สูงวัยไทย

เห็นเลือดในโถส้วมของคุณพ่อ แบบไหนคือริดสีดวง และแบบไหนต้องให้หมอตรวจลำไส้เพิ่ม

วิธีดูแลริดสีดวงในผู้สูงอายุที่ต้นเหตุมาจากท้องผูกเรื้อรัง พร้อมเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างเลือดออกแบบริดสีดวงกับสัญญาณที่ต้องให้แพทย์ตรวจลำไส้เพิ่มเติม

16 นาทีในการอ่าน

เผยแพร่เมื่อ 20 กันยายน 2026

Clean and modern bathroom featuring white ceramic tiles and a bathtub.

รูปภาพโดย Peter Vang / Pexels

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คำตอบสั้น ๆ

  • เลือดออกทางทวารในผู้สูงอายุห้ามสรุปเองว่าเป็นริดสีดวง แม้ท่านจะเคยเป็นริดสีดวงมาก่อนก็ตาม เพราะริดสีดวงกับโรคอื่นของลำไส้อยู่ในคนเดียวกันได้ และการเหมาว่าเป็นของเดิมคือสาเหตุที่ทำให้หลายครอบครัวมาถึงมือแพทย์ช้าไปเป็นปี
  • รูปแบบที่เข้าได้กับริดสีดวงคือเลือดแดงสดปริมาณไม่มาก ออกตอนท้ายของการถ่าย เคลือบอยู่ที่ผิวอุจจาระหรือหยดลงโถ ติดกระดาษชำระ และมักสัมพันธ์กับการเบ่งหรือท้องผูก ส่วนเลือดที่ปนคลุกอยู่ในเนื้ออุจจาระ อุจจาระสีดำเหนียวเหมือนยางมะตอย หรือเลือดออกพร้อมนิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนไปนานเกินสองถึงสามสัปดาห์ คือกลุ่มที่ต้องให้แพทย์ตรวจเพิ่ม
  • ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากเลือดออกมากจนหน้ามืด ใจสั่น ตัวเย็น ซีด หรือลุกแล้วจะเป็นลม หากถ่ายอุจจาระดำเหนียว หรือหากก้อนริดสีดวงโผล่ออกมาแล้วดันกลับไม่ได้ ปวดรุนแรง และสีคล้ำลง โดยเฉพาะในท่านที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดอยู่
  • การดูแลที่บ้านทำได้จริงและช่วยได้มาก แต่เป้าหมายคือลดการเบ่งและทำให้อุจจาระนิ่มพอ ไม่ใช่การรักษาก้อนริดสีดวงให้หาย ส่วนยาเหน็บหรือครีมทาที่ซื้อเองได้นั้น ควรถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้กับผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดอยู่แล้ว และไม่ควรใช้ต่อเนื่องยาวนานโดยไม่ได้รับคำแนะนำ

เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุซึ่งมีปัญหาท้องผูกเรื้อรังอยู่เดิม แล้วเริ่มเห็นเลือดติดกระดาษชำระหรือหยดในโถส้วม
  • เหมาะกับผู้สูงอายุที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นริดสีดวงมาก่อน และอยากรู้ว่าอาการที่เปลี่ยนไปแบบไหนที่ไม่ควรคิดว่าเป็นของเดิม
  • ไม่เหมาะกับการใช้ตัดสินว่าท่านเป็นโรคอะไร บทความนี้ไม่วินิจฉัย ไม่แนะนำยา และไม่บอกว่าท่านต้องส่องกล้องหรือไม่ การตัดสินใจนั้นเป็นของแพทย์หลังตรวจร่างกายจริง

สิ่งที่ควรรู้

ทำไมริดสีดวงในผู้สูงอายุจึงมักเป็นปลายทางของท้องผูกเรื้อรัง

ริดสีดวงเกิดจากกลุ่มหลอดเลือดบริเวณทวารหนักที่โป่งพองและมีเลือดคั่ง ปัจจัยที่ทำให้เกิดคือแรงดันที่กดลงบริเวณนั้นซ้ำ ๆ ซึ่งในผู้สูงอายุมาจากการเบ่งถ่ายที่ใช้แรงมากและใช้เวลานานเป็นหลัก ท้องผูกเรื้อรังจึงไม่ใช่แค่โรคร่วม แต่มักเป็นต้นทางโดยตรง การแก้ที่ก้อนโดยไม่แก้ที่การขับถ่ายจึงเป็นการรักษาปลายเหตุที่กลับมาเป็นซ้ำได้เสมอ

สาเหตุของท้องผูกในวัยนี้ซับซ้อนกว่าที่คนทั่วไปคิด ลำไส้เคลื่อนตัวช้าลงตามวัย ความรู้สึกกระหายน้ำลดลงทำให้ดื่มน้ำน้อยโดยไม่รู้ตัว การเคลื่อนไหวที่ลดลงหลังเจ็บป่วยหรือหลังหกล้มทำให้ลำไส้ทำงานช้าลงอีก และยาหลายกลุ่มที่ผู้สูงอายุใช้อยู่ก็มีผลทำให้ท้องผูกเป็นผลข้างเคียง โดยเฉพาะในท่านที่ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนรายการยาทั้งหมดในคราวเดียว

พฤติกรรมในห้องน้ำเองก็มีส่วน การนั่งบนชักโครกนานเกินจำเป็นโดยไม่รู้ตัว เช่น นั่งอ่านหนังสือหรือดูโทรศัพท์ ทำให้บริเวณทวารหนักถูกกดทับนานและเลือดคั่งมากขึ้น เช่นเดียวกับการกลั้นเมื่อรู้สึกปวดถ่ายเพราะห้องน้ำอยู่ไกล อากาศหนาว หรือไม่อยากรบกวนลูกหลานกลางดึก ทั้งหมดนี้เป็นจุดที่ครอบครัวปรับได้โดยไม่ต้องใช้เงิน

เลือดแบบไหนเข้าได้กับริดสีดวง และแบบไหนที่ไม่ใช่

ลักษณะที่มักเข้าได้กับริดสีดวงคือเลือดสีแดงสด ปริมาณไม่มาก มาตอนท้ายของการถ่าย เคลือบอยู่ที่ผิวนอกของอุจจาระหรือหยดลงในโถหลังถ่ายเสร็จ พบติดกระดาษชำระ และสัมพันธ์ชัดเจนกับช่วงที่ท้องผูกหรือเบ่งมาก ริดสีดวงภายในมักไม่ปวดนัก ส่วนริดสีดวงภายนอกที่มีลิ่มเลือดอุดตันจะปวดมากและคลำได้เป็นก้อนแข็งที่ขอบทวาร

ลักษณะที่ไม่ควรเหมาว่าเป็นริดสีดวงได้แก่ เลือดที่ปนคลุกอยู่ในเนื้ออุจจาระไม่ใช่แค่เคลือบผิว อุจจาระสีดำเหนียวคล้ายยางมะตอยซึ่งบ่งถึงเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนบนและถือเป็นเรื่องเร่งด่วน มีมูกปนเลือด อุจจาระลำเล็กลงกว่าเดิมอย่างต่อเนื่อง หรือมีการเปลี่ยนนิสัยการขับถ่ายที่กินเวลานานเกินสองถึงสามสัปดาห์ เช่น สลับท้องเสียกับท้องผูกโดยไม่มีเหตุอธิบาย

สัญญาณทั่วร่างกายมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าลักษณะของเลือด น้ำหนักที่ลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ อาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ ใจสั่น หน้ามืดเวลาลุกยืน หรือเล็บและเปลือกตาด้านในซีดลง ล้วนเป็นสิ่งที่ควรเล่าให้แพทย์ฟัง เพราะการเสียเลือดเรื้อรังทีละน้อยทำให้เกิดภาวะซีดได้โดยที่ครอบครัวไม่ทันสังเกต และในผู้สูงอายุภาวะซีดยังทำให้ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันลดลงเร็วกว่าที่คาด

ยาต้านการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยนความเร่งด่วนอย่างไร

ผู้สูงอายุจำนวนมากใช้ยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงหรือยาต้านเกล็ดเลือด ด้วยเหตุผลที่จำเป็น เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือประวัติหลอดเลือดสมอง เมื่อมีเลือดออกทางทวารในท่านกลุ่มนี้ ปริมาณเลือดอาจมากกว่าและหยุดยากกว่าคนทั่วไป เส้นแบ่งความเร่งด่วนจึงขยับเข้ามาใกล้ขึ้น และสิ่งที่คนทั่วไปอาจรอดูได้หนึ่งวัน ในท่านกลุ่มนี้ควรปรึกษาเร็วกว่านั้น

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือการหยุดยาเหล่านี้เองเพราะเห็นเลือดออก การหยุดกะทันหันเพิ่มความเสี่ยงของลิ่มเลือดอุดตันที่อันตรายกว่าการเสียเลือดเล็กน้อยมาก สิ่งที่ถูกต้องคือติดต่อแพทย์ผู้สั่งยาหรือสถานพยาบาลที่ดูแลเพื่อให้ท่านเป็นผู้ตัดสินว่าจะปรับอย่างไร และเตรียมรายการยาทั้งหมดไปด้วยทุกครั้ง

ครอบครัวควรเตรียมข้อมูลชุดนี้ไว้ล่วงหน้าในบัตรฉุกเฉินหรือสมุดประจำตัวของท่าน ได้แก่ ชื่อยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด โรคประจำตัว ชื่อโรงพยาบาลที่รักษาประจำ และเบอร์ติดต่อผู้ดูแลหลัก เพราะเมื่อเกิดเลือดออกมากขึ้นมาจริง ๆ เวลาที่ใช้ค้นข้อมูลเหล่านี้คือเวลาที่หายไปจากการรักษา

การดูแลที่บ้านที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

การแช่ก้นในน้ำอุ่นเป็นวิธีบรรเทาความไม่สบายที่ใช้กันมานานและทำได้ที่บ้าน แต่ในผู้สูงอายุมีข้อควรระวังเพิ่มสองข้อ ข้อแรกคือเรื่องอุณหภูมิ ท่านที่มีเบาหวานมานานหรือมีปลายประสาทเสื่อมอาจรู้สึกร้อนช้ากว่าปกติจนผิวลวกได้ จึงควรให้ผู้ดูแลทดสอบน้ำด้วยข้อศอกหรือเทอร์โมมิเตอร์แทนการให้ท่านลองด้วยมือ ข้อที่สองคือเรื่องการลุก ควรลุกจากการนั่งแช่อย่างช้า ๆ และมีที่จับ เพราะความอุ่นทำให้หลอดเลือดขยายและเกิดภาวะความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าได้ง่ายขึ้น

เรื่องใยอาหารต้องทำคู่กับน้ำเสมอ การเพิ่มผัก ผลไม้ หรือใยอาหารชนิดผงโดยไม่เพิ่มน้ำไปด้วยกลับทำให้อุจจาระแข็งขึ้นและเบ่งหนักกว่าเดิม นอกจากนี้ควรค่อย ๆ เพิ่มทีละน้อยเพื่อลดอาการอึดอัดแน่นท้อง และในท่านที่มีภาวะกลืนลำบากหรือมีข้อจำกัดเรื่องน้ำจากโรคหัวใจหรือโรคไต ต้องคุยกับแพทย์ก่อนปรับ เพราะคำแนะนำทั่วไปอาจไม่เหมาะกับท่าน

ท่านั่งถ่ายมีผลมากกว่าที่คิด การให้เท้าวางถึงพื้นหรือวางบนเก้าอี้เตี้ยที่มั่นคงช่วยให้มุมของลำไส้ตรงเหมาะกับการถ่ายมากขึ้น ลดแรงเบ่งลงได้จริงโดยไม่ต้องซื้ออะไรใหม่ และควรตกลงกันว่าไม่นั่งชักโครกนานเกินจำเป็น หากยังไม่ถ่ายก็ลุกออกมาก่อนแล้วกลับมาใหม่ ซึ่งได้ผลดีกว่าการฝืนนั่งเบ่งต่อ

ความอายที่ทำให้เรื่องนี้ถูกเก็บไว้นานเกินไป

เรื่องเลือดออกทางทวารเป็นหัวข้อที่ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่พูด โดยเฉพาะเมื่อผู้ดูแลเป็นลูกคนละเพศหรือเป็นลูกสะใภ้ ท่านมักกดชักโครกทิ้งทันทีและตอบว่าไม่มีอะไรเมื่อถูกถามตรง ๆ ผลคือครอบครัวไม่เคยเห็นของจริงสักครั้งและเล่าให้แพทย์ฟังไม่ได้ว่าเลือดมีลักษณะอย่างไร ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแนวทางการตรวจได้มาก

วิธีที่ได้ผลกว่าคือเปลี่ยนจากการถามเป็นการสร้างเงื่อนไขให้เล่าได้ง่าย เช่น บอกล่วงหน้าว่าถ้าวันไหนเห็นเลือดขอให้บอกก่อนกดชักโครก โดยอธิบายว่าเป็นข้อมูลที่หมอถาม ไม่ใช่การจับผิด วางสมุดเล่มเล็กกับปากกาไว้ในห้องน้ำให้จดเองได้ หรือให้ท่านเล่ากับคนในบ้านที่ท่านสบายใจที่สุดแล้วให้คนนั้นเป็นผู้ส่งต่อข้อมูล

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการตกใจเสียงดังหรือแสดงความรังเกียจเมื่อเห็นเลือด เพราะปฏิกิริยาครั้งเดียวทำให้ท่านปิดเรื่องนี้ไปอีกหลายเดือน การตอบสนองที่ดีคือรับรู้อย่างสงบ ขอบคุณที่ท่านบอก แล้วบันทึกรายละเอียดไว้ ทั้งวันเวลา ปริมาณโดยประมาณ สี และความสัมพันธ์กับการถ่าย เพื่อให้แพทย์เห็นภาพรวมในนัดถัดไป

Bright bathroom with bathtub, wooden door, and white decor.

รูปภาพโดย Peter Vang / Pexels

ขั้นตอนที่ควรทำ

ขั้นที่ 1: คัดกรองความเร่งด่วนก่อนทุกครั้งที่เห็นเลือด

ก่อนคิดเรื่องการดูแลที่บ้าน ให้ตอบคำถามสามข้อก่อนว่า เลือดออกมากไหม ท่านมีอาการทั่วตัวหรือไม่ และท่านใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่หรือเปล่า หากข้อใดข้อหนึ่งเข้าเกณฑ์ ให้พาไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที

  • ดูว่ามีอาการหน้ามืด ใจสั่น เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือลุกแล้วจะเป็นลมร่วมด้วยหรือไม่
  • ดูว่าอุจจาระเป็นสีดำเหนียวคล้ายยางมะตอยหรือไม่ ซึ่งต้องถือเป็นเรื่องเร่งด่วน
  • ตรวจรายการยาว่ามียาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดอยู่หรือไม่
  • ดูว่ามีก้อนโผล่ที่ทวารซึ่งดันกลับไม่ได้ ปวดรุนแรง หรือสีคล้ำลงหรือไม่

ขั้นที่ 2: บันทึกลักษณะเลือดและการขับถ่ายให้แพทย์อ่านได้

แพทย์ตัดสินใจจากรายละเอียด ไม่ใช่จากคำว่ามีเลือดออก การจดสั้น ๆ แต่ตรงประเด็นในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนไปพบแพทย์ช่วยให้ได้แนวทางที่ตรงขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก

  • จดวันและเวลาที่เห็นเลือด พร้อมระบุว่าเห็นบนกระดาษ ในโถ หรือปนในเนื้ออุจจาระ
  • จดสีของเลือด ว่าแดงสด แดงคล้ำ หรืออุจจาระออกดำ และปริมาณโดยประมาณ
  • จดความถี่ในการถ่ายต่อสัปดาห์ ลักษณะอุจจาระ และเวลาที่ใช้ในการเบ่งแต่ละครั้ง
  • จดอาการร่วม เช่น ปวดทวาร คัน มีก้อนโผล่ น้ำหนักลด หรือเหนื่อยง่ายกว่าเดิม
  • ถ่ายรูปไว้ได้หากท่านยินยอม โดยเก็บไว้ในเครื่องส่วนตัวและใช้เพื่อแสดงแพทย์เท่านั้น

ขั้นที่ 3: ลดแรงเบ่งด้วยสามเรื่องพร้อมกัน

เป้าหมายไม่ใช่การถ่ายให้ได้ทุกวันตามตัวเลขที่ใครกำหนด แต่คือการถ่ายโดยไม่ต้องออกแรงเบ่งมากและไม่ต้องนั่งนาน ซึ่งต้องปรับสามเรื่องไปพร้อมกัน คือน้ำ ใยอาหาร และการเคลื่อนไหว

  • กระจายการดื่มน้ำตลอดวันและเพิ่มพร้อมกันทุกครั้งที่เพิ่มใยอาหาร
  • เพิ่มผักผลไม้ที่ท่านเคี้ยวและกลืนได้จริง โดยค่อย ๆ เพิ่มทีละน้อยไม่เร่ง
  • จัดให้มีการลุกเดินสั้น ๆ หลายครั้งต่อวันตามกำลัง แทนการนั่งหรือนอนยาว
  • วางเก้าอี้เตี้ยที่มั่นคงไว้หน้าชักโครกให้เท้าวางได้เต็มฝ่าเท้าขณะถ่าย
  • ตกลงกันว่าจะไม่นั่งชักโครกนานเกินจำเป็น และไม่นำโทรศัพท์เข้าห้องน้ำ

ขั้นที่ 4: จัดห้องน้ำให้ปลอดภัยสำหรับคนที่ปวดและลุกลำบาก

ผู้สูงอายุที่มีริดสีดวงมักเปลี่ยนท่านั่งบ่อย ลุกช้า และเจ็บเวลาลงน้ำหนัก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงหกล้มในห้องน้ำโดยตรง การปรับเล็กน้อยตรงนี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่หลายบ้านคิด

  • ตรวจว่ามีราวจับข้างชักโครกที่ยึดกับโครงผนังแน่นหนาโดยช่างเป็นผู้ติดตั้ง
  • ตรวจว่าพื้นห้องน้ำไม่ลื่นและไม่มีน้ำขังในเส้นทางเดิน
  • จัดกระดาษชำระเนื้อนุ่มหรือน้ำสำหรับชำระให้อยู่ในระยะเอื้อมถึงโดยไม่ต้องบิดตัว
  • เตรียมที่นั่งสำหรับแช่ก้นที่มั่นคงและมีที่จับ ไม่ใช้ภาชนะที่เลื่อนหรือพลิกได้ง่าย
  • ติดไฟให้สว่างพอตลอดเส้นทางไปห้องน้ำ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนข้างต้น

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าสรุปเองว่าเลือดออกทางทวารครั้งนี้คือริดสีดวงเดิม เพราะโรคอื่นของลำไส้เกิดร่วมกันได้
  • อย่าหยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดเองเมื่อเห็นเลือด ให้ติดต่อแพทย์ผู้สั่งยาแทน
  • อย่าเพิ่มใยอาหารโดยไม่เพิ่มน้ำ เพราะทำให้อุจจาระแข็งขึ้นและต้องเบ่งหนักกว่าเดิม
  • อย่าใช้ยาระบายหรือยาเหน็บต่อเนื่องเป็นประจำโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • อย่าปล่อยให้ท่านนั่งชักโครกนานเพราะคิดว่ายิ่งนั่งนานยิ่งได้ถ่าย การนั่งนานเพิ่มการคั่งของเลือดบริเวณนั้น
  • อย่าแสดงความตกใจหรือรังเกียจเมื่อท่านเล่าเรื่องนี้ เพราะจะทำให้ท่านปิดเรื่องไปอีกนาน

เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ

  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากเลือดออกมากจนหน้ามืด ใจสั่น ตัวเย็น ซีดลงชัดเจน หรือลุกแล้วจะเป็นลม
  • โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที หากถ่ายอุจจาระสีดำเหนียวคล้ายยางมะตอย หรือก้อนที่ทวารโผล่แล้วดันกลับไม่ได้ ปวดรุนแรง และสีคล้ำลง
  • ติดต่อสถานพยาบาลภายในวันเดียวกัน หากท่านใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดแล้วมีเลือดออกทางทวาร หรือมีไข้ร่วมกับปวดบวมรอบทวาร
  • นัดพบแพทย์ในช่วงใกล้ หากเลือดปนคลุกในเนื้ออุจจาระ มีมูกปนเลือด อุจจาระลำเล็กลงต่อเนื่อง นิสัยการขับถ่ายเปลี่ยนไปนานเกินสองถึงสามสัปดาห์ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • เฝ้าสังเกตและจดบันทึกไว้ หากเป็นเลือดแดงสดปริมาณน้อยที่สัมพันธ์กับช่วงท้องผูกและหายไปเมื่อการถ่ายดีขึ้น โดยจดวันเวลาและลักษณะทุกครั้ง แล้วยกระดับทันทีหากปริมาณเพิ่มขึ้นหรือมีอาการทั่วตัวร่วมด้วย

เช็กลิสต์สรุป

  • ตรวจก่อนว่ามีอาการหน้ามืด ใจสั่น หรืออุจจาระดำเหนียวร่วมด้วยหรือไม่
  • ตรวจรายการยาว่ามียาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดอยู่หรือไม่
  • จดลักษณะเลือด วันเวลา ปริมาณ และความสัมพันธ์กับการถ่ายทุกครั้ง
  • จดความถี่การถ่ายและเวลาที่ใช้เบ่งในแต่ละครั้งไว้เทียบ
  • วางเก้าอี้เตี้ยที่มั่นคงหน้าชักโครกให้เท้าวางถึงพื้นเต็มฝ่าเท้า
  • เพิ่มน้ำทุกครั้งที่เพิ่มใยอาหาร และเพิ่มทีละน้อยไม่เร่ง
  • ตรวจราวจับและความลื่นของพื้นห้องน้ำก่อนเกิดอุบัติเหตุ
  • ตกลงกับท่านว่าถ้าเห็นเลือดให้บอกก่อนกดชักโครกทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

คุณพ่อเป็นริดสีดวงมานานแล้ว ถ้าเลือดออกอีกยังต้องไปหาหมอไหม

ควรไป โดยเฉพาะถ้าลักษณะของเลือดหรือรูปแบบการถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ปริมาณมากขึ้น สีเปลี่ยน ปนคลุกในเนื้ออุจจาระ หรือมีอาการทั่วตัวร่วม การเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นริดสีดวงไม่ได้ป้องกันการเกิดภาวะอื่นในลำไส้ และอายุที่มากขึ้นเองก็เป็นเหตุผลให้ควรตรวจซ้ำเมื่อมีอาการใหม่

ริดสีดวงกลายเป็นมะเร็งลำไส้ได้หรือไม่

ริดสีดวงไม่ได้เปลี่ยนเป็นมะเร็ง แต่ปัญหาคือทั้งสองภาวะทำให้เลือดออกทางทวารได้เหมือนกันและอยู่ในคนเดียวกันได้ การมีริดสีดวงอยู่จึงไม่ใช่คำอธิบายที่ปิดคดีเสมอไป แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจลำไส้เพิ่มเติมหรือไม่ โดยดูจากอายุ อาการ ประวัติครอบครัว และผลตรวจร่างกาย

ผู้สูงอายุควรแช่ก้นในน้ำอุ่นนานแค่ไหนและบ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไปใช้เวลาไม่นานและทำหลังถ่ายหรือเมื่อรู้สึกไม่สบาย แต่ควรขอคำแนะนำเรื่องความถี่และระยะเวลาจากแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลท่าน สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือความปลอดภัย ได้แก่ ให้ผู้ดูแลทดสอบอุณหภูมิน้ำแทนท่าน ใช้ภาชนะที่มั่นคงไม่พลิก มีที่จับให้ยึด และลุกอย่างช้า ๆ เพื่อลดอาการหน้ามืด

ซื้อยาเหน็บหรือครีมทาริดสีดวงมาใช้เองได้ไหม

ควรถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเสมอ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายชนิดอยู่แล้ว เพราะผลิตภัณฑ์บางชนิดมีส่วนผสมที่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องยาวนาน และการใช้ยาบรรเทาอาการอาจทำให้เรื่องที่ควรตรวจถูกเลื่อนออกไป เมื่อไปซื้อควรบอกโรคประจำตัวและรายการยาทั้งหมดให้เภสัชกรทราบ

ถ้าท่านไม่ยอมให้ตรวจทางทวารเพราะอาย ควรทำอย่างไร

บอกล่วงหน้าว่าการตรวจใช้เวลาสั้น มีการคลุมผ้าให้เป็นส่วนตัว และท่านมีสิทธิขอให้มีคนที่ท่านไว้ใจอยู่ด้วยหรือขอผู้ตรวจเพศเดียวกัน การให้ท่านรู้ขั้นตอนล่วงหน้าช่วยลดความกังวลได้มากกว่าการเร่งเร้า และควรย้ำว่าท่านมีสิทธิปฏิเสธในขั้นตอนใดก็ได้ แต่ขอให้ไปคุยกับแพทย์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจร่วมกัน

ต้องกินใยอาหารมากแค่ไหนจึงจะช่วยเรื่องท้องผูกและริดสีดวง

ปริมาณที่เหมาะสมต่างกันในแต่ละคนและขึ้นกับโรคประจำตัว จึงไม่ควรยึดตัวเลขตายตัวจากอินเทอร์เน็ต หลักที่ใช้ได้คือเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพิ่มน้ำไปพร้อมกัน และดูผลจากลักษณะอุจจาระและแรงที่ต้องเบ่งจริง หากท่านมีภาวะกลืนลำบาก โรคไต หรือโรคหัวใจที่จำกัดน้ำ ควรให้แพทย์หรือนักโภชนาการช่วยวางแผนเฉพาะราย

สรุป

  • ข้อสรุปที่สำคัญที่สุดคือ เลือดออกทางทวารในผู้สูงอายุไม่ควรถูกเหมาว่าเป็นริดสีดวงเดิม แม้ท่านจะเคยเป็นมาก่อนก็ตาม
  • เลือดแดงสดปริมาณน้อยที่เคลือบผิวอุจจาระและสัมพันธ์กับการเบ่งคือรูปแบบที่เข้าได้กับริดสีดวง ส่วนเลือดปนคลุกในเนื้ออุจจาระหรืออุจจาระดำเหนียวคือกลุ่มที่ต้องให้แพทย์ตรวจเพิ่ม
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดทำให้เส้นแบ่งความเร่งด่วนขยับเข้ามาใกล้ขึ้น แต่ไม่ใช่เหตุผลให้หยุดยาเอง
  • การดูแลที่บ้านที่ได้ผลคือการลดแรงเบ่ง ซึ่งต้องทำน้ำ ใยอาหาร การเคลื่อนไหว และท่านั่งถ่ายไปพร้อมกัน ไม่ใช่ทีละอย่าง
  • ความอายคือสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวรู้ช้า การตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าให้บอกก่อนกดชักโครก ได้ผลกว่าการไล่ถามทุกวัน

รายการนี้รวบรวมจากหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์และไม่ใช่การรับรองคุณภาพสินค้า ควรอ่านเกณฑ์การเลือกในบทความก่อน แล้วค่อยเทียบรุ่นด้วยตัวเอง

ลิงก์สินค้าเป็นลิงก์พาร์ทเนอร์ (affiliate) เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อคุณซื้อผ่านลิงก์ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม และค่าคอมมิชชันไม่มีผลต่อการคัดเลือกหรือลำดับที่แสดง อ่านนโยบายฉบับเต็ม

ดูหมวดอุปกรณ์ทั้งหมด →

จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

คุณพ่อคุณแม่ท้องผูกเรื้อรัง ต้องดูแลอย่างไรโดยไม่พึ่งยาระบายไปตลอด
home-care

คุณพ่อคุณแม่ท้องผูกเรื้อรัง ต้องดูแลอย่างไรโดยไม่พึ่งยาระบายไปตลอด

ท้องผูกในผู้สูงอายุมีสาเหตุซ้อนกันหลายชั้น ทั้งการเคลื่อนไหวน้อยลง ยาที่ใช้ประจำ และการดื่มน้ำไม่พอ คู่มือนี้แนะนำวิธีดูแลตามสาเหตุ พร้อมสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์แทนการซื้อยาระบายกินเอง

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 11 นาที
เช็กลิสต์ท้องผูกในผู้สูงอายุ: สิ่งที่ครอบครัวควรตรวจสอบก่อนและหลังพบแพทย์
home-care

เช็กลิสต์ท้องผูกในผู้สูงอายุ: สิ่งที่ครอบครัวควรตรวจสอบก่อนและหลังพบแพทย์

รวมรายการตรวจสอบที่ครอบครัวใช้ประเมินอาการท้องผูกในผู้สูงอายุได้เอง ตั้งแต่พฤติกรรมกินดื่ม ยาที่ใช้ ไปจนถึงสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

อัปเดตล่าสุด 1 กันยายน 2026อ่าน 18 นาที
จัดตารางเข้าห้องน้ำให้พ่อแม่สูงอายุ ทำอย่างไรให้กลั้นได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องอาย
home-care

จัดตารางเข้าห้องน้ำให้พ่อแม่สูงอายุ ทำอย่างไรให้กลั้นได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องอาย

หลายครอบครัวแก้ปัญหาเข้าห้องน้ำไม่ทันด้วยการให้ดื่มน้ำน้อยลง ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยง คู่มือนี้อธิบายวิธีจัดตารางขับถ่ายที่ตรงกับร่างกายจริงของผู้สูงอายุแต่ละคน

อัปเดตล่าสุด 5 สิงหาคม 2026อ่าน 14 นาที
อาหารและน้ำแบบไหนช่วยให้ผู้สูงอายุขับถ่ายง่ายขึ้น เลือกอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละบ้าน
home-care

อาหารและน้ำแบบไหนช่วยให้ผู้สูงอายุขับถ่ายง่ายขึ้น เลือกอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละบ้าน

เปรียบเทียบแนวทางการเลือกอาหาร ใยอาหาร และปริมาณน้ำสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาขับถ่าย พร้อมช่วยตัดสินใจว่าบ้านแบบใดควรเน้นอะไรก่อน ตั้งแต่คนที่ยังกินเองได้ถึงคนที่กลืนลำบาก

อัปเดตล่าสุด 1 กันยายน 2026อ่าน 12 นาที