สูงวัยไทย
ผู้สูงอายุดื่มน้ำอย่างไรให้พอ: น้ำเปล่าธรรมดา หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ ต่างกันตรงไหน
พิมพ์เมื่อ 15 กันยายน 2026
ผู้สูงอายุดื่มน้ำอย่างไรให้พอ: น้ำเปล่าธรรมดา หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ ต่างกันตรงไหน
เปรียบเทียบการดื่มน้ำเปล่าธรรมดากับเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับผู้สูงอายุ พร้อมสัญญาณภาวะขาดน้ำที่ต้องรีบพบแพทย์ และวิธีจัดตารางดื่มน้ำให้เหมาะกับกิจวัตรประจำวัน
เผยแพร่เมื่อ 1 กันยายน 2026

รูปภาพโดย SHVETS production / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- สำหรับการดื่มน้ำประจำวันทั่วไป น้ำเปล่าธรรมดาเพียงพอและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดื่มเกลือแร่ทุกวัน
- เครื่องดื่มเกลือแร่เหมาะเฉพาะช่วงที่เสียน้ำมากผิดปกติ เช่น ท้องเสีย อากาศร้อนจัด หรือตามคำแนะนำแพทย์ ไม่ควรดื่มแทนน้ำเปล่าเป็นประจำ
- ผู้สูงอายุมักรู้สึกกระหายน้ำช้ากว่าคนหนุ่มสาว ทำให้เสี่ยงขาดน้ำโดยไม่รู้ตัวแม้จะยังไม่รู้สึกกระหาย จึงต้องตั้งเวลาดื่มน้ำเป็นกิจวัตรประจำวันแทนรอความรู้สึกกระหาย
- ภาวะขาดน้ำในผู้สูงอายุอาจนำไปสู่ความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าและเวียนศีรษะ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงหกล้มได้
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับครอบครัวที่กังวลว่าผู้สูงอายุดื่มน้ำน้อยเกินไปและกำลังพิจารณาว่าควรใช้เครื่องดื่มเกลือแร่เสริมหรือไม่
- เหมาะกับผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการเวียนศีรษะเวลาลุกยืนซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการดื่มน้ำไม่พอ
- เหมาะกับผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่อากาศร้อนจัดหรือออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ
- ไม่ใช่บทความสำหรับผู้ป่วยโรคไตหรือหัวใจที่แพทย์สั่งจำกัดปริมาณน้ำดื่มเฉพาะ กรณีนั้นต้องทำตามคำแนะนำแพทย์เท่านั้น
สิ่งที่ควรรู้
ทำไมผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำมากกว่ากลุ่มอื่น
ร่างกายผู้สูงอายุมีสัดส่วนน้ำในเนื้อเยื่อลดลงตามวัย และกลไกความกระหายน้ำทำงานช้าลง ทำให้รู้สึกกระหายช้ากว่าที่ร่างกายต้องการน้ำจริง หลายคนจึงดื่มน้ำน้อยลงโดยไม่ตั้งใจ
ยาบางชนิดที่ใช้บ่อยในผู้สูงอายุ เช่น ยาขับปัสสาวะ ก็เพิ่มการเสียน้ำออกจากร่างกาย ทำให้ความต้องการน้ำดื่มอาจสูงกว่าที่คิดในบางกรณี ควรปรึกษาแพทย์ถ้ากำลังใช้ยากลุ่มนี้
น้ำเปล่าธรรมดาเพียงพอสำหรับวันปกติ
สำหรับการดื่มน้ำในชีวิตประจำวันทั่วไปที่ไม่มีการเสียน้ำมากผิดปกติ น้ำเปล่าธรรมดาให้ความชุ่มชื้นได้เพียงพอโดยไม่มีน้ำตาลหรือโซเดียมเกินความจำเป็น
ควรกระจายการดื่มน้ำให้สม่ำเสมอตลอดวันแทนการดื่มทีละมากๆ ในครั้งเดียว เพื่อให้ร่างกายดูดซึมและใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ไม่มีน้ำตาลหรือแคลอรีเกินจำเป็น
- ราคาประหยัดที่สุด
- เหมาะกับการดื่มต่อเนื่องทั้งวัน
- ไม่เหมาะช่วงเสียน้ำมากผิดปกติ
เมื่อไรเครื่องดื่มเกลือแร่จึงจำเป็น
เครื่องดื่มเกลือแร่มีประโยชน์ในช่วงที่ร่างกายเสียน้ำและแร่ธาตุมากผิดปกติ เช่น ท้องเสียรุนแรง อาเจียนต่อเนื่อง หรืออยู่ในอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน
ควรเลือกสูตรที่มีน้ำตาลไม่สูงเกินไปและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
ควรอ่านฉลากส่วนประกอบของเครื่องดื่มเกลือแร่ทุกครั้งก่อนซื้อ เพราะแต่ละยี่ห้อมีสัดส่วนน้ำตาลและโซเดียมต่างกันค่อนข้างมาก การเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมช่วยให้ได้ประโยชน์โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงจากน้ำตาลหรือโซเดียมส่วนเกิน
- ใช้ช่วงท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรง
- ใช้ช่วงอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน
- เลือกสูตรน้ำตาลต่ำ
- ปรึกษาแพทย์ถ้ามีเบาหวานหรือความดันสูง
สัญญาณขาดน้ำที่ผู้ดูแลควรสังเกต
ปากแห้ง ปัสสาวะสีเข้มและปริมาณน้อย ผิวหนังยืดตัวช้าเมื่อบีบเบาๆ อ่อนเพลีย และเวียนศีรษะเวลาลุกยืนจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า ล้วนเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำที่ต้องรีบแก้ไข
ผู้ดูแลควรจับคู่เวลาดื่มน้ำกับเวลากินยาประจำที่ต้องดื่มน้ำตามอยู่แล้ว เพื่อให้การดื่มน้ำเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันโดยไม่ต้องจำแยกหลายเรื่อง และช่วยลดโอกาสลืมดื่มน้ำในผู้สูงอายุที่ความจำเริ่มถดถอย

รูปภาพโดย Pavel Danilyuk / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขั้นที่ 1: กำหนดตารางดื่มน้ำเป็นกิจวัตรประจำวัน
ตั้งเวลาดื่มน้ำแทนรอความรู้สึกกระหาย เพราะผู้สูงอายุมักกระหายช้ากว่าที่ร่างกายต้องการน้ำจริง
- ดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอน
- ดื่มน้ำก่อนและหลังอาหารแต่ละมื้อ
- ตั้งเตือนดื่มน้ำทุก 2 ชั่วโมง
- วางแก้วน้ำให้เห็นและหยิบง่าย
ขั้นที่ 2: เลือกน้ำเปล่าเป็นตัวหลักในวันปกติ
ใช้น้ำเปล่าธรรมดาเป็นเครื่องดื่มหลักตลอดวัน และเสริมด้วยน้ำซุปหรือผลไม้ที่มีน้ำมากถ้าผู้สูงอายุดื่มน้ำเปล่าได้น้อย
- ดื่มน้ำเปล่ากระจายตลอดวัน
- เสริมน้ำซุปใสในมื้ออาหาร
- เพิ่มผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่น แตงโม ส้ม
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป
ขั้นที่ 3: ใช้เครื่องดื่มเกลือแร่เฉพาะเมื่อจำเป็น
สำรองเครื่องดื่มเกลือแร่สูตรน้ำตาลต่ำไว้ใช้เฉพาะช่วงท้องเสีย อาเจียน หรืออากาศร้อนจัด และปรึกษาแพทย์ถ้าต้องใช้ต่อเนื่องเกิน 2 วัน
- สำรองเกลือแร่สูตรน้ำตาลต่ำไว้ที่บ้าน
- ใช้เฉพาะช่วงเสียน้ำมากผิดปกติ
- ปรึกษาแพทย์ถ้าต้องใช้เกิน 2 วัน
- ตรวจสอบวันหมดอายุก่อนใช้ทุกครั้ง
ขั้นที่ 4: สังเกตสัญญาณขาดน้ำอย่างสม่ำเสมอ
หมั่นสังเกตสีปัสสาวะ ความชุ่มชื้นของปาก และอาการเวียนศีรษะเวลาลุกยืน เพื่อรู้เร็วถ้าผู้สูงอายุดื่มน้ำไม่พอ
- สังเกตสีปัสสาวะทุกวัน
- สังเกตอาการเวียนศีรษะเวลาลุกยืน
- จดปริมาณน้ำที่ดื่มได้จริงต่อวัน
- แจ้งแพทย์ถ้าสังเกตสัญญาณขาดน้ำบ่อยครั้ง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุรอความรู้สึกกระหายก่อนจึงดื่มน้ำ เพราะกลไกกระหายทำงานช้าลงตามวัย
- อย่าใช้เครื่องดื่มเกลือแร่แทนน้ำเปล่าเป็นประจำทุกวันโดยไม่มีเหตุจำเป็น
- อย่าจำกัดน้ำดื่มเองเพราะกลัวต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ควรปรึกษาแพทย์แทนถ้าเป็นปัญหาจริง
- อย่าให้เครื่องดื่มเกลือแร่สูตรน้ำตาลสูงกับผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานโดยไม่ตรวจฉลาก
- อย่ามองข้ามอาการเวียนศีรษะเวลาลุกยืนว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจเป็นสัญญาณขาดน้ำหรือความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า
- อย่าให้ผู้สูงอายุที่แพทย์สั่งจำกัดน้ำดื่มเองเพิ่มปริมาณน้ำโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 ทันทีถ้าผู้สูงอายุซึมลงมาก สับสนเฉียบพลัน หรือหมดสติร่วมกับสัญญาณขาดน้ำรุนแรง
- พาไปพบแพทย์ภายในวันเดียวกันถ้ามีอาการท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรงต่อเนื่องเกิน 1 วัน
- นัดพบแพทย์ภายในสัปดาห์นี้ถ้าเวียนศีรษะเวลาลุกยืนบ่อยครั้งแม้ปรับการดื่มน้ำแล้ว
- ปรึกษาแพทย์ถ้ากำลังใช้ยาขับปัสสาวะและสงสัยว่าดื่มน้ำไม่พอ
- สังเกตและบันทึกสีปัสสาวะและความรู้สึกอ่อนเพลียเป็นระยะเพื่อนำไปปรึกษาแพทย์
เช็กลิสต์สรุป
- ตั้งตารางดื่มน้ำเป็นกิจวัตรประจำวันแทนรอความกระหาย
- ใช้น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มหลักในวันปกติ
- สำรองเกลือแร่สูตรน้ำตาลต่ำไว้ใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น
- สังเกตสีปัสสาวะและความชุ่มชื้นของปากทุกวัน
- สังเกตอาการเวียนศีรษะเวลาลุกยืน
- ปรึกษาแพทย์แล้วถ้ามีโรคไตหรือหัวใจที่ต้องจำกัดน้ำ
- วางแก้วน้ำให้หยิบง่ายตลอดวัน
- จดปริมาณน้ำที่ดื่มได้จริงเป็นระยะ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำวันละกี่แก้ว
โดยทั่วไปแนะนำให้ดื่มน้ำกระจายตลอดวันประมาณ 6-8 แก้ว แต่ปริมาณที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย โรคประจำตัว และยาที่ใช้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณที่เหมาะสมเฉพาะราย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไตหรือหัวใจ
ดื่มชาหรือกาแฟนับเป็นน้ำที่ร่างกายได้รับไหม
นับได้บางส่วน แต่คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะเล็กน้อย จึงไม่ควรใช้ชาหรือกาแฟแทนน้ำเปล่าทั้งหมด ควรดื่มน้ำเปล่าเป็นหลักและจำกัดปริมาณคาเฟอีนให้พอเหมาะ
เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬาใช้กับผู้สูงอายุได้ไหม
ไม่แนะนำ เพราะสูตรสำหรับนักกีฬามักมีน้ำตาลและโซเดียมสูงเพื่อชดเชยการเสียเหงื่อจากการออกกำลังกายหนัก ซึ่งอาจมากเกินความจำเป็นสำหรับผู้สูงอายุทั่วไป ควรเลือกสูตรที่ออกแบบมาสำหรับการชดเชยน้ำในภาวะเจ็บป่วยแทน
ทำไมผู้สูงอายุถึงไม่ค่อยรู้สึกกระหายน้ำ
เมื่ออายุมากขึ้น กลไกในสมองที่ควบคุมความรู้สึกกระหายทำงานไวต่อการเปลี่ยนแปลงของน้ำในร่างกายน้อยลง ทำให้รู้สึกกระหายช้ากว่าที่ร่างกายต้องการน้ำจริง จึงควรตั้งเวลาดื่มน้ำแทนรอความรู้สึกกระหาย
กลัวลุกเข้าห้องน้ำบ่อยเลยดื่มน้ำน้อยได้ไหม
ไม่ควรลดน้ำดื่มด้วยเหตุผลนี้ เพราะเสี่ยงภาวะขาดน้ำซึ่งอันตรายกว่า หากกังวลเรื่องปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ควรปรับเวลาดื่มน้ำให้เน้นช่วงกลางวันมากกว่าและปรึกษาแพทย์หากปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
ขาดน้ำเล็กน้อยอันตรายกับผู้สูงอายุแค่ไหน
แม้ขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และเพิ่มความเสี่ยงหกล้มจากความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่าได้ หากปล่อยขาดน้ำต่อเนื่องอาจนำไปสู่ภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้สูงอายุบางราย จึงไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย
อากาศร้อนจัดควรปรับปริมาณน้ำดื่มอย่างไร
ในวันที่อากาศร้อนจัดหรือผู้สูงอายุเหงื่อออกมากกว่าปกติ ควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มให้มากขึ้นกว่าวันปกติ และสังเกตสีปัสสาวะบ่อยขึ้นเพื่อประเมินว่าดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่ หากมีอาการอ่อนเพลียหรือเวียนศีรษะร่วมกับอากาศร้อนจัด ควรพิจารณาใช้เครื่องดื่มเกลือแร่สูตรน้ำตาลต่ำเสริมชั่วคราวและหลบแดดจัดในช่วงเที่ยง
สรุป
- น้ำเปล่าธรรมดาเพียงพอสำหรับวันปกติ ส่วนเครื่องดื่มเกลือแร่ควรสำรองไว้เฉพาะช่วงเสียน้ำมากผิดปกติ
- ผู้สูงอายุกระหายน้ำช้ากว่าคนหนุ่มสาว การตั้งเวลาดื่มน้ำเป็นกิจวัตรประจำวันจึงสำคัญกว่าการรอความรู้สึกกระหาย
- สัญญาณขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะเข้ม เวียนศีรษะเวลาลุกยืน ต้องไม่มองข้ามเพราะเชื่อมโยงกับความเสี่ยงหกล้ม
- ผู้ที่มีโรคไตหรือหัวใจที่ต้องจำกัดน้ำต้องทำตามคำแนะนำแพทย์เฉพาะราย ไม่ใช้เกณฑ์ทั่วไปในบทความนี้
แหล่งข้อมูล
- ข้อแนะนำโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- Healthy diet and ageing — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
- แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลภาวะกลืนลำบากและโภชนาการผู้สูงอายุ — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-09-01)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

คุณพ่อดื่มน้ำน้อยมากทั้งที่อากาศร้อน ควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรให้ปลอดภัย
แนวทางช่วยผู้สูงอายุดื่มน้ำให้เพียงพอโดยไม่ฝืนร่างกาย ตั้งแต่สาเหตุที่มักดื่มน้ำน้อยลงตามวัย ไปจนถึงจังหวะที่ต้องระวังภาวะขาดน้ำหรือความดันตกเมื่อเปลี่ยนท่า

เช็กลิสต์ดื่มน้ำผู้สูงอายุ ก่อนเกิดภาวะขาดน้ำโดยที่ครอบครัวไม่ทันสังเกต
เช็กลิสต์สำหรับครอบครัวตรวจสอบว่าผู้สูงอายุดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่ ครอบคลุมสัญญาณขาดน้ำ ความเสี่ยงจากยาบางชนิด และจุดที่ควรพบแพทย์แทนการปล่อยผ่าน

ผู้สูงอายุกินน้อยดื่มน้อยแบบไหนที่ต้องเริ่มกังวล และจะช่วยอย่างไรให้ปลอดภัย
กินน้อยลงหรือดื่มน้ำน้อยลงในผู้สูงอายุ อาจเป็นเรื่องที่ปรับได้ด้วยวิธีง่าย ๆ หรืออาจเป็นสัญญาณที่ต้องพบแพทย์ คู่มือนี้ช่วยแยกสองแบบนี้ออกจากกันอย่างปลอดภัย

การดื่มน้ำในผู้สูงอายุ: ทำไมยิ่งอายุมากยิ่งเสี่ยงขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว
เหตุผลที่ผู้สูงอายุขาดน้ำได้ง่ายกว่าคนวัยอื่นโดยไม่รู้สึกกระหาย พร้อมวิธีชวนดื่มน้ำให้พอโดยไม่ต้องกลัวปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน และสัญญาณขาดน้ำที่ต้องรีบพบแพทย์