย่าคิดว่าเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วจะแก้ปัญหาความจำหรือการหลงเชื่อสายหลอกลวงได้เอง
- อย่าลืมตั้งค่าจำกัดผู้ติดต่อ ปล่อยให้เป็นค่าเริ่มต้นที่เปิดกว้างเกินไป
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากผู้สูงอายุมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่นรุนแรง หรือสับสนฉับพลันหลังเผชิญสายวิดีโอคอลที่น่าสงสัยหรือหลังทราบว่าถูกหลอก เพราะอาการทางกายจากความเครียดเฉียบพลันในผู้สูงอายุบางครั้งแสดงออกไม่ตรงแบบ ไม่ควรรอดูอาการเอง
- ติดต่อธนาคารและแจ้งความภายในวันเดียวกัน หากพบว่ามีการโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวไปแล้วผ่านสายวิดีโอคอลที่น่าสงสัย
- นัดตรวจสายตาหรือการได้ยินในช่วงใกล้ หากพบว่าผู้สูงอายุมองหรือฟังอุปกรณ์ที่เลือกไว้ไม่ชัดกว่าที่คาดแม้ปรับตั้งค่าแล้ว
- ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินภาวะความจำ หากผู้สูงอายุเริ่มจำไม่ได้ว่าใครโทรมาบ่อย หรือสับสนเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ในการใช้อุปกรณ์ที่เคยใช้คล่องมาก่อน
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากผู้สูงอายุลังเลหรือไม่มั่นใจอุปกรณ์ใหม่ในช่วงแรก เพื่อดูว่าเป็นเรื่องความไม่คุ้นเคยชั่วคราวหรือปัญหาที่ต้องแก้เพิ่มเติม
เช็กลิสต์สรุป
- สังเกตปัญหาการมองเห็นและการได้ยินของผู้สูงอายุก่อนเลือกอุปกรณ์
- ทดลองอุปกรณ์ตัวอย่างกับผู้สูงอายุจริงก่อนตัดสินใจซื้อเมื่อทำได้
- เลือกแอปเดียวให้ทุกคนในบ้านใช้ตรงกัน
- ตั้งค่าให้รับสายได้เฉพาะรายชื่อที่เพิ่มไว้แล้วเท่านั้น
- ฝึกรับสายจริงกับอุปกรณ์ใหม่อย่างน้อยสองสามครั้งก่อนถือว่าใช้งานได้
- ตกลงกฎครอบครัวเรื่องไม่โอนเงินหรือให้ข้อมูลผ่านวิดีโอคอลโดยไม่ตรวจสอบก่อน
- บันทึกขั้นตอนตั้งค่าไว้ให้สมาชิกครอบครัวคนอื่นเข้าถึงได้
คำถามที่พบบ่อย
แท็บเล็ตกับอุปกรณ์วิดีโอคอลแบบตั้งโต๊ะ อย่างไหนเหมาะกับผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่มมีอาการมือสั่นเล็กน้อยมากกว่ากัน
อุปกรณ์ตั้งโต๊ะที่รับสายอัตโนมัติมักเหมาะกว่า เพราะไม่ต้องอาศัยความแม่นยำในการกดปุ่มเล็ก ๆ เหมือนแท็บเล็ต แต่ถ้าอาการมือสั่นยังไม่มากและยังต้องการพกอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ที่ปรับขนาดปุ่มให้ใหญ่ขึ้นก็ยังใช้ได้อยู่
จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่เสมอไปหรือไม่ หรือใช้โทรศัพท์เดิมที่มีอยู่แล้วปรับตั้งค่าได้
ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่เสมอไป หากโทรศัพท์เดิมยังใช้งานได้ดีให้ลองปรับขนาดตัวอักษร ความสว่างหน้าจอ และระดับเสียงให้เหมาะกับผู้สูงอายุก่อน หากปรับแล้วยังไม่ตอบโจทย์จริง ๆ ค่อยพิจารณาซื้ออุปกรณ์เฉพาะทาง
อุปกรณ์วิดีโอคอลที่โฆษณาว่าออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ปลอดภัยจากมิจฉาชีพมากกว่าอุปกรณ์ทั่วไปจริงหรือไม่
อุปกรณ์เฉพาะทางมักใช้งานง่ายกว่าและตั้งค่าจำกัดผู้ติดต่อได้สะดวกกว่า แต่ไม่มีอุปกรณ์ใดป้องกันมิจฉาชีพได้ทั้งหมดด้วยตัวมันเอง ครอบครัวยังต้องมีระบบตรวจสอบตัวตนของผู้โทรควบคู่ไปเสมอ ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์แบบใดก็ตาม
ถ้าซื้ออุปกรณ์มาแล้วผู้สูงอายุยังไม่กล้าใช้เอง ควรทำอย่างไรก่อนตัดสินใจว่าอุปกรณ์นั้นไม่เหมาะ
ควรให้เวลาฝึกใช้งานจริงอย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนสรุปว่าอุปกรณ์ไม่เหมาะ เพราะความไม่มั่นใจช่วงแรกเป็นเรื่องปกติ หากฝึกซ้ำแล้วยังลำบากมากในทุกขั้นตอน ค่อยพิจารณาเปลี่ยนไปลองอุปกรณ์แบบอื่น
ควรตั้งค่าจำกัดผู้ติดต่อแบบเข้มงวดแค่ไหน ถ้าผู้สูงอายุยังอยากคุยกับเพื่อนที่ไม่ค่อยได้ติดต่อ
ควรเริ่มจากจำกัดเฉพาะรายชื่อที่ยืนยันตัวตนแล้วก่อน แล้วค่อยเพิ่มรายชื่อใหม่ทีละคนเมื่อผู้สูงอายุหรือครอบครัวยืนยันได้ว่าเป็นคนรู้จักจริง ไม่ควรเปิดให้รับสายจากทุกคนได้ตั้งแต่แรกเพียงเพื่อความสะดวก
สรุป
- การเลือกอุปกรณ์วิดีโอคอลให้ผู้สูงอายุต้องเริ่มจากสภาพการมองเห็น การได้ยิน และความถนัดมือของคนนั้นจริง ไม่ใช่ตามความนิยมหรือราคา
- แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ อุปกรณ์ตั้งโต๊ะรับสายอัตโนมัติ และสมาร์ตโฟนจอใหญ่ เหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน ไม่มีตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน
- แอปที่ดีที่สุดคือแอปเดียวที่ทุกคนในบ้านใช้ตรงกันและตั้งค่าความปลอดภัยไว้แล้ว ไม่ใช่แอปที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุด
- ไม่ว่าจะเลือกอุปกรณ์แบบใด ต้องมีระบบตรวจสอบตัวตนก่อนเชื่อสายที่ขอเรื่องเงินหรือข้อมูลส่วนตัวเสมอ เพราะไม่มีอุปกรณ์ใดปลอดภัยจากมิจฉาชีพได้ทั้งหมด
แหล่งข้อมูล
- แนวทางความปลอดภัยทางดิจิทัลสำหรับประชาชน — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- ข้อมูลสุขภาพผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงตามวัย — กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
- Ageing and health — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-08-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

วิดีโอคอลกับผู้สูงอายุที่บ้าน ปัญหาไหนแก้ได้เอง ปัญหาไหนคือสัญญาณอันตราย
รวมปัญหาที่พบบ่อยเมื่อผู้สูงอายุใช้วิดีโอคอล ตั้งแต่มองหน้าจอไม่ชัด ฟังเสียงไม่ทัน ไปจนถึงสัญญาณที่บอกว่าสายวิดีโอคอลที่โทรเข้ามาอาจไม่ใช่คนในครอบครัวจริง พร้อมวิธีรับมือทีละกรณี

ตั้งวิดีโอคอลให้ผู้สูงอายุแล้วยังคุยกันไม่รู้เรื่อง จุดพลาดที่ครอบครัวส่วนใหญ่มองข้าม
หลายครอบครัวตั้งวิดีโอคอลให้พ่อแม่สูงวัยแล้วจบแค่นั้น โดยไม่รู้ว่ายังมีจุดพลาดสำคัญเรื่องการฝึกใช้งาน แผนสำรอง และความปลอดภัยจากมิจฉาชีพที่ทำให้ระบบล้มเหลวเมื่อจำเป็นต้องใช้จริง

โทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรมาหาคุณพ่อ จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นมิจฉาชีพ
มิจฉาชีพที่มุ่งเป้าผู้สูงอายุมักอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ตำรวจ หรือหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเร่งให้ตัดสินใจเร็ว แนวทางนี้ช่วยให้ครอบครัวรู้จักสัญญาณเตือนและวางระบบรับมือที่ใช้ได้จริงในสถานการณ์จริง

วิธีสังเกตข้อความและสายโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ
รวมสัญญาณเตือนที่พบบ่อยในข้อความและสายโทรศัพท์หลอกลวง พร้อมวิธีตั้งรับให้ผู้สูงอายุไม่ตกเป็นเหยื่อ