สูงวัยไทย
เครื่องผลิตออกซิเจน 5 ลิตร กับ 3 ลิตร ต่างกันอย่างไร และใครควรเลือกรุ่นไหน
พิมพ์เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026
เครื่องผลิตออกซิเจน 5 ลิตร กับ 3 ลิตร ต่างกันอย่างไร และใครควรเลือกรุ่นไหน
เครื่องผลิตออกซิเจน 3 ลิตรกับ 5 ลิตรต่างกันที่ความสามารถของเครื่อง ไม่ใช่ปริมาณที่ผู้ป่วยควรได้ บทความนี้อธิบายว่าใบสั่งแพทย์กำหนดอัตราไหล และอันตรายของการปรับเอง
เผยแพร่เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2026

รูปภาพโดย Ron Lach / Pexels
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่สามารถใช้วินิจฉัย รักษา หรือป้องกันโรคได้ หากมีอาการผิดปกติหรือมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
คำตอบสั้น ๆ
- เครื่องผลิตออกซิเจน 5 ลิตรกับ 3 ลิตรต่างกันที่เพดานอัตราไหลสูงสุดที่เครื่องผลิตได้ ไม่ได้บอกว่าผู้ป่วยควรได้ออกซิเจนเท่าไร ตัวเลขที่ผู้ป่วยควรใช้มาจากใบสั่งของแพทย์ ซึ่งอิงผลตรวจและอาการของผู้ป่วยแต่ละคน
- รุ่นที่ใหญ่กว่าไม่ได้ดีกว่าเสมอไป ถ้าใบสั่งอยู่ในช่วงที่รุ่นเล็กรองรับได้ รุ่น 5 ลิตรอาจแค่เสียงดังกว่า กินไฟมากกว่า และแพงกว่าโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าแพทย์คาดว่าความต้องการอาจเพิ่ม การเผื่อกำลังเครื่องก็เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น ควรถามแพทย์ก่อนซื้อ
- ห้ามผู้ดูแลปรับอัตราไหลเองให้สูงขึ้นเพราะเห็นผู้ป่วยเหนื่อย ในผู้ป่วยบางกลุ่มออกซิเจนมากเกินไปทำให้หายใจช้าลงและง่วงซึมได้ ถ้าเหนื่อยมากขึ้น ริมฝีปากเขียว หรือสับสน ให้โทร 1669
เหมาะกับใคร
- เหมาะกับลูกหลานที่กำลังเลือกซื้อหรือเช่าเครื่องให้พ่อแม่ที่แพทย์สั่งออกซิเจนที่บ้าน และเจอตัวเลือกหลายรุ่นในร้าน
- เหมาะกับผู้ดูแลที่เห็นเครื่องเดิมทำงานเต็มที่แล้วสงสัยว่าต้องเปลี่ยนรุ่น
- ไม่เหมาะกับคนที่ยังไม่มีใบสั่งหรือผลตรวจจากแพทย์ ให้เริ่มจากการพบแพทย์ก่อนซื้ออุปกรณ์
สิ่งที่ควรรู้
ตัวเลข 3 ลิตรและ 5 ลิตรหมายถึงอะไรจริง ๆ
ตัวเลขบนกล่องคือปริมาณก๊าซสูงสุดต่อนาทีที่เครื่องผลิตได้ในระดับความบริสุทธิ์ที่ผู้ผลิตระบุ รุ่น 5 ลิตรหมายถึงเครื่องหมุนอัตราไหลได้ถึงหลักนั้น ส่วนรุ่น 3 ลิตรมีเพดานต่ำกว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ที่เพดานนั้น ใบสั่งมักกำหนดจุดที่ต่ำกว่า
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าซื้อรุ่นใหญ่แล้วผู้ป่วยจะได้ออกซิเจนมากกว่า จริง ๆ ปริมาณที่ได้ขึ้นกับที่ตั้งไว้ ไม่ใช่ขนาดเครื่อง และเมื่ออัตราไหลสูงขึ้น เครื่องบางรุ่นอาจผลิตความบริสุทธิ์ลดลง จึงควรอ่านข้อมูลจำเพาะของรุ่นนั้นว่ารับประกันความบริสุทธิ์ที่อัตราไหลเท่าไร
สิ่งที่ผู้ซื้อควรถามผู้ขายคือ ที่อัตราไหลตามใบสั่งของพ่อแม่ เครื่องรุ่นนี้ให้ความบริสุทธิ์ตามที่ระบุจริงหรือไม่ และมีสัญญาณเตือนเมื่อความบริสุทธิ์ตกหรือไฟดับหรือเปล่า
ใบสั่งแพทย์กำหนดอะไร และทำไมจึงห้ามปรับเอง
แพทย์กำหนดอัตราไหลจากระดับออกซิเจนในเลือดและอาการ อาจแยกเป็นช่วงพัก ช่วงเดิน และช่วงนอน ซึ่งไม่เท่ากัน รวมถึงระบุชั่วโมงที่ควรใช้ต่อวัน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเรื่องโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังบอกว่าการดูแลต้องจัดตามความรุนแรงและการตอบสนองของแต่ละคน
ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังบางรายตอบสนองต่อออกซิเจนส่วนเกินด้วยการหายใจตื้นและช้าลง สะสมคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ซึมและสับสน ผู้ดูแลที่หวังดีหมุนปุ่มเพิ่มเมื่อเห็นผู้ป่วยเหนื่อยจึงอาจทำให้เรื่องแย่ลงโดยไม่ตั้งใจ เหตุนี้การปรับต้องผ่านแพทย์
ถ้าเห็นว่าผู้ป่วยเหนื่อยกว่าเดิมแม้ใช้ตามใบสั่ง นั่นคือเหตุผลที่ควรโทรหาแพทย์เพื่อประเมินใหม่ ไม่ใช่เหตุผลที่จะหมุนปุ่มเอง
ใช้เกณฑ์อะไรเลือกรุ่น นอกจากตัวเลขลิตร
เสียงขณะทำงานสำคัญมากเมื่อวางเครื่องในห้องนอน เครื่องที่ดังทำให้ผู้ป่วยนอนไม่หลับและลูกหลานทนอยู่ใกล้ไม่ไหว ควรลองฟังเสียงจริงก่อนตัดสินใจ รวมถึงดูความร้อนที่เครื่องปล่อยและระยะห่างที่ผู้ผลิตกำหนดจากผนัง
ความสะดวกในการดูแลก็ต้องนับ ไส้กรองถอดล้างง่ายไหม ขวดน้ำหล่อเย็นหาซื้อสายยางและอะไหล่ได้ที่ไหน มีศูนย์บริการในจังหวัดหรือไม่ และมีเครื่องสำรองหรือถังสำรองกรณีไฟดับหรือเครื่องเสีย เพราะผู้ป่วยบางคนไม่มีเวลารอซ่อมหลายวัน
อีกเรื่องคือการขยับตัว ผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจนตอนเดินมักต้องใช้เครื่องพกพาหรือถังเสริม ซึ่งเป็นอุปกรณ์อีกชนิดที่ต้องถามแพทย์ ไม่ควรคิดว่าเครื่องตั้งโต๊ะรุ่นใหญ่ทำหน้าที่นั้นได้
ผู้ป่วยกลุ่มไหนที่ควรระวังเป็นพิเศษ
ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบาง ใช้ยาหลายชนิด หรือมีโรคหัวใจร่วม อาจอาการเปลี่ยนเร็วและแสดงไม่ตรงแบบ เช่น ไม่ไอหนักหรือเหนื่อยชัด แต่ซึมลงหรือกินได้น้อยลง ผู้ดูแลจึงควรสังเกตกิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไป เช่น เดินไปห้องน้ำแล้วต้องหยุดพักบ่อยขึ้น
ผู้ที่สับสนฉับพลันอาจเป็นภาวะเพ้อจากการติดเชื้อหรือระดับออกซิเจนผิดปกติ ต้องรีบหาสาเหตุ ไม่ใช่รอให้หายเอง

รูปภาพโดย Jsme MILA / Pexels
ขั้นตอนที่ควรทำ
ขอข้อมูลจากแพทย์ก่อนซื้อหรือเช่า
ใช้ช่วงนัดตรวจถามให้ชัด เพราะข้อมูลที่ได้เป็นตัวกำหนดขนาดเครื่องมากกว่าโฆษณาของร้าน
- ขอใบสั่งหรือบันทึกที่ระบุอัตราไหลสำหรับช่วงพัก ช่วงเดิน และช่วงนอน
- ถามว่าความต้องการอาจเพิ่มในอนาคตอันใกล้หรือไม่ เพื่อพิจารณาเผื่อกำลังเครื่อง
- ถามว่าต้องมีเครื่องพกพาหรือถังสำรองด้วยหรือไม่
- ถามว่าโรงพยาบาลมีบริการยืมหรือเช่าเครื่องหรือไม่ก่อนซื้อ
เทียบรุ่นโดยดูเงื่อนไขการใช้จริงที่บ้าน
ให้ถามผู้ขายเป็นรายข้อและขอเอกสารข้อมูลจำเพาะติดมือ จดคำตอบไว้เทียบหลายร้านเพื่อไม่ให้สับสนภายหลัง
- ความบริสุทธิ์ที่อัตราไหลตามใบสั่ง ไม่ใช่ที่เพดานของเครื่อง
- เสียงขณะทำงานและความร้อน ว่าวางข้างเตียงได้จริงหรือไม่
- สัญญาณเตือนไฟดับ ความบริสุทธิ์ตก หรือสายพับ
- ศูนย์บริการ ระยะเวลาซ่อม และเครื่องทดแทนระหว่างซ่อม
- ไส้กรองและขวดน้ำ ว่าหาอะไหล่และล้างทำความสะอาดได้ง่ายหรือไม่
จัดห้องและกติกาความปลอดภัยก่อนเปิดเครื่อง
ออกซิเจนทำให้ไฟลุกไหม้ง่ายขึ้น แม้ตัวมันไม่ติดไฟ ห้องที่ใช้เครื่องจึงต้องจัดให้ปลอดภัยตั้งแต่วันแรก
- ห้ามสูบบุหรี่ จุดธูปเทียน หรือใช้เตาไฟแก๊สใกล้ผู้ป่วยและเครื่อง
- วางเครื่องห่างผนังและม่านตามที่ผู้ผลิตกำหนด ให้ช่องดูดอากาศไม่ถูกบัง
- ไม่ทาครีมหรือวาสลีนแบบน้ำมันที่ใกล้จมูกและใบหน้า ใช้เจลละลายน้ำตามคำแนะนำของพยาบาล
- เก็บสายยางไม่ให้พาดทางเดินเพื่อลดความเสี่ยงสะดุดล้ม
เฝ้าติดตามและจดบันทึกหลังเริ่มใช้
การจดบันทึกง่าย ๆ ช่วยให้แพทย์ปรับแผนได้ถูกจุด และให้ผู้ดูแลรู้ว่าเมื่อไหร่ผิดปกติ
- จดอาการเหนื่อย ไอ การนอน และกิจวัตรประจำวันที่ทำได้ในแต่ละวัน
- ถ้ามีเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ให้วัดตามวิธีที่ถูกต้องและจดไว้ แต่ไม่ใช้ตัวเลขเดียวตัดสินใจเอง
- ตรวจสายยาง ขวดน้ำ และไส้กรองตามกำหนดในคู่มือ
- ถ่ายรูปหน้าจอหรือปุ่มตั้งค่าเป็นหลักฐานว่าตั้งตามใบสั่ง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- อย่าหมุนเพิ่มอัตราไหลเองเมื่อผู้ป่วยเหนื่อยหรือสับสน
- อย่าเลือกรุ่นจากตัวเลขลิตรอย่างเดียวโดยไม่ถามแพทย์และไม่ดูความบริสุทธิ์ที่อัตราไหลตามใบสั่ง
- อย่าสูบบุหรี่ จุดไฟ หรือวางเครื่องใกล้แหล่งความร้อนขณะใช้ออกซิเจน
- อย่าใช้เครื่องที่ไม่มีใครรับประกันบริการ ซื้อมือสองที่ไม่รู้ประวัติ หรือเครื่องที่เสียงเปลี่ยนผิดปกติ
- อย่าถอดเครื่องหรือหยุดใช้ตามใจเพราะรู้สึกดีขึ้นโดยไม่ถามแพทย์
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
- โทร 1669 ทันที หากผู้ป่วยหายใจลำบากมาก ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียว ซึมปลุกไม่ตื่น สับสนเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก หรือเครื่องหยุดทำงานแล้วไม่มีแหล่งสำรอง
- ติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลภายในวันนี้ หากเหนื่อยมากกว่าปกติแม้ใช้ตามใบสั่ง ไอมีเสมหะเปลี่ยนสีหรือไข้ขึ้น ขาบวมเพิ่ม หรือเครื่องส่งเสียงเตือน
- นัดแพทย์ภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์เพื่อปรับใบสั่ง หากทำกิจวัตรประจำวันได้น้อยลง เดินแล้วต้องหยุดพักบ่อยขึ้น หรืออยากเปลี่ยนเครื่อง
- เฝ้าสังเกตและจดบันทึก หากผู้ป่วยหายใจสบายตามปกติและเครื่องทำงานเรียบร้อย
เช็กลิสต์สรุป
- มีใบสั่งแพทย์ที่ระบุอัตราไหลแต่ละช่วง
- ถามความบริสุทธิ์ของเครื่องที่อัตราไหลตามใบสั่ง
- ฟังเสียงและเช็กความร้อนของเครื่องก่อนซื้อ
- มีแผนสำรองเมื่อไฟดับหรือเครื่องเสีย
- ห้องไม่มีไฟ บุหรี่ หรือเตาแก๊สใกล้ผู้ป่วย
- ตั้งกติกาในบ้านว่าไม่มีใครหมุนปุ่มเองนอกจากตามแพทย์
- เก็บเบอร์ศูนย์บริการ แพทย์ และ 1669 ติดไว้ใกล้เครื่อง
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องผลิตออกซิเจน 5 ลิตรต่างจาก 3 ลิตรอย่างไร
ต่างกันที่อัตราไหลสูงสุดที่เครื่องผลิตได้ รุ่น 5 ลิตรรองรับอัตราสูงกว่า แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้ต่ำกว่าเพดานนั้น ปริมาณที่ได้จริงขึ้นกับใบสั่งแพทย์ ไม่ใช่ขนาดเครื่อง ถ้าใบสั่งอยู่ในช่วงที่รุ่นเล็กรองรับได้ ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นใหญ่
ซื้อรุ่น 5 ลิตรไว้เผื่อดีกว่าหรือไม่
ขึ้นกับข้อมูลของผู้ป่วย ถ้าแพทย์เห็นว่าความต้องการอาจเพิ่มในไม่นาน การเผื่อกำลังเครื่องเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น แต่ถ้าไม่ เครื่องใหญ่อาจดัง กินไฟ และราคาสูงโดยไม่ได้ประโยชน์ ควรถามแพทย์ผู้ดูแลก่อนตัดสินใจ
ปรับอัตราไหลเองได้ไหมเมื่อผู้ป่วยเหนื่อย
ไม่ควร เพราะผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังบางรายได้รับออกซิเจนมากเกินแล้วหายใจช้าลงและซึมได้ ถ้าเหนื่อยมากกว่าเดิมให้โทรหาแพทย์ ถ้าริมฝีปากเขียว สับสน หรือหายใจลำบากมากให้โทร 1669
เครื่องที่บ้านต่างจากถังออกซิเจนอย่างไร
เครื่องผลิตออกซิเจนดึงอากาศมาทำให้เข้มข้นต้องใช้ไฟฟ้า ส่วนถังบรรจุก๊าซไว้และหมดแล้วต้องเติม ถังเหมาะเป็นตัวสำรองเมื่อไฟดับหรือเดินทาง แต่ต้องเก็บและใช้ตามความปลอดภัย ควรถามทีมแพทย์ว่าแบบไหนเหมาะกับผู้ป่วย
เมื่อไหร่ควรกลับไปหาแพทย์เรื่องออกซิเจน
ถ้าใช้ตามใบสั่งแล้วยังเหนื่อยกว่าเดิม ทำกิจวัตรประจำวันได้น้อยลง ไอมีไข้ หรือขาบวมเพิ่ม ควรนัดพบแพทย์ภายในวันนี้หรือสัปดาห์นี้ตามความรุนแรง ส่วนอาการหนักให้โทร 1669 ทันที
ควรเช่าหรือซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน
ถ้าแพทย์คาดว่าต้องใช้ระยะสั้นหรืออาการยังไม่นิ่ง การเช่าหรือยืมจากโรงพยาบาลมักยืดหยุ่นกว่า ถ้าต้องใช้ระยะยาวและใบสั่งนิ่งแล้วค่อยพิจารณาซื้อ โดยดูบริการหลังการขายประกอบ
สรุป
- 3 ลิตรกับ 5 ลิตรคือเพดานของเครื่อง ไม่ใช่ปริมาณที่ผู้ป่วยควรได้
- อัตราไหลที่ใช้จริงมาจากใบสั่งแพทย์ ห้ามปรับเอง
- เลือกเครื่องจากความบริสุทธิ์ที่อัตราไหลตามใบสั่ง เสียง บริการ และแผนสำรอง
- หายใจลำบากมาก ริมฝีปากเขียว หรือสับสนเฉียบพลันให้โทร 1669 ทันที
แหล่งข้อมูล
- Chronic obstructive pulmonary disease (COPD) — World Health Organization (WHO) (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-11-07)
- แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและการให้ออกซิเจนที่บ้าน — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-11-07)
- แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคระบบหายใจ — ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย (เปิดในแท็บใหม่)(เข้าถึงเมื่อ 2026-11-07)
จัดทำโดยทีมกองบรรณาธิการสูงวัยไทย
เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง

เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน: อะไรที่ครอบครัวดูแลเองได้ และอะไรที่ต้องให้พยาบาลสอนก่อน
แนวทางเลือกและใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ความต่างระหว่างเครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจน การจัดที่วางและความปลอดภัยเรื่องไฟ ไปจนถึงเส้นแบ่งว่างานไหนครอบครัวทำเองได้ และงานไหนต้องให้พยาบาลสอนก่อนเสมอ

เครื่องผลิตออกซิเจนตั้งบ้านหรือถังออกซิเจนพกพา ผู้สูงอายุโรคปอดเรื้อรังควรใช้แบบไหน
เปรียบเทียบเครื่องผลิตออกซิเจนกับถังออกซิเจนสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทั้งค่าใช้จ่าย การพกพา และความปลอดภัยในบ้าน

เช่าหรือซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน คิดค่าไฟ ค่าดูแล และสิทธิยืมจากโรงพยาบาล
เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้านควรเช่าหรือซื้อ บทความพาคิดตามระยะเวลาที่ต้องใช้ ค่าไฟจากวัตต์บนฉลาก ค่าดูแลและบริการซ่อม รวมถึงวิธีถามโรงพยาบาลเรื่องโครงการให้ยืมและสิทธิ

ไฟดับระหว่างใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน เตรียมแผนสำรองไว้ก่อนอย่างไร
แผนรับมือไฟดับสำหรับผู้ป่วยที่ใช้เครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน: ถังสำรอง รายชื่อติดต่อ สัญญาณที่ต้องโทร 1669 และสิ่งที่ผู้ดูแลต้องซ้อมก่อนวันเกิดเหตุจริง

ดูแลเครื่องผลิตออกซิเจนที่บ้าน ล้างไส้กรอง เปลี่ยนน้ำกระบอกความชื้น และสายให้ตรงรอบ
ตารางดูแลเครื่องผลิตออกซิเจนสำหรับผู้ดูแล ว่าอะไรต้องทำทุกวัน ทุกสัปดาห์ และเมื่อใดต้องเรียกผู้ให้บริการ ครอบคลุมไส้กรอง กระบอกความชื้น และสายให้ออกซิเจน

ใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วให้ค่าแม่น มือเย็น ทาเล็บ ขยับตัว
วิธีใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วให้ได้ค่าน่าเชื่อถือ ตั้งแต่อุ่นมือ ล้างสีเล็บ นั่งพัก รอให้ค่านิ่ง และอ่านค่าร่วมกับอาการ ไม่ดูตัวเลขอย่างเดียว